ตอนที่ 5
หลังจากยืนขายของในตลาดมืดมาสักพัก เสวี่ยหรูก็พบว่าแม้เธอจะสามารถทำกำไรจากสบู่หอมได้มากมายหลายเท่าตัว แต่สินค้าของเธอสามารถขายได้กับเฉพาะกับคนบางกลุ่มเท่านั้น และไม่ใช้ทุกคนจะมีเงินซื้อสบู่หอม แม้จะอยากได้ก็ตามเพราะราคาของสบู่หอมมันแพงจนเกินไป สู้เก็บเงินไปซื้ออาหารกินซะยังดีกว่า
เสวี่ยหรูไม่มีความคิดจะลดราคาของสบู่หอมลงเลยแม้แต่น้อย เพราะในครั้งหน้า...เมื่อต้องซื้อสิ่งของต่างๆ จากระบบ ตัวเธอเองก็อาจจะไม่ได้โชคดีได้ส่วนลด 80 เปอร์เซ็นต์แบบนี้ก็ได้
จะเป็ยังไงถ้าเธอต้องซื้อของราคาเต็มออกมาขาย? หากไม่ขาดทุนก็ได้กำไรเพียงน้อยนิดน่ะสิ!
เธอจะไม่ทำการค้าที่ขาดทุนเด็ดขาด!! เสวี่ยหรูคิดในใจ
******
เวลาผ่านไปหลายชั่วโมง
เธอถอนหายใจเสียงดังหลังจากขายสบู่หอมไปได้แค่ 26 ก้อน และได้เงินมาทั้งหมด 600 กว่าหยวน เธออยากจะขายให้ได้มากกว่านี้... แต่ตอนนี้เธอเหนื่อยมาก!
การต้องอุ้มเด็กตัวเล็กๆ เอาไว้ตลอดเวลานั้นไม่ง่ายสำหรับเธอเลยจริงๆ!
ถึงแม้สวี่หลิวลี่จะยังตัวเล็กและไม่ได้มีน้ำหนักมากซักเท่าไหร่ แต่หลังจากเธอต้องอุ้มเด็กหญิงเอาไว้ด้วยแขนข้างเดียวเป็เวลาหลายชั่วโมง ตอนนี้แขนข้างนั้นของเสวี่ยหรูจึงไม่มีความรู้สึกใดๆ อีกต่อไปแล้วเพราะมันชาหนึบ!
เธอไม่เสี่ยงขยับแขนไปมาเพื่อให้หายเมื่อยหรอกนะ เพราะหากหนูน้อยหลิวลี่ตื่นขึ้นมาร้องไห้งอแง เธอก็คงจะโดนไล่ออกไปจากที่นี่ทันที
หลังจากสังเกตดูแล้วว่าคงไม่มีคนมาซื้อของเธออีก เธอจึงคิดว่าวันนี้คงต้องหยุดขายสบู่ไปก่อนแล้วใช้เวลาที่เหลือก่อนที่ท้องฟ้าจะมืดไปหาที่พักที่หลับนอน ...ทำไมน่ะเหรอ? เพราะเธอไม่อยากพาหนูน้อยหลิวลี่ไปนอนข้างถนนน่ะสิ!
เพราะภายในตลาดมืดมันมืดซะจนเธอไม่รู้ว่าตอนนี้เป็เวลากี่โมงกี่ยามแล้ว เสวี่ยหรูจึงนำนาฬิกาข้อมือที่เธอซื้อมาในราคา 40 หยวนออกมา
เธอภูมิใจกับของสิ่งนี้มากเพราะมันลดจากราคาเต็ม 200 หยวนไปตั้ง 160 หยวนแหนะ แต่เพราะไม่รู้ว่าจะขายได้รึเปล่าเธอจึงซื้อมาเพียงนิดเดียว
ในระบบมีนาฬิกามาทั้งหมดสามเรือน ดังนั้นตอนที่จะนำนาฬิกาออกมาระบบจึงส่งหน้าจอแจ้งเตือนให้ใส่จำนวนสิ่งของที่้านำออกมา เสวี่ยหรูใส่เลข 1 ลงไปในช่องว่างแล้วกดตกลงทันที
ติ้ง!! นาฬิกาปรากฏออกมาบนมือของเธอทันทีราวกับจับวาง เสวี่ยหรูหยิบมันขึ้นมาดูใกล้ๆ คาดไม่ถึงเธอดันจำได้ว่านาฬิกายี่ห้อนี้เป็ของเก่าที่เคยดังมากๆ เมื่อนานมาแล้ว!!
สิ่งที่ทำให้มันโด่งดังสุดๆ ไปทั่วทั้งโลกก็คือ... นาฬิการุ่นนี้เป็รุ่นแรกที่สามารถนำเอานวัตกรรมเข็มนาฬิกาเรืองแสงมาใส่ไว้ได้ในตัวเรือนเล็กๆ ก่อนจะผลิตมาเป็นาฬิกาที่สวมไว้บนข้อมือได้ แถมเธอยังจำได้ว่ารุ่นนี้ Sold out ติดต่อกันนานถึง 10 ปี!!
ยังไม่หมด... นาฬิการุ่นนี้มันไม่ต้องใส่ถ่านเลยแม้แต่ก้อนเดียว เข็มนาฬิกาของมันสามารถเดินไปเรื่อยๆ แบบไม่มีวันหยุดตราบใดที่เ้าของหยิบมันมาสั่นเล็กน้อยในทุกๆ 3 เดือน
ไม่รอช้า... เสวี่ยหรูรีบสวมมันที่ข้อมือของตัวเองทันทีด้วยความตื่นเต้น ก่อนที่เธอจะกดเบาๆ ที่หน้าปัดนาฬิกา
ทันใดนั้นเข็มเล็กๆ ของมันก็เรืองแสงออกมาในความมืดทันที!! นาฬิกาเรือนนี้บอกเวลาว่าตอนนี้เป็เวลา 18:30น. แล้ว…
แจ็คพอต!! เธอซื้อของดีได้ในราคาที่ถูกแสนถูก!!
******
ปกติแล้วตลาดมืดจะปิดตอนเวลาประมาณ 19:00น. ของทุกวัน โดยจะมีคนดูแลคอยประกาศเวลาประมาณ 10-15 นาทีก่อนที่พวกเขาจะปิดทางเข้า แต่ถึงแม้จะบอกว่าเป็การปิดแต่ก็ยังสามารถซื้อขายกันได้ภายในดังเดิม
มีเงื่อนไขเพียงอย่างเดียวก็คือหากโดนทางการจับตัว ผู้คุมตลาดจะไม่รับผิดชอบใดๆ ทั้งสิ้น
ดังนั้นจึงเห็นว่าผู้คนเริ่มทยอยกันเก็บของเตรียมจะกลับบ้านกันแล้ว พวกเขาไม่มีใครอยากเสี่ยงโดนจับที่นี่หรอก หากถูกจับได้โทษสูงสุดคือยิงเป้าเชียวนะ!!
เสวี่ยหรูคิดว่าวันนี้เธอคงไม่สามารถขายสบู่หอมได้อีกแล้ว คนที่เดินผ่านไปมาเริ่มบางตาลงมากและคงไม่มีผู้หญิงกระเป๋าหนักคนไหนมาเดินตลาดมืดตอนกลางคืนเช่นเธอ
ตอนนี้จะเหลือก็เพียงร้านค้าที่ต้องใช้คูปองในการซื้อที่เปิดอยู่กับชาวเมืองที่มาซื้อของหลังเลิกงานเล็กน้อย
เธอตัดสินใจจะมาใหม่ในวันพรุ่งนี้ เื่สำคัญในตอนนี้คือการออกไปหาที่พัก เสวี่ยหรูกำลังจะเก็บนาฬิกาข้อมือใส่ในกระเป๋ากลับได้ยินเสียงเรียกเธอจากข้างหลัง หญิงสาวหันไปทางต้นเสียงก็เห็นชายหนุ่มคนหนึ่งวิ่งตรงมาที่เธออย่างรวดเร็ว
แฮ่ก..ๆ เขาหอบเล็กน้อยก่อนจะกล่าว "คุณครับ… ขอโทษนะครับ ผมขอถามได้ไหมว่านาฬิกาที่คุณถืออยู่ซื้อมาจากไหน?" เมื่อเห็นว่าเสวี่ยหรูทำหน้าแปลกๆ ผู้ชายคนนั้นเลยรีบกล่าวต่อ
"เอ่อ… คุณไม่ต้องกลัวนะครับ คือผม้าจะซื้อไว้ซักเรือน เมื่อครู่ผมเห็นเข้าพอดีว่านาฬิกาเรือนนี้มีความพิเศษบางอย่าง… เข็มของมันสามารถเรืองแสงในความมืดได้ใช่ไหมครับ? มันใช่รุ่น XX รึเปล่าครับพอดีผมกำลังตามหาอยู่”
ผู้ชายรูปร่างสูงโปร่งคนหนึ่งเดินเข้ามาถามเสวี่ยหรูถึงเื่นาฬิกาที่เธอถืออยู่ ตอนแรกเธอใมากนึกว่าเขาจะมารีดไถนาฬิกาจากเธอ
ไม่น่าเชื่อว่าเขากลับถามซื้อนาฬิกาเรือนนี้อย่างสุภาพ! น่าประทับใจดีจริงๆ
ดังนั้นหลังจากฟังเขาพูดจบ เสวี่ยหรูก็รีบนำนาฬิกาของเธอออกมาก่อนจะแนะนำชายคนนั้นถึงฟังก์ชันที่ทันสมัยของมันทันที
เป็เพราะการจะหาของแบบนี้ในยุคที่ขาดแคลนสิ่งของเครื่องใช้นั้นไม่ง่ายนัก ชายหนุ่มจึงมองไปที่มันด้วยความสนใจและอยากได้เป็อย่างมาก
เสวี่ยหรูเหลือบมองผู้ชายตรงหน้าแวบหนึ่งเมื่อเห็นว่าเขาสนใจนาฬิกามาก เธอจึงกดไปที่หน้าปัดนาฬิกาหนึ่งทีเพื่อโชว์วิธีการของมัน
เพียงไม่นานเข็มสั้นและยาวของมันก็เรืองแสงออกมาเป็สีเขียวทันที! อีกทั้งตอนนี้พระอาทิตย์เริ่มจะตกดินแล้วยิ่งทำให้สีของมันสวยงามมากยิ่งขึ้นไปอีก
เธอกล่าวเสียงเบาถึงที่มาของมันเพื่อให้ผู้ชายคนนี้ไม่สงสัยในตัวเธอ “อันที่จริงแล้วนาฬิกาเรือนนี้เป็ของสามีที่เสียไปแล้วของฉันค่ะ! เขาซื้อต่อมาจากเพื่อนที่รู้จักอีกที ยังไม่ทันได้ใส่ก็ชิงจากไปเสียก่อน ถ้าไม่เชื่อคุณก็ดูสิตรงนี้สิคะ...ของยังใหม่อยู่เลย หน้าปัดยังไม่ถูกลอกแผ่นกันลายออกมาด้วยซ้ำ…"
เสวี่ยหรูบอกว่าสามีของตนเองตายไปแล้ว สวี่อ้ายเหรินหากได้ยินประโยคที่เสี่ยหรูกล่าวออกมา เขาคงรีบพุ่งมาทำร้ายเธอแล้วล่ะ ไม่ปล่อยให้เธอยืนพูดต่อหรอก!
หึ! แต่ตอนนี้เขาไม่อยู่เธอขอแอบแช่งเขานิดหน่อยก็แล้วกัน ยังไงคนชั่วๆ แบบเขาก็คงไม่ตายง่ายๆ หรอกใช่ไหมล่ะ?
เธอกล่าวต่อ..."อีกอย่าง... นาฬิกาเรือนนี้เป็รุ่นใหม่ล่าสุดแน่นอนค่ะ นอกจะมันจะเรืองแสงในความมืดได้แล้ว คุณสังเกตตรงช่องเล็กๆ นี่สิ เห็นรึเปล่า มันสามารถบอกได้แม้กระทั่งวันที่! เลขข้างหน้าคือวัน เลขข้างหลังคือเดือน! ตอนนี้ยังไม่มีนาฬิการุ่นไหนทำได้เลยนะคะ ถ้าคุณสนใจจะซื้อจริงๆ ล่ะก็บอกฉันได้เลย เพราะฉันมีเื่จำเป็ตั้งใช้เงินนิดหน่อย”
เมื่อกล่าวจบเสวี่ยหรูก็ลูบหลังสวี่หลิวลี่เบาๆ เป็การบอกชายหนุ่มเป็นัยๆ ว่าเธอจะเอาเงินมาเลี้ยงลูกสาวคนนี้ขอเธอ
ชายหนุ่มถามคำถามของเธออีกเล็กน้อย เสวี่ยหรูแนะนำไปพลางสำรวจใบหน้าของชายหนุ่มไปพลาง แม้ภายในตลาดมืดจะแสงน้อยแต่เธอก็สังเกตเห็นสันจมูกที่พุ่งทะลุหน้าของเขาออกมาชัดมาก
สังเกตดูจากท่วงท่าของเขา แลัคำพูดที่คมคายผู้ชายคนนี้จะต้องเป็คนหล่อคนหนึ่งแน่ๆ เซนส์ของเธอบอกอย่างนั้น ดังนั้นในระหว่างที่พูดคุยกัน เสวี่ยหรูอดที่จะแอบมองเขาให้มากขึ้นไม่ได้! อยากรู้จริงๆ ว่าหน้าตาเขาจะเป็เช่นไร?
ไป๋ซวน คือชื่อของชายหนุ่มที่ถามซื้อนาฬิกากับเสวี่ยหรู ตอนนี้เขาก็แอบมองหญิงสาวตรงหน้าด้วยความรู้สึกทึ่งเช่นกัน แม้จะรูปร่างหน้าตาเธอจะน่าเกลียดราวกับคนที่ถูกตี
แต่เธอกลับเป็คนพูดจาฉะฉานและลื่นไหลเป็อย่างมาก ไม่ใช่ทุกคนที่จะสามารถพูดคุยกับคนแปลกหน้าได้สนิทใจเท่าเธอแม้กระทั้งตัวเขาเองก็ทำไม่ได้
ตัวเขาอยากได้นาฬิกาเรือนนี้อยู่แล้วและพอจะรู้มาบ้างว่ามันทำอะไรได้ แต่เมื่อเธออยากแนะนำเขาก็จะปล่อยให้เธอพูด
หลังจากพูดอยู่นานเสวี่ยหรูก็มองไปทีไป่ซวนด้วยใบหน้าแข็งขึ้นเล็กน้อย
เธอแนะนำนาฬิกาเรือนนี้ให้เขาอยู่นานหลายนาทีแต่ผู้ชายตรงหน้ากลับไม่ถามราคาซักคำ หรือว่าเขากำลังล้อเธอเล่นกันนะ?!? เขาอยากได้นาฬิกาจริงๆ มั้ยเนี่ย!!
หลังจากอดทนรอไม่ไหว เสวี่ยหรู่จึงพูดขึ้นมาก่อน "คุณสนใจจะซื้อมันเอาไว้ไหมคะ? มีราคาในใจรึเปล่า?" เธอเหลือบมองเวลาที่หน้าปัดของนาฬิกาก็พบว่าตลาดมืดใกล้จะปิดแล้วจริงๆ จึงเร่งเขาเล็กน้อย
ไป๋ซวนรีบตอบทันทีหลังจากได้ยินคำถาม "ซื้อครับซื้อ...ผมก็รออยู่ว่าคุณจะถามผมเมื่อไหร่ ว่าแต่นาฬิกาเรือนนี้คุณจะขายเท่าไหร่ครับ หวังว่าจะไม่แพงจนเกินไป?" เพราะเขานำเงินมาด้วยอย่างจำกัด... ประโยคหลังเขาพูดในใจ
"มันเป็รุ่นใหม่ล่าสุด คุณไม่สามารถเห็นมันได้จากที่อื่น สามีที่ล่วงลับของฉันได้มันมาอย่ายากลำบาก ดังนั้นฉันจะขายคุณในราคา 3000 หยวนก็แล้วกัน"
เสวี่ยหรูเรียกราคาเกินจริงไปเพื่อจะดูว่านาฬิกาเรือนนี้จะสามารถขายได้ราคาจริงๆ แล้วเท่าไหร่
เธอพึ่งข้ามมิติมาและมู่ชิงชิงเ้าของร่างไม่เคยซื้อสินค้าราคาเกิน 100 หยวนเลยแม้แต่ครั้งเดียว! เธอไม่สามารถพึ่งพาความทรงจำของมู่ชิงชิงได้ในเื่นี้จริงๆ
ไป๋ซวนได้ยินราคาก็ถึงกับพูดไม่ออกเล็กน้อย... ราคาของมันสามารถซื้อบ้านเดี่ยวในเมืองได้เป็หลังเลยนะ!
ถึงแม้เค้าจะคาดเดาราคาของมันเอาไว้อยู่แล้วแต่ราคาในใจของเขาก็คือประมาณ 1500-2500 เท่านั้น
เพื่อนของเขาคนหนึ่งมีนาฬิการุ่นเดียวกันนี้ แค่ค่านำเข้านาฬิกาเรือนหนึ่งแบบถูกกฎหมายรวมถึงคูปองอุตสาหกรรมที่ต้องใช้ซื้อก็ต้องจ่ายเงินถึง 1000 หยวนแล้ว ยังไม่รวมค่านาฬิกา...
เขาอยากได้มันจริงๆ แต่เงินหยวนที่เขาพกติดตัวมีไม่พอ... ไป๋ซวนหน้าแดงเล็กน้อยก่อนจะกล่าวต่อรองราคาออกมาอย่างตะกุกตะกัก
“คือผมพกเงินมาไม่มากนัก คุณช่วยลดราคาให้ผมหน่อยได้รึเปล่า? คือว่า 2000 หยวนพอจะขายให้ผมได้ไหมครับ?” หลังจากพูดจบเขาก็แทบอยากจะเอาหัวของตนเองมุดดินทันที วันนี้เขาพกเงินมาเพียง 2000 กว่าหยวนจริงๆ
ดีแค่ไหนที่ภายในตลาดนั้นมืดจนมองอะไรไม่เห็น! หากสหายของเขารู้เื่นี้ ไป๋ซวนจะต้องโดนล้อจนตายแน่นอน ลูกชายผู้บัญชาการกองทัพ ต่อราคานาฬิกาเรือนนึงแถมยังกดราคาของของหญิงม่ายอีกด้วย!!
ส่วนทางด้านเสวี่ยหรูได้ยินราคาก็ใทันที โอโห้!! 2000 หยวน!! รู้อย่างนี้เธอซื้อแต่นาฬิกาออกมาดีกว่า! ขายเพียงเรือนเดียวก็ได้เงินทุนพร้อมกำไรคืนแล้ว!
เธอกลัวว่าชายหนุ่มจะเปลี่ยนใจจึงรีบพยักหน้าทันที ก่อนตอบ “ฉันขายค่ะ... ขอบคุณมากๆ เลยค่ะ”
เธอไม่รู้หรอกว่าราคาจริงๆ แล้วของนาฬิกาเรือนนี้จะเท่าไหร่ แต่ 2000 หยวนเป็ราคาที่เธอพอใจเป็อย่างมาก
ดังนั้นหลังแลกของกับเงินแล้ว เสวี่ยหรูก็ขอตัวกลับออกมาทันที เงิน 2000 หยวนถูกเก็บเข้าไปในระบบ
เธอมองไปที่ช่องจำนวนเงินคงเหลือในระบบแล้วก็ยิ่งทำให้หัวใจของเธอเต้นแรง 2600 หยวน! เธอสามารถหาเงินซื้อบ้านทั้งหลังได้ภายในวันเดียว!! ระบบสุดโกง!!
แต่เสวี่ยหรูกลับไม่รู้อะไร เพราะหลังจากวันนั้นเธอก็ไปขายของในตลาดมืดทุกวัน แต่นอกจากสบู่ไม่กี่ก้อนแล้ว นาฬิกากลับก็ขายไม่ได้เลย
ด้วยราคาของมันที่แพงจนเกินไป ถึงแม้จะมีชายหนุ่มมากมายอยากได้นาฬิการุ่นนี้แต่พวกเขาเ่าั้เป็ใคร? จะไปมีปัญญาซื้อของราคาแพงเป็พันหยวนได้อย่างไร?
ต้องบอกว่าเป็โชคดีของเสวี่ยหรูเป็อย่างมากที่เธอพบเข้ากับไป๋ซวน ลูกผู้บัญชาการกองทัพที่บังเอิญอยากเดินมาเที่ยวเล่นตลาดมืดในวันนั้นพอดี!!
ไม่อย่างนั้นแล้วนาฬิกาที่เธอมีอยู่ก็อาจจะขายไม่ออกเลยซักเรือน...