“เหรอครับ?”
“ใช่จ้ะ พวกเด็กๆที่ทำอวดเก่งเยอะนะ เขาแค่อยากเบ่งข่มกันเฉยๆ แต่เธอไม่ใช่แบบนั้นอาจารย์รู้สึกว่าเธอเหมือนผู้ใหญ่จริงๆ”
“จริงเหรอครับ?”
“อาจารย์ก็สับสนนิดหน่อยนะ เพราะแทบไม่ต้องได้ดูแลเธอเลยขอโทษที่ถามอะไรแปลกๆ”
“ไม่เป็ไรหรอกครับ ผมต้องขอบคุณอาจารย์มากกว่าที่อุตสาห์เป็ห่วงผมขนาดนี้”
ริโอะพูดจบก็โค้งคำนับขอบคุณเซเรีย
หากเป็อาจารย์ท่านอื่นละก็คงจะไม่ใจดีกับเราแบบนี้แน่
“บอกแล้วไงจ๊ะ ว่ามันเป็หน้าที่ของอาจารย์ ถ้ามีปัญหาอะไรละก็ปรึกษาได้ไม่ต้องเกรงใจเลยนะจ๊ะไม่รู้เหมือนกันว่าจะช่วยได้หรือเปล่า แต่จะรับฟังแน่นอนจ้ะ”
“ครับ”
ริโอะยิ้มละมุนตอบรับรอยยิ้มอบอุ่นของเซเรีย
◇ ◇ ◇
หลังจากยืมหนังสือเรียนอักษรที่ห้องสมุดเสร็จแล้วริโอะก็กลับหอพักของเขาซึ่งตั้งอยู่ในเขตโรงเรียน
ห้องพักของเด็กชายอยู่ที่ชั้นบนสุด
แม้ว่าทิวทัศน์จะสวยงามแต่เพราะนักเรียนส่วนมากี้เีเดินขึ้นบันได
ชั้นบนสุดจึงยังมีห้องว่างอยู่อีกมาก
เราคงต้องอยู่ห้องนี้ไปอย่างน้อยอีก 6 ปีสินะ
พวกลูกขุนนางตระกูลใหญ่จะมีศักดินาและคฤหาสน์อยู่ในนครหลวงนักเรียนโรงเรียนเบลต์ลัมส่วนมากจึงเดินทางไปกลับซะส่วนใหญ่
แต่ก็มีนักเรียนบางส่วนที่พักในหอพักของโรงเรียนด้วย
ห้องพักนั้นมีขนาดค่อนข้างกว้างประมาณ 20 เสื่อได้ทางโรงเรียนจัดเตรียมเฟอร์นิเจอร์ที่จำเป็ไว้ให้อย่างครบครันนักเรียนบางคนพาคนรับใช้ส่วนตัวจากบ้านมาพักด้วยหากจ่ายค่าจ้างให้โรงเรียนก็สามารถจ้างแม่บ้านของโรงเรียนได้
เวลาโพล้เพล้
บัดนี้ท้องนภาทั้งผืนถูกย้อมด้วยสีแสด
ริโอะนั่งมองวิวด้านนอกตรงข้างริมหน้าต่าง
หอพักตั้งอยู่บนเนินสูงในอาณาเขตโรงเรียนจึงทำให้มทัศนียภาพกว้างขวางไกลสุดลูกหูลูกตา
ทิวทัศน์มากกว่าครึ่งเป็ภาพของธรรมชาติที่สวยงาม
ตัวเมืองดูเล็กลงไปถนัดตาเมื่อเทียบกับผืนป่าอันกว้างใหญ่ที่เต็มไปด้วยต้นไม้ใบหญ้า
และูเาสูงลิบ
ทัศนียภาพแบบนี้หาดูที่ญี่ปุ่นไม่ได้แน่
ผ่านมาหลายวันแล้วนับั้แ่ที่ความทรงจำในชาติก่อนฟื้นคืนมา รอบๆตัวริโอะมีเื่ราวต่างๆ ประเดประดังเข้ามามากมายอย่างไม่ทันได้ตั้งตัวเขาไม่มีแม้แต่เวลาที่จะทบทวนเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นด้วยซ้ำ
แต่เมื่อมีเวลาได้นั่งคิดลำพังแบบตอนนี้แล้ว จู่ๆก็รู้สึกปวดใจขึ้นมา
“เราหลุดมาในโลกอีกมิติหนึ่ง...จริงๆ สินะ”
ริโอะรำพันก่อนถอนหายใจออกมาเบาๆ
อาณาจักรเบลต์ลัมต์นี่มันประเทศของโลกไหนเนี่ย
ไหนจะอารยธรรมแปลกๆ ที่ต่างจากโลกเก่า
เื่เวทมนตร์คาถายังเป็เื่ปกติของโลกนี้ด้วย
เราอยู่ในโลกเกมพ่อมดเหรอ?
อยากให้มันเป็แค่ความฝันจัง...
แต่...
ที่นี่ไม่ใช่ญี่ปุ่น ไม่ใช่ดาวเคราะห์โลกด้วยซ้ำ
“เราตายไปแล้วนี่ ใช่แล้วล่ะ ตายแล้ว เราตายแล้ว... ฮึฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า...”
ริโอะหลุดหัวเราะราวกับคนเสียสติ
แม้ความทรงจำของคนทั้งสองจะผสมกันแต่จิตสำนึกในชาติปางก่อนยังคงอยู่
จนถึงตอนนี้ริโอะก็ลืมไปแล้วว่าในตัวเขามีฮารุโตะอยู่ด้วย
เมื่อคิดถึงเื่นี้ ในอกของเด็กชายก็พลันรู้สึกแปลกๆ
ตอนนี้เราไม่ใช่ฮารุโตะอีกต่อไป เราคือริโอะ และบนโลกใบนี้คนที่รู้จักฮารุโตะมีเพียงตัวเราเท่านั้น
จู่ๆ เขาก็อยากกลับโลกใบเดิมขึ้นมาเอาดื้อๆ
คิดถึงปู่กับพ่อจัง อยากเจอมิฮารุอีกสักครั้งด้วย
ริโอะฝันถึงวันที่เขาจะได้พบและสารภาพรักกับมิฮารุมาโดยตลอด
แบบนี้ล่ะมั้งที่เขาเรียกว่าอาการโฮมซิก
แต่ดูเหมือนจะหาทางกลับไปยังโลกเดิมไม่ได้
หรือเราเกิดใหม่แล้ว?
ร่างของฮารุโตะไม่มีทางฟื้นขึ้นมาได้หรอก...
สิ่งที่ริโอะหลงเหลืออยู่บนโลกใบนี้คือความทรงจำอันล้ำค่ากับแม่และความแค้นที่มีต่อฆาตกรใจโฉดผู้นั้น
ใย์จึงไม่มีตา
ริโอะกัดฟันกรอด
เด็กชายทอดสายตาออกไปยังนอกหน้าต่าง
ภาพภายนอกหน้าต่างคือผืนฟ้าที่สวยงามและกว้างใหญ่
ดวงอาทิตย์กำลังจะลาลับขอบฟ้า
ริโอะสาบานกับตัวเองว่าเขาจะต้องมีชีวิตอยู่ต่อไปให้ได้
เราหยุดตอนนี้ไม่ได้
ถ้ามีชีวิตอยู่ไปเรื่อยๆ โดยไม่ทำอะไรเลยล่ะก็ชีวิตที่สองนี้คงไร้ความหมาย
เราจะมาตายอยู่ที่นี่ทั้งๆ ที่ยังไม่รู้อะไรเลยและยังไม่ได้เริ่มทำอะไรเลยไม่ได้!
เราแพ้ไม่ได้!
เราจะมีชีวิตอยู่ต่อไปอย่างเข้มแข็ง!
ริโอะคนก่อนเคยตั้งมั่นเอาไว้แบบนั้น
แต่ดวงจิตของฮารุโตะได้สาบานอีกครั้งว่าเขาจะสานต่อความฝันของริโอะคนเดิมให้ได้
เป้าหมายของเขายังอีกยาวไกลและเต็มไปด้วยขวากหนาม
ริโอะอาจจะยังเข้าใจโลกนี้ได้ไม่ดีพอ
เด็กชายไม่รู้เลยว่าหนทางข้างหน้านั้นทั้งเปราะบาง ยากลำบากและว่างเปล่า
◇ ◇ ◇
กลุ่มนักเรียนตัวจิ๋วในชุดนักเรียนกำลังรวมตัวกันเพื่อทำการฝึกฝนนอกสถานที่ตามหลักสูตรของโรงเรียนเบลต์ลัมต์
หนึ่งในกลุ่มเด็กเ่าั้มีริโอะรวมอยู่ด้วย
“เกิดเป็ขุนนาง ต้องรู้วิธีต่อสู้ขั้นพื้นฐานเอาไว้!”
หนุ่มใหญ่กล้ามโตะโขณะยืนอยู่ต่อหน้าพวกนักเรียน
ชั่วโมงเรียนนี้คือวิชาศิลปะป้องกันตัว
อุปกรณ์เรียนของนักเรียนชายคือดาบไม้และโล่
ส่วนของนักเรียนหญิงเป็กระบองไม้
“วันนี้เราจะเรียนกระบวนท่าต่อจากคราวที่แล้ว ท่าที่สอนไปวันก่อน10 ครั้งนับเป็ 1 เซต ต้องทำทั้งหมด 5 เซต ทำช้าๆ แล้วตรวจดูการเคลื่อนไหวหากทำเสร็จแล้วก็จับคู่กัน 2 คน แล้วก็ผลัดกันตรวจ แล้วทำอีก 5 เซต ปฏิบัติ!”
อาจารย์สั่ง
แล้วนักเรียนทุกคนก็เริ่มกวัดแกว่งอาวุธไปมา
“ริโอะ เ้ายังไม่รู้กระบวนท่าสินะ ตามมาสิ อาจารย์จะสอนให้”
ริโอะตามอาจารย์ไปอย่างเงียบๆ
เด็กชายถูกพาไปยังลานกว้างที่ห่างไกลจากนักเรียนคนอื่นๆ
อาจารย์และศิษย์หันหน้าเข้าหากันด้วยระยะห่างพอประมาณ
“เ้าเคยจับดาบมาก่อนไหม?”
“ก็เคยบ้างครับ”
ริโอะพยักหน้าตอบ
ในชาติก่อน เขาเคยจับดาบที่ปู่สะสมไว้ เป็ดาบซามูไรไม่ใช่ดาบไม้
“อื้ม งั้นเหรอ ถ้างั้นครูขอเช็กหน่อยว่าเธอใช้ดาบเก่งขนาดไหนลองใช้ดาบโจมตีครูซิ เข้ามาเลย”
พูดเสร็จอาจารย์ก็ตั้งท่ารับ
(บ้าพลังจริงๆ เลยนะอาจารย์เนี่ย)
ริโอะยิ้มมุมปาก
ท่าทางอาจารย์คนนี้จะพูดน้อยต่อยหนัก
เขาตั้งท่าเหมือนสู้กันในการประลอง
คงตั้งใจจะสู้จริงๆ สินะ
(ทำไงดีวะเนี่ย)
ริโอะกระชับดาบในมือแน่นแล้วพยายามคิด
เราสู้ไม่เป็นี่หว่า...
ถ้าใช้พลังเวทเพิ่มความแกร่งละก็ต้องเอาชนะอาจารย์ได้แน่
ริโอะค่อนข้างมั่นใจในเื่นี้
จริงๆ แล้วเด็กชายยังไม่ได้เรียนรู้วิธีใช้พลังเวท
ขืนใช้สุ่มสี่สุ่มห้าตอนนี้อาจารย์ต้องสงสัยเอาแน่
คงต้องมานั่งอธิบายกันอีกยาว
(ช่างเถอะ ใช้พลังปกติดีกว่า)
ริโอะตัดสินใจเช่นนั้นได้จึงตั้งท่า
แต่เขาไม่เคยเรียนกระบวนท่าของดาบและโล่มาก่อนจึงจับแบบมั่วๆ
“เ้าจะสู้ในท่านั้นหรือ?”
“ครับ”
“มีแววเหมือนกันนะเรา”
อาจารย์แสยะยิ้ม
ริโอะพลันวิ่งตรงเข้าไปหาอาจารย์ทันทีแล้วลงดาบ
การต่อสู้มันเป็อย่างนี้นี่เอง!
ริโอะคิดแล้วจึงเข้าไปใกล้ก่อนจะอ่านท่าทีของอาจารย์แล้วฟันดาบอีกครั้ง
อาจารย์หยุดดาบของริโอะได้อย่างง่ายดาย
“โอ้!”
อาจารย์มีทีท่าชื่นชมและสังเกตวิธีจับดาบของเด็กชาย
“เก่งเหมือนกันนะเนี่ย เพราะการจับแบบนี้จะทำให้ไม่เจ็บข้อมือ”
หนุ่มใหญ่ช่างสังเกตสมกับเป็อาจารย์จริงๆ