เป็การเริ่มต้นวันใหม่ที่เสียวคอเสียวใจมาก ตื่นมาเจอฆาตกรที่ฆ่าตัวเองนอนอยู่ข้างๆไม่พอ ยังต้องมาร่วมโต๊ะเบรคฟาสต์กันอีก
“ฮูหยิน ข้าป้อน เ้าอ้าปากสิ”
แถมไอ้พระเอกนี่ก็ทำตัวแปลกๆ จะบอกว่าฉันเป็ตัวละครที่พระเอกตกหลุมรักหรือก็ไม่น่าใช่
นิยายเื่นี้ฉันอ่านมา98รอบเชียวนะ
“อ้าม”
“นี่นาย เอ่อ เ้าไม่คิดจะฆ่าข้าจริงๆหรือ”
เกร๊ง
คนทำตะเกียบร่วงสีหน้าเหมือนหมาจะร้องไห้ตอนโดนเ้าของทิ้ง มือทั้งสองคว้ามาจับมือฉันไปกอบกุม ฉันชักออกก็ไม่ยอม
“ฮูหยิน เหตุใดเอ่ยเช่นนี้ เ้าโกรธเคืองอันใดข้า เพียงออกปากข้าจะทำให้เ้าเชื่อใจข้าอีกครา”
“เปล่า ข้าไม่ได้โกรธ”
“ฮูหยินน้อยของข้า น่ารักและงดงามเช่นนกน้อยสีทองในภาพหมึกพันปีเช่นนี้ ข้ามีแต่ใจที่ลุ่มหลง อยากจะทะนุถนอมท่าน ฮูหยิน ข้าไม่เคยคิดมาก่อนว่าจะหลงรักใครได้เช่นนี้ ในชีวิตนี้ข้าไม่เคยเจอใครงดงามเช่นเ้ามาก่อน น้ำเสียงของเ้าก็แสนไพเราะ ต่อให้เ้าพูดทั้งวันข้าก็ไม่รู้เบื่อ กลิ่นกายของเ้าก็…”
“พอ! ข้าถามว่าเ้าอยากฆ่าข้าไหม ไม่ใช่ให้เ้ามาชมข้า”
“ฮูหยินข้าดีเพียงนี้ ข้าไม่มีทางทำเ้าเจ็บแม้ปลายก้อย”
โอ๊ย นี่มันเกิดอะไรขึ้นเนี่ย
ก็รู้ว่าร่างนี้มันร่างฉินเยี่ย แต่ถึงนางรูปร่างหน้าตาดีแค่ไหน ชาติที่แล้วหมอนี่ก็ยังเอาดาบมาปักอกฉันอยู่เลย
ไม่ได้การ หมอนี่ต้องกำลังเสแสร้งอยู่แน่ๆ
“อุ๊ย ข้าลืมไปเลยว่าข้าแพ้กุ้ง”
เมื่อกี้ฉันหยิบตะเกียบคีบกุ้งผัดพริกหวานเข้าปากแล้วทำสีหน้าวิงเวียน
“ถ้าตอนนี้มีใครมาฆ่าข้า ข้าคงขัดขืนไม่ได้แล้ว”
พูดเสียงอ่อนแรงมือก็ทาบยันกับโต๊ะ เหลือบหางตามองพระเอกบ้าที่ลุกพรวดพราดขึ้นยืน สีหน้าทนไม่ไหว
นี่สิ ถึงจะเป็ไอ้พระเอกบ้าที่ตามตอแยนางเอกจนจบเื่ ฉันมั่นใจเลยว่าหลังจากฉันตายมันจะต้องสติสตางค์เพี้ยนตามบทนิยายแน่ๆ
สมน้ำหน้า ถือว่าใช้กรรมที่ฆ่าฉันแล้วกัน
ฟึ่บ!
“ฮูหยินเจ็บมากไหม หน้าซีดเช่นนี้ ท่านเจ็บตรงไหนอีกหรือไม่”
ฉันไม่ได้หน้าซีดเพราะป่วยแต่หน้าซีดเพราะนายอุ้มฉันนั่นแหละ โอ๊ย แบบนี้ฉันควรจะทำอย่างไรต่อดี
อีกฝ่ายอุ้มกันมาวางบนเตียงอย่างทะนุถนอมก่อนแหกปากร้องะโตามหมอ
ไม่รู้ด้วยแล้ว แกล้งหลับก่อนแล้วกัน
เวลาผ่านไป หมอชราคนหนึ่งก็เดินหน้าซีดเข้ามา มองจากดาวอังคารยังรู้เลยว่าไม่เต็มใจแต่ต้องทำเพื่อเอาตัวรอด
หมอคนนั้นนั่งลงข้างเตียงเอาผ้าผืนเล็กวางพาดข้อมือกดจุดชีพจรจ้องหน้าฉันอย่างประหลาดใจ ข้างหลังคุณหมอก็มีไอ้พระเอกบ้าจ้องหมอราวกับจะกินเืกินเนื้อจนหมอซับเหงื่อตัวเองไม่หยุด
“แปลกมาก แม่นางคนนี้ไม่ได้เจ็บไข้แต่อย่างไร ราวกับหลับไปเท่านั้นขอรับ”
“ไม่ได้เื่! น้ำหน้าอย่างเ้าไม่คู่ควรเป็ท่านหมอประจำตระกูลข้า แค่นี้ก็รักษาไม่ได้”
คนกลัวตายรีบคุกเข่าก้มหัวติดพื้นราวกับชีวิตแขวนบนด้ายเส้นบาง
“ส่งคนไปตามหมอหลวง ถ้าไม่ยอมมาก็เผาจวนหมอหลวงนั่นซะ”
“ไม่ได้นะ!!!”
ทุกคนเอียงหน้ามามองฉันเป็ตาเดียว ทั้งหมอ ทั้งพระเอก รวมถึงผิงผิงที่เพิ่งวิ่งเข้ามาด้วย
น่าอายชะมัด
จากนั้นงานแฟร์รวมพลของการรับเวรกรรมก็เกิดขึ้นไม่หยุด
“ฮูหยิน ฮูหยินของข้าอยู่ที่ใด”
เสียงไอ้พระเอกมันเดินตามหาฉัน ในมือนั่นถือถ้วยยาสีดำปี๋เดินผ่านทางเดินในสวนไปขณะที่ฉันหลบหลังโขดหินใหญ่
“วันนี้ฉันกินยาขมนั่นไปสามถ้วยแล้วนะ แหวะ ไม่เอาอีกแน่”
ถึงจะบอกว่าเป็ยาบำรุงแต่นี่ก็เกินไปหน่อย
“นี่ได้ยินข่าวไหม”
เสียงพวกเด็กรับใช้ในจวนที่กำลังกวาดใบไม้สองคนคุยกัน ฉันที่พื้นฐานแล้วไม่ค่อยอยากรู้เื่ชาวบ้านเท่าไหร่ ก็เลยย่องไปแอบฟัง
“เื่อะไร”
“จะเื่อะไร ก็ที่คุณชายมู่จินรักใคร่คุณหนูฉินมากอย่างไรเล่า ข้าล่ะอิจฉา อยากมีความรักที่มั่นคงดุจเหล็กกล้าเช่นนั้นบ้าง”
รักอะไรกัน ลองโดนคนที่เอามีดจ้วงอกมาเรียกว่าฮูหยินเสียงสองเสียงสามดูบ้างสิ
“เจอแล้ว ฮูหยินของข้า”
เฮือก!!!
พูดถึงผี ผีก็มา นึกถึงหมา หมาก็โผล่
ฉันหันไปยิ้มแห้งๆใส่คุณพระเอกที่ยืนตาเชื่อมอยู่ด้านหลัง ใบหน้าคมที่ส่งยิ้มราวกับลูกหมา ดวงตาเป็ประกายที่ทอดมาจนฉันเห็นว่าเขามีหางกระดิกได้
ฉันใกล้จะบ้าตายแล้วจริงๆ
ในมือนั่น ถ้วยยาที่สีดำปี๋ แถมมีควันขึ้น อย่าบอกนะว่าใจดีไปอุ่นมาให้
นั่นไม่ใช่ยาบำรุง นั่นคือยาพิษชัดๆ
“มากินยาของโปรดฮูหยินกัน”
“ไม่เอา”
“อ๋อ ฮูหยินอยากให้ข้าป้อนด้วยปากสินะ”
เขาพูดเองเออเองแล้วกระดกยาเข้าปากจนแก้มพองยื่นหน้าเข้ามาใกล้ ฉันเอามือดันหน้าเขาไว้สุดแรง
เราสองคนยื้อยุดกันอย่างนั้นไม่มีใครยอมใคร
“ไม่เอา!”
“อ้าม อูอิ๋น อ้าม (แปล : อ้าม ฮูหยิน อ้าม)”
“หยุดนะ ไม่เอา”
ตุบ!
หืม ตุบ?
ฉันกับพระเอกหันขวาไปมองผู้มาใหม่ในชุดดำที่ทำดาบตกพื้นมองมา สีหน้าช็อกสุดๆ