แสงอรุณรุ่งของวันที่สามสาดส่องเข้ามาในห้องอย่างอ่อนโยน ผ่านช่องหน้าต่างไม้แกะสลักลวดลายประณีตของห้องพักในสำนักเมฆาเขียว หลินเฟิงลืมตาขึ้นช้าๆ ความรู้สึกแรกที่เขาสัมผัสได้คือความสดชื่นและกระปรี้กระเปร่าอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ร่างกายของเขารู้สึกเบาสบายราวกับไร้น้ำหนัก พลังปราณภายในหมุนเวียนอย่างราบรื่นและรวดเร็ว เหมือนกับลำธารใสที่ไหลผ่านเส้นเมอริเดียนต่างๆ ในร่างกายอย่างไม่มีสิ่งใดขัดขวาง
พลังแห่งความสุขที่ได้รับจากชิงเย่วตลอดสองราตรีที่ผ่านมาได้หล่อเลี้ยงและเสริมสร้างพลังบำเพ็ญของเขาให้ก้าวหน้าไปอีกขั้น เขารู้สึกได้ถึงการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นภายในร่างกาย พลังปราณที่เคยไหลเวียนอย่างเงียบๆ บัดนี้กลับเปล่งประกายด้วยพลังงานใหม่ที่เข้มข้นและทรงพลัง ราวกับว่าเปลวไฟเล็กๆ ได้กลายเป็นกองไฟใหญ่ที่ลุกโชติช่วงอย่างรุนแรง
เขากวาดสายตามองไปรอบๆ ห้อง ผ้าปูที่นอนสีขาวสะอาดบัดนี้เต็มไปด้วยร่องรอยของบทรักที่ดุเดือด คราบน้ำรักแห้งกรังเป็นวงกว้าง บ่งบอกถึงความเร่าร้อนที่เกิดขึ้นตลอดสองคืนที่ผ่านมา ผ้าห่มไหมแพรสีฟ้าอ่อนถูกโยนกระจัดกระจายไปทั่วพื้น หมอนอิงถูกกดทับจนยุบยับ และกลีบดอกไผ่ที่เคยตกกระจายอยู่บนพื้นก็เหี่ยวเฉาไปแล้ว
ชิงเย่วหลับใหลอยู่ข้างกายเขา ใบหน้าของนางยังคงมีร่องรอยของความสุขสมที่เพิ่งได้รับ ผิวเนื้อขาวนวลของนางเต็มไปด้วยรอยจูบและรอยดูดสีแดงก่ำที่เขาฝากไว้ เส้นผมยาวสีดำเหมือนไหมแพรของนางกระจายไปบนหมอน ใบหน้าที่เคยเคร่งขรึมและเต็มไปด้วยความมุ่งมั่นในการบำเพ็ญเพียร บัดนี้กลับดูอ่อนโยนและสงบสุข ริมฝีปากของนางยังคงแดงระเรื่อจากการจูบที่ดุเดือด และลมหายใจของนางเบาและสม่ำเสมอ
หลินเฟิงยิ้มอย่างพึงพอใจเมื่อมองดูผลงานของตนเอง การเปลี่ยนแปลงของชิงเย่วจากนักพรตหญิงที่เคร่งขรึมและปฏิเสธความปรารถนาทางกาย กลายเป็นสตรีที่เปิดใจรับความสุขและความรักอย่างเต็มเปี่ยม ทำให้เขารู้สึกภาคภูมิใจในความสามารถของตนเอง เขาเอื้อมมือไปลูบไล้เส้นผมของนางอย่างแผ่วเบา สัมผัสความนุ่มลื่นของเส้นผมที่เหมือนไหมแพรชั้นดี
ก่อนจะค่อยๆ ลุกขึ้นนั่ง ความรู้สึกที่แข็งแกร่งขึ้นอย่างเห็นได้ชัดทำให้เขารู้สึกประหลาดใจ กล้ามเนื้อของเขาตึงแน่นและเต็มไปด้วยพลัง ผิวหนังเปล่งประกายด้วยความแข็งแรงที่เพิ่มขึ้น เขาตรวจสอบพลังปราณภายในร่างกาย และพบว่ามันเพิ่มพูนขึ้นอย่างมหาศาล เกินกว่าที่เขาจะจินตนาการได้
พลังปราณที่เคยเป็นเหมือนลำธารเล็กๆ บัดนี้กลับกลายเป็นแม่น้ำใหญ่ที่ไหลเชี่ยวกราก ความเข้มข้นของพลังงานเพิ่มขึ้นอย่างน้อยสามเท่า และที่สำคัญที่สุดคือคุณภาพของพลังปราณก็ดีขึ้นด้วย มันบริสุทธิ์และเข้มข้นกว่าเดิมมาก ราวกับว่าได้ผ่านการกลั่นกรองและบริสุทธิ์จนเหลือแต่แก่นแท้ที่แท้จริง
แต่สิ่งที่ทำให้เขาประหลาดใจยิ่งกว่านั้นคือความรู้สึกที่หนักอึ้งบริเวณบั้นท้าย เขายื่นมือไปสัมผัส และพบว่ามีบางสิ่งบางอย่างที่นุ่มฟูและยาวสลวยงอกออกมาจากก้นกบของเขา ความรู้สึกแปลกใหม่นี้ทำให้เขาตื่นเต้นและกระวนกระวายใจ เขาลุกขึ้นยืนแล้วเดินไปที่กระจกบานใหญ่ที่ตั้งอยู่มุมห้อง กระจกเงาที่ทำจากคริสตัลใสบริสุทธิ์ซึ่งเป็นของมีค่าของสำนักเมฆาเขียว
ภาพที่สะท้อนกลับมาทำให้ดวงตาของเขาเบิกกว้างด้วยความตกตะลึง หางจิ้งจอกสีขาวบริสุทธิ์เส้นที่หกได้งอกออกมาอย่างสมบูรณ์แล้ว! มันยาวสลวยและพลิ้วไหวราวกับสายน้ำ ขนปุยนุ่มสีขาวเหมือนหิมะที่ตกใหม่ สะท้อนแสงอรุณรุ่งเป็นประกายระยิบระยับเหมือนเพชรพลอย หางทั้งหกของเขาบัดนี้ดูสง่างามและทรงพลังยิ่งกว่าเดิม แต่ละเส้นมีลักษณะเฉพาะตัว หางเส้นแรกถึงเส้นที่ห้ามีขนาดใหญ่และหนา แต่หางเส้นที่หกนี้กลับดูบอบบางและงดงามกว่า ราวกับว่ามันถูกสร้างขึ้นมาเพื่อจุดประสงค์พิเศษ
หลินเฟิงรู้สึกถึงพลังงานบางอย่างที่ไหลเวียนอยู่ในหางเส้นใหม่นี้ มันเป็นพลังที่แตกต่างจากหางเส้นอื่นๆ อย่างสิ้นเชิง หากหางเส้นอื่นๆ เป็นพลังแห่งการต่อสู้และการป้องกัน หางเส้นที่หกนี้กลับเป็นพลังที่เต็มไปด้วยเสน่ห์ดึงดูดและอำนาจสะกด เขารู้สึกได้ว่าเมื่อใดก็ตามที่เขาต้องการ เขาสามารถปลดปล่อยพลังนี้ออกมาได้
เขาลองขยับหางเส้นใหม่ดู มันเคลื่อนไหวได้อย่างคล่องแคล่วและตามใจ ราวกับว่าเป็นส่วนหนึ่งของร่างกายที่เขาคุ้นเคยมาตั้งแต่เกิด เมื่อเขาโบกหางเส้นนี้ เขารู้สึกได้ถึงคลื่นพลังงานที่แผ่ซ่านออกไป พลังงานที่เต็มไปด้วยเสน่ห์และความดึงดูดใจ
ทันใดนั้น เสียงของระบบก็ดังขึ้นในหัวของเขา เสียงที่เขาคุ้นเคยและรอคอยมาตลอด:
"ยินดีด้วย! ท่านได้รับพลังแห่งความสุขจากชิงเย่วจนถึงขีดสุด ทำให้หางจิ้งจอกเส้นที่หกงอกออกมาอย่างสมบูรณ์ และปลดล็อกพลังพิเศษใหม่: เสน่ห์ปีศาจขั้นสูงสุด"
"เสน่ห์ปีศาจขั้นสูงสุด: ผู้ใช้สามารถปลดปล่อยพลังแห่งเสน่ห์ดึงดูดที่ไม่อาจต้านทานได้ ไม่ว่าจะเป็นมนุษย์หรือปีศาจ สตรีใดที่สัมผัสได้ถึงพลังนี้จะตกอยู่ภายใต้อิทธิพลของผู้ใช้ทันที ความต้านทานทางจิตใจจะลดลงอย่างมาก และจะเกิดความปรารถนาที่จะมอบกายถวายใจให้แก่ผู้ใช้ พลังนี้มีประสิทธิภาพสูงสุดกับสตรีที่มีพลังบำเพ็ญต่ำกว่าผู้ใช้ และจะมีผลลดลงตามระดับพลังของเป้าหมาย"
หลินเฟิงยิ้มกว้างอย่างพึงพอใจ พลังนี้ช่างเหมาะสมกับเขาเป็นอย่างยิ่ง มันจะช่วยให้เขาสามารถรวบรวมพลังแห่งความสุขจากสตรีต่างๆ ได้ง่ายดายยิ่งขึ้น และก้าวไปสู่การเป็นเทพจิ้งจอกเก้าหางได้เร็วขึ้น การที่ต้องใช้เวลาและความพยายามในการหลอกล่อและโน้มน้าวใจสตรีต่างๆ จะลดลงอย่างมาก เขาจะสามารถมุ่งเน้นไปที่การบำเพ็ญและเพิ่มพลังได้มากขึ้น
เขาลองทดสอบพลังใหม่นี้เบาๆ โดยให้พลังงานไหลผ่านหางเส้นที่หก ทันใดนั้น กลิ่นหอมหวานและเย้ายวนใจก็แผ่ซ่านออกจากร่างกายของเขา กลิ่นที่ไม่เหมือนกับดอกไม้หรือน้ำหอมใดๆ แต่เป็นกลิ่นที่ดึงดูดใจและกระตุ้นความปรารถนาอย่างธรรมชาติ แม้แต่เขาเองยังรู้สึกถึงพลังแห่งเสน่ห์ที่เปล่งออกมา
ชิงเย่วที่กำลังหลับใหลก็เริ่มขยับตัวอย่างไม่สงบ ใบหน้าของนางแดงระเรื่อขึ้น ลมหายใจเร่งขึ้น และริมฝีปากของนางเริ่มครางเบาๆ ราวกับว่ากำลังฝันถึงสิ่งที่เร้าอารมณ์ หลินเฟิงรีบหยุดการใช้พลังทันที เขาไม่ต้องการให้ชิงเย่วตื่นขึ้นมาในสภาพที่กระหายความรักอีกครั้ง นางต้องการการพักผ่อนหลังจากสองคืนที่ผ่านมา
"นอกจากนี้ ท่านยังได้รับพลังพิเศษจากระบบ: การตรวจจับพลังหยิน"
เสียงระบบดังขึ้นอีกครั้ง ทำให้หลินเฟิงตื่นเต้นยิ่งขึ้น
"การตรวจจับพลังหยิน: ผู้ใช้สามารถตรวจจับพลังหยินที่เข้มข้นจากสตรีได้ในระยะไกลถึง 10 ลี้ ทำให้สามารถระบุเป้าหมายต่อไปได้อย่างแม่นยำยิ่งขึ้น และยังสามารถตรวจสอบระดับพลังหยิน คุณภาพของพลังหยิน และสถานะทางอารมณ์ของสตรีที่อยู่ภายใต้อิทธิพลของท่านได้อีกด้วย พลังนี้ยังช่วยให้ท่านสามารถติดตามการเปลี่ยนแปลงของพลังหยินในสตรีที่ท่านเคยบำเพ็ญคู่ด้วยแล้วได้ตลอดเวลา"
หลินเฟิงรู้สึกตื่นเต้นกับพลังใหม่ที่ได้รับมา พลังตรวจจับหยินนี้จะช่วยให้เขาสามารถวางแผนการเดินทางและเลือกเป้าหมายได้อย่างมีประสิทธิภาพ ไม่ต้องเสียเวลาไปกับการค้นหาอีกต่อไป และยังสามารถตรวจสอบสถานะของสตรีที่เขาได้ครอบครองไปแล้วได้อีกด้วย มันเหมือนกับการมีแผนที่ที่แสดงตำแหน่งของสมบัติล้ำค่าทั้งหมดในบริเวณใกล้เคียง
เขาลองใช้พลังตรวจจับหยินทันที พลังงานบางอย่างที่มองไม่เห็นแผ่ซ่านออกจากร่างกายของเขา เหมือนกับคลื่นเรดาร์ที่ค้นหาสัญญาณ ก่อนจะพุ่งตรงไปยังร่างของชิงเย่วที่ยังคงหลับใหลอยู่ข้างกาย ข้อมูลเกี่ยวกับพลังหยินของนางปรากฏขึ้นในหัวของเขาอย่างชัดเจน:
"ชิงเย่ว: พลังหยินบริสุทธิ์ระดับสูง - คุณภาพ: เกรด A+ - ปริมาณ: 15,000 หน่วย (เพิ่มขึ้น 30% หลังการบำเพ็ญคู่) - สถานะ: พึงพอใจและผูกพันอย่างลึกซึ้ง - ระดับความจงรักภักดี: 95%"
หลินเฟิงพยักหน้าอย่างพึงพอใจ ตัวเลขเหล่านี้แสดงให้เห็นว่าการบำเพ็ญคู่ครั้งนี้ประสบความสำเร็จอย่างสมบูรณ์แบบ ไม่เพียงแต่เขาจะได้รับพลังแห่งความสุขจากชิงเย่วอย่างต่อเนื่อง แต่นางยังจะเป็นพันธมิตรที่ซื่อสัตย์และทรงพลังอีกด้วย
เขาขยายการใช้พลังตรวจจับหยินออกไปในบริเวณกว้างขึ้น ทันใดนั้น เขาก็รับรู้ได้ถึงสัญญาณพลังหยินอีกหลายแห่งในบริเวณสำนักเมฆาเขียว:
"มู่หรงชิง: พลังหยินบริสุทธิ์ระดับกลาง - คุณภาพ: เกรด B+ - ปริมาณ: 8,500 หน่วย - สถานะ: กังวลและคิดถึง - ระดับความจงรักภักดี: 85%"
"ศิษย์หญิงไม่ทราบนาม #1: พลังหยินธรรมดา - คุณภาพ: เกรด C - ปริมาณ: 3,200 หน่วย - สถานะ: ปกติ"
"ศิษย์หญิงไม่ทราบนาม #2: พลังหยินธรรมดา - คุณภาพ: เกรด C+ - ปริมาณ: 4,100 หน่วย - สถานะ: ปกติ"
และยังมีสัญญาณอื่นๆ อีกหลายแห่ง แต่ส่วนใหญ่เป็นพลังหยินระดับต่ำที่ไม่น่าสนใจนัก หลินเฟิงรู้สึกพึงพอใจกับข้อมูลที่ได้รับ พลังนี้ช่างมีประโยชน์อย่างยิ่ง เขาจะต้องใช้มันให้เกิดประโยชน์สูงสุดในการเดินทางสู่การเป็นเทพจิ้งจอกเก้าหาง
เขาลองขยายพลังออกไปไกลขึ้น ไปยังเมืองชิงหยวนที่อยู่ไม่ไกลจากสำนักเมฆาเขียว ทันใดนั้น เขาก็รับรู้ได้ถึงสัญญาณพลังหยินที่แข็งแกร่งและน่าสนใจหลายแห่ง:
"สัญญาณพลังหยินระดับสูง - ระยะทาง: 8 ลี้ - คุณภาพ: เกรด A - ปริมาณ: ประมาณ 12,000 หน่วย"
"สัญญาณพลังหยินระดับสูงมาก - ระยะทาง: 9 ลี้ - คุณภาพ: เกรด S - ปริมาณ: ประมาณ 20,000 หน่วย"
หลินเฟิงรู้สึกตื่นเต้นเป็นอย่างยิ่ง เมืองชิงหยวนช่างเป็นสถานที่ที่เต็มไปด้วยโอกาสจริงๆ สัญญาณเกรด S นั้นน่าสนใจเป็นพิเศษ เขาสงสัยว่าเป็นสตรีคนใดกันแน่ที่มีพลังหยินระดับสูงขนาดนั้น
หลังจากที่หลินเฟิงได้สำรวจพลังใหม่ของตนเองแล้ว สายตาของเขาก็หันกลับมามองชิงเย่วที่ยังคงหลับใหลอยู่ข้างกาย ใบหน้าของนางดูสงบสุขและมีความสุข ผิวพรรณเปล่งประกายด้วยความแข็งแรงที่เพิ่มขึ้น เส้นผมของนางดูนุ่มลื่นและเป็นเงายิ่งขึ้น แม้แต่ลมหายใจของนางก็ดูลึกและสม่ำเสมอกว่าเดิม
ความอยากรู้อยากเห็นผุดขึ้นในใจ เขาอดสงสัยไม่ได้ว่าการบำเพ็ญคู่ตลอดสองราตรีที่ผ่านมานั้นส่งผลต่อชิงเย่วอย่างไรบ้าง เขาจำได้ว่าระบบเคยกล่าวไว้ว่าการร่วมรักกับสตรีจะช่วยเพิ่มพลังบำเพ็ญให้กับทั้งสองฝ่าย แต่เขาไม่เคยได้รับข้อมูลที่ชัดเจนนักว่ามันจะส่งผลมากน้อยเพียงใด และการที่ชิงเย่วเป็นนักพรตหญิงที่มีพื้นฐานการบำเพ็ญที่แข็งแกร่งอยู่แล้ว ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นอาจจะแตกต่างจากสตรีธรรมดาทั่วไป
"ระบบ แสดงข้อมูลของชิงเย่ว" หลินเฟิงออกคำสั่งในใจ
ทันใดนั้น ข้อมูลของชิงเย่วก็ปรากฏขึ้นตรงหน้าเขาในรูปแบบของหน้าต่างโปร่งแสงสีฟ้าอ่อน ตัวอักษรสีทองเรืองแสงอ่อนๆ ลอยอยู่ในอากาศ:
[ข้อมูลตัวละคร: ชิงเย่ว]
ชื่อ: ชิงเย่ว
เผ่าพันธุ์: มนุษย์ (นักพรตหญิง)
สถานะ: ศิษย์เอกสำนักเมฆาเขียว (อดีต), ผู้บำเพ็ญคู่ของหลินเฟิง
ประวัติที่มา: กำพร้าตั้งแต่เด็ก ถูกเก็บมาเลี้ยงและฝึกฝนโดยสำนักเมฆาเขียว มีพรสวรรค์โดดเด่นด้านการบำเพ็ญเพียรและวิชาดาบ มีจิตใจบริสุทธิ์และยึดมั่นในคุณธรรมอย่างแรงกล้า เคยเป็นที่หวังของสำนักในการสืบทอดตำแหน่งหัวหน้าสำนักในอนาคต
ระดับการฝึกตน: ขอบเขตแก่นแท้จิตวิญญาณ ขั้นที่ 8 (เพิ่มขึ้น 5 ระดับขั้น)
ค่าพลังปราณ: 15,000 (เพิ่มขึ้น 60%)
ความสามารถ/พลังพิเศษ:
- วิชาดาบเมฆาเขียว: เชี่ยวชาญวิชาดาบขั้นสูงของสำนักเมฆาเขียว สามารถใช้เทคนิค "ใบดาบเมฆาพัด" และ "ดาบแสงเขียวแปดทิศ" ได้อย่างคล่องแคล่ว
- จิตบริสุทธิ์: มีจิตใจที่บริสุทธิ์ ทำให้ต้านทานอิทธิพลจากพลังมารได้ดีเยี่ยม (ลดลงเล็กน้อยหลังการบำเพ็ญคู่ แต่ยังคงมีประสิทธิภาพสูง)
- กายหยินบริสุทธิ์: ร่างกายมีพลังหยินบริสุทธิ์สูง ซึ่งเป็นประโยชน์อย่างยิ่งต่อการบำเพ็ญคู่กับผู้บำเพ็ญหยาง ยิ่งบำเพ็ญคู่มากเท่าไหร่ คุณภาพของพลังหยินจะยิ่งเพิ่มขึ้นเท่านั้น
- สัมผัสปีศาจ (ใหม่): พลังพิเศษที่ได้รับจากการหลอมรวมพลังหยินหยางกับจิ้งจอกปีศาจ ทำให้ชิงเย่วมีความสามารถในการรับรู้ถึงพลังงานปีศาจและพลังงานลึกลับรอบตัวได้ดีขึ้น รวมถึงสามารถต้านทานการโจมตีทางจิตวิญญาณบางประเภทได้เล็กน้อย และยังสามารถรับรู้ได้ว่าใครเป็นปีศาจหรือมนุษย์
- การบำเพ็ญคู่ขั้นสูง (ใหม่): ความสามารถในการบำเพ็ญคู่ที่เพิ่มขึ้นอย่างมาก สามารถควบคุมการไหลเวียนของพลังหยินหยางระหว่างการบำเพ็ญได้อย่างแม่นยำ ทำให้ประสิทธิภาพของการบำเพ็ญคู่เพิ่มขึ้น 200%
ค่าสถานะ:
ความแข็งแกร่ง: 75 (เพิ่มขึ้น 20%)
ความว่องไว: 80 (เพิ่มขึ้น 25%)
ความอดทน: 85 (เพิ่มขึ้น 30%)
สติปญญา: 90 (เพิ่มขึ้น 15%)
สถานะร่างกาย: สมบูรณ์แข็งแรง, พลังหยินและหยางในร่างกายสมดุลอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน, ร่องรอยของความสุขสมปรากฏทั่วร่างกาย, ผิวพรรณเปล่งประกายด้วยพลังงานใหม่
สถานะจิตใจ: ผูกพันอย่างลึกซึ้งกับหลินเฟิง, รู้สึกสมหวังและมีความสุขอย่างแท้จริง, ความมั่นใจในตนเองเพิ่มขึ้นอย่างมาก
หลินเฟิงอ่านข้อมูลทั้งหมดด้วยความตกตะลึง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในส่วนของ ระดับการฝึกตน ที่เพิ่มขึ้นถึง 5 ระดับขั้น และ ค่าพลังปราณ ที่พุ่งสูงขึ้นถึง 60% นี่เป็นผลลัพธ์ที่น่าทึ่งเกินกว่าที่เขาคาดคิดไว้มาก การที่นักพรตคนหนึ่งจะก้าวหน้า 5 ระดับขั้นในเวลาเพียงสองคืนนั้น เป็นสิ่งที่ไม่เคยมีใครได้ยินมาก่อน
ที่น่าสนใจยิ่งกว่านั้นคือพลังพิเศษใหม่ที่ชิงเย่วได้รับ สัมผัสปีศาจ และ การบำเพ็ญคู่ขั้นสูง ซึ่งจะทำให้นางเป็นพันธมิตรที่มีค่าอย่างยิ่งในการเดินทางต่อไป
"ระบบ ทำไมข้อมูลของชิงเย่วถึงละเอียดขนาดนี้ และทำไมพลังของนางถึงเพิ่มขึ้นมากมายขนาดนี้?" หลินเฟิงถามด้วยความสงสัย
เสียงของระบบตอบกลับมาทันที ด้วยน้ำเสียงที่ดูพึงพอใจ:
"เนื่องจากชิงเย่วได้ตกเป็นของผู้ใช้โดยสมบูรณ์แล้ว ทั้งทางร่างกาย จิตใจ และจิตวิญญาณ ระบบจึงสามารถเข้าถึงข้อมูลเชิงลึกของนางได้มากขึ้น และแสดงรายละเอียดที่ครบถ้วนยิ่งขึ้น รวมถึงสามารถติดตามการเปลี่ยนแปลงของนางได้ตลอดเวลา"
"ส่วนการเพิ่มขึ้นของพลังบำเพ็ญนั้น เป็นผลมาจากการบำเพ็ญคู่ที่สมบูรณ์แบบ พลังหยินบริสุทธิ์ของชิงเย่วได้หลอมรวมกับพลังหยางของผู้ใช้ ทำให้เกิดการแลกเปลี่ยนและเสริมสร้างพลังซึ่งกันและกัน พลังแห่งความสุขที่ได้รับจากการร่วมรักยังช่วยกระตุ้นการไหลเวียนของพลังปราณและเปิดจุดชีพจรที่ปิดกั้นอยู่ ทำให้พลังบำเพ็ญของทั้งสองฝ่ายก้าวหน้าอย่างก้าวกระโดด"
"นอกจากนี้ การหลอมรวมพลังหยินหยางกับผู้ใช้ซึ่งเป็นจิ้งจอกปีศาจ ยังได้มอบพลังพิเศษบางอย่างที่เกี่ยวข้องกับสายเลือดปีศาจให้กับชิงเย่ว นั่นคือ สัมผัสปีศาจ ซึ่งจะช่วยให้นางสามารถรับรู้และต้านทานพลังงานปีศาจได้ดีขึ้น และยังสามารถช่วยเหลือผู้ใช้ในการระบุเป้าหมายที่เหมาะสมได้อีกด้วย"
"ส่วน การบำเพ็ญคู่ขั้นสูง นั้น เป็นผลจากการที่ชิงเย่วได้เรียนรู้และเข้าใจเทคนิคการบำเพ็ญคู่อย่างลึกซึ้งจากผู้ใช้ ทำให้นางสามารถควบคุมและเพิ่มประสิทธิภาพของการบำเพ็ญคู่ได้ดีขึ้น ซึ่งจะเป็นประโยชน์อย่างมากในการบำเพ็ญครั้งต่อไป"
หลินเฟิงพยักหน้าอย่างเข้าใจ แม้ว่าคำพูดที่เขาใช้หลอกล่อชิงเย่วในตอนแรกจะเป็นเพียงข้ออ้างเพื่อจุดประสงค์ของเขาเอง แต่ผลลัพธ์ที่ออกมากลับเป็นไปในทางที่ดีอย่างไม่น่าเชื่อ ชิงเย่วไม่เพียงแต่ได้รับความสุขสมอย่างที่ไม่เคยได้รับมาก่อน แต่พลังบำเพ็ญของนางยังก้าวหน้าไปอย่างมหาศาล และยังได้รับพลังพิเศษใหม่ที่น่าสนใจอีกด้วย
"เยี่ยม!" หลินเฟิงอุทานด้วยความยินดี "ข้าไม่เพียงแต่ได้ปลดปล่อยความอัดอั้นของนาง แต่ยังทำให้นางแข็งแกร่งขึ้น และมีพลังที่น่าสนใจเพิ่มขึ้นอีกด้วย นี่คือสิ่งที่เรียกว่าผลประโยชน์ร่วมกันอย่างแท้จริง"
เขามองไปยังชิงเย่วที่ยังคงหลับใหลอยู่ด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความพึงพอใจและแฝงไปด้วยความรู้สึกบางอย่างที่ลึกซึ้งกว่าแค่ความปรารถนา ชิงเย่วในตอนนี้ไม่เพียงแต่เป็นสตรีผู้มอบความสุขให้กับเขา แต่ยังเป็นผู้ช่วยที่แข็งแกร่งและทรงพลังอีกคนหนึ่งที่จะร่วมเดินทางไปกับเขาในการแสวงหาพลังแห่งกามเต๋า
เขาเดินไปที่หน้าต่าง มองออกไปยังสวนไผ่ที่แสงแดดยามเช้าส่องผ่านใบไผ่เขียวขจี สร้างเงาไผ่ที่เต้นระบำตามสายลม อากาศเช้าที่เย็นสบายและบริสุทธิ์ทำให้เขารู้สึกสดชื่น เขาหายใจเข้าลึกๆ รู้สึกถึงพลังปราณที่ไหลเวียนในร่างกายอย่างแข็งแกร่ง
ชิงเย่วค่อยๆ ลืมตาขึ้น แสงแดดยามเช้าสาดส่องเข้ามาในห้องอย่างอบอุ่น ทำให้ใบหน้าของนางเปล่งประกายด้วยแสงทอง ร่างกายของนางรู้สึกเบาสบายและเปี่ยมไปด้วยพลังอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ความเหนื่อยล้าจากการบำเพ็ญคู่ตลอดสองราตรีที่ผ่านมาได้จางหายไปจนหมดสิ้น เหลือไว้เพียงความสดชื่นและกระปรี้กระเปร่า
สิ่งแรกที่นางสังเกตเห็นคือความแตกต่างของร่างกายตนเอง ผิวพรรณของนางเปล่งประกายด้วยความแข็งแรงที่เพิ่มขึ้น กล้ามเนื้อรู้สึกแน่นขึ้นและเต็มไปด้วยพลัง แม้แต่การมองเห็นและการได้ยินก็คมชัดขึ้น นางสามารถได้ยินเสียงใบไผ่ที่ใบไผ่เสียดสีกันในสวน และกลิ่นหอมของดอกไม้ที่บานในสวนก็ชัดเจนกว่าเดิม
นางพลิกกายหันไปมองหลินเฟิงที่กำลังยืนอยู่ที่หน้าต่าง รูปร่างของเขาดูสง่างามและทรงพลังยิ่งขึ้น แสงแดดเช้าส่องผ่านเส้นผมสีดำของเขา ทำให้ดูเหมือนมีรัศมีล้อมรอบ เมื่อเขาหันมามองนาง ดวงตาของเขาทอประกายระยิบระยับด้วยความพึงพอใจและความอบอุ่น
ชิงเย่วรู้สึกเขินอายเล็กน้อยเมื่อนึกถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้น ความทรงจำของสองคืนที่ผ่านมายังคงชัดเจนในใจ ความรู้สึกของการถูกสัมผัส การถูกรัก และความสุขที่ไม่เคยได้รับมาก่อน แต่ความอายนั้นก็ถูกแทนที่ด้วยความสุขและความอบอุ่นในหัวใจ นางรู้สึกเหมือนได้กลับมาเป็นตัวเองอย่างแท้จริงเป็นครั้งแรกในชีวิต
"ตื่นแล้วหรือ... ศิษย์พี่" หลินเฟิงกระซิบถามด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน เขาเดินกลับมาที่เตียงและนั่งลงข้างๆ นาง
ชิงเย่วพยักหน้าเบาๆ ใบหน้าแดงระเรื่อเล็กน้อย "อืม... ข้ารู้สึกดีเหลือเกิน ดีกว่าที่เคยเป็นมาตลอดชีวิต"
นางลุกขึ้นนั่งและเริ่มสังเกตเห็นการเปลี่ยนแปลงของร่างกายตนเองมากขึ้น แขนและขาของนางดูแข็งแรงขึ้น ผิวหนังเรียบเนียนและเปล่งประกายมากขึ้น แม้แต่เส้นผมก็ดูนุ่มลื่นและเป็นเงายิ่งขึ้น
หลินเฟิงยิ้ม ก่อนจะเอื้อมมือไปลูบไล้เส้นผมของนางอย่างแผ่วเบา "ข้ามีเรื่องจะบอกเจ้า เกี่ยวกับมู่หรงชิง"
ชิงเย่วเงยหน้าขึ้นมองเขาด้วยความสงสัย ดวงตาของนางใสและเปล่งประกายด้วยสติปัญญาที่เพิ่มขึ้น
หลินเฟิงจึงเริ่มอธิบายถึงเรื่องราวของมู่หรงชิงอย่างตรงไปตรงมา โดยไม่ปิดบังอะไร "มู่หรงชิง... นางก็เป็นสตรีอีกคนหนึ่งที่ช่วยข้าบำเพ็ญคู่เช่นเดียวกับเจ้า พลังของข้าเป็นพลังปีศาจจิ้งจอก ดังนั้นการบำเพ็ญคู่กับข้าจึงอาจทำให้มีกลิ่นอายปีศาจติดตัวไปบ้าง นั่นเป็นเหตุผลที่คนในสำนักของเจ้าจึงสงสัยและกักบริเวณนาง"
เขาหยุดพักเล็กน้อย มองดูปฏิกิริยาของชิงเย่ว ก่อนจะพูดต่อ "ข้าไม่ต้องการปิดบังเจ้า เพราะเจ้าคือคนสำคัญของข้าแล้ว การบำเพ็ญคู่เป็นส่วนหนึ่งของเส้นทางการฝึกตนของข้า และข้าต้องการให้เจ้าเข้าใจและยอมรับมัน"
ชิงเย่วฟังอย่างตั้งใจ ใบหน้าของนางไม่มีแววโกรธเคือง มีเพียงความเข้าใจและแววตาที่ลึกซึ้งขึ้น นางรู้ดีว่าเส้นทางของหลินเฟิงนั้นแตกต่างจากนักพรตทั่วไป และการบำเพ็ญคู่ก็เป็นส่วนหนึ่งของเส้นทางนั้น หลังจากที่นางได้สัมผัสถึงประโยชน์ของการบำเพ็ญคู่ด้วยตนเอง นางก็เข้าใจแล้วว่าทำไมหลินเฟิงถึงต้องทำเช่นนี้
"ข้าเข้าใจ..." นางกล่าวด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความเข้าใจ "เส้นทางของท่านแตกต่างจากคนอื่น และข้าก็ได้รับประโยชน์จากมันแล้ว ข้าไม่มีสิทธิ์ที่จะตำหนิหรือขัดขวาง"
"ดังนั้น ข้าอยากให้เจ้าช่วยไปบอกให้คนของเจ้าหยุดกักบริเวณนางได้แล้ว" หลินเฟิงกล่าวต่อ "นางไม่ได้เป็นอันตราย และตอนนี้ก็เป็นพวกเดียวกับเราแล้ว"
ชิงเย่วพยักหน้า "ข้าเข้าใจ... ข้าจะไปจัดการเรื่องนี้ให้ แต่ก่อนอื่น..." นางหยุดพูดและมองไปที่ร่างกายของตนเอง "ข้ารู้สึกว่าร่างกายของข้าเปลี่ยนแปลงไปมาก"
"ก่อนอื่น เจ้าลองสำรวจพลังบำเพ็ญของเจ้าดูสิ" หลินเฟิงกล่าวด้วยรอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความนัย "ข้าคิดว่าเจ้าจะประหลาดใจ"
ชิงเย่วหลับตาลงและเริ่มตรวจสอบพลังปราณภายในร่างกายของนาง นางใช้เทคนิคการตรวจสอบภายในที่เรียนมาจากสำนักเมฆาเขียว ค่อยๆ ส่งสติไปตามเส้นเมอริเดียนต่างๆ ในร่างกาย
ทันใดนั้น ดวงตาของนางก็เบิกกว้างด้วยความตกตะลึง พลังปราณที่เคยไหลเวียนอยู่ในร่างกายของนางบัดนี้กลับเพิ่มพูนขึ้นอย่างมหาศาล ราวกับว่าลำธารเล็กๆ ได้กลายเป็นแม่น้ำใหญ่ ระดับการฝึกตนของนางก้าวหน้าไปอย่างก้าวกระโดด ราวกับว่านางได้ทะลวงผ่านขีดจำกัดเดิมไปแล้วหลายขั้น
ที่น่าทึ่งยิ่งกว่านั้นคือคุณภาพของพลังปราณ มันบริสุทธิ์และเข้มข้นกว่าเดิมมาก และยังมีพลังงานแปลกๆ ที่นางไม่เคยรู้สึกมาก่อนไหลเวียนอยู่ในร่างกาย พลังงานนั้นให้ความรู้สึกอบอุ่นและปลอดภัย แต่ก็มีความลึกลับและทรงพลังในตัว
"นี่... นี่มัน..." ชิงเย่วอุทานด้วยความดีใจอย่างสุดซึ้ง เสียงของนางสั่นเครือด้วยความตื่นเต้น "พลังของข้า... มันเพิ่มขึ้นมากมายขนาดนี้ได้อย่างไร! และยังมีพลังแปลกๆ ที่ข้าไม่เคยรู้สึกมาก่อนอีก!"
หลินเฟิงอธิบายถึงหลักการของการบำเพ็ญคู่ที่ช่วยเสริมสร้างพลังหยินหยางให้สมดุล และยังกล่าวถึงพลังพิเศษ "สัมผัสปีศาจ" ที่นางได้รับมา รวมถึง "การบำเพ็ญคู่ขั้นสูง" ที่จะช่วยให้การบำเพ็ญครั้งต่อไปมีประสิทธิภาพมากขึ้น
ชิงเย่วรู้สึกตื่นเต้นและยินดีเป็นอย่างยิ่ง นางไม่เคยคิดมาก่อนเลยว่าการร่วมรักกับหลินเฟิงจะนำมาซึ่งผลลัพธ์ที่น่าอัศจรรย์ถึงเพียงนี้ นางไม่เพียงแต่ได้รับความสุขสมทางกาย แต่ยังได้รับพลังบำเพ็ญที่ก้าวหน้าอย่างรวดเร็วอีกด้วย
"ข้าดีใจเหลือเกิน... หลินเฟิง" นางโผเข้ากอดเขาแน่น ความอบอุ่นและกลิ่นหอมของเขาทำให้นางรู้สึกปลอดภัยและมีความสุข "ขอบคุณท่าน... ขอบคุณจริงๆ ที่ได้ช่วยให้ข้าค้นพบตัวตนที่แท้จริงของข้า"
หลินเฟิงกอดตอบนางอย่างอ่อนโยน รู้สึกถึงร่างกายที่แข็งแรงขึ้นและพลังงานที่เพิ่มขึ้นของนาง ก่อนจะกล่าวต่อ "ข้าตั้งใจจะอยู่ที่เมืองหลวงแห่งนี้ไปอีกระยะหนึ่ง เพื่อบำเพ็ญพลังให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น และข้าได้รับเชิญให้ไปพำนักอยู่ที่จวนสกุลซุน หากเจ้าต้องการ เจ้าสามารถไปอยู่ที่นั่นกับข้าได้ หรือจะอยู่ที่สำนักเมฆาเขียวแล้วหาเวลามาบำเพ็ญคู่กับข้าในอนาคตก็ได้"
ชิงเย่วครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ใบหน้าของนางแสดงออกถึงการชั่งน้ำหนักอย่างรอบคอบ การอยู่ที่สำนักเมฆาเขียวต่อไปอาจจะสะดวกในการฝึกฝนตามวิถีของนักพรต และยังคงรักษาสถานะและหน้าที่ของนางไว้ได้ แต่การได้อยู่ใกล้ชิดกับหลินเฟิงย่อมดีกว่า นางต้องการที่จะเรียนรู้จากเขา และร่วมเดินทางไปกับเขาในเส้นทางที่น่าตื่นเต้นนี้ อีกทั้งนางยังนึกถึงมู่หรงชิงที่ถูกกักบริเวณอยู่ และรู้สึกผิดที่ปล่อยให้เรื่องนี้ลากยาวมา
"ข้าจะไปอยู่ที่จวนสกุลซุนกับท่าน" ชิงเย่วตัดสินใจในที่สุด ด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความมั่นใจ "และข้าจะไปพามู่หรงชิงมาด้วย นางไม่ควรต้องถูกกักบริเวณอีกต่อไป"
หลินเฟิงยิ้มอย่างพึงพอใจ "ดีมาก การมีเจ้าทั้งสองคนอยู่ด้วยจะทำให้การเดินทางต่อไปสนุกสนานและมีประสิทธิภาพมากขึ้น"
ชิงเย่วจึงลุกขึ้นแต่งกายอย่างรวดเร็ว นางเลือกชุดเสื้อผ้าสีขาวที่เรียบง่ายแต่สง่างาม ผูกเส้นผมยาวเป็นมวยสูง และคาดดาบที่เอวตามปกติ แต่ครั้งนี้นางรู้สึกว่าทุกอย่างดูดีขึ้น ร่างกายที่แข็งแรงขึ้นทำให้ท่าทางของนางดูมั่นใจและสง่างามยิ่งขึ้น
นางมุ่งหน้าไปยังเรือนที่มู่หรงชิงถูกกักบริเวณอยู่ ระหว่างทางนางได้พบกับศิษย์คนอื่นๆ ของสำนัก ทุกคนต่างสังเกตเห็นการเปลี่ยนแปลงของนาง ไม่เพียงแต่รูปร่างที่ดูแข็งแรงขึ้น แต่ยังมีออร่าที่แตกต่างไปจากเดิม มีความมั่นใจและความสุขที่แผ่ออกมาจากภายใน
"ศิษย์พี่ชิงเย่ว ท่านดูแตกต่างไปจากเมื่อวาน" ศิษย์หญิงคนหนึ่งกล่าวด้วยความสงสัย
"ข้าแค่ได้พักผ่อนเป็นอย่างดี" ชิงเย่วตอบอย่างสงบ "และได้ทำสมาธิบำเพ็ญเพียรตลอดคืน"
เมื่อไปถึงเรือนที่มู่หรงชิงถูกกักบริเวณ นางก็สั่งให้ศิษย์คนอื่นๆ ปล่อยตัวมู่หรงชิงทันที ด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยอำนาจและความมั่นใจที่เพิ่มขึ้น
"ปล่อยตัวมู่หรงชิงทันที" นางสั่งด้วยน้ำเสียงที่ไม่ยอมให้มีการโต้แย้ง "นางไม่ได้เป็นอันตรายต่อสำนักแต่อย่างใด"
ศิษย์ที่รับผิดชอบการเฝ้ายามลังเลเล็กน้อย "แต่ศิษย์พี่ชิงเย่ว หัวหน้าสำนักสั่งให้..."
"ข้าจะรับผิดชอบเรื่องนี้เอง" ชิงเย่วขัดจังหวะ "เปิดประตูเดี๋ยวนี้"
ด้วยอำนาจและสถานะของชิงเย่วในสำนัก ศิษย์คนนั้นจึงไม่กล้าขัดขืน เขาเปิดประตูเรือนกักบริเวณ
มู่หรงชิงที่ถูกกักบริเวณมาหลายวัน ใบหน้าของนางดูซีดเซียวเล็กน้อย ผิวพรรณไม่เปล่งประกายเหมือนเดิม เส้นผมดูหยาดเหยียดและไม่ได้รับการดูแล เสื้อผ้าก็ยับยู่ยี่ แต่เมื่อเห็นชิงเย่วมาช่วย ดวงตาของนางก็เปล่งประกายด้วยความหวังและโล่งใจเป็นอย่างยิ่ง
"ศิษย์พี่ชิงเย่ว... ท่านมาช่วยข้าแล้ว" มู่หรงชิงกล่าวด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือ ดวงตาของนางเต็มไปด้วยน้ำตาแห่งความดีใจ
ชิงเย่วพยักหน้า ใบหน้าของนางแสดงออกถึงความเห็นใจและความผิด "เจ้าไม่ต้องกังวลอีกต่อไปแล้ว ตอนนี้เจ้าปลอดภัยแล้ว ข้าขอโทษที่ปล่อยให้เรื่องนี้ลากยาวมา"
นางช่วยมู่หรงชิงลุกขึ้นยืน และสังเกตเห็นว่านางดูอ่อนแอลงจากการถูกกักบริเวณ "เจ้าต้องการอาหารและการพักผ่อนใช่ไหม?"
มู่หรงชิงพยักหน้า "ข้าหิวมาก และเหนื่อยล้ามาก แต่ที่สำคัญที่สุดคือข้าดีใจที่ได้เห็นท่านอีกครั้ง"
ชิงเย่วอธิบายเรื่องราวทั้งหมดให้มู่หรงชิงฟัง รวมถึงการตัดสินใจที่จะย้ายไปอยู่ที่จวนสกุลซุน และเรื่องราวของหลินเฟิงที่นางได้เรียนรู้ มู่หรงชิงที่ได้ยินว่าหลินเฟิงอยู่ที่นั่นด้วย ดวงตาของนางก็เปล่งประกายด้วยความยินดีและความคิดถึง นางเองก็คิดถึงหลินเฟิงไม่แพ้กัน และรู้สึกดีใจที่จะได้พบเขาอีกครั้ง
"ข้าจะไปด้วย" มู่หรงชิงกล่าวทันที "ข้าไม่ต้องการอยู่ที่นี่อีกแล้ว และข้าก็อยากพบหลินเฟิงอีกครั้ง"
เพื่อไม่ให้เป็นที่สงสัยของคนอื่นๆ ในสำนัก ชิงเย่วจึงอ้างกับหัวหน้าสำนักและศิษย์พี่ศิษย์น้องคนอื่นๆ ว่า นางต้องการศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับเมืองชิงหยวนจากฮูหยินและขุนนางสกุลซุน เพื่อนำมาปรับปรุงการบริหารจัดการสำนักเมฆาเขียว และจะขอพักอาศัยอยู่ที่จวนสกุลซุนเป็นระยะหนึ่ง โดยมีมู่หรงชิงติดตามไปด้วยในฐานะผู้ช่วย
"การศึกษาวิธีการบริหารจัดการของขุนนางในเมืองหลวงจะเป็นประโยชน์ต่อสำนักเราอย่างมาก" หัวหน้าสำนักเห็นด้วยกับเหตุผลนี้ "ชิงเย่ว เจ้าไปเถอะ และเรียนรู้ให้มากที่สุด"
การตัดสินใจครั้งนี้ของชิงเย่วไม่เพียงแต่ทำให้หลินเฟิงมีผู้ช่วยที่แข็งแกร่งเพิ่มขึ้นอีกสองคน แต่ยังเป็นการเปิดบทใหม่ในเส้นทางการบำเพ็ญของพวกเขา ที่จะเต็มไปด้วยความท้าทายและการผจญภัยที่น่าตื่นเต้นยิ่งขึ้น