“มีคนให้ยืมมาน่ะ”
เสวียนเทียนชิงกล่าวออกมาคำหนึ่งก็กระอั่กเืคำหนึ่งกระนั้นแววตาของเขาไม่ได้หม่นหมองลงเลยกลับยิ่งเจิดจ้าแหลมคมดุจกระบี่จักรพรรดิไท่ผิงในอดีตสร้างวิชากระบี่ชั้นยอดขึ้นมามากมายและที่ขึ้นชื่อมาที่สุดก็คือเพลงกระบี่ไท่ผิงเพลงกระบี่ชุดนี้ถูกยกให้เป็หนึ่งในสมบัติล้ำค่าของแดนเบญจภพ
ระดับขั้นการฝึกฝนในแดนเบญจภพแบ่งออกเป็สามขั้นใหญ่ขั้นแรกคือหลอมกาย ขั้นที่สองคือปรมาจารย์ส่วนขั้นที่สามก็คือเซียนที่ถูกเล่าขานในตำนานของแดนเบญจภพในตอนที่จักรพรรดิไท่ผิงสร้างวิชากระบี่ชุดนี้ขึ้นมาก็เป็ตอนที่เขาหลุดพ้นกลายเป็เซียนแล้วจึงทำให้ระดับของวิชากระบี่นี้ถูกยกให้เป้นวิชาระดับเซียนไปด้วย
นอกจากนี้เพื่อให้ลูกหลานราชวงศ์สามารถปกป้องตัวเองดำรงอยู่สืบไปก่อนที่จักรพรรดิไท่ผิงจะสิ้นพระชนก็ได้นำปราณกระบี่ของตัวเองบรรจุลงในกระบี่เงินหนึ่งร้อยแปดเล่มและสร้างเป็ค่ายกลกระบี่ไท่ผิงออกมากระบี่เงินทั้งหนึ่งร้อยแปดเล่มนี้ภายหลังก็คือค่ายกลใหญ่คุ้มกันพระราชวังและยังเป็สุดยอดไม่ตายก้นหีบของราชวงศ์อีกด้วย
ดังนั้นต่อให้เอาหัวโขกข้างฝาจนตายเหวินซู่ก็ไม่เคยคิดมาก่อนว่ากระบี่เงินไท่ผิงสามสิบหกเล่มจะมาปรากฏอยู่ในมือของเสวียนเทียนชิงได้!อย่าลืมว่าคนที่หวาดกลัวตระกูลเสวียนนั้นไม่ใช่แค่สามตระกูลใหญ่อย่างเซี่ยและฉินแต่ยังรวมไปถึงราชวงศ์ที่หวาดระแวงตระกูลเสวียนมาโดยตลอด!
เหวินซู่ไม่สนใจคำตอบของเสวียนเทียนชิงอีกต่อไปสายตาของเขาจดจ้องไปแต่ที่ปราณกระบี่ไท่ผิงอย่างระมัดระวังแม้ว่าเสวียนเทียนชิงจะสามารถเรียกปราณกระบี่ไท่ผิงออกมาได้แค่สามสายแต่นั้นก็คือปราณกระบี่ของจักรพรรดิไท่ผิงในตำนานกล่าวไว้ว่าจักรพรรดิไท่ผิงทิ้งปราณกระบี่ไว้ร้อยแปดสายไล่เรียงทรงพลังมากขึ้นเรื่อยๆหากปราณกระบี่ทั้งหนึ่งร้อยแปดสายปรากฏขึ้นมาพร้อมกันก็ทรงพลังแข็งแกร่งเท่ากับกระบี่ที่จักรพรรดิไท่ผิงฟันออกมาด้วยตัวเอง
“พอเท่านี้เถิด กฏของเสวียนอู่หยางแม้เป็เพียงคำพูดปากเปล่าแต่ก็เป็สิ่งที่ทั่วแดนเบญจภพปฏิบัติตามมาตลอดสามปีหากสหายเหวินยอมถอยไปเสียั้แ่ตอนนี้ข้าจะไม่เข้าไปแทรกแซงเื่ของตระกูลเสวียน”
ก่อนที่การปะทะครั้งสุดท้ายจะเกิดขึ้นเสียงชราแหบพร่าเสียงหนึ่งก็ดังขึ้นมาเสียก่อนสำหรับเหวินซู่นั้นสีหน้าพลันเปลี่ยนเป็ดำมืดในใจกลัดกลุ้มอย่างยิ่งกลับกันเสวียนเทียนชิงไม่เพียงยิ้มออกมาแต่ยังถึงขั้นเก็บปราณกระบี่ไท่ผิงไปทันทีด้วยบอกตามตรงด้วยระดับขั้นของเขาตอนนี้หากใช้ปราณกระบี่ไท่ผิงโจมตีขึ้นมาจริงๆก็ไม่รู้ว่าผลตอบแทนที่ต้องจ่ายจะหนักหนาแค่ไหน
ใช่แล้ว...เดิมทีปราณกระบี่ไท่ผิงของเขาก็มีไว้แค่ขู่ผู้คนเท่านั้น!หากจะใช้มันจริงๆก็ต้องเป็สถานการที่ตายมากกว่ารอดและต้องฝากความหวังทั้งหมดไว้กับผลลัพธ์ของปราณกระบี่ไท่ผิง!
“นายน้อย!”
เห็นสภาพของเสวียนเทียนชิงแล้วทั้งชิงเหนียวทั้งลู่หยาแทบจะทิ้งกระบี่รีบวิ่งเข้าไปหาอย่างไรก็ตามเมื่อเห็นสายตาที่ชายหนุ่มมองมาพวกนางก็ได้แต่ต้องกัดฟันควักเม็ดยาฟื้นฟูออกมารักษาอาการาเ็ของเหล่าทหารทัพหลวงเสียก่อนกระบี่เงินทั้งสามสิบหกเล่มนี้ถูกดัดแปลงเล็กน้อยโดยราชวงศ์ให้กลายมาเป็ค่ายกลกระบี่ไท่ผิงการจะปลดผนึกปราณกระบี่ออกมาได้ก็ต้องตั้งค่ายกลให้สำเร็จเสียก่อนอย่าลืมว่านี่คือสิ่งที่จักรพรรดิไท่ผิงผู้เป็เซียนทิ้งไว้หากมมีวิธีการดัดแปลงก็แทบจะไม่มีใครในราชวงศ์ใช้งานกระบี่เงินเหล่านี้ได้เลย
ก่อตั้งค่ายกลกระบี่ทั้งชิงเหนียวและลู่หยาถือกระบี่แกนหลักคนละเล่มทั้งยังควบคุมกระบี่จากคนของทัพหลวงแค่สิบคนยังได้รับผลกระทบไม่น้อยอีกทั้งเดิมทีพวกนางก็บรรลุขั้นปรมาจารย์แล้วด้วยดังนั้นไม่คิดก็พอจะเดาได้เลยว่าเสวียนเทียนชิงที่ยังเป็แค่ขั้นเบิกิญญาต้องควบคุมกระบี่ทั้งหมดจะต้องรับภาระหนักหนามาแค่ไหน
“นายน้อยเป็อย่างไรบ้างเ้าคะ? ครั้งนี้ท่านเรียกปราณกระบี่ไท่ผิงออกมาสามสายนั้นเกินไปแล้วจริงๆนะเ้าคะ”
หลังจากการทหารทัพหลวงเสร็จเสวียนเทียนชิงก็ถึงบ่นไปยกใหญ่ก่อนจะให้หญิงสาวทั้งสองช่วยพยุงลุกขึ้นยืนเมื่อไม่มีปราณแท้ของเสวียนเทียนชิงควบคุมเจดีย์จิตพิสุทธิ์ก็เริ่มเรียกกระบี่ทั้งสามสิบหกเล่มกลับมาก่อนจะถูกเสวียนเทียนชิงเก็บกลับไปส่วนเหวินซู่นั้นตอนนี้ไม่ได้ตั้งท่าดาบแล้วแต่ยังคงยืนนิ่งอยู่ที่เดิมสายตาจดจ้องไปยังด้านหลังเสวียนเทียนชิงด้วยสีหน้าไม่ค่อยสู้ดีนัก
“เหวินซู่ร่วมมือกับคนบางกลุ่มเล่นงานข้าแต่ใครจะคิดว่าสุดท้ายแล้วคนที่ได้ประโยชน์กลับเป็เซี่ยหงหยูไปเสียได้”
เสวียนเทียนชิงกล่าวออกมาอย่างเย้ยหยันพลางหันกลับไปมองด้านหลังตรงนั้นมีชายชราคนหนึ่งกำลังเดินมาอย่างเชื่องช้าชายชราผู้นี้ก็คือคนเดียวกับที่นำทางเขาในตึกผู้ว่าการหากย้อยกลับไปปีนั้นนี่ก็เป็ครั้งที่สามแล้วที่ได้พบกัน
“เซี่ยหงฝู เป็ท่านอย่างที่คิดจริงๆ”
ชายชราชะงักไปเล็กน้อยก่อนจะหัวเราะออกมาปีนั้นเื่ที่เขาเคยเจอเสวียนเทียนชิงแม้แต่ตัวเขาเองก็ยังแทบจะจำไม่ได้แล้วก็แค่เื่เล็กน้อยระหว่างเด็กสองตระกูลแถมตอนนั้นเขาไปพบผู้าุโตระกูลเสวียนก็ไม่ได้เจอกับเสวียนเทียนชิงด้วยไม่คาดคิดว่าเ้าเด็กนี่ที่บังเอิญเห็นเขาในตอนนั้นจะถึงขั้นคาดเดาตัวตนของเขาได้ในตึกผู้ว่าการเขต
“สมแล้วที่ถูกเรียกว่าคุณชายจรัสฟ้าหากมีเ้าอยู่บนฟ้าแล้วดาราใดเล่าจะกล้าเทียบเคียง”
เซี่ยหงฝูเอ่ยชมออกมาประโยคหนึ่งก็เดินผ่านเสวียนเทียนชิงไปเผชิญหน้ากับเหวินซู่ตอนนี้เหวินซู่เองก็รู้แล้วเช่นกันว่าอีกฝ่ายเป็ใครทำให้ยิ่งคิดเขายิ่งไม่เขาใจคนที่้าให้เสวียนเทียนชิงตายมากที่สุดย่อมเป็ตระกูลฉินแต่สำหรับตระกูลเซี่ยและราชวงศ์เองก็คงไม่ต่างกันเพียงแต่วันนี้เขาลงมือสังหารเสวียนเทียนชิงไม่เพียงมีกระบี่เงินของจักรพรรดิไท่ผิงอยู่ในมือเสวียนเทียนชิงแต่ยังมีเซี่ยหงฝูโผล่ออกมาช่วยเขาอีก!
“นี่คือความตระกูลของตระกูลเซี่ยเช่นนั้นรึ?หรือพวกเ้าคิดจะร่วมมือกับตระกูลเสวียน?”
เหวินซู่กัดฟันถามออกมาอย่างเ็า อย่างไรก็ตามเซี่ยหงฝูไม่ได้ตอบคำถามเขาแต่กลับจ้องมองเขาอย่างดูแคลนก่อนจะพูดขึ้น
“ข้าไม่ได้มาเพื่อช่วยเขาแต่มาเพื่อรักษากฎอีกอย่างเื่ของตระกูลเซี่ยคนนอกอย่างเ้ามีสิทธิ์ออกความเห็นด้วยหรือ? ข้าจะถามเ้าเป็ครั้งสุดท้ายว่าจะยอมจากไปหรือไม่?”
ถึงตอนนี้เหวินซู่ไม่มีเจตนาจะอยู่ต่อแล้วยังไม่ต้องพูดถึงว่าอีกไม่นานอาจจะมีคนตระกูลเสวียนตามมาเลยลำพังแค่เซี่งหงฝูที่ยืนอยู่ตรงหน้าเขาก็เป็ถึงปรมาจารย์ขั้นหกแล้ว!
สามดาบคลั่งแห่งทุ่งอุดรมาถึงเขตผาเหินคราวนี้นอกจากดาบดำลิ่วหัวกงแล้วอีกสองคนที่เหลือล้วนต้องจำใจจากไปอย่างไม่เต็มใจการเดินทางของเสวียนเทียนชิงในเขตผาเหินสุดท้ายก็จบลงเช่นนี้ภายหลังแม้คนตระกูลเสวียนตามมาถึงทั้งเสวียนเทียนชิงและเซี่ยหงฝูก็ไม่อยู่รอแล้ว
“สุนัคเฒ่าฉินหลงออกหน้าขวางทางพวกเราเช่นนี้ช่างไร้ยางอายเช่นนัก!หากเทียนชิงเป็อะไรไปข้าจะบุกตระกูลฉินไปตัดหัวเขาเสีย!”
ตรงจุดที่เกิดการต่อสู้นั้นตอนนี้คนตระกูลเสวียนได้มาถึงแล้วคนกลุ่มนี้สวมชุดคลุมสีฟ้าหน้าอกเสื้อปักด้ายทองหนึ่งอักษรแซ่เสวียนคนที่พูดออกมาก็คือท่านลุงคนหนึ่งของตระกูลเสวียนในตระกูลเสวียนนั้นไม่ว่าจะเป้นคนรุ่นไหนหรือลูกหลานสายไหนของตระกูลก็ล้วนยอมรับให้เสวียนเทียนชิงเป็หนึ่งเขาคืออนาคตของตระกูลต่อจากเสวียนอู่หยางดังนั้นั้แ่เกิดมาเสวียนเทียนชิงก็คือไข่ในหินที่ถูกประคบประหงมยิ่งกว่าองรัชทายาทเสียอีก!
“ครั้งนี้เพราะเหวินซู่มีเหตุผลเพียงพอพวกเขาถึงกล้าลงมือกับนายน้อยต่อให้เกิดเื่ขึ้นมาก็คงจะโยนให้ทุ่งอุดรเป็แพะรับบาปโชคดีที่เซี่ยหงฝูออกหน้ามาช่วยเอาไว้”
“เซี่งหงฝู เซี่ยหงหยูนี่ไม่น่าจะเป็ความ้าของตระกูลเซี่ยแต่เป็เพราะเหวินซู่ยืนทางลงให้กับพวกเขาต่างหากเทียนชิงเขาที่ว่าการพบเซี่ยหงหยูก็เพราะ้าให้เขาเลือกหากเหวินซู่ไม่บังเอิญะโออกมาก็ยังไม่แน่ว่าเซี่ยหงฝูจะเป็คนลงมือด้วยตัวเอง”
คนตระกูลเสวียนทั้งสามหันมาสบตาก่อนก่อนจะถอนหายใจออกมาคราวนี้พวกเขารับหน้าที่ติดตามดูเสวียนเทียนชิงอยู่ห่างๆเพื่อรับประกันว่าจะไม่เกิดเื่ผิดพลาดอะไรขึ้นการที่ถูกคนหยุดเอาไว้จนเสวียนเทีนยชิงตกอยู่ในอันตรายช่างทำให้พวกเขาอับอายจริงๆ
“ไปเถอะ ข้าส่งสารน์ไปหาท่านผู้นำตระกูลแล้วทั้งเื่ของเหวินซู่ทั้งเื่ของกระบี่ไท่ผิงคงจะทำให้เมืองหลวงปั่นป่วนไปสักพัก”
พอกล่าวจบคนทั้งสามก็กลายเป็เงาหายไปทันทีสามคนนี้ไม่เพียงเป็ถึงระดับปรมาจารย์แต่ท่านลุงของเสวียนเทียนชิงผู้นี้ยังเป้นถึงปรมาจารย์ขั้นหกอีกด้วย!ดังนั้นคนที่ถูกเรียกว่าสุนัขเฒ่าฉินหลงเกรงว่าระดับฝีมือก็คงไม่ด้อยไปกว่าปรมาจารย์ขั้นหกถึงได้ขวางพวกเขาเอาไว้ได้นานขนาดนี้!
อีกด้านหนึ่งหลังจากเสวียนเทียนชิงออกจากเขตผาเหินไปราวสองชั่วยามข่าวที่เขตผาเหินก็มาถึงเมืองหลวงที่จำหนักใหญ่ของตระกูลเสวียนตอนนี้เต็มไปด้วยเหล่าผู้าุโของตระกูลแถมแต่ละคนยังมีท่าทีเดือดดาลคล้ายว่าจะยกพวกออกไปตีกับคนอื่นได้ทุกเมื่อ!
เสวียนอู่หยางที่นั่งอยู่ในตำหนักใหญ่มองภาพเบื้องหน้าสลับกับอ่านสารน์ในมือก็พลันถอนหายใจยกมือขึ้นมานวดหว่างคิ้วอย่างปวดหัวเ้าเด็กตัวแสบนั่นก่อเื่ที่เขตผาเหินแต่กลับกลายมาเป็เขาต้องรับภาระแทนเสียจนได้! ยังไม่ต้องพูดถึงเื่กระบี่ไท่ผิงเลยเอาแค่ตอนนี้หากเขาไม่อยู่ที่นี่เกรงว่าคนตระกูลเสวียนคงยกพวกไปตีกับตระกูลฉินแล้ว!