เจ้าสาวมือใหม่แห่งสกุลลู่

    เล่มที่ 5 บทที่ 124 ออดอ้อนขอให้กอด

            ลู่เป๋าเหยียนถอนหายใจเบาก่อนจะกอดซูเจี่ยนอันเอาไว้พลางแนบคางสัมผัสกับไหล่บางของเธอ

            ไหล่ผอมของเธอไม่ได้นุ่มสบายแต่ลู่เป๋าเหยียนกลับเผลอซบลงไปอย่างไม่รู้ตัว เขาทิ้งน้ำหนักไปให้เธอก่อนจะโอบกอดเอวเธอไว้แน่น ราวกับสลัดภาระบนบ่าที่กำลังแบกเอาไว้อยู่ออกไปจดหมด

            มีหลายคราที่ซูเจี่ยนอันเป็นคนสนับสนุนเขาให้พละกำลังแก่เขา เวลานี้เขาแค่อยากกอดเธอเอาไว้ อยากสัมผัสได้ว่าเธออยู่ตรงนี้

            “ที่จริงฉันก็อารมณ์ไม่ดีนะ”ซูเจี่ยนอันยกมือขึ้นมาจับไหล่ของลู่เป๋าเหยียน “ตอนนายพูดถึงพ่อนายฉันก็เผลอคิดถึงแม่ แม่จากไปอย่างกะทันหัน ทำให้ชีวิตฉันเปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังมือพ่อกับพี่ชายฉันกลายเป็นศัตรูกันคนที่ไม่เคยเจอเหตุการณ์ที่คนในครอบครัวต้องมาเป็นศัตรูกันแบบนี้ คงไม่เข้าใจว่ามันรู้สึกแย่แค่ไหน”

            “ดีที่การเปลี่ยนแปลงนั้นไม่ได้ทำลายฉันฉันรู้ว่าคนที่อยู่บนฟ้าอย่างแม่คงเป็นห่วงว่าฉันจะใช้ชีวิตอย่างไรฉันเลยบอกกับแม่ทุกวันว่า ฉันมีชีวิตที่ดีเหมือนตอนแม่อยู่ข้างกายฉันไม่มีผิดมีคนรักและดูแลฉันอยู่ตลอด ขอให้แม่ไม่ต้องเป็นห่วง”

            ลู่เป๋าเหยียนกระชับอ้อมกอดของตนให้แน่นขึ้น

            “เจี่ยนอันไม่ว่าอนาคตจะเป็นยังไง ตราบใดที่ฉันยังมีชีวิตอยู่ เธอจะไม่เจอเรื่องราวเลวร้ายอะไรอีก”

            ซูเจี่ยนอันขมวดคิ้วยุ่ง“ตราบใดที่ฉันยังมีชีวิตอยู่นี่หมายความว่าไงนายต้องมีชีวิตอยู่จนแก่จนหน้าเหี่ยวสิ ฉันอยากเห็นนายแก่จนฟันหลุดหมดเลยมันคงจะ...อื้อ”

            จู่ๆ ลู่เป๋าเหยียนก็จูบเธอตอนนี้คงไม่เรียกว่าเธอกอดเขา แต่ต้องเรียกว่าเขาขังเธอไว้ในอ้อมกอดมากกว่าความอ่อนหวานทว่ารุ่มร้อนของรสสัมผัสที่เขามอบให้ทำเอาเธอลุ่มหลงไปกับมัน

            ริมฝีปากอุ่นร้อนของเขามีรสชาติของไวน์แดงติดอยู่ทั้งๆ ที่เธอไม่ได้ดื่มไปมากมายแต่ทำไมกลับรู้สึกเหมือนกำลังเมา ร่างกายของเธออ่อนปวกเปียกอยู่ในอ้อมกอดของเขาและจูบตอบเขากลับไปอย่างลืมตัว

            ใช่ว่าพวกเขาไม่เคยจูบกันเสียที่ไหนแต่ครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่ทั้งสองฝ่ายยินยอมรับสัมผัสอย่างเต็มใจมันเริ่มต้นอย่างเป็นธรรมชาติโดยที่ทั้งคู่พร้อมรับสัมผัสนั้นพวกเขาโอบกอดราวกับจะจูบกันแบบนี้ไปตลอดชั่วฟ้าดินสลาย

            แต่ซูเจี่ยนอันก็ยังไม่รู้จักจับจังหวะหายใจผ่านไปได้ไม่นานเธอก็เริ่มหอบ ลู่เป๋าเหยียนจูบเธอหนักๆ อีกหลายทีก่อนจะผละออกจากเธอ

            นี่เป็นครั้งที่พวกเขาไม่รู้สึกอึดอัดหรือเขินอายหลังจากการจูบ

            แสงไฟสีนวลที่ส่องผ่านชั้นวางขวดไวน์สะท้อนให้เห็นดวงตาหวานใสน่าหลงใหลของซูเจี่ยนอันเธอแย้มยิ้มปากที่มุมปาก ก่อนจะเขย่าแก้วไวน์ในมือตรงหน้าลู่เป๋าเหยียน

            “ดื่มสินายเคยบอกฉันเองว่าไม่ให้ไปดื่มเหล้าข้างนอก ฉันจำได้นะ ตอนนี้ฉันอยู่ที่บ้านแถมยังมีนายดูแลอยู่แบบนี้ จะดื่มมากแค่ไหนก็คงไม่เป็นไรใช่ไหมล่ะ”

            ดวงตาเรียวยาวของลู่เป๋าเหยียนหรี่ลงเล็กน้อย

            “ถ้าดื่มเยอะเธอไม่กลัวฉันทำอะไรเธอหรือไง”

            ซูเจี่ยนอันยิ้ม“ถ้าทั้งสองฝ่ายเมามากแล้วล่ะก็ไม่มีอะไรเกิดขึ้นทั้งนั้นแหละในละครน้ำเน่าพวกนั้นเป็นเรื่องหลอกเด็กทั้งนั้นแหละ!”

            ลู่เป๋าเหยียนถอนหายใจพลางคิด

            ช่างไร้เดียงสาจริงๆคนที่ดื่มเหล้าสามแก้วเมาแบบเธอ คิดว่าจะมอมเขาให้เมาได้อย่างนั้นเหรอ?

            หญิงผู้ไม่รู้ประสีประสาตรงหน้ายกแก้วขึ้นมาชนกับแก้วของลู่เป๋าเหยียนก่อนจะดื่มรวดเดียวครึ่งแก้ว รสชาติของไวน์แดงที่ซึมผ่านเข้าไปติดอยู่บนริมฝีปากทำให้ซูเจี่ยนอันเลียริมฝีปากอย่าเผลอไผล

            ลิ้นสีแดงสดที่ชุ่มฉ่ำกอปรกับแสงไฟสีนวลที่ส่องสะท้อนลงมาภาพตรงหน้าทำเอาลู่เป๋าเหยียนต้องรีบเบือนสายตาหนีก่อนจะยกไวน์ขึ้นดื่มอึกใหญ่เพื่อระงับอารมณ์บางอย่างในร่างกาย

            ซูเจี่ยนอันดื่มไปสามแก้วก็เริ่มมึนหัวทว่าเธอกลับพยายามประคองสติพูดคุยกับลู่เป๋าเหยียน

            “พ่อของนายคงอยากให้นายมีชีวิตที่ดีเขาคงไม่อยากให้นายเศร้า...”

            ลู่เป๋าเหยียนลูบผมเธอเบาๆ

            “เธอเมาแล้ว”

            “อืม”ซูเจี่ยนอันตอบรับก่อนจะสะบัดหัวหลายที ทำไมข้างหน้าเธอถึงมีลู่เป๋าเหยียนหลายคนจัง...

            “ลู่เป๋าเหยียน...”เธอยื่นมือเหมือนจะจับตัวเขา “เอ๋ ทำไมมีนายหลายคนจัง เหมือนว่าฉัน...ฉันจะเมาแล้วจริงๆ...”

            ลู่เป๋าเหยียนรั้งเธอให้เข้าสู่อ้อมกอด

            “ฉันพาเธอกลับห้องดีกว่า”

            ซูเจี่ยนอันฉีกยิ้มก่อนจะซุกตัวในอ้อมกอดของเขาอย่างออดอ้อน

            “ฉันอยากให้นายอุ้มฉันขึ้นไป”

            เธอเมาแล้วจริงๆไม่อย่างงั้นคงไม่อ้อนเขาแบบนี้

            ลู่เป๋าเหยียนจึงต้องอุ้มเธอขึ้นมาทว่าเธอกลับดิ้มไปดิ้นมาในอ้อมกอดเขาเหมือนแกล้งกันทำเอาใจของเขาเต้นไม่เป็นจังหวะ กล้ามเนื้อทุกมัดในร่างกายเริ่มเกร็งตัวขึ้นมา

            เธอยิ้มอย่างเจ้าเล่ห์ก่อนจะใช้มือน้อยลูบไล้ไปมาตามแผงอกของเขาลู่เป๋าเหยียนมั่นใจแล้วว่าเธอตั้งใจแน่ๆ

            “ลองทำแบบนั้นอีกทีสิ”ลู่เป๋าเหยียนเอ่ยคำเตือน “ฉันยังไม่เมา ถ้าฉันคิดจะทำอะไรเธอตอนนี้เธอคงหนีไม่รอดแน่”

            ซูเจี่ยนอันเบิกตากว้างก่อนจะนิ่งไปอย่างว่าง่ายและพูดกับเขาด้วยน้ำเสียงราวกับเด็กน้อยผู้น่าสงสาร

            “ฉันผิดไปแล้วค่ะที่รัก...”

            อาจเป็นเพราะฤทธิ์ของแอลกอฮอล์ที่ทำให้เสียงของเธอละมุนกว่าทุกครั้งเวลาเธอเมาช่างน่ารักและน่าหลงใหลแววตาระยิบระยับเป็นประกายไร้เดียงสาราวลูกแมวน้อยการที่เธอเป็นแบบนี้ยิ่งทำให้ลู่เป๋าเหยียนยากที่จะหักห้ามใจเขาจึงรีบก้าวเท้ายาวๆ อย่างรวดเร็วเพื่อพาเธอไปส่งให้ถึงห้อง

            ทว่าพอวางเธอลงบนเตียงซูเจี่ยนอันกลับร้องไห้โวยวาย พูดแต่ว่า ไม่อยาก ไม่อยาก

            “จากนี้ไปต่อให้เป็นที่บ้านก็ห้ามดื่มเหล้า!”ลู่เป๋าเหยียนได้แต่คุกเข่าปลอบซูเจี่ยนอันอยู่ข้างเตียง

            “ไม่ร้องนะ นอนซะเด็กดีฉันไม่ทำอะไรเธอหรอก”

            “ฉันไม่อยาก...ไม่อยาก...”แต่เหมือนคำพูดเหล่านั้นไม่ได้เข้าหูซูเจี่ยนอันเลยสักนิด

            ลู่เป๋าเหยียนนวดขมับอย่างปวดหัว

            “เธอไม่อยากอะไร?”

            จู่ๆ ซูเจี่ยนอันก็เงียบไปก่อนจะมองเขายิ้มๆ

            “ที่รักขาฉันไม่อยากนอนคนเดียวอ่ะ”

            ตอนนี้เธอสวมชุดนอนผ้าฝ้ายสุดเรียบร้อยอยู่ก็จริงแต่วินาทีนี้ในสายตาของลู่เป๋าเหยียนซูเจี่ยนอันนั้นเซ็กซี่เกินบรรยายราวกับนางแมวยั่วสวาทอารมณ์บางอย่างในร่างกายเขาค่อยๆ ครอบงำสติจนไม่อาจทานทนเขาอยากจะครอบครองคนตรงหน้าที่ฝันหามานานเสียเดี๋ยวนี้

            ทว่าท้ายที่สุดสติที่พอจะหลงเหลืออยู่บ้างก็ห้ามหัวใจเอาไว้ได้

            “ฉันจะอยู่เป็นเพื่อนเธอตรงนี้”เสียงของเขาเริ่มทุ้มต่ำกว่าเมื่อครู่มาก

            “เธอไม่ได้นอนคนเดียวไม่ต้องกลัว หลับตาลงซะนะเด็กดี”

            ซูเจี่ยนอันเบะปากทำหน้างอน

            “แล้วทำไมที่รักไม่ขึ้นมานอนเป็นเพื่อนฉันล่ะคะ?”

            ลู่เป๋าเหยียนลอบกลืนน้ำลาย

            “เจี่ยนอัน...”เธอรู้ตัวบ้างไหมเนี่ยว่าเธอกำลังเชิญชวนเขา?

            “นายไม่ชอบฉันใช่หรือเปล่า?”ซูเจี่ยนอันไม่รู้ตัวเลยสักนิดว่าทำอะไรลงไป จู่ๆ เธอก็ทำตัวเหมือนเด็กเอาแต่ใจขอบตาของเธอเริ่มแดง

            “ฉันว่าแล้วว่านายต้องชอบคนอื่น”

            ลู่เป๋าเหยียนถอนหายใจก่อนจะก้มหน้าลงไปจูบหน้าผากมนเธอไม่ร้องไห้อีกต่อไปแล้ว แต่ยังคงใช้สายตาน่าสงสารจ้องมองเขา

            เขาจึงต้องปีนขึ้นมาบนเตียงและกอดซูเจี่ยนอันเอาไว้

            “ฉันไม่ได้ชอบคนอื่นนอนเถอะนะ ดีไหม?”

            ราวกับเด็กน้อยที่ได้ลูกกวาดสมใจซูเจี่ยนอันกอดลู่เป๋าเหยียนเอาไว้ก่อนจะซุกตัวในอ้อมกอดของเขาอย่างดีใจจากนั้นจึงเงยหน้าจุ๊บเขาหนึ่งที พร้อมเอ่ยคำพูดเสียงหวาน

            “ที่รัก...”

            ลู่เป๋าเหยียนยกมือลูบผมเธอเบาๆอย่างพึงพอใจในคำเรียกที่เธอเอ่ย จะว่าไปนานๆ ทีให้ซูเจี่ยนอันดื่มสักอึกก็ดีเหมือนกัน...

            ทว่าซูเจี่ยนอันที่ดื่มเหล้าจนเมามายกลับไม่ได้หยุดแต่เพียงเท่านี้

            จู่ๆ เธอก็ลุกขึ้นจากเตียงก่อนจะจ้องหน้าเขานัยน์ตาดำขลับราวกับลูกกวางของเธอทอประกายสุกใส

            “ที่รักคะฉันมีของจะให้ล่ะ!”

            ลู่เป๋าเหยียนถามอย่างสนใจ“ไหนเอาออกมาให้ดูสิ”

            ซูเจี่ยนอันเปิดลิ้นชักหัวเตียงและหยิบกล่องที่ถูกวางไว้ในนั้นยื่นให้ลู่เป๋าเหยียน

            “ลองเปิดดูสิฉันจ่ายเงินไปเกือบเท่าเงินเดือนของฉันเพื่อซื้อมันมาเลยนะ”

            ลู่เป๋าเหยียนเปิดกล่องออกมาเขานึกไม่ถึงว่าจะเป็นเนกไทเส้นนั้น มิน่าล่ะตอนที่เขาถามเธอว่าจะเอาไหมเธอเลยตอบมาว่ามันไม่เหมาะกับซูอี้เฉิง

            ที่แท้นั่นเป็นเพราะว่าเธอต้องการให้มันกับเขาสินะ

            ซูเจี่ยนอันยิ้มร่า“หลังซื้อชานมเสร็จฉันก็แอบไปซื้อมันมาล่ะ เป็นไง ชอบหรือเปล่า?”

            “ชอบ”ลู่เป๋าเหยียนตอบก่อนจะดึงเธอเข้ามากอด และจูบหน้าผากเธอเบาๆ

            “นี่ก็ดึกแล้วรีบนอนเถอะ”

            ซูเจี่ยนอันยังไม่ยอมอยู่นิ่ง“งั้นพรุ่งนี้นายใส่ให้ฉันดูหน่อยได้ไหม”

            “ได้สิ”วินาทีนี้ลู่เป๋าเหยียนคงได้แต่ตอบรับ “พรุ่งนี้ฉันจะผูกเนกไทเส้นนี้แน่นอน”

            ซูเจี่ยนอันยิ้มอย่างพอใจก่อนจะขยับตัวให้อยู่ในท่าที่สบายที่สุดและหลับไปอย่างเป็นสุข

            เมื่อลู่เป๋าเหยียนแน่ใจแล้วว่าเธอจะไม่ลุกขึ้นมาแบบเมื่อกี้อีกเขาจึงปล่อยมือจากเธอและวางกล่องเนกไทเอาไว้ทว่าการกระทำของเขาทำให้ซูเจี่ยนอันกอดเขาแน่นขึ้น ก่อนจะพึมพำ”

            นายอย่าไปไหน อย่า...”

            เสียงอ่อนไหวราวสายน้ำของเธอเข้าจู่โจมหัวใจของลู่เป๋าเหยียนในพริบตานี่เป็นครั้งแรกที่เขาคงต้องยอมรับว่าเขาสามารถทานทนกับทุกสิ่งได้เว้นแต่คนในอ้อมกอดนี่แหละที่เขาแพ้ทาง

            ค่ำคืนนี้ทั้งสองจึงหลับอยู่ในอ้อมกอดของกันและกันอย่างมีความสุข

            ซูเจี่ยนอันมักจะนอนตื่นเช้าอยู่แล้วในวันที่ต้องไปทำงานฉะนั้นวันนี้หกโมงกว่าเธอจึงค่อยๆ ลืมตาตื่นขึ้นมา พร้อมกับอาหารหนักหัวมึนงง

            ทว่าร่างกายกลับรู้สึกเหมือนกำลังเอนพิงอะไรอยู่สักอย่างที่ทำให้เธอรู้สึกสบายตัวลมหายใจอุ่นของใครบางคนทำให้เธอรู้สึกสงบ จนเธออยากจะหลับต่อไปเรื่อยๆ...

            แต่คิดๆ ดูแล้วเหมือนจะมีอะไรแปลกๆ

            เธอหลับตาลองนึกย้อนไปถึงเรื่องเมื่อคืนเธอเผลอกินเหล้าจนเมา บอกให้ลู่เป๋าเหยียนอุ้มเธอกลับห้อง จากนั้นก็...แล้วก็...

            ซูเจี่ยนอันลืมตาโพลงอย่างตกใจก่อนจะตื่นเต็มตา

            ลู่เป๋าเหยียนกำลังกอดเธอไว้อย่างที่คาดส่วนมือของเธอนั้น...กำลังกอดเอวของเขาไว้แน่น

            เสียใจตอนนี้ก็ไม่ทันแล้วเธอค่อยๆ ชักมือออกมาอย่างช้าๆ ระวังไม่ให้ลู่เป๋าเหยียนรู้สึกตัว

            แต่ลู่เป๋าเหยียนกลับลืมตาขึ้นมาทันทีที่เธอเก็บมือตัวเองออกมาได้เขายิ้มบางก่อนจะประทับรอยจูบบนหน้าผากของเธออย่างอารมณ์ดี

            “อรุณสวัสดิ์”

            ซูเจี่ยนอันตัวแข็งทื่อก่อนจะยิ้มแห้ง

            “อะ...อรุณสวัสดิ์เมื่อคืนฉัน...ฉัน...ที่จริงเวลาฉันอยู่กับคนอื่นตอนเมาไม่เป็นแบบนั้นนะ!ฉันก็แค่หลับไป!”

            “เธอต้องการจะบอกว่าเวลาเธอเมาแล้วอยู่กับฉัน เธอถึงกลายเป็นคนขี้อ้อนแบบนั้นน่ะเหรอ?” ลู่เป๋าเหยียนยิ้มพลางลูบผมเธอ

            “ไม่เลว”

            “...”ซูเจี่ยนอันทำหน้าเซ็ง ลู่เป๋าเหยียนมีปัญหาเรื่องการตีความหรือเปล่าเนี่ย!ทำไมจู่ๆ เธอรู้สึกว่าตัวเองดูแย่จัง?

            เธออยากจะอธิบายต่อแต่ดูจากรอยยิ้มของลู่เป๋าเหยียนแล้ว เธอจึงยอมแพ้อย่าอ่อนใจคนปกติคงตามความคิดเขาไม่ทัน ดีไม่ดีถ้าเธออธิบายมากกว่านี้เขาก็ยิ่งคิดลึกเข้าไปใหญ่

            “ฉัน...ฉันไปแปรงฟันก่อนนะ”

            เธอลุกออกจากเตียงและตรงเข้าไปในห้องน้ำทันทีหลังพูดจบ

            ลู่เป๋าเหยียนมองตามแผ่นหลังของเธอพลางยิ้มมุมปากก่อนจะเดินกลับห้องของตัวเองไปล้างหน้าแปรงฟัน

            ในห้องน้ำ

            ซูเจี่ยนอันมองตัวเองในกระจกพลางคิดไปถึงเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อคืนเธอทึ้งผมตัวเองอย่างกลุ้มใจ

            นี่เธอเป็นบ้าไปแล้วเหรอเรียกเขาว่าที่รักคะ ที่รักขา ไหนจะบอกให้เขากอดเธอ นอนเป็นเพื่อนเธออีกแล้วจะเอาหน้าไปไว้ที่ไหนล่ะคราวนี้!

            ต่อจากนี้ไปเธอจะไม่ดื่มเหล้ากับลู่เป๋าเหยียนอีกแล้ว!

    คล้ายกับเรื่องเจ้าสาวมือใหม่แห่งสกุลลู่ ที่คุณอ่าน

    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นเจ้าของที่ดินในยุค 90 [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นเจ้าของที่ดินในยุค 90 [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    355K 505
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    ข้ามเวลานางพญาแพทย์พิษ 【จบ】

    ข้ามเวลานางพญาแพทย์พิษ 【จบ】

    นิยาย รัก
    570K 4473
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    พลิกฟ้าคืนชีวาชายาอนุ [แปลจบแล้ว]

    พลิกฟ้าคืนชีวาชายาอนุ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    295K 786
    ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชนบทตัวน้อยๆ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชนบทตัวน้อยๆ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    862K 774
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    พลิกชะตานางพญาเจ้าเสน่ห์ [แปลจบแล้ว]

    พลิกชะตานางพญาเจ้าเสน่ห์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    955K 747
    หลินเว่ยเว่ยสาวน้อยจอมพลัง (นิยายแปล)***จบแล้ว***

    หลินเว่ยเว่ยสาวน้อยจอมพลัง (นิยายแปล)***จบแล้ว***

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    355K 668
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730