หวนคืนอีกครา พลิกชะตาแห่งคำทำนายเลือด (จบ)

    เล่มที่ 4 บทที่ 116 ตอน เดินทางไกล 6

            ตกดึกความหนาวเริ่มโรยตัวลงมาแม้ว่ากองไฟจะลุกโชน แต่ก็ยังรู้สึกหนาวเล็กน้อย

            อวิ๋นจื่อค่อนข้างง่วงนอน

            ไม่ใช่แค่นางเท่านั้น ซูเจินก็หมดแรงเช่นกัน

            อย่างไรก็ตาม คนใดคนหนึ่งต้องตื่นเพื่อเฝ้ายามมิฉะนั้นหากมีเรื่องร้ายแรงเกิดขึ้น เป็นไปได้มากว่าชีวิตของทั้งสองคงจะแขวนอยู่บนเส้นด้าย

            ซูเจินมองไปที่ท้องฟ้าสีดำสนิทและกล่าวว่า“ข้าอยากพักผ่อน อวิ๋นจื่อในเมื่อเจ้ารู้วิชากระบี่ เจ้าจึงควรเฝ้ายามก่อนข้าจะมาเปลี่ยนเวรเมื่อข้าตื่น”

            หญิงสาวไม่ตอบรับหรือปฏิเสธนางถามเสียงต่ำว่า “ซูเจิน เย่เช่อจะมาหรือไม่?”

            ซูเจินกล่าวด้วยท่าทีโอหัง“ข้าไม่รู้ ตอนนี้ข้าต้องการนอน”

            หลังจากพูดจบ ซูเจินก็ล้มตัวลงนอนข้างกองไฟและหลับตาทันที

            อวิ๋นจื่อมองไปยังใบหน้าที่หลับใหลอย่างสงบสุขของซูเจินและหัวใจของนางก็อ่อนยวบอันที่จริงซูเจินเป็นเพียงหญิงสาวตัวเล็กๆ ที่อายุมากกว่านางไม่กี่ปีหญิงสาวในวัยยี่สิบต้นๆ ต้องแบกรับกิจการของตระกูลซู สถานะของตระกูลซูและทุกอย่างเกี่ยวกับตระกูลซูเอาไว้บนบ่าเล็กๆ ของตนเองเพียงผู้เดียว

            ซูเจินช่างเป็นคนที่น่าชื่นชมจริงๆ 

            เมื่อไหร่นางจะมีความสามารถได้ครึ่งหนึ่งของซูเจิน?

            หญิงสาวคนนี้แข็งแกร่งกว่าสตรีทั่วไปมาก

            ท้ายที่สุดแล้วนางก็เป็นลูกศิษย์ที่เสด็จอาสั่งสอนด้วยตนเอง

            ในหัวของอวิ๋นจื่อเต็มไปด้วยความคิด

            คงจะดีมากถ้าเย่เช่ออยู่ที่นี่ตอนนี้

            หากเย่เช่ออยู่ที่นี่นางย่อมชมความงดงามในยามค่ำคืนได้อย่างไม่ต้องกังวลหากเย่เช่ออยู่ที่นี่เขาย่อมพานางและซูเจินออกจากป่าลึกได้อย่างรวดเร็ว หากเย่เช่ออยู่ที่นี่นางย่อมไม่ต้องกังวลมากนักหากเย่เช่ออยู่ที่นี่เขาย่อมดูแลนางเป็นอย่างดีแน่นอน หากเย่เช่ออยู่ที่นี่นางย่อมสามารถเพิกเฉยต่อทุกสิ่งได้

            คงจะดีหากเย่เช่ออยู่ที่นี่

            เย่เช่อ...

            อวิ๋นจื่อคิดถึงแต่ชายหนุ่มผู้นี้

            เมื่อคิดถึงคนรักความง่วงของนางก็หายไป

            ‘เย่เช่อ ตอนนี้เจ้ากำลังทำอะไรอยู่? เจ้ากำลังคิดถึงข้าอยู่หรือไม่?’

            ตอนนี้เขาจะอยู่ที่ไหน? เขาจะทำอะไรอยู่?

            เขาจะเข้าวังไปพบฮองเฮา ทานข้าวคนเดียวอ่านหนังสือคนเดียว จากนั้นก็นอนหลับคนเดียวหรือไม่?

            หรือมีแขกไปหาเขาที่จวน?

            หรืออันที่จริงนางแค่คิดถึงเขาจึงรู้สึกกังวลเช่นนี้

            เย่เช่อ…

            ชื่อนี้ราวกับมีพลังที่ไม่สามารถอธิบายได้

            หากตระกูลอวิ๋นคือภารกิจของนางเย่เช่อย่อมเป็นแสงสว่างในชีวิตของนาง

            นางรักเขา

            เมื่อเห็นว่าซูเจินหลับแล้วอวิ๋นจื่อก็หยิบขลุ่ยออกมาและเป่าเล่น เหตุผลประการแรกเพราะนางเบื่อ ส่วนเหตุผลประการที่สองคือนางรู้สึกกลัวเล็กน้อยเพราะไม่มีใครคุยกับนาง

            “ตอนนั้นข้ามัวเมาอยู่กับสาวงามความงามของนางดูบอบบางเหมือนดอกไม้

            วันนี้สาวงามกลับละทิ้งข้าแล้วไปคบหากับตระกูลผู้ดีที่อยู่ห่างไกล

            จุดจบของโลกช่างสวยงามพระจันทร์เต็มดวงในค่ำคืนแสนสั้น

            ถูกพรากจากชีวิตที่งดงามเสียใจเมื่อมองไม่เห็น

            ใจสลายที่ต้องห่างกันหลายพันลี้

            ในความฝันข้าเมามายและนอนอยู่บนก้อนเมฆของภูเขาอู๋น้ำตาข้าหยดลงในแม่น้ำเซียงเจียง

            ดอกไม้และต้นไม้ที่ขึ้นอยู่สองฝั่งของแม่น้ำช่างดูงดงามช่วยบรรเทาความกังวลของผู้คน

            ดีดกู่ฉินหยกด้วยความเศร้าโศกและขุ่นเคืองดีดเสียงสูงจนสายขาด ไร้ผู้ใดในอ้อมอก

            ความงามคือความงามฝนยามเย็นกับเมฆยามเช้าล้วนงดงาม

            ความมัวเมาเกิดขึ้นในชั่วข้ามคืนทันใดนั้นก็มีเสียงที่หน้าต่าง ข้าสงสัยว่าใครมาหาข้า”

            นี่เป็นเพลงที่เศร้ามาก

            เมื่อนางเป่าเพลงนี้ท่วงทำนองที่ดังออกมาฟังดูใสกระจ่างราวกับน้ำพุในเดือนมีนาคม มันบริสุทธิ์ไร้สิ่งเจือปนใดๆ 

            จินเหนียงสอนเพลงนี้ให้นางดูเหมือนมันจะมีชื่อว่าความคิดถึง

            จากนั้นด้วยเหตุผลบางอย่างนางรู้สึกอยากเป่าเพลงผีเสื้อหยก

            “มองไปที่หยาดฝนและก้อนเมฆ

            มองไปที่แสงของฤดูใบไม้ร่วงอากาศในยามเย็นหนาวเหน็บ

            ความเศร้าเข้าจู่โจมเสียงสายน้ำไหลและสายลมพัด ผิงกั่วผลิดอก พระจันทร์ขึ้นสูง น้ำค้างเย็นยะเยือก

            ใบไม้สีเหลือง สงสัยว่าชายชราอยู่ที่ใดในหมอกที่ลอยเหนือแผ่นน้ำกว้างใหญ่

            จัดงานชุมนุมและงานเลี้ยงตามอำเภอใจสายลมและดวงจันทร์แลดูอ้างว้าง

            ดวงดาวส่องแสง ทะเลกว้างและภูเขาทอดยาว

            ข้าไม่รู้ว่าเจ้าอยู่ที่ใด? ชี้ไปที่ท้องฟ้ามองหน้ากันท่ามกลางเสียงอึกทึก

            มองเห็นดวงอาทิตย์ที่กำลังตกดิน”

            จินเหนียงสอนเพลงนี้ให้นาง

            รวมถึงเพลงคลื่นซัดทรายด้วยอวิ๋นจื่อเป่าเพลงนั้นทันที

            “คลื่นซัดผ่านเก้าโค้งของแม่น้ำฮวงโหคดเคี้ยวม้วนตัวพัดพาสู่ฝั่ง

            คลื่นตรงไปที่ทางช้างเผือกไปที่บ้านของหนุ่มเลี้ยงวัวและสาวทอผ้า

            มองเห็นดวงอาทิตย์ในฤดูใบไม้ผลิบนสะพานลั่วซุ่ยมองเห็นคลื่นซัดทรายในลำธารสีน้ำเงิน

            ลมแรงจากที่ใดทำให้คลื่นซัดแรง? เป็ดยวนยางตกใจคลื่นจึงบินหนี

            แม่น้ำเปียนไหลไปทางตะวันออกแม่น้ำฮวยกลายเป็นสีเขียวในฤดูใบไม้ผลิ

            มองเห็นคลื่นซัดทรายที่ท่าเรือข้ามฟาก

            คลื่นซัดเข้าหาทรายและตรงไปทางดวงอาทิตย์ในฤดูใบไม้ผลิ

            นกนางแอ่นที่มีโคลนอยู่ในปากต้องต่อสู้เพื่อบินกลับบ้านในขณะที่สามีจำทางกลับบ้านไม่ได้

            ดอกไม้ที่ขึ้นอยู่ริมสองฝั่งของแม่น้ำกำลังชะล้างทรายเมื่อสายลมฤดูใบไม้ผลิพัดพาคลื่นมา

            หญิงสาวปักผ้าลายนกคู่ยวนยางใต้อาทิตย์อัสดง

            หมอกปกคลุมแม่น้ำทรายขาวประดับหินหลากสีแลดูระยิบระยับ

            เครื่องประดับของความงามมีอยู่เต็มผืนทราย

            ในเดือนสิงหาคมคลื่นคำรามแตะภูเขาสูงหลายฉื่อ

            หลังจากนั้นไม่นานคลื่นก็พัดเข้าไปในเมืองไห่เหมินมันกลิ้งบนกองทรายราวกับเป็นกองหิมะ

            การใส่ร้ายเปรียบได้กับคลื่นใต้น้ำและแขกที่ย้ายบ้านก็เหมือนทรายที่จมอยู่ใต้น้ำ

            แม้ว่าการล้างทรายจะเป็นเรื่องยากแต่เจ้าจะได้รับทองหลังจากล้างทรายออกหมดแล้วเท่านั้น

            สายน้ำชะล้างทรายอย่างไม่หยุดหย่อนคลื่นลูกที่แล้วยังไม่ถูกทำลาย คลื่นลูกต่อไปกำลังจะถือกำเนิดขึ้น

            ผู้คนนึกถึงอุปสรรคและร้องเพลงต้อนรับเทพเจ้าสามครั้ง”

            อวิ๋นจื่อรู้สึกเหนื่อยเล็กน้อยหลังจากเป่าสามเพลงรวดนางวางขลุ่ยลงแล้วหลับตาทำสมาธิ

            ทันใดนั้นนางก็นึกเรื่องบางอย่างขึ้นมาได้

            ทั้งสามเพลงล้วนมีคำว่า“เซียว” และ “เซียง”

            “เซียว”คือชื่อเสด็จอา แล้ว “เซียง” หมายถึงอะไร?

            อวิ๋นจื่อรู้สึกเหมือนตนเองจะเริ่มเข้าใจอะไรบางอย่างแล้ว หากจินเหนียงเป็นคนของเสด็จอาจริงๆเสด็จแม่จะรู้เรื่องนี้หรือไม่?

            หรือเป็นเพราะเหตุนี้เสด็จแม่จึงให้จินเหนียงคอยดูแลนาง?

            แล้วเหตุใดจินเหนียงถึงไม่เคยพูดเรื่องนี้?

            เมื่อคิดได้เช่นนี้ อวิ๋นจื่อก็รู้สึกกระวนกระวายใจมาก

            สุดท้ายนางก็คิดไม่ออก เรื่องราวยังคงคลุมเครือนางไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นในอดีต

            นางอาจต้องไตร่ตรองมากกว่านี้

            สมองของนางไม่อาจเทียบกับสมองของซูเจินได้เลย

            ขณะที่อวิ๋นจื่อกำลังขบคิดนางก็เริ่มเป่าขลุ่ยอีกครั้ง

            นางเป่าเพลงอำลาโดยไม่รู้ตัว

            “ในสมัยโบราณมีลูกสาวคนที่สองของหวงอิงซึ่งอยู่ทางตอนใต้ของตงถิงในเซียวเซียง

            ทะเลลึกหลายพันลี้มีใครบ้างที่ไม่เอ่ยถึงเรื่องนี้เพื่อดับทุกข์?

            วันนั้นช่างน่าสังเวช ท้องฟ้ามืดมิดฝูงลิงร้องลั่น ฝนตกลงในแม่น้ำ

            ข้าจะชดเชยสิ่งที่ข้ากล่าวได้อย่างไร?

            หวงเฉียงกลัวว่าเขาจะไม่แสดงความภักดีส่วนผิงซีต้องการคำราม

            เหยาและชุนควรเป็นเฉินและอวี่

            เมื่อราชาสูญเสียขุนนางมือดีมังกรก็กลายเป็นปลา

            เมื่ออำนาจกลับคืนสู่เสนาบดี หนูก็กลายเป็นเสือ

            เหยาถูกคุมขังอย่างสันโดษส่วนชุนต้องตายในป่า

            เก้าอี้ดูคล้ายคลึงกันแต่สุสานที่ตั้งอยู่อย่างโดดเดี่ยวคืออะไร?

            ราชาร้องไห้ท่ามกลางหมู่เมฆแล้วจากไปพร้อมกับสายลมและเกลียวคลื่นโดยไม่หวนกลับมา

            ข้าร้องไห้และมองออกไปไกลข้าเห็นภูเขาชางอู๋

            ภูเขาชางอู๋พังทลายและแม่น้ำเซียงสุ่ยหายไปน้ำบนตาต้นไผ่สามารถดับไฟในใจได้”

            ซูเจินลืมตาขึ้นและกล่าวว่า“เจ้าเป่าขลุ่ยเช่นนี้ข้าจะหลับได้อย่างไร?”

            อวิ๋นจื่อตอบด้วยท่าทีเขินอาย“ช่วยไม่ได้นี่ ข้ารู้สึกเบื่อมาก”

            ซูเจินกล่าวว่า “เหตุใดเจ้าไม่บอกข้าว่าเจ้าคิดอะไรอยู่?”

            อวิ๋นจื่อกล่าวว่า “ข้าเป่าเพลงที่จินเหนียงสอนข้าเมื่อก่อนข้าไม่รู้อะไรเลย แต่ตอนนี้ข้าคิดว่าข้ารู้แล้ว”

            ซูเจินถามเบาๆ“เจ้ารู้อะไร?”

            หญิงสาวกระซิบว่า“ตอนนี้ข้ามั่นใจได้อย่างหนึ่ง”

             “เจ้ามั่นใจในเรื่องใด?”

            “ข้ามั่นใจว่าข้าเป็นบุตรีของเสด็จอา”

    คล้ายกับเรื่องหวนคืนอีกครา พลิกชะตาแห่งคำทำนายเลือด (จบ) ที่คุณอ่าน

    ทะลุมิติมาเป็นนางร้าย เปลี่ยนชีวิตใหม่ด้วยมิติห้างสรรพสินค้าในยุค 70【จบ】

    ทะลุมิติมาเป็นนางร้าย เปลี่ยนชีวิตใหม่ด้วยมิติห้างสรรพสินค้าในยุค 70【จบ】

    นิยาย รัก
    989K 1570
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    ข้ามมิติมาเป็นสะใภ้บ้านนา รวยล้นฟ้ามั่งมีศรีสุข [จบ]

    ข้ามมิติมาเป็นสะใภ้บ้านนา รวยล้นฟ้ามั่งมีศรีสุข [จบ]

    นิยาย รัก
    1.05M 604
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    ยามสกุณาหวนคืนขับขาน โผทะยานสู่ยุค 80

    ยามสกุณาหวนคืนขับขาน โผทะยานสู่ยุค 80

    นิยาย รัก
    627K 1276
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    บันทึกราชันย์เทพอสูร

    บันทึกราชันย์เทพอสูร

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    2.52M 508
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    231K 405
    ย้อนเวลามาเป็นคุณหนูไร้ค่ากับระบบยาพิศวง [จบ]

    ย้อนเวลามาเป็นคุณหนูไร้ค่ากับระบบยาพิศวง [จบ]

    นิยาย รัก
    635K 1371