"ซูเก๋อ? อัจฉริยะผู้ตกต่ำคนนั้นน่ะหรือ?"
"ที่แท้ก็เป็ศิษย์น้องเล็กของท่านยอดฝีมือ!"
พวกเจียงเยี่ยนต่างไม่อยากจะเชื่อ แต่ก็จำเป็ต้องเชื่อ เพราะในสำนักทหารรับจ้างสาขาราชวงศ์ต้าเซี่ยชั้นปีที่ห้าห้องหนึ่ง ไม่มีศิษย์ที่ชื่อซูเก๋อเป็คนที่สองอีกแล้ว
"เดี๋ยวก่อน ถ้าเช่นนั้นความธรรมดาสามัญที่ซูเก๋อแสดงออกตลอดหลายปีมานี้ก็หมายความว่า..." ครูฝึกวัยกลางคนคนหนึ่งพลันร้องอุทาน
ทว่ายังไม่ทันที่เขาจะพูดจบ ซูเก๋อก็ยิ้มคลี่ออกมา "แกล้งทำน่ะ"
เหล่าครูฝึกรวมถึงเจียงเยี่ยนต่างก็หันไปมองซูเก๋อ
"อาจารย์้าขัดเกลาศิษย์น้องเล็ก จึงจงใจสั่งให้ศิษย์น้องเล็กปกปิดระดับพลังเพื่อััความอบอุ่นและความเ็าของโลกมนุษย์" ซูเก๋อกล่าวอย่างไม่รีบร้อน
"มีเพียงทำเช่นนี้ ถึงจะขัดเกลาจิตใจให้แข็งแกร่ง และวางรากฐานอันมั่นคงสำหรับการฝึกตนในวันข้างหน้าได้"
พวกเจียงเยี่ยนตระหนักได้ในทันที มิน่าล่ะ ตอนที่ซูเก๋อเพิ่งเข้าสำนักทหารรับจ้างถึงได้แสดงพร์อันน่าตกตะลึงออกมา แต่หลังจากนั้นเพียงหนึ่งปี กลับตกลงสู่เหวโดยไม่มีสัญญาณเตือน แล้วซบเซาไม่ฟื้นคืนอีกเลย
ที่แท้เขาก็แค่แกล้งทำ!
ที่น่ากลัวคือ ตลอดเวลาอันยาวนานเช่นนี้ กลับไม่มีใครจับการเสแสร้งของซูเก๋อได้เลยสักคน! ความอดทนอดกลั้นและความสามารถในการเสแสร้งระดับนี้ แม้แต่เจียงเยี่ยนก็ยังแอบตระหนกในใจ
เมื่อเห็นว่าปูทางไว้พอสมควรแล้ว ซูเก๋อจึงกล่าวต่อว่า "จริงสิ การมาของข้าในครั้งนี้ อาจารย์ยังฝากคำพูดมาถึงศิษย์น้องเล็กประโยคหนึ่งด้วย"
เมื่อได้ยินเช่นนั้น พวกเจียงเยี่ยนต่างมองซูเก๋อด้วยความอยากรู้อยากเห็น อยากถามแต่ก็ไม่กล้า
"อาจารย์บอกว่า..." ซูเก๋อยิ้มบาง ๆ ก่อนจะกล่าวต่อ "ระยะเวลาสี่ปีครบกำหนดแล้ว กระบี่ออกจากฝักได้"
ทันทีที่คำนี้หลุดออกมา พวกเจียงเยี่ยนก็จิตใจตื่นตัวขึ้นมาทันที คำพูดของซูเก๋อชวนให้พวกเขานึกจินตนาการไปไกล
ไม่รอให้พวกเขาเอ่ยปาก ซูเก๋อก็โบกมือพลางกล่าวว่า "เอาล่ะ ข้าอยู่ข้างนอกนานพอแล้ว ถึงเวลาต้องกลับเสียที ทุกท่าน แล้วพบกันใหม่"
สิ้นเสียงนั้น ร่างของซูเก๋อก็ราวกับกระบี่คมและมีดบิน ทะลวงผ่านห้วงอากาศ และเลือนหายไปตรงสุดขอบฟ้าในพริบตาเดียว
"เดี๋ยวก่อน ท่านหลี่สวินฮวน! ท่านหลี่สวินฮวน!" เจียงเยี่ยนะโร้อง เขายังอยากจะถามว่าประโยคเมื่อครู่ของซูเก๋อมีความหมายว่าอย่างไรกันแน่
ทว่ายามที่เขารู้ตัว ซูเก๋อก็บินไปไกลแล้ว เหลือเพียงจุดดำเล็ก ๆ ที่กำลังเล็กลงเรื่อย ๆ และจางหายไปในราตรีอันมืดมิดอย่างรวดเร็ว
พวกเจียงเยี่ยนรู้สึกสูญเสียอยู่บ้าง อุตส่าห์ได้พบยอดฝีมือขั้นเนี่ยผานทั้งที ยังไม่ทันได้พูดคุยกัน อีกฝ่ายก็จากไปเสียแล้ว พวกเขาได้แต่นิ่งเงียบกันอยู่ที่เดิม
ผ่านไปเนิ่นนาน เจียงเยี่ยนถึงหันไปมองครูฝึกวัยกลางคนทั้งสาม "พวกเ้าว่า คำพูดเมื่อครู่ของท่านหลี่สวินฮวนหมายความว่าอย่างไร?"
ครูฝึกวัยกลางคนมองหน้ากันเอง หนึ่งในนั้นลังเลเล็กน้อยก่อนตอบอย่างไม่แน่ใจ
"คงจะหมายความว่า... อาจารย์ของท่านหลี่สวินฮวน อนุญาตให้ซูเก๋อแสดงพลังที่แท้จริงออกมาแล้วกระมัง?"
นับั้แ่ซูเก๋อเริ่มปกปิดพลังจนถึงตอนนี้ก็ครบสี่ปีพอดี คำว่าระยะเวลาสี่ปีน่าจะหมายถึงเื่นี้นี่แหละ
"ดูท่าไม่ได้มีแค่ข้าคนเดียวที่คิดแบบนี้"
เจียงเยี่ยนพยักหน้า "เพียงแต่ไม่รู้ว่า ศิษย์ของพวกเราคนนี้ซ่อนตัวมาสี่ปี จะแอบเก็บซ่อนความสามารถไว้มากเท่าใด..."
ศิษย์น้องเล็กของยอดฝีมือขั้นเนี่ยผาน แถมยังเป็ศิษย์ปิดสำนักที่อาจารย์ลึกลับผู้นั้นเอ็นดูที่สุด ความสามารถย่อมไม่ธรรมดาแน่นอนใช่ไหม?
เมื่อคิดถึงตรงนี้ เจียงเยี่ยนและเหล่าครูฝึกต่างก็ตั้งตารอคอย พวกเขาอยากเห็นเหลือเกินว่า ซูเก๋อที่แท้จริงจะเปล่งประกายเพียงใด เพราะอัจฉริยะทั่วไป ต่อให้เป็สัตว์ประหลาดอย่างหลิ่วชิง ก็ใช่ว่าจะเข้าตาอาจารย์ของยอดฝีมือขั้นเนี่ยผานผู้นั้น
พอคิดว่าอัจฉริยะผู้นี้อยู่ในสำนักทหารรับจ้างสาขาราชวงศ์ต้าเซี่ย แววตาของพวกเจียงเยี่ยนก็ร้อนผ่าวขึ้นมาอย่างช่วยไม่ได้ ขอแค่ดูแลซูเก๋อให้ดี มีหรือที่ยอดฝีมือขั้นเนี่ยผาน ตลอดจนอาจารย์ของเขาจะไม่คอยคุ้มครองสาขาราชวงศ์ต้าเซี่ย?
"จริงสิ ถ้าข้าจำไม่ผิด วันพรุ่งนี้เป็วันสอบประเมินรอบครึ่งปีใช่ไหม?" ครูฝึกคนหนึ่งพลันเอ่ยขึ้น
ซูเก๋อมีความสามารถอะไร แค่ไปดูการสอบประเมินรอบครึ่งปีก็รู้แล้วไม่ใช่หรือ?
แม้พวกเขาจะเป็ครูฝึกระดับยอดฝีมือ ปกติจะไม่ยุ่งเกี่ยวกับการสอบประเมินรอบครึ่งปี แต่เพื่อซูเก๋อแล้ว พวกเขาก็ไม่รังเกียจที่จะใส่ใจสักหน่อย
ทว่าครูฝึกอีกคนกลับส่ายหน้า แล้วชี้ไปที่ดวงจันทร์มืดสลัวที่กำลังคล้อยต่ำลงบนฟ้า "ใช่วันพรุ่งนี้เสียที่ไหน เป็วันนี้ต่างหาก"
โดยไม่รู้ตัว พวกเขาใช้เวลาครึ่งค่อนคืนอยู่ทีู่เาอูหลง ฟ้าใกล้อรุณรุ่งแล้ว
"วันนี้..."
เจียงเยี่ยนตะลึงไปครู่หนึ่ง ก่อนจะรีบเอ่ยทันที "ไป รีบกลับสำนัก ไม่แน่อาจจะยังทันการสอบประเมินรอบครึ่งปี"
ทุกคนไม่ลังเลที่จะเร่งความเร็วสูงสุดมุ่งหน้าไปยังเมืองต้าเซี่ยทันที
...
นอกูเาอูหลง
ร่างของซูเก๋อพุ่งแหวกอากาศด้วยความเร็วสูง เสียงลมปะทะดังสนั่น สร้างกระแสลมสายใหญ่พัดผ่านราวกับพายุหมุน
หลังจากบินไปได้อีกระยะหนึ่ง เสียงจักรกลของระบบก็ดังขึ้นในหัวของซูเก๋อ ร่างของเขาดิ่งลงอย่างรวดเร็วและกลับสู่พื้นดิน
[ติ๊ง! ยินดีด้วย โฮสท์ทำภารกิจว่าจ้าง 'ช่วยเหลือเร่งด่วน' สำเร็จ เปลี่ยนแปลงพลังฝึกตนชั่วคราวหนึ่งในสิบส่วนให้เป็พลังฝึกตนถาวร]
ในวินาทีที่เสียงจักรกลของระบบสิ้นสุดลง ลมปราณอันเกรียงไกรที่โคจรอยู่ตามมัดกล้ามและกระดูกของซูเก๋อก็ถดถอยลงอย่างรวดเร็ว มันไหลกลับเข้าสู่จุดตันเถียนอย่างต่อเนื่อง แล้วควบแน่นเป็ลูกแก้วหยวนตันสีขาวบริสุทธิ์อันสมบูรณ์แบบไร้ที่ติ
เพียงไม่กี่อึดใจ ระดับพลังของเขาก็ดิ่งลงมาอยู่ที่ขั้นหยวนตันระดับเก้าโดยตรง แม้กระทั่งร่างกายที่เพรียวลม ทรหด ราวกับัทรราชในร่างมนุษย์ก็หดเล็กลงอย่างรวดเร็ว ดูซูบผอมลงไปไม่น้อย
การลดลงของระดับพลังและการเปลี่ยนแปลงของรูปร่าง ทำให้กลิ่นอายของซูเก๋อดูอ่อนแอและเป็ปัญญาชนขึ้นมาก ปราศจากความสงบเยือกเย็นและความทะนงตนในยามศึกใหญ่กับมารนอกพิภพ ราวกับเปลี่ยนเป็คนละคน
หลี่สวินฮวนถอนตัว ซูเก๋อกลับมาอีกครั้ง
ด้วยความช่วยเหลือจากระบบ ซูเก๋อปรับตัวเข้ากับพลังใหม่ได้ภายในเวลาเพียงไม่กี่วินาที ยังไม่ทันได้ทอดถอนใจกับความแตกต่างของพลังระหว่างขั้นหยวนตันและขั้นเทียนกัง ซูเก๋อก็เงยหน้ายืนยันทิศทางของเมืองต้าเซี่ย จากนั้นก็ก้าวเท้ากระทืบพื้น ร่างลอยขึ้นลงไปไกลกว่าสิบจั้ง รีบวิ่งมุ่งหน้าไปยังเมืองต้าเซี่ย
เมื่อไร้ซึ่งระดับพลังขั้นเทียนกังก็ไม่สามารถเหาะเหินได้อีก ทำได้เพียงใช้เดินทางด้วยวิธีดั้งเดิมเช่นนี้ โชคดีที่ความเร็วแม้จะไม่เร็วเท่าการเหาะ แต่ก็ไม่ได้ช้า น่าจะไปถึงเมืองต้าเซี่ยก่อนฟ้าสว่าง
หนึ่งชั่วยามต่อมา ฟ้าเริ่มสว่างรำไร ร่างของซูเก๋อที่เปียกปอนไปด้วยเหงื่อก็ปรากฏขึ้นที่นอกเมืองต้าเซี่ย
"มาทันเวลาพอดี!"
ซูเก๋อถอนหายใจอย่างโล่งอก ตอนนี้การสอบประเมินรอบครึ่งปีคงยังไม่เริ่ม ต่อให้เขากลับหอพักไปเปลี่ยนเสื้อผ้าสักชุดก็ยังทันท่วงที ขอแค่ไปเข้าร่วมก่อนการสอบประเมินจะจบลงก็พอ
ในเวลาเดียวกัน เจียงเยี่ยนและครูฝึกอีกสามคนก็อยู่ไม่ไกลจากเมืองต้าเซี่ยแล้ว ทว่าเมื่อเทียบกับซูเก๋อ เจียงเยี่ยนและครูฝึกสามคนกลับมีสภาพอเนจอนาถกว่ามาก โดยเฉพาะครูฝึกทั้งสามคนที่ตามตัวเต็มไปด้วยาแน่ากลัว ต้องหยุดพักฟื้นฟูลมปราณและกำลังกายอยู่เรื่อย ๆ พักสักครู่แล้วค่อยเดินทางต่อ
"ข้างหน้าก็คือเมืองต้าเซี่ยแล้ว" เจียงเยี่ยนทอดสายตาไปไกล มองเห็นโครงร่างของเมืองต้าเซี่ยตรงหน้า "พวกเ้าอดทนอีกนิด"
ยังดีที่าแแม้จะดูน่ากลัวแต่ไม่ถึงแก่ชีวิต อดทนต่ออีกครู่เดียวก็ไม่มีปัญหา
...
ณ สำนักทหารรับจ้างสาขาราชวงศ์ต้าเซี่ย
ซูเก๋อถอดหน้ากาก ถอดเสื้อผ้า และอาบน้ำทำความสะอาดร่างกายอย่างละเอียด เมื่อเปลี่ยนเป็ชุดที่สะอาดสดชื่นและเช็ดผมที่เปียกชื้นจนแห้งแล้ว ถึงค่อยเดินมุ่งหน้าไปยังลานประลองอย่างไม่รีบร้อน
บนถนน ศิษย์จับกลุ่มเดินไปร่วมกันกลุ่มละสองสามคน มีั้แ่ศิษย์ชั้นปีที่หนึ่งถึงปีที่หก ในจำนวนนั้น ศิษย์ชั้นปีที่สี่ ปีที่ห้า และปีที่หกเดินทางไปเข้าร่วมการสอบประเมินรอบครึ่งปี ส่วนศิษย์ปีที่หนึ่ง ปีที่สอง และปีที่สามไปเพื่อความครึกครื้นเท่านั้น
เมื่อเทียบกับศิษย์คนอื่น ซูเก๋อดูโดดเด่นออกมาจากฝูงชน เพราะทุกคนต่างสะพายหรือถืออาวุธของตน มีเพียงซูเก๋อที่มือเปล่า เดิมทีสะพายฝักกระบี่ไว้ด้านหลัง เขาก็ถอดเก็บไว้ที่หอพักเรียบร้อยแล้ว จึงทำให้ดูสะดุดตาอยู่บ้าง
ต่อเื่นี้ ซูเก๋อเองก็หมดปัญญา เพราะกระบี่ยาวของเขาพังทลายไปในระหว่างการต่อสู้กับมารนอกพิภพ จนยื่นเื่ขอรับกระบี่เล่มใหม่ไม่ทัน
"ซูเก๋อ" เสียงของจางหลินดังขึ้นข้างหลังซูเก๋อ
เมื่อได้ยินเสียงนี้ สายตาของคนรอบข้างก็พุ่งเป้าไปที่จางหลินอย่างรวดเร็ว แล้วมองตามสายตาของจางหลินไปยังซูเก๋อ
"เขาคือซูเก๋อหรือ?"
"อัจฉริยะผู้ตกต่ำคนนั้นน่ะหรือ?"
"ได้ยินว่าเขาอยู่ปีห้าแล้ว ระดับพลังเพิ่งจะถึงขั้นชุ่ยถี่ระดับแปด ยังสู้ศิษย์ปีสามบางคนไม่ได้ด้วยซ้ำ ทำได้แค่รังแกพวกนกกระจอกปีหนึ่งปีสอง"
"อัจฉริยะ? เหอะ! ตามที่ข้าเห็น แปดในสิบส่วนเขาคงเข้าประตูหลังมาล่ะสิ"
"ฝึกตนมาสี่ห้าปี เพิ่งจะอยู่ขั้นชุ่ยถี่ระดับแปด คนแบบนี้คู่ควรจะอยู่ในสำนักทหารรับจ้างด้วยหรือ?"
"กระทั่งอาวุธยังไม่พก ท่าทีแบบนี้ยังจะฝึกวิทยายุทธ์อะไรอีก? กลับบ้านไปทำนาเสียดีกว่า"
เสียงวิพากษ์วิจารณ์เซ็งแซ่ดังขึ้น แฝงไปด้วยสายตาดูิ่เป็พัก ๆ
จางหลินสีหน้าเปลี่ยนไป ตะคอกใส่คนรอบข้าง "พวกเ้าเงียบปากให้หมด! ซูเก๋อจะเป็อย่างไร เกี่ยวอะไรกับพวกเ้ากัน!"
คนที่ระดับพลังต่ำพลันหุบปากทันที ส่วนพวกที่ถือดีว่าระดับพลังไม่เลวกลับทำหน้าไม่แยแส ยังคงพูดคุยกันเอง ไม่เห็นจางหลินอยู่ในสายตาแม้แต่น้อย
จางหลินโกรธจนหน้าแดง คอตั้งบ่า เตรียมจะเข้าไปโต้เถียงกับพวกเขา ทว่าซูเก๋อกลับรั้งจางหลินไว้ แล้วส่ายหน้า
"ปล่อยให้พูดไปเถอะ อย่างไรก็ไม่ได้ส่งผลกระทบอะไรกับข้าอยู่แล้ว"
"ขอโทษนะซูเก๋อ" จางหลินมีสีหน้ารู้สึกผิด "ข้าไม่น่าเรียกชื่อเ้าเลย"
"เฮ้ย! ชื่อก็มีไว้ให้เรียกไม่ใช่หรือ?" ซูเก๋อยิ้มอย่างปลอดโปร่ง "เ้าก็ยังไม่ได้เข้าร่วมการสอบประเมินรอบครึ่งปีนี้ใช่หรือไม่? ไปกันเถอะ พวกเราไปด้วยกัน"