บทที่ 3 : ปีกดำเหนือท้องฟ้าสายรุ้ง
กัง!
กัง!
กัง!
เสียงระฆังเตือนภัยดังก้องไปทั่วหมู่บ้านแห่งสายรุ้ง
เมื่อครู่ยังเต็มไปด้วยเสียงหัวเราะของเด็ก ๆและกลิ่นขนมปังอบใหม่
แต่ในพริบตาเดียว ทุกอย่างกลับเปลี่ยนไป
ผู้ใหญ่รีบอุ้มเด็กเล็กเข้าบ้าน
พ่อค้าแม่ค้าเก็บของอย่างรวดเร็ว
ทหารผู้พิทักษ์หมู่บ้านวิ่งเข้าประจำตำแหน่งด้วยสีหน้าเคร่งเครียด
มะลิยืนอยู่หน้าบ้านของท่านอาเรนมองภาพทั้งหมดด้วยความตกตะลึง
"เกิดอะไรขึ้น..."
ลูนี่บินขึ้นไปมองท้องฟ้า ก่อนรีบโฉบกลับลงมา
ใบหน้าเล็ก ๆ ของมันซีดเผือด
"พวกมันมาเร็วกว่าที่คิด"
"ใคร"
"อีกาดำแห่งดินแดนเงา"
"พวกมันเป็หน่วยสอดแนม"
"ถ้ามันเจอเมล็ดดาว..."
"...อีกไม่นานกองทัพเงาจะตามมา"
มะลิกลืนน้ำลาย
"เพราะฉันใช่ไหม"
ลูนี่เงียบ
ความเงียบนั้นคือคำตอบ
มะลิมองไปยังชาวบ้านที่กำลังช่วยกันปิดประตูหน้าต่าง
เด็กหลายคนร้องไห้ด้วยความหวาดกลัว
หัวใจของเธอหนักอึ้ง
"ฉันเพิ่งมาถึง..."
"...แต่กลับพาความเดือดร้อนมา"
ท่านอาเรนเดินเข้ามาวางมือบนไหล่ของเธอ
"อย่าโทษตัวเอง"
"ความมืดกำลังตามหาเมล็ดดาวอยู่แล้ว"
"ต่อให้เ้าไม่มา..."
"...พวกมันก็ไม่มีวันหยุด"
มะลิสูดลมหายใจลึก
คำพูดนั้นช่วยให้เธอสงบลงเล็กน้อย
...
ทันใดนั้น
"ท่านผู้ใหญ่!"
หญิงสาวนักรบผมสีเงินวิ่งเข้ามา
"โล่เวทมนตร์ป้องกันหมู่บ้านเปิดใช้งานแล้ว"
"แต่พลังงานเหลือไม่ถึงครึ่ง"
ท่านอาเรนพยักหน้า
"ทุกคนเข้าประจำตำแหน่ง"
"ห้ามเปิดประตูหมู่บ้านจนกว่าข้าจะสั่ง"
"รับทราบ!"
หญิงสาวหันมามองมะลิ
ก่อนยิ้มให้เล็กน้อย
"ไม่ต้องกลัว"
"พวกเราจะปกป้องเ้า"
มะลิรู้สึกอบอุ่นอย่างบอกไม่ถูก
ทั้งที่เพิ่งรู้จักกัน
แต่คนเหล่านี้กลับยอมเสี่ยงชีวิตเพื่อเธอ
...
ทั้งสี่เดินออกมาที่ลานกลางหมู่บ้าน
กลางลานมีเสาหินคริสตัลสูงเกือบสิบเมตร
คริสตัลสีรุ้งกำลังเปล่งแสงสว่าง
แสงนั้นแผ่ขยายออกไปจนกลายเป็
โดมใสขนาดมหึมาครอบทั้งหมู่บ้าน
"ว้าว..."
มะลิเงยหน้ามองอย่างตื่นตา
อีกาดำหลายสิบตัวพุ่งชนโดม
ปัง!
ปัง!
ทุกครั้งที่ชน
คลื่นแสงสีรุ้งจะกระเพื่อมเป็วงกว้าง
แต่โดมยังคงแข็งแกร่ง
ลูนี่กอดอก
"เห็นไหม"
"หมู่บ้านแห่งสายรุ้งไม่ได้อ่อนแอ"
มะลิยิ้ม
"เก่งมากเลย"
ลูนี่เชิดหน้า
"แน่นอน"
"ถึงข้าจะไม่ได้ช่วยอะไรก็เถอะ"
มะลิหัวเราะ
"อย่างน้อยก็ช่วยพูดให้กำลังใจ"
"ข้าเก่งเื่นั้น"
"กับเื่กิน"
"ใช่"
"แล้วก็เื่นอน"
"ใช่!"
ทั้งสองหัวเราะพร้อมกัน
แม้สถานการณ์จะตึงเครียด
แต่เสียงหัวเราะเล็ก ๆก็ทำให้ทุกคนที่อยู่ใกล้หันมายิ้มตาม
...
จู่ ๆ เด็กชายตัวน้อยคนหนึ่งวิ่งเข้ามาหามะลิ
เขาคือเด็กหูจิ้งจอกที่เธอเห็นเมื่อวาน
ในมือของเขาถือขนมปังก้อนกลมอุ่น ๆ
"พี่มะลิ"
"เอาไปกินนะ"
มะลิรับไว้ด้วยความงุนงง
"ให้พี่เหรอ"
เด็กชายพยักหน้า
"คุณแม่บอกว่า..."
"...เวลาคนกลัว ท้องจะหิว"
มะลิหัวเราะทั้งน้ำตาคลอ
"แม่หนูพูดถูกเลย"
"ขอบใจนะ"
เธอแบ่งขนมปังครึ่งหนึ่งให้ลูนี่
ภูตตัวน้อยตาเป็ประกาย
"เ้าคือคนดีที่สุดในโลก!"
"เมื่อวานยังบอกว่างกอยู่เลย"
ลูนี่รีบเอามือปิดปาก
"เอ่อ..."
"ข้าขอถอนคำพูด"
ทั้งสองหัวเราะอีกครั้ง
...
แต่แล้ว...
เสียงแตกดังลั่นก็ดังขึ้นจากเหนือศีรษะ
แกร๊งงงง!
ทุกคนเงยหน้าขึ้นพร้อมกัน
บนโดมเวทมนตร์...
ปรากฏรอยร้าวเส้นเล็ก ๆ
ทหารหลายคนหน้าเสีย
หญิงสาวนักรบกำดาบแน่น
"เป็ไปไม่ได้"
"พวกมันทำให้โล่ร้าวได้ยังไง"
ทันใดนั้น
อีกาตัวมหึมาที่บินวนอยู่กลางฝูง
อ้าปากส่งเสียงร้องแหลมสูง
"กรี๊ยยยยย!"
คลื่นเสียงสีดำพุ่งกระแทกโดมโดยตรง
ปังงง!!
รอยร้าวขยายกว้างกว่าเดิม
ลูนี่หน้าซีด
"นั่นไม่ใช่อีกาธรรมดา"
"มันคือ..."
ยังไม่ทันพูดจบ
อีกาตัวนั้นก็หันดวงตาสีแดงมาจ้องมะลิ
ก่อนเปล่งเสียงที่ไม่เหมือนเสียงสัตว์
แต่เป็เสียงพูดของมนุษย์
"ผู้ถือเมล็ดดาว..."
"นายของข้า..."
"...กำลังรอเ้าอยู่"
สิ้นเสียงนั้น
ลมสีดำก็หมุนวนเหนือหมู่บ้าน
พร้อมกับเงาขนาดมหึมาอีกสายหนึ่ง
ที่กำลังค่อย ๆ ก่อตัวอยู่ภายในเมฆดำ
...........
สายลมเย็นที่เคยพัดผ่านหมู่บ้าน
กลับกลายเป็ลมหนาวเยือก
เมฆสีดำค่อย ๆ แผ่ปกคลุม
ท้องฟ้าจนแสงอาทิตย์เลือนหาย
ชาวบ้านต่างเงยหน้ามองด้วยความ
หวาดหวั่นเสียงกระซิบดังขึ้น
ทั่วลานกลางหมู่บ้าน
"มันมาแล้ว..."
"ปีศาจเงา..."
"ขอให้ต้นผู้พิทักษ์คุ้มครองพวกเราด้วย..."
มะลิกำขนมปังในมือแน่น
เธอไม่เคยผ่านสนามรบ
ไม่เคยจับดาบ
ไม่เคยเรียนเวทมนตร์
เธอเป็เพียงหญิงวัยหกสิบปี...
ที่กำลังอาศัยอยู่ในร่างของเด็กหญิงคนหนึ่ง
แต่หัวใจของเธอยังคงเป็หัวใจดวงเดิม
หัวใจที่ไม่เคยทอดทิ้งใคร
...
ตูม!
เสียงะเิดังขึ้นเหนือศีรษะ
โล่เวทมนตร์สีรุ้งสั่นะเือย่างรุนแรง
รอยร้าวค่อย ๆ ขยายออกเป็
เส้นใยคล้ายกระจกแตกร้าว
หญิงสาวนักรบชักดาบออกจากฝัก
ใบดาบสีเงินสะท้อนแสงคริสตัล
จนเกิดประกายสวยงาม
"หน่วยที่หนึ่ง!"
"ประจำกำแพงทิศเหนือ!"
"หน่วยที่สอง!"
"คุ้มกันเด็กและผู้สูงอายุ!"
เสียงตอบรับดังพร้อมกัน
"รับทราบ!"
ทุกคนเคลื่อนไหวอย่างมีระเบียบ
ไม่มีใครแตกตื่น
ไม่มีใครผลักกันหนี
มะลิมองภาพนั้นด้วยความชื่นชม
"ทุกคน..."
"...เชื่อใจกันจริง ๆ"
ท่านอาเรนพยักหน้า
"เพราะเราเป็ครอบครัวเดียวกัน"
คำตอบนั้นทำให้มะลิยิ้มบาง ๆ
...
จู่ ๆเด็กชายหูจิ้งจอกที่นำขนมปังมาให้เมื่อครู่ก็รีบวิ่งกลับมา
แต่เพราะความใ เขาสะดุดก้อนหิน
"โอ๊ย!"
ร่างเล็ก ๆ ล้มลงกลางลาน
ตะกร้าผลไม้ในมือกระเด็นไปคนละทิศละทาง
"นีล!"
หญิงคนหนึ่งร้องเรียก
แต่ในจังหวะเดียวกัน
อีกาดำตัวหนึ่งกลับพุ่งดิ่งลงมาจากท้องฟ้า
มันใช้จะงอยปากแหลมราวกับหอกเล็งตรงไปยังเด็กชาย
"ระวัง!"
มะลิะโสุดเสียง
โดยไม่ทันคิด
เธอวิ่งออกไปทันที
ลูนี่เบิกตากว้าง
"มะลิ!"
เด็กชายหันกลับมา
ใบหน้าซีดเผือดด้วยความกลัว
ทุกอย่างเหมือนหยุดชั่วขณะ
มะลิกระโจนเข้าไปกอดเด็กชาย
แล้วพลิกตัวใช้แผ่นหลังบังเอาไว้
ฟึ่บ!
ปีกสีดำเฉี่ยวผ่านเหนือศีรษะเพียงเส้นผม
อีกาตัวนั้นพุ่งชนพื้นอย่างแรง
ก่อนจะบินวนกลับขึ้นฟ้า
มะลิหอบหายใจ
หัวใจเต้นแรงจนแทบทะลุออกมาจากอก
"ไม่เป็ไรนะ"
เธอถามทั้งที่ยังหอบ
เด็กชายพยักหน้าทั้งน้ำตา
"ขอบคุณ...พี่มะลิ"
...
ทันใดนั้น
เมล็ดดาวใต้เสื้อของมะลิเปล่งแสงขึ้นอีกครั้ง
ครั้งนี้สว่างกว่าทุกครั้งที่ผ่านมา
แสงสีทองอ่อน ๆ แผ่คลุมรอบตัวเธอและเด็กชาย
อีกาดำที่บินต่ำอยู่ใกล้ ๆ ต่างร้องเสียงแหลม
"กรี๊ยยย!"
พวกมันรีบถอยหนีราวกับหวาดกลัวแสงนั้น
ลูนี่อุทาน
"เกิดขึ้นอีกแล้ว!"
ท่านอาเรนจ้องแสงสีทองไม่กะพริบ
"เมล็ดดาว..."
"...กำลังตอบรับหัวใจของนาง"
มะลิก้มมองมือของตัวเอง
เธอไม่ได้ร่ายเวท
ไม่ได้ใช้คาถา
แต่แสงนั้นยังคงอบอุ่นและอ่อนโยน
ราวกับมันเกิดขึ้นเอง
...
ในจังหวะนั้นเอง
ต้นผู้พิทักษ์กลางหมู่บ้านเริ่มส่องประกาย
ใบไม้สีทองปลิวว่อนเต็มท้องฟ้า
ใบไม้แต่ละใบลอยไปรวมตัวกัน
ก่อนกลายเป็นกสีทองตัวเล็ก ๆ หลายร้อยตัว
พวกมันบินพุ่งเข้าหาฝูงอีกาดำ
ปีกทองและปีกดำปะทะกันกลางอากาศ
แสงสีทองส่องประกายสลับกับหมอกสีดำ
ชาวบ้านต่างส่งเสียงเชียร์
"ต้นผู้พิทักษ์ตื่นแล้ว!"
"พวกเรายังมีหวัง!"
ลูนี่ะโดีใจกลางอากาศ
"เห็นไหม!"
"ข้าบอกแล้วว่าหมู่บ้านแห่งสายรุ้งไม่แพ้ง่ายๆ"
มะลิยิ้มกว้าง
"ต้นไม้ช่วยต่อสู้ได้จริง ๆ ด้วย"
"แน่นอน"
ลูนี่ตอบ
"แต่หลังจากนี้..."
"...มันจะหลับไปอีกนาน"
รอยยิ้มของมะลิค่อย ๆ จางลง
เธอเริ่มเข้าใจว่า...
ทุกพลังในโลกนี้
ล้วนมีราคาที่ต้องจ่าย
...
ทันใดนั้น
เสียงคำรามต่ำ ๆ ดังขึ้นจากก้อนเมฆสีดำ
ไม่ใช่เสียงอีกา
แต่เป็เสียงของบางสิ่งที่ใหญ่กว่ามาก
เมฆดำเริ่มแยกออกจากกัน
เงาร่างขนาดมหึมาค่อย ๆ ยื่นศีรษะออกมา
มีเขาสีดำคู่หนึ่ง
ดวงตาสีแดงเรืองรอง
และรอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความอาฆาต
แม้มันจะยังไม่เผยร่างทั้งหมด
แต่แรงกดดันที่แผ่ออกมา
ก็ทำให้ผู้คนทั้งหมู่บ้านแทบหายใจไม่ออก
ลูนี่ตัวแข็งทื่อ
ริมฝีปากสั่น
"ไม่นะ..."
ท่านอาเรนกำไม้เท้าแน่น
ก่อนเอ่ยชื่อของสิ่งนั้นด้วยน้ำเสียงเคร่งเครียด
"...แม่ทัพเงา"
...............
ลมเย็นที่เคยพัดอ่อนโยนหายไปจนหมด
เหนือหมู่บ้านแห่งสายรุ้ง...
เมฆสีดำหมุนวนเป็วงกว้างราวกับ
พายุขนาดั์เงาร่างมหึมาค่อย ๆ
ก้าวออกมาจากความมืด
มันสูงกว่ายอดไม้หลายเท่า
เขาสีดำโค้งงอราวกับเขาของอสูร
ดวงตาสีแดงฉานจับจ้องลงมา
ยังหมู่บ้านเบื้องล่าง
แม้จะอยู่ไกลหลายร้อยเมตร
แต่ทุกคนััได้ถึงแรงกดดันมหาศาล
เด็กหลายคนซ่อนตัวอยู่หลังพ่อแม่
บางคนถึงกับร้องไห้ออกมา
มะลิกลืนน้ำลาย
"นั่น..."
"...คือแม่ทัพเงาเหรอ"
ท่านอาเรนพยักหน้าช้า ๆ
"ใช่"
"แต่นั่นยังไม่ใช่ร่างจริงของมัน"
"เป็เพียงเงาที่ส่งข้ามระยะทางมา"
มะลิเบิกตากว้าง
"แค่นี้ยังไม่ใช่ตัวจริงอีกเหรอ"
ลูนี่รีบพยักหน้า
"ถ้าตัวจริงมา..."
"...หมู่บ้านแห่งสายรุ้งคงหายไปจากแผนที่"
คำตอบนั้นทำให้บรรยากาศเงียบลงทันที
...
แม่ทัพเงาค่อย ๆ ยกมือข้างหนึ่งขึ้น
หมอกสีดำรวมตัวกันเหนือฝ่ามือ
ก่อนแปรเปลี่ยนเป็หอกั์สีดำ
มันยิ้มมุมปาก
แล้วกล่าวด้วยเสียงกึกก้อง
"ส่งผู้ถือเมล็ดดาวมา"
"แล้วข้าจะไว้ชีวิตหมู่บ้าน"
คำพูดนั้นดังก้องไปทั่ว
ชาวบ้านต่างหันมามองมะลิ
ไม่มีใครกล่าวโทษเธอ
แต่ความเงียบกลับกดดันยิ่งกว่าคำพูดใด ๆ
มะลิก้มหน้าลง
หัวใจหนักอึ้ง
"ถ้าฉันออกไป..."
"...ทุกคนอาจรอด"
เธอพึมพำเบา ๆ
ลูนี่รีบบินมาตรงหน้า
"ห้ามคิดแบบนั้น!"
"แต่..."
"พวกมันไม่มีวันรักษาคำพูด"
"เ้าลืมแล้วหรือ"
"ความมืดมีแต่การหลอกลวง"
มะลิเงียบ
เธอไม่รู้ว่าอะไรถูกหรือผิด
แต่ไม่อยากเห็นใครต้องาเ็เพราะตัวเอง
...
ในขณะนั้นเอง
เด็กหญิงมีอาวิ่งฝ่าผู้คนเข้ามา
เธอกอดขาของมะลิแน่น
"พี่มะลิ..."
"...อย่าไปนะ"
มะลิชะงัก
เด็กชายนีลก็วิ่งตามมา
"ใช่"
"พี่ช่วยผมไว้"
"คราวนี้..."
"...ให้พวกเราช่วยพี่บ้าง"
มะลิรู้สึกเหมือนมีอะไรจุกอยู่ในคอ
ก่อนจะรู้ตัว...
น้ำตาหยดหนึ่งก็ไหลลงบนแก้ม
เธอรีบเช็ดออก
แล้วหัวเราะเบา ๆ
"แย่จัง"
"อายุหกสิบแล้วยังร้องไห้ง่าย"
ลูนี่รีบพูดแทรก
"ตอนนี้เ้าอายุสิบสอง!"
มะลิหัวเราะทั้งน้ำตา
"จริงด้วย"
"เกือบลืม"
แม้ในสถานการณ์คับขัน
ชาวบ้านหลายคนก็หัวเราะตาม
ความตึงเครียดคลายลงเล็กน้อย
...
ท่านอาเรนเดินมายืนข้างมะลิ
"เ้ารู้ไหม"
"เหตุใดเมล็ดดาวจึงเลือกเ้า"
มะลิส่ายหน้า
ชายชรายิ้ม
"ไม่ใช่เพราะเ้าเก่ง"
"ไม่ใช่เพราะเ้ามีพลัง"
"แต่เพราะ..."
"...แม้หัวใจของเ้าจะเคยเ็ป"
"...เ้าก็ยังเลือกความเมตตา"
มะลินิ่งฟัง
ทุกคำเหมือนสะท้อนเข้าไปในใจ
เธอนึกถึงชีวิตที่ผ่านมา
การทำงานหนัก
การสูญเสีย
ความเหงา
และคืนที่นั่งมองดาวเพียงลำพัง
เธอเคยคิดว่าตัวเองเป็เพียงคนธรรมดา
แต่วันนี้...
กลับมีคนบอกว่า
สิ่งธรรมดาที่เธอทำมาตลอด
คือเหตุผลที่เมล็ดดาวเลือกเธอ
...
ทันใดนั้น
เสียง "แกร๊ก!"
ก็ดังขึ้น
ทุกคนเงยหน้ามอง
รอยร้าวบนโดมเวทมนตร์ขยายใหญ่กว่าเดิม
เศษแสงสีรุ้งเริ่มแตกกระจาย
หญิงสาวนักรบะโ
"ท่านผู้ใหญ่!"
"โล่ป้องกันเหลือไม่ถึงสิบเปอร์เซ็นต์!"
ทหารหลายคนเริ่มหน้าซีด
หากโล่แตก...
อีกาดำหลายร้อยตัวจะบุกเข้ามาทันที
แม่ทัพเงาหัวเราะเสียงต่ำ
"หมดเวลาแล้ว"
มันยกหอกสีดำขึ้นสูง
หมอกแห่งความมืดไหลรวมกันเป็เกลียวขนาดมหึมา
ท้องฟ้าสั่นะเื
ต้นผู้พิทักษ์สั่นไหว
มะลิกำมือแน่น
แม้หัวใจจะหวาดกลัว
แต่ครั้งนี้...
เธอไม่ได้ก้าวถอยหลัง
เธอก้าวออกไปข้างหน้า
หนึ่งก้าว
สองก้าว
จนมายืนหน้าทุกคน
ลูนี่ใ
"มะลิ!"
มะลิหันมายิ้ม
เป็รอยยิ้มอ่อนโยนแบบเดียวกับที่เธอเคยใช้ปลอบลูกชาย
"ฉันยังไม่รู้ว่าจะทำอะไรได้"
"แต่..."
"...ฉันจะไม่หลบอยู่ข้างหลังคนอื่น"
ทันใดนั้น
เมล็ดดาวใต้เสื้อของเธอก็เปล่งแสงเจิดจ้ายิ่งกว่าทุกครั้ง
แสงสีทองพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้า
ทะลุผ่านโดมเวทมนตร์
ตรงเข้าสู่หมู่เมฆสีดำ
และลึกเข้าไปในป่าที่อยู่ห่างออกไปหลายกิโลเมตร
ภายในป่าลึก...
ดวงตาคู่หนึ่งค่อย ๆ ลืมขึ้น
เป็ดวงตาสีเขียวมรกตที่สงบนิ่ง
เ้าของดวงตาพึมพำด้วยน้ำเสียงแ่เบา
"...ในที่สุด"
"...ผู้ถือเมล็ดดาวก็ปรากฏตัว"
ก่อนที่เงาร่างนั้นจะหยิบดาบโบราณขึ้นมา
แล้วมุ่งหน้าสู่หมู่บ้านแห่งสายรุ้ง
....................
แสงสีทองจากเมล็ดดาวพุ่งทะยานขึ้นสู่
ท้องฟ้าเส้นแสงตัดผ่านเมฆสีดำ
ราวกับดาวตกที่ย้อนกลับขึ้น์
ทั้งหมู่บ้านตกอยู่ในความเงียบ
ทุกสายตาจับจ้องไปยังร่างเล็ก ๆ
ของมะลิเธอเองก็ใไม่ต่างกัน
"ฉัน...ทำอะไรลงไป"
มะลิก้มมองฝ่ามือตัวเอง
ไม่มีคาถา
ไม่มีเวทมนตร์
แต่แสงสีทองยังคงไหลเวียนอยู่
รอบตัวเธออย่างอ่อนโยน
เหมือนสายลมอุ่นในเช้าฤดูหนาว
ท่านอาเรนมองภาพนั้นด้วยแววตาสั่นไหว
"พลังของเมล็ดดาว..."
"...เริ่มตื่นขึ้นแล้ว"
ลูนี่บินวนรอบตัวมะลิ
"เ้ารู้สึกเจ็บตรงไหนไหม"
"ไม่เลย"
"เวียนหัวหรือเปล่า"
"ก็ไม่นะ"
"หิวไหม"
มะลิหัวเราะ
"คำถามสุดท้ายนี่เกี่ยวด้วยเหรอ"
ลูนี่เกาศีรษะ
"ข้าหิว"
มะลิถึงกับหลุดหัวเราะ
แม้ใน่เวลาที่อันตรายที่สุด
ลูนี่ก็ยังทำให้ทุกคนยิ้มได้
ทหารที่ยืนอยู่ใกล้ ๆ ยังแอบหัวเราะตาม
บรรยากาศที่ตึงเครียดจึงผ่อนคลายลง
เพียงชั่วครู่ แต่แล้ว...ครืนนนน!
เสียงสั่นะเืดังมาจากพื้นดิน
คริสตัลกลางหมู่บ้านเริ่มสั่นไหว
รอยร้าวบนโดมเวทมนตร์ขยายออกอย่างรวดเร็ว
แกร๊ง!
เศษแสงสีรุ้งแตกกระจายกลางอากาศ
หญิงสาวนักรบเงยหน้ามองด้วยความใ
"โล่กำลังจะแตก!"
ทันใดนั้น
แม่ทัพเงายกหอกสีดำขึ้นเหนือศีรษะ
หมอกสีดำจากทั่วท้องฟ้าหลอม
รวมกันเป็ลูกไฟขนาดมหึมา
มันใหญ่เสียจนบดบังแสงอาทิตย์ทั้งหมด
ชาวบ้านหลายคนถึงกับทรุดลง
เด็กเล็กเริ่มร้องไห้
มะลิกำหมัดแน่น
เธอรู้ดีว่า...
หากลูกไฟลูกนั้นตกลงมา
หมู่บ้านแห่งสายรุ้งคงไม่เหลืออะไร
"ทุกคน..."
"...หลบ!"
หญิงสาวนักรบะโ
เหล่าผู้พิทักษ์ยกโล่เวทมนตร์ขึ้นพร้อมกัน
แต่ทุกคนรู้ดีว่า
มันไม่เพียงพอ
แม่ทัพเงายิ้มเย็น
"จงหายไปพร้อมกับความหวังของพวกเ้า"
มันสะบัดหอกลง
ลูกไฟสีดำพุ่งตรงลงมายังหมู่บ้าน
ฟ้าวววว!
เสียงอากาศฉีกขาดดังกึกก้อง
มะลิยืนนิ่ง
เธอหวาดกลัว
แต่เท้ากลับไม่ยอมถอย
เธอหลับตา
แล้วนึกถึงคำอธิษฐานในคืนที่เห็นดาวตก
"ถ้ามีโอกาส...ขอให้ฉันได้ช่วยเหลือใครสักคน..."
เมล็ดดาวบนหน้าอกเริ่มส่องแสงอีกครั้ง
แต่ครั้งนี้...
ไม่ได้ส่องเพียงรอบตัวเธอ
แสงสีทองแผ่กระจายไปทั่วหมู่บ้าน
ต้นผู้พิทักษ์พลันเปล่งประกายเจิดจ้า
ใบไม้สีทองนับหมื่นใบร่วงลงพร้อมกัน
พวกมันหมุนวนกลางอากาศ
ก่อนรวมตัวกันเป็โล่ขนาดมหึมา
ปกคลุมหมู่บ้านทั้งแห่ง ตูมมมม!!
ลูกไฟสีดำปะทะกับโล่แห่งใบไม้
แรงะเิมหาศาลทำให้พื้นดินสั่นะเื
ฝุ่นควันฟุ้งกระจายจนมองไม่เห็นสิ่งใด
มะลิยกแขนขึ้นบังใบหน้า
หัวใจเต้นแรงไม่หยุด
เมื่อฝุ่นเริ่มจางลง...
ทุกคนค่อย ๆ ลืมตา
หมู่บ้านยังอยู่
บ้านเรือนไม่มีหลังใดพังทลาย
ชาวบ้านทุกคนปลอดภัย
เสียงโห่ร้องด้วยความดีใจดังก้องไปทั่ว
"รอดแล้ว!"
"พวกเรารอดแล้ว!"
เด็ก ๆ วิ่งเข้ากอดพ่อแม่
หลายคนหลั่งน้ำตาด้วยความโล่งอก
มะลิถอนหายใจยาว
ขาทั้งสองข้างอ่อนแรงจนทรุดนั่งลง
"ดีจัง..."
"...ทุกคนปลอดภัย"
ลูนี่รีบบินมาประคองไหล่เธอ
"เ้าไม่เป็ไรใช่ไหม"
มะลิยิ้มอ่อน
"แค่เหนื่อยนิดหน่อย"
แต่ท่านอาเรนกลับยังไม่ยิ้ม
เขามองไปยังท้องฟ้า
แม่ทัพเงาไม่ได้โกรธ
กลับหัวเราะเบา ๆ
"น่าสนใจ..."
"เมล็ดดาวตื่นเร็วกว่าที่ข้าคิด"
มันค่อย ๆ ถอยกลับเข้าสู่เมฆสีดำ
พร้อมฝูงอีกาดำที่บินตามราวกับพายุ
ไม่นานนัก
ท้องฟ้าก็ค่อย ๆ กลับมาสดใสอีกครั้ง
แสงแดดยามบ่ายส่องลงมายังหมู่บ้านแห่งสายรุ้ง
ผู้คนเริ่มออกมาช่วยกันเก็บกวาด
ไม่มีใครบ่น
ไม่มีใครโทษกัน
ทุกคนช่วยเหลือกันด้วยรอยยิ้ม
มะลิมองภาพนั้นแล้วรู้สึกอบอุ่น
"ที่นี่..."
"...เหมือนบ้านเลย"
ลูนี่ยิ้มกว้าง
"ข้าบอกแล้ว"
"หมู่บ้านแห่งสายรุ้งต้อนรับทุกคน"
ทันใดนั้นเอง...
เสียงฝีเท้าดังมาจากทางเข้าหมู่บ้าน
ตึก...
ตึก...
ตึก...
ทุกคนหันไปมอง
ชายหนุ่มคนหนึ่งสวมเสื้อคลุม
สีเขียวเข้มเดินเข้ามาช้า ๆ
เขาสะพายดาบยาวที่มีฝักสีไม้เก่า
เส้นผมสีดำปลิวไหวตามสายลม
แต่สิ่งที่สะดุดตาที่สุด คือดวงตา
สีเขียวมรกตที่สงบนิ่ง
เขาหยุดอยู่หน้ามะลิ
มองเธอครู่หนึ่ง
ก่อนคุกเข่าลงข้างหนึ่ง
แล้วกล่าวด้วยน้ำเสียงหนักแน่น
"ในที่สุด..."
"...ข้าก็พบผู้ที่ตามหามาสิบห้าปี"
มะลิขมวดคิ้ว
"เราเคยรู้จักกันหรือ"
ชายหนุ่มส่ายหน้า
"ไม่..."
"แต่ข้าเคยให้คำมั่นไว้กับอาจารย์ของข้า"
เขาเงยหน้าขึ้น
ดวงตาเต็มไปด้วยความมุ่งมั่น
"นับจากวันนี้..."
"...ข้าจะเป็ดาบของเ้า"
ลูนี่อ้าปากค้าง
ท่านอาเรนถึงกับเบิกตากว้าง
ราวกับไม่คาดคิดว่าชายคนนี้จะมาปรากฏตัว
และในเงามืดอันห่างไกล...
ภายในปราสาทสีดำ
ชายผู้ครองบัลลังก์แห่งดินแดนเงาค่อย ๆ ยิ้ม
"ในที่สุด..."
"ผู้พิทักษ์แห่งเมล็ดดาว..."
"...ก็ออกจากที่ซ่อนเสียที"
.......………................