สองชั่วโมงต่อมา...
เด็กหนุ่มหน้าหวานหอบข้าวของลงมาจากรถทัวร์ ดวงตากลมโตกวาดมองไปทั่วจนกระทั่งเจอกับพ่อเลี้ยงของตัวเอง แม้ผู้คนจะเกลื่อนกล่านเหมือนมดแตกรัง แต่ความสูงใหญ่ของลุงสิงห์มันก็ฉายเด่นออกมาชัดเจน ลุงสิงห์ใส่เสื้อยืดไซส์ใหญ่ที่สุด แต่มัดกล้ามของเขากลับทำให้ชุดนั้นฟิตแน่นติดกับเรือนร่างจนเห็นสรีระทุกส่วน หน้าอกแผงใหญ่เต่งตึงเป็ลอนงาม ส่วนกล้ามหน้าท้องก็นูนออกมาหกก้อนเหมือนขนมปังกลมโต
มือเรียวกำสายสะพายกระเป๋าเอาไว้แน่น ก่อนจะสูดอากาศเข้าปอดลึกๆและเดินไปหาชายวัยกลางคนที่ยืนรออยู่ข้างรถกระบะสีดำคันใหญ่
“สวัสดีครับ ลุงสิงห์”
“มาช้าขนาดนี้น่าจะโทรบอกลุงก่อนสิ” เสียงทุ้มต่ำพูดออกมาด้วยความไม่พอใจ
“ภัทรบอกแม่แล้วครับว่าจะมาสาย”
“จริงหรอ…”
“….?”
“เอาเถอะ แล้วนี่แต่งตัวอะไรของเรา”
ชายร่างสูงใช้สายตากวาดมองลูกเลี้ยงั้แ่หัวจรดเท้า
ภัทรใส่เสื้อแขนกุดและกางเกงขาสั้นเข้ากับหน้าร้อนปกติ เพียงแต่สีฟ้าสดใสและเครื่องประดับหวานแหววมันทำให้ชายฉกรรจ์หัวโบราณประหลาดใจก็เท่านั้น สิงห์ไม่เข้าใจโลกแฟชั่น เขาใส่เพียงเสื้อยืดซีดๆและกางเกงยีนส์ทรงกระบอกรุ่นเก่าเท่าที่ภัทรจำความได้ เครื่องประดับบนตัวพ่อเลี้ยงไม่มีอะไร มิหนำซ้ำผิวกายอาจไม่เคยผ่านครีมกันแดดเลยด้วยซ้ำ
“มันร้อนน่ะครับ ภัทรเลยใส่แบบนี้”
“ั้แ่เหมือนผู้หญิงเลยนะ”
“….”
“กลับบ้านไปรีบเลยล่ะ ลุงไม่ชอบ”
“…..”
“ขึ้นรถ”
“….ครับ”
ลุงสิงห์อาสาดึงกระเป๋าออกไปจากแผ่นหลังลูกเลี้ยง ก่อนจะนำทุกสิ่งไปไว้ทางด้านหลัง ทั้งสองเดินทางกลับบ้านด้วยกันโดยที่ไม่มีบทสนทนาใดๆ มีเพียงเสียงเพลงสมัยรุ่นพ่อดังขึ้นในลำโพง เมื่อขับรถออกมาจากสถานีขนส่งได้ครึ่งชั่วโมง รีสอร์ทเล็กๆกลางไร่ที่พ่อเลี้ยงเป็เ้าของก็โผล่ขึ้นมา
ภัทรเติบโตมาในสถานที่แห่งนี้เกือบห้าปี แม้จะไม่ค่อยมีความสุขเท่าไหร่ แต่บรรยากาศรอบๆไร่สวนก็ทำให้เด็กหนุ่มผ่อนคลายอย่างน่าประหลาดเหลือ
“รีบอาบน้ำล่ะ ตอนเย็นลุงจะรับไปหาเพื่อน”
“อะไรนะครับ”
“เพื่อนลุงบ่นว่าอยากเจอ ไปเรียนตั้งนานน่าจะกลับไปไหว้พวกเขาหน่อย”
“ผมพึ่งเดินทางมาถึงนะครับ ไม่คิดจะให้พักหน่อยหรอ”
ภัทรหันไปมองพ่อเลี้ยง น้ำเสียงกระแหนะกระแหนของเด็กหนุ่มทำให้ชายวัยกลางคนขมวดคิ้วสงสัย ปกติแล้วภัทรไม่เคยปฏิเสธคำสั่งใดๆจากเขาเลยสักครั้ง เมื่อเห็นลูกเลี้ยงต่อต้าน สิงห์ก็ทำได้แค่กัดฟันอดทนเอาไว้ เขาไม่ได้โกรธที่ลูกเลี้ยงจะไม่ไปทักทายเพื่อนของเขา แต่โกรธน้ำเสียงแหลมๆที่มีท่าทางกระหนุงกระหนิงเมื่อสักครู่ต่างหาก
“จะไม่ไปก็ไม่เป็ไร แต่ช่วยพูดใหม่ได้มั้ย”
“ครับ?”
“เป็ผู้ชายพูดเสียงเข้มๆหน่อยสิ”
“…..”
“พูดอย่างนั้นลุงจะเอาหน้าไปไว้ที่ไหน”
“….”
“พอๆ ลุงไม่อยากเถียงกับเราแล้ว เอาของเข้าไปเก็บในบ้าน แม่เราน่าจะอยู่ในนั้นแหละ”
ภัทรรีบหันหลังให้พ่อเลี้ยง ก่อนจะพาตัวเองออกไปให้ห่างไกลจากชายคนนี้ให้ได้มากที่สุด ทุกการเดินล้วนเต็มไปด้วยคำหยาบและคำสาปแช่งมากมาย ริมฝีปากอวบอิ่มบ่นไปตามทางจนกระทั่งเข้ามาในบ้านหลังใหญ่ที่ชายคนนั้นเป็เ้าของ แต่กระเป๋าเดินทางกองโตที่อยู่ข้างๆร่างของมารดากลับทำให้ลูกชายแน่นิ่งไปสักพัก
“มาแล้วหรอภัทร แม่คิดถึงที่สุดเลย”
“นี่กระเป๋าอะไรครับ”
“กระเป๋าเดินทางของแม่น่ะสิ”
“ห้ะ?”
“ตายแล้ว แม่ลืมบอกภัทรใช่มั้ยว่าแม่จะไปเที่ยวกับเพื่อนน่ะ”
เมื่อเด็กหนุ่มได้ยินเช่นนั้นควันก็เริ่มออกหู ก่อนที่สองแม่ลูกจะเริ่มทะเลาะกันั้แ่ที่พบหน้า สาเหตุที่มารดาบังคับลูกชายกลับมาที่บ้านก็เพราะอยากให้ช่วยงานพ่อเลี้ยงใน่ปิดเทอมก็เท่านั้น ถ้าเกิดภัทรรู้ว่าจะต้องอยู่บ้านกลางไร่ตามลำพังกับพ่อเลี้ยงเขาคงไม่มีทางมาเด็ดขาด
สองแม่ลูกตอบโต้กันอยู่นาน จนกระทั่งร่างสูงใหญ่กำยำกระแอมขัดจังหวะหน้าประตู
“ไปกันเถอะคุณ เพื่อนคุณโทรตามแล้ว” สิงห์กล่าวเสียงเรียบ
“ค่ะ สักครู่นะคะ”
หญิงวัยกลางคนหอบกระเป๋าลากไปกับพื้น ก่อนจะหันมากระซิบให้ลูกชายทำตัวดีๆเมื่ออยู่กับพ่อเลี้ยง ภัทรรีบดึงแขนมารดาและถามว่าเธอจะเดินทางไปนานแค่ไหน หลังจากที่รับรู้ว่าจะต้องอยู่ในบ้านหลังนี้กับพ่อเลี้ยงนานถึงสองอาทิตย์ เด็กหนุ่มก็ยิ่งหงุดหงิดจนกระทืบเท้าขึ้นไปบนห้องนอน
สายตาของสิงห์จ้องมองท่าทางเอาแต่ใจของลูกเลี้ยงชาย เขาส่งเสียค่าเรียนไปเรียนไกลถึงมหาลัยชั้นนำ แต่กิริยาท่าทางแบบนั้นคงต้องคุยกันแบบตัวต่อตัว
“อยู่กันได้ใช่มั้ยคะ”
“ได้สิ คุณไม่อยู่ก็ดีแล้ว ผมจะได้ทำกิจกรรมแบบลูกผู้ชายกับภัทรง่ายๆ”
“เบาๆหน่อยนะคุณ ลูกตัวเล็กขนาดนั้น อย่าบังคับไปเตะบอลเหมือนเดิมอีกเด็ดขาดเข้าใจมั้ย”
“เอาน่า ผู้ชายทุกคนมันก็ต้องเตะบอลเป็ทั้งนั้นแหละ”
สิงห์นำกระเป๋าภรรยาขึ้นไปไว้บนหลังรถ ก่อนจะนำเธอไปส่งที่บ้านเพื่อนเพื่อออกเดินทางไปท่องเที่ยวตามประสาเหล่าแม่บ้าน หลังจากที่ส่งเมียไปไกลๆทาง ชายร่างใหญ่จึงมุ่งหน้าขับรถกลับมาบ้านเพื่อพูดคุยกับลูกชายถึงนิสัยและท่าทางที่จองหองเกินไป