ชุมสายหายออกไปครู่หนึ่งกลับมาด้วยรอยยิ้มสว่างใส หากแต่วูบวาบในทีมาถึงจุดที่จอมพธูนั่งเล่นอยู่ตรงบริเวณโต๊ะรับประทานอาหารซึ่งเป็จุดเชื่อมทางเดินไปยังสตูดิโอฯด้านหลัง เขาก็เล่าขึ้นโดยไม่ต้องถาม
“ค่อยโล่งอกหน่อยครับแทนที่ะเิจะลงตูมตามทีเดียวสองสามลูก นับว่ายังหายใจได้ทั่วท้องหน่อยเพราะตอนนี้นางแบบที่คอยมาถึงหนึ่งคนแล้ว”
จอมพธูเผลอตัวถามด้วยอาการตื่นเต้น “ใช่คุณบัวรึเปล่าคะ”
ดีที่ว่าชุมสายไม่ติดใจกับท่าทางของหล่อนนักพยักหน้ารับ ก่อนจะเปรยว่าปัญหามันยังไม่จบแค่นั้น “มาถึงแล้วก็จริงครับแต่บ่นว่ายังไม่ได้ทานอะไรเลย ถ้าไม่มีอาหารตกถึงท้อง เห็นทีจะไม่มีแรงทำงาน”
“กองทัพต้องเดินด้วยท้องไม่ใช่หรือคะ”
คนเล่าไม่ได้มีท่าทีเดือดร้อนอย่างที่พูดแต่แอบกระซิบเสียงเบาให้หล่อนฟังเพิ่มเติมอย่างสนุกปาก “ออกมาทำงานนอกสถานที่แบบนี้คุณจอมก็น่าจะรู้...มีก็แต่ข้าวกล่องแบบทีมงานถ้าจะให้แตกต่างขึ้นมาหน่อย โดยเอาใจเธอให้เป็พิเศษอย่างดีก็อาจจะซื้อพวกฟาสต์ฟู้ดมาให้ทาน แต่นี่คุณบัวเธอส่ายหัวไม่เอาท่าเดียวบอกอยากทานอะไรรู้ไหมครับ”
จอมพธูนิ่งฟังอย่างตั้งใจแต่แทบจะสำลักน้ำเปล่าที่กำลังยกขึ้นจิบ เมื่ออาหารที่ว่าก็คือ...
“ฟัวกรา(foie gras) ...คิดได้ยังไงกัน อยากจะมาทานตับห่านเอากลางวันแสกๆเกิดมาผมก็เพิ่งเคยเจอนางแบบที่เอาแต่ใจสุดยอด...อย่าว่านินทาผู้หญิงอย่างนั้นอย่างนี้เลยครับ...”
ยังไม่ทันนินทาอย่างที่คิดเ้าของร่างประเปรียว ซึ่งบ่นอยากทานตับห่าน โผล่พ้นขอบประตูเข้ามา หญิงสาวไม่ยิ้มแม้เพียงนิดเดียวมองผ่านทั้งชุมสายและหล่อนไป ราวกับไม่มีตัวตน
ทว่าเพียงเสี้ยวนั้นจอมพธูยังได้สังเกตรูปร่างหน้าตาของอัมพุชินีได้เกือบถี่ถ้วน ใบหน้าขาวผ่องงามหมดจดราวกับดอกบัวบาน ดวงหน้ารูปไข่แบบเดียวกับหล่อนทว่าเรียวยาวกว่า คิ้วสองข้างวาดสีเข้ม เรียวเป็แนวอยู่เหนือดวงตาคู่โตขนตาหนาทึบเป็แผง ล้อมแก้วตาสีน้ำตาลอ่อนราวกับอัญมณีโอปอลเจียระไนจมูกซึ่งโด่งเต็มแบบชนชาติฝรั่งงดงาม รับกับริมฝีปากซึ่งเต็มอิ่ม ทุกสรรพางค์กายของอัมพุชินีชวนมองแม้ว่าดูภายนอก อาจเห็นชัดว่าบนความงามด้วยตาเปล่านั้นท่วงท่าของหล่อนเต็มไปด้วยความหยิ่งทระนงและถือตัว
ไม่รู้จะนึกชมว่าสวยดีหรือไม่...
คล้อยหลังบานประตูสีฟ้าน้ำทะเลปิดลงพร้อมกับผู้หญิงซึ่งเป็ทีมงานคนเดิมเดินตามหลังเข้าไป ชุมสายก็เอ่ยอย่างขันแกมิ่
“สวยไหมครับ...แต่ก็ทำมาเกือบทั้งนั้น”
จอมพธูได้แต่อึ้งเพราะรู้สึกว่าชุมสายเริ่มจะแสดงความรู้สึกต่อผู้หญิงไปในทางลบ จนกลายจะเป็การ ‘ดูถูก’ ไปแล้วแต่ก็ไม่กล้านึกโกรธหรือต่อว่า เพราะประโยคถัดไป ทำให้หล่อนเผลอตีที่ต้นแขนเขา
“สวยสู้คุณจอมไม่ได้สักนิดเดียว...สวยแบบธรรมชาติอย่างนี้ล่ะครับเอาชนะใจชายที่ปากแข็งมานักต่อนักแล้ว”
หัวใจหล่อนพองโตคล้ายถูกอัดแก๊สฉับพลันไม่รู้หรอกว่าชุมสายแกล้งชมหรือพูดจริงแต่ความหมายนั้นทำให้หน้าของคุณนามลอยเด่นขึ้นมา แต่ก็ถูกขัดจังหวะขึ้นเมื่อผู้หญิงซึ่งเป็ทีมงานคนเมื่อครู่เสียงดังมาก่อนตัว
“น้องชุมมาหลบอยู่ตรงนี้เองปล่อยให้พี่หาตัวตั้งนาน” ผู้พูดไม่รอช้า รีบพูดปัญหา “แล้วทีนี้จะทำยังไงดีล่ะคะน้องบัวออกอาการเม้งแตก ร้องหาตับห่าน”
หญิงผู้นั้นชำเลืองตามาทางหล่อนทำท่ารีบอุดปาก คล้ายกังวลว่าตนเองสมควรพูดหรือไม่ ดีว่าชุมสายพูดแทน “นี่คุณจอมครับ พี่ลูกเจี๊ยบเป็อินทีเรียสาวฝีมือดี...ไม่ต้องกังวลครับ เธออยู่ข้างเรา”
จอมพธูนึกอยากเอามือไปอุดปากชุมสายที่โมเมผสมโรงหาว่าหล่อนเป็พวกเดียวกับเขาทั้งที่หล่อนยังไม่ทันแสดงความคิดอะไรสักนิด แต่ดูเหมือนหญิงผู้นั้นจะไม่สนใจเื่ใดกว่าสิ่งที่ตนเอง้าสื่อสารดังนั้นเ้าหล่อนซึ่งเล่าค้างอยู่ จึงพูดถึงปัญหาอีกสิ่งหนึ่งซึ่งครั้งนี้ทำให้ชุมสายถึงกับมองหาเก้าอี้ แล้วทรุดตัวลงนั่งอย่างคิดไม่ตก
“เื่ตับห่านพี่ว่ากลางวันแสกๆแบบนี้ คงจะไปหาให้ไม่ได้หรอกค่ะ อย่างเก่งก็ใช้ให้เ้าแมนมันขี่มอเตอร์ไซค์ไปซื้อเสต็กหมูเสต็กไก่หน้าปากซอยมาให้ทานคงจะพอไหว...แต่อีกเื่ที่พี่ลูกเจี๊ยบหัวหมุนอยู่ตอนนี้ก็คือ น้องมาเรียเด็กเจ้เอเอสิคะ เบี้ยวคิว ปิดเครื่องหนี ตามตัวไม่ได้ทั้งผู้จัดการทั้งนางแบบแล้วทีนี้พี่จะทำยังไงดีละคะ”
“โอ้ว!...ไม่ใช่หน้าที่ผมนะครับพี่ลูกเจี๊ยบ”
ชุมสายอุทานพร้อมบอกปัดจึงโดนพี่ลูกเจี๊ยบต่อว่าต่อขานเบาะๆ “พี่แค่มาปรึกษาเท่านั้นละคะไม่ได้บอกให้น้องชุมต้องมาหาคนแทนให้ซะหน่อย เพราะพี่รู้ว่าอย่างน้องชุมคงจะไม่มีใครแนะนำให้พี่หรอกค่ะ...ยกเว้นก็แต่...”
พี่ลูกเจี๊ยบปรายตามาทางจอมพธูความหมายในนั้นบอกว่ากำลังสำรวจทุกส่วนสัดั้แ่ศีรษะจรดปลายเท้าขณะที่หล่อนยืนพิงเคาน์เตอร์บาร์อยู่
ทันใดนั้นพี่ลูกเจี๊ยบก็ร้องอุทานด้วยความดีใจอย่างกับถูกล็อตเตอรี่รางวัลใหญ่ “ว้าว...พี่เจอเพชรเม็ดงามโดยไม่ต้องไปงมหาแล้วค่ะ และพี่ว่าดีกว่ายายมาลาเรียนั่นเป็ไหนๆ”
ชุมสายยังอุตส่าห์ท้วงกับคำเรียกชื่อนางแบบมาเรียด้วยคำเปรียบประหลาด และสรรพนามซึ่งเปลี่ยนไป “เธอคนนั้นชื่อมาเรียครับพี่ลูกเจี๊ยบ”
“ชื่อที่พี่เรียกก็เหมาะแล้วละค่ะทำอาพี่ปวดหัวยังกับมีไข้รุม เหมือนถูกยุงกัดแบบโรคมาลาเรียไงคะ”
คำอธิบายของพี่ลูกเจี๊ยบกระจ่างชัดและทำให้ผู้ถามอดหัวเราะไม่ได้ รวมถึงตัวหล่อนด้วย แต่รอยยิ้มนั้นแทบหุบลงฉับพลันเมื่อพี่ลูกเจี๊ยบถลันมาถึงตัวพลางจับร่างจอมพธูหมุนซ้ายหมุนขวาอย่างพินิจพิเคราะห์
“เดี๋ยวพี่จะต่อสายหาคุณภูแล้วรายงานว่าจะขอเปลี่ยนตัว ยกเลิกคิวยายมาเรียนั่น จะได้แก้เผ็ดคืนมั่งที่มาทำให้คิวงานของเราวุ่นวาย”
“แล้วทำยังไงต่อครับ”ชุมสายเลิกคิ้วเป็เชิงถาม
“น้องชุมล่ะก็ทีอย่างนี้ทำมาเป็หมกตัวอยู่ในท้องไร่ท้องน่าวิ่งตามพี่ไม่ทันไปได้...พี่บอกว่าเจอเพชรเม็ดงามมาแทนยายมาลาเรียแล้วยังไงล่ะคะ...ว่ายังไงคะน้องจอมสนใจไหมคะ”
พี่ลูกเจี๊ยบจำชื่อหล่อนได้แม่นเสียด้วยแถมคำชักชวนราวสายฟ้าแลบนั้นก็ทำให้หล่อนทั้งมึนงง ทั้งสับสนไปชั่วขณะจึงได้แต่ยืนใบ้กินอยู่นาน จนพี่ลูกเจี๊ยบกระวีกระวาด หยิบโทรศัพท์ในกระเป๋าสะพายขึ้นมาต่อสายหาใครสักคน แล้วก็ผละไปจากที่ตรงนั้น
ชุมสายซึ่งนั่งอยู่ตรงเก้าอี้ลุกพรวดขึ้นมาจับไม้จับมือแสดงความดีใจจนออกนอกหน้าทั้งที่จอมพธูยังไม่ได้ตอบตกลงอะไรสักคำ
“โชคมาถึงแล้วครับคุณจอม...ถ้าคุณจอมตอบตกลงรับรองงานนี้ได้เกิดแน่นอนครับ ยิ่งได้ฝีมือเพื่อนผมเป็ช่างภาพให้ รับรองว่าลงแค่ฉบับเดียวแต่เกลี้ยงแผงไม่ทันถึงชั่วโมงแน่นอน”
ชุมสายตื่นเต้นอย่างกับตนเองจะเป็นางแบบเสียเองและยังคงโฆษณาสรรพคุณอีกหลายประการถึงความบรรเจิดในการได้โอกาสถ่ายแบบครั้งนี้
“ผมจะช่วยเชียร์ให้เพื่อนผมมันถ่ายรูปคุณจอมให้ไม่น้อยหน้าคุณบัว”
นับเป็ความอึดอัดใจครั้งใหญ่ในชีวิตมากยิ่งกว่าตอนขอลาออกเมื่อหลายวันก่อนด้วยซ้ำเพราะไม่มีความรู้สึกถวิลหาหรือใฝ่ฝันงานประเภทนี้เลยมิหนำซ้ำหล่อนไม่ได้สะสวยหรือมีเสน่ห์ขนาดอัมพุชินีซึ่งสามารถสะกดสายตาผู้พบเห็นแม้ครั้งแรกได้ ดังนั้นจะให้โพสต์ท่าทางได้สวยงามอย่างมืออาชีพ เห็นทีคงตกม้าตายั้แ่ยกแรกเมื่อตั้งสติได้ คำตอบแรกที่โพล่งออกไปก็คือ
“จอมขอปฏิเสธดีกว่าค่ะ...มันคงไม่ใช่ตัวเองแน่”
..........................................................จบตอนที่ 7