แสงจันทร์ลอดผ่านผ้าผืนบางของเต็นท์ อาบภายในด้วยแสงสีเงินจาง ๆ อาคิระนอนอยู่บนแผ่นรองนอน จิตใจว้าวุ่นอย่างบอกไม่ถูก แม้ร่างกายจะเหนื่อยล้าจากกิจกรรมกลางแจ้ง แต่ความคิดที่วิ่งวนทำให้เขาหลับไม่สนิท
ในที่สุดเขาก็เข้าสู่ห้วงฝัน ฝันที่เริ่มต้นด้วยภาพเงาสะท้อนในกระจกใส เงานั้นไม่ใช่ตัวเขา แต่เป็ภาพของชายหนุ่มอีกคนที่ดูคล้ายคลึงกับเขา แต่กลับแตกต่างในทุกแง่มุม ทันใดนั้น กระจกแตกเป็เสี่ยง ๆ เสียงแตกดังก้องกังวาน เศษกระจกที่คมกริบลอยกระจัดกระจายออกไป
ทันทีที่กระจกแตก ร่างของอาคิระเหมือนถูกดึงเข้าสู่ความว่างเปล่า เขาร่วงหล่นลงไปในหลุมลึกมืดดำที่ไร้จุดสิ้นสุด ลมเย็นพัดผ่านหน้าเขา พร้อมเสียงสะท้อนของคำพูดที่เขาจับใจความไม่ได้ แต่มันกลับฟังดูคุ้นเคยและน่ากลัวในคราวเดียว
ท่ามกลางความมืด ร่างชายคนหนึ่งปรากฏขึ้น ชายคนนั้นยืนหยัดอยู่กลางสมรภูมิที่เต็มไปด้วยเปลวไฟและร่องรอยการทำลายล้าง เสื้อผ้าของเขาชุ่มโชกไปด้วยเื ใบหน้าที่บึ้งตึงสะท้อนถึงความเ็ปและความโกรธแค้น
เื้ัของชายคนนั้น มีสัญลักษณ์ที่ดูแปลกตา มันเป็ปลาสองตัวที่หมุนวนรอบกัน ตัวหนึ่งสีดำ อีกตัวสีขาว ถ้ารวมกันจะได้สัญลักษณ์คล้ายเซน เปลวไฟที่ลุกโชนอยู่ด้านหลังยิ่งขับให้ภาพนั้นดูลึกลับและน่าขนลุก
“ข้าทำทุกสิ่งเพื่อโลกใบนี้…เพื่อคนที่ข้าเคยรัก แต่ทำไมพวกมันถึงตอบแทนข้าเช่นนี้” เสียงของชายคนนั้นดังก้องไปทั่วหลุมลึก น้ำเสียงเต็มไปด้วยความคับแค้นและสิ้นหวัง
“ข้าจะกลับมา…เพื่อทวงความยุติธรรมให้เอเลนาร์ และทุกคนที่ข้าสูญเสียไป แม้ว่ามือของข้าจะต้องเปื้อนเืมากกว่านี้” ชายคนนั้นพูดพร้อมสายตาที่มุ่งมั่น
ก่อนที่ภาพจะจางหาย ชายคนนั้นหันมามองตรงมายังอาคิระ ดวงตาที่เหมือนเปลวไฟลุกโชนเต็มไปด้วยความเศร้าและหวัง “แด่ผู้ที่จะเปิดโปงความจริง…ข้าหวังอย่างยิ่งว่าจะเป็เ้า ลูกของข้า”
คำว่า ลูกของข้า ดังก้องในหัวของอาคิระ เขาสะดุ้งตื่นขึ้น ร่างกายเต็มไปด้วยเหงื่อเย็นชื้น แม้ในเต็นท์จะเงียบสงบ แต่หัวใจของเขากลับเต้นแรงอย่างบ้าคลั่ง
วันจันทร์ ซึ่งเป็วันหยุดนักขัตฤกษ์ ครอบครัววัฒนกุลกลับมาถึงบ้านใน่สาย หลังจากจัดเก็บสัมภาระและพักผ่อน ทุกคนก็มานั่งพร้อมหน้ากันที่โต๊ะอาหารกลางวัน
บนโต๊ะเต็มไปด้วยเมนูเรียบง่าย ผัดกะเพราไก่ไข่ดาว แกงจืดเต้าหู้หมูสับ และยำวุ้นเส้นที่แม่ของเขาทำอย่างตั้งใจ บรรยากาศดูสงบ แต่ในใจของอาคิระกลับเต็มไปด้วยคำถาม
“แม่ครับ…” อาคิระพูดขึ้นในระหว่างมื้ออาหาร
“มีอะไรเหรอลูก?” ไอรีนหันมามองด้วยรอยยิ้ม
“เมื่อคืนผมฝันแปลก ๆ …” เขาเริ่มเล่าเื่กระจกที่แตก หลุมลึกมืดดำ และชายปริศนาที่พูดคำว่า ลูกของข้า ออกมา
ขณะที่เล่า เขาสังเกตเห็นว่าแม่หยุดมือจากการตักแกงจืด เธอนิ่งไปเล็กน้อย สีหน้าดูซีดลง แต่ยังพยายามคงความสงบ
“บางทีอาจเป็แค่ความฝันธรรมดาก็ได้นะลูก” ปริญพูดแทรกด้วยน้ำเสียงราบเรียบ
“แต่ฝันนี้มันชัดเจนมาก เหมือนจริงจนผมคิดว่ามันอาจจะมีความหมายอะไรบางอย่าง” อาคิระพูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง
“จิตใต้สำนึกของลูกอาจเล่นตลกก็ได้นะ” ไอรีนพูดพลางยิ้มบาง ๆ “อย่าคิดมากไปเลยลูก”
อาคิระพยักหน้ารับ แม้คำพูดของพ่อแม่จะดูน่าเชื่อถือ แต่เขาััได้ถึงบางสิ่งที่พวกเขาไม่พูดออกมา แววตาของแม่แฝงความกังวล และพ่อก็หลบสายตาเมื่อพูดจบ
หลังอาหารกลางวัน อาคิระนั่งครุ่นคิดอยู่ในห้องนั่งเล่น ภาพในฝันยังคงวนเวียนในหัว เขาตัดสินใจถามพ่อเื่ที่ค้างคาใจ
“พ่อครับ…พ่อแท้ ๆ ของผมอยู่ที่ไหนเหรอ?”
ปริญที่กำลังอ่านหนังสืออยู่เงยหน้าขึ้นมองลูกชาย สายตาของเขาเต็มไปด้วยความสงบนิ่ง แต่ลึกลงไปเหมือนมีอะไรบางอย่างซ่อนอยู่
“เขาอยู่ในที่ไกลแสนไกล… ตอนนี้เรายังติดต่อไม่ได้ แต่เชื่อเถอะ เรากำลังพยายามหาทางติดต่อเขาอยู่” ปริญตอบด้วยน้ำเสียงเรียบ
“หมายความว่ายังไงครับ?” อาคิระถามต่อ
“ไว้ถึงเวลาที่เหมาะสม ลูกจะเข้าใจทุกอย่างเอง” พ่อตอบเพียงสั้น ๆ ก่อนจะลุกขึ้นเดินออกจากห้อง ทิ้งให้เขาจมอยู่กับความสงสัย
คืนนั้น อาคิระหยิบสมุดโน้ตออกมา เขียนรายละเอียดของความฝันอย่างละเอียด ความคิดที่วนเวียนในหัวของเขาคือคำพูดที่ชายปริศนาพูดในฝัน
“ลูกของข้า… เขาคือพ่อของเราใช่ไหม?” อาคิระพึมพำกับตัวเอง
เขาเก็บสมุดไว้ใต้หมอน ก่อนล้มตัวลงนอนอีกครั้ง แม้ดวงตาจะหลับลง แต่หัวใจของเขารู้ดีว่าความจริงบางอย่างกำลังรอคอยเขาอยู่ในเงามืดของอนาคต…