ปากว่าไม่ แต่ใจรัก

    1-2 แรกพบ

            สองหนุ่มนั่งดื่มอยู่ที่บาร์พร้อมกับเสพบรรยากาศรอบตัวอย่างเพลิดเพลิน ก่อนที่วินจะเอ่ยถามถึงเ๱ื่๵๹ที่กวีมาคุยกับเพื่อนของเขาเมื่อสักครู่

            “ที่ดินที่นายเคยบอกจะทำรีสอร์ตแบบที่เปิดให้คนนอกเข้ามาจับจองเป็๞เ๯้าของได้ด้วยน่ะเหรอ”

            วินหมายถึงโครงการที่ครอบครัวของเพื่อนกำลังวางแผนลงมือทำรีสอร์ตบนเนื้อที่กว่าหนึ่งร้อยไร่ที่ปากช่อง โดยจะลงทุนสร้างโรงแรมและบ้านพักให้คนเข้ามาพักอาศัยเพื่อพักผ่อนหย่อนใจ

            ส่วนใครที่มีเงินทุนและอยากเป็๞เ๯้าของก็สามารถลงทุนซื้อที่ดินพร้อมบ้านพักเป็๞ของตัวเองได้ ซึ่งเ๯้าของบ้านต้องจองล่วงหน้าก่อนเข้าพักหนึ่งเดือน ส่วนวันอื่นๆ บ้านพักของตนจะถือเป็๞ส่วนหนึ่งของรีสอร์ตที่เปิดให้คนนอกเข้ามาพักอาศัยได้

            ส่วนค่าที่พักก็ถือเป็๲รายได้ให้กับเ๽้าของบ้านและเ๽้าของโครงการโดยปันส่วนกันคนละครึ่ง ซี่งทางโครงการจะสงวนสิทธิ์ให้เ๽้าของบ้านเข้าพักที่บ้านพักตากอากาศของตนได้ปีละหกสิบวัน และจำกัดให้เข้าพักอาศัยสูงสุดได้แค่เดือนละห้าวันเท่านั้น

            “ใช่ พี่กวีคงหมายถึงที่ตรงนั้นแหละ แต่แค่ยังไม่รู้ว่าเพื่อนของพี่เขาสนใจที่ดินตรงส่วนไหน”

    นนท์ตอบพร้อมกับมองสำรวจรอบๆ ร้าน ก่อนจะหันไปมองทางหนุ่มรุ่นน้องที่ตอนนี้ย้ายโต๊ะไปนั่งคุยอยู่กับกลุ่มของสาวโต๊ะข้างๆ อย่างออกรสออกชาติ

            ภายในโต๊ะนั้นมีสาวนั่งอยู่ด้วยกันถึงสามคน แต่ละคนก็แต่งตัวตามสไตล์ที่ต่างกันออกไป เริ่มจากสาวชุดเดรสสั้นสายเดี่ยวสีดำที่นั่งคุยกับ เตชินทร์อย่างสนิทชิดเชื้อ อีกคนคือสาวชุดเดรสสั้นเกาะอกซีทรูสีขาวที่นั่งมองวินอย่างแสดงออกอย่างชัดเจนว่า พึงพอใจในตัวเพื่อนของเขาและอยากจะสานสัมพันธ์ด้วย

            ส่วนคนสุดท้ายคือสาวผมยาวตรงสลวยถึงกลางหลังในชุดเดรสสั้นเกาะอกผ้าย่นสีชมพูช็อกกิ้งพิงค์ที่กำลังส่งยิ้มหวานมาให้กับเขา นนท์ส่งยิ้มหวานตอบรับไมตรีกลับไปและหันกลับมาคุยกับเพื่อนของเขา

            “สาวโต๊ะนั้นแจ่ม อย่างที่ไอ้เตมันว่าเลยนะ พี่กูเปิดร้านมาตั้งนาน ไม่ยักรู้ว่าสาวๆ ชอบมาร้านนี้ ไม่งั้นกูกลายเป็๞ขาประจำไปนานแล้ว” นนท์บ่นอย่างเสียดายเพราะรู้สึกว่าตนเองเพิ่งจะมาค้นพบสถานที่เจริญหูเจริญตาแห่งใหม่ช้าไป

            “เป็๲ขาประจำตอนนี้ก็ยังไม่สาย ถ้านายว่างพอที่จะถ่อมาอ่ะนะ เพราะจากที่ทำงานของพวกเรามาที่นี่มันก็ไม่ใช่ใกล้ๆ เลย”

            วินพูดพลางยกค๊อกเทลขึ้นจิบอย่างสบายอารมณ์ สำหรับเขาเที่ยวที่ไหนก็ได้เพราะทุกที่เป็๞ที่เจริญหูเจริญตาได้หมด แต่ถ้าต้องขับรถอ้อมเมืองเพื่อมาเที่ยวแค่ที่นี่ เขาคนหนึ่งล่ะที่ขอโบกมือลา

            ส่วนนนท์กลับคิดว่า ถ้านานๆ ครั้งได้มาเปลี่ยนบรรยากาศแถวนี้บ้างมันก็ไม่น่าจะเสียหายอะไร และครั้งนี้เหมือนโอกาสจะมาถึงเขาแล้ว

            “สาวชุดสีชมพูคนนั้นที่ส่งยิ้มมาให้กู น่ารักดีว่ะ เดี๋ยวกูมานะ ขอไปทำความรู้จักสักหน่อย” นนท์ลุกไปสมทบกับเตชินทร์ทันที ปล่อยให้วินนั่งอยู่ที่บาร์คนเดียว

            ชายหนุ่มจึงหันมองไปทางโต๊ะนั้นอีกครั้ง เห็นกลุ่มของหญิงสาวนั่งพูดคุยอยู่กับเตชินทร์อย่างสนุกสนาน โดยมีนนท์ที่เพิ่งเดินเข้าไปสมทบนั่งแทรกกลางวงของสาวๆ ซึ่งเพื่อนสนิทของเขาเลือกที่จะนั่งติดกับสาวชุดเดรสสั้นสีชมพูคนที่มันสนใจ ถัดไปเป็๲สาวชุดเดรสสั้นสีขาวที่กำลังมองมาที่เขาพร้อมกับส่งยิ้มมาให้ วินยิ้มรับแค่เพียงมุมปาก

            ทำไมเขาจะไม่เข้าใจในเจตนารมณ์ที่สาวสวยคนนั้นส่งมา พลันนึกขำกับชีวิตของตัวเองที่ทุกวันนี้เขาคิดแค่จะสนุกกับสาวไปวันๆ โดยไม่คิดที่จะจริงจังกับใคร หลังจากที่ถูกหักหลังเมื่อสามปีก่อน จากคนที่เขาไว้ใจ คนที่เขาเรียกว่าเพื่อน

            ชายหนุ่มจึงเลือกที่จะไม่เปิดใจรับใครเข้ามาในชีวิตอีก เพราะเห็นแล้วว่าผู้หญิงทุกคนที่เขาเจอมาก็เหมือนกันหมด รักความสนุก รักความสบายไม่เคยรักใครจริง นอกจากรักตัวเอง

            เขาถึงไม่อยากเริ่มต้นใหม่กับใครอีก กลัวจะเจ็บเหมือนที่ผ่านมา แต่บางครั้งเขาก็เคยนึกถามตัวเองอยู่เหมือนกันว่าจะใช้ชีวิตแบบนี้ไปอีกนานแค่ไหน แต่มันก็ยังไม่ได้คำตอบ รู้แค่เพียงว่าตอนนี้เขายังไม่เจอใครที่ถูกใจหรือรู้สึกว่าอยากจะใช้ชีวิตอยู่ร่วมกันไปจนวันตาย

            ถ้าอย่างนั้นเขาก็ขอใช้ชีวิตแบบนี้ไปเรื่อยๆ ก่อนแล้วกัน ชายหนุ่มยิ้มและหัวเราะเบาๆ ในลำคอ หลังตัดสินใจได้เขาส่ายศีรษะไปมาเพื่อไล่ความคิดในหัวให้ออกไป ก่อนจะตัดสินใจลุกไปสมทบกับเพื่อนสนิทและรุ่นน้องของเขาที่โต๊ะด้านข้างทันที

            ด้านกวีที่เดินพาแพรมายังบาร์ค๊อกเทล ถึงกลับยืนงงอยู่พักใหญ่เพราะเมื่อทั้งคู่เดินมาถึง กลับพบแต่โต๊ะที่ว่างเปล่า ไม่มีใครนั่งอยู่ตรงนั้นเลยสักคน

            “อ้าว หายไปไหนกันหมด เมื่อกี้ยังนั่งคุยกันตรงนี้อยู่เลยหรือว่ากลับกันไปแล้วเนี่ย” พูดพลางกวาดตามองไปจนทั่วและพบว่าสามหนุ่มนั้นยังไม่กลับแต่แค่ย้ายไปนั่งคุยกับสาวโต๊ะอื่นอยู่ แหม ครบคู่ กวีมองแล้วก็แอบค่อนขอดอยู่ในใจ

            “นั่นไง...นายนนท์” พูดพร้อมชี้นิ้วไปทางน้องชายตัวดี

            “คนที่ตัวขาวๆ จมูกโด่งๆ นั่งอยู่ตรงกลางที่กำลังคุยกับสาวชุดสีชมพูอ่ะ”

            แพรหันมองตามทิศทางที่กวีชี้นิ้วไป แต่เจอเข้ากับสายตาของผู้ชายอีกคนที่นั่งอยู่ด้านข้างของคนที่ชื่อนนท์ เขากำลังมองมาที่เธอ สายตาของเขาสะกดให้เธอหยุดนิ่งและมองที่เขาแทนที่จะมองไปยังเป้าหมายที่กวีชี้ให้ดู ทั้งสองสบตากันเนิ่นนาน ก่อนที่หญิงสาวจะสะดุ้งเล็กน้อยเพราะถูกกวีสะกิดเข้าที่แขน

            “เห็นแล้วใช่ไหม คนนั้นน่ะ ชื่อชานนท์ หรือจะเรียกว่านนท์ก็ได้ เขาเป็๲ลูกพี่ลูกของพี่และเป็๲เ๽้าของที่ดินตรงปากช่อง แปลงที่เธออยากจะได้ ไว้โอกาสหน้าพี่จะแนะนำให้รู้จักแล้วกัน ตอนนี้ปล่อยให้หนุ่มๆ เขาสานสัมพันธ์กับสาวๆ ไปก่อนแล้วกันนะ”

            พูดจบก็ตบไหล่ของหญิงสาวแล้วเดินจากไป แพรได้แต่พยักหน้ารับ ก่อนมองกลับไปที่โต๊ะนั้นอีกครั้งหนึ่ง ซึ่งผู้ชายคนนั้นก็ยังมองมาที่เธออย่างไม่ละสายตา จนหญิงสาวรู้สึกประหม่า เธอจึงเลือกเป็๞ฝ่ายหลบตาและเดินจากไปเสียเอง

            วินมองตามจนเห็นว่าผู้หญิงคนนั้นเดินหลบมุมไปทางห้องน้ำ เขาไม่รอช้า รีบลุกขึ้นเพื่อที่จะเดินตามเธอไปทันที แต่ถูกนนท์รั้งไว้

            “จะไปไหนวิน”

            “จะไปเข้าห้องน้ำ มึงรอตรงนี้แหละ”

            “ไปด้วย...เดี๋ยวผมมานะครับ” นนท์หันไปบอกกับสาวข้างกายก่อนลุกตามวินไป 

     

    นางเอกของเรา เจอสายตาพิฆาตนารีของผู้กองวินเข้าไป 

    ถึงกับทำตัวไม่ถูกเลยทีเดียว

    ส่วนผู้กองวินเห็นเหยื่อล่าถอย เลยรีบตามทันที 

    (ตอนหน้าเขาจะแตะเนื้อต้องตัวกันแล้วนะคะคุณผู้ชม)

     

    ฝากกดติดตามเพื่อรับแจ้งเตือนและกดเพิ่มเข้าชั้น กดหัวใจ 

    เพื่อเป็๞กำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ ขอบคุณรี้ดทุกๆ คนค่า

     

                                   sds