~ อีบุ๊คมาแล้วค่า ~
สั่งซื้อ E-Book พิมพ์ : เขาไม่เคยเห็นฉันเป็ภรรยา
‼ ราคาโปรโมชั่น 89฿ (Apple 119 บาท) !!
!! หมดโปรปรับเป็ 129฿ (Apple 149 บาท) ทันที ‼
ระยะเวลาโปรโมชัน : 28 ส.ค. 2568 - 04 ก.ย. 2568 (หมดเวลา 23:59 น.)
# IOS แนะนำให้ซื้อผ่านเว็บซาฟารีนะคะจะได้ราคา Android ค่ะ #
ปล. อ่านจบแล้วอย่าลืม กดหัวใจ และ พิมพ์รีวิว ให้หยกด้วยนะคะ
————— ꧁༻・ॐ・༺꧂ —————
มีทั้งหมด 31 บท + ตอนพิเศษ 2 ตอนค่ะ

—————— ༻・ॐ・༺ ——————
บทที่ 8
หลังจากวันที่อลินจงใจเอ่ยชื่อของคุณภัทร์ขึ้นมาทดสอบความรู้สึกของเธียร บรรยากาศระหว่างคนทั้งสองก็ยิ่งทวีความตึงเครียดที่แสนประหลาด เธียรดูหงุดหงิดและพยายามหาเื่จับผิดเธอมากขึ้น แต่ในขณะเดียวกัน เขาก็จงใจหาเื่เข้ามาใกล้ชิดเธอมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัดเช่นกัน
จนกระทั่งโอกาสสำคัญทางธุรกิจก็มาถึง...
“ดีลกับ สยามพาราไดซ์ กรุ๊ป ที่ภูเก็ตครั้งนี้สำคัญมากนะ” คุณวรเทพกล่าวในที่ประชุม “พวกเขาเป็กลุ่มทุนใหญ่ที่กำลังจะสร้างโรงแรมและรีสอร์ตระดับหกดาว ถ้าเราสามารถเข้าไปเป็ซัพพลายเออร์รถสปอร์ตและรถลิมูซีนสำหรับแขก VVIP ของพวกเขาได้ทั้งหมด จะเป็ก้าวที่ยิ่งใหญ่มากสำหรับบริษัทเรา”
“ดิฉันเตรียมข้อมูลและข้อเสนอเบื้องต้นไว้พร้อมหมดแล้วค่ะท่านประธาน” อลินรายงานอย่างฉะฉาน “ดิฉันคิดว่าดิฉันสามารถเดินทางไปเจรจาด้วยตัวเองได้ค่ะ”
“ไม่ได้!” เธียรโพล่งขึ้นมาทันที “ดีลใหญ่ขนาดนี้ คุณจะไปคนเดียวได้ยังไง มันเสี่ยงเกินไป”
“ดิฉันไปกับทีมฝ่ายขายค่ะ ไม่ได้ไปคนเดียว” อลินแย้งอย่างสุภาพ
“แต่ผมไม่ไว้ใจ” เธียรสวนกลับทันควัน “ผมจะไปด้วยตัวเอง”
ทุกคนในห้องประชุมมองหน้ากันเลิ่กลั่กกับการปะทะกันทางวาจาของสามีภรรยาคู่นี้ อลินมองเขาด้วยสายตาไม่พอใจ เธอรู้ดีว่าเขาไม่ได้เป็ห่วงเธอ แต่เขาแค่ไม่ไว้ใจในความสามารถของเธอ และอาจจะยังระแวงเื่คุณภัทร์ที่เธออุปโลกน์ขึ้นมาไม่หาย
“เอาเป็ว่า...ไปกันทั้งสองคนนั่นแหละดีแล้ว” คุณวรเทพกล่าวตัดบท “ช่วยกันทำงาน จะได้ไม่พลาด”
การเดินทางไปภูเก็ตของคนทั้งสองจึงได้เริ่มต้นขึ้น...
บรรยากาศบนเครื่องบินส่วนตัวเงียบกริบจนได้ยินเพียงเสียงเครื่องยนต์ อลินเลือกที่จะนั่งอ่านนิยายเล่มโปรดเพื่อฆ่าเวลา ในขณะที่เธียรเอาแต่นั่งจ้องหน้าจอแล็ปท็อป แต่สายตาของเขากลับคอยชำเลืองมองเธอเป็ระยะ
“อ่านอะไรอยู่” ในที่สุดเขาก็ทนความเงียบไม่ไหว เอ่ยถามขึ้น
“นิยายน่ะค่ะ” เธอตอบสั้น ๆ โดยไม่ละสายตาจากหนังสือ
“แนวไหนล่ะ”
“โรแมนติกดราม่าค่ะ”
“เหอะ...น้ำเน่า” เขาพึมพำเบา ๆ แต่ก็ดังพอที่เธอจะได้ยิน
อลินปิดหนังสือลงเสียงดัง ปึ้บ แล้วหันมาเผชิญหน้ากับเขา “ถ้าคุณไม่มีอะไรที่เป็ประโยชน์จะพูด ก็กรุณาเงียบ ๆ ดีกว่าค่ะ ดิฉันไม่มีอารมณ์จะมาต่อปากต่อคำกับคุณ”
เธียรอึ้งไปเล็กน้อยกับการตอบโต้ที่ตรงไปตรงมาของเธอ ก่อนจะยกยิ้มมุมปากอย่างท้าทาย “ปากดีขึ้นเยอะนี่...สงสัยสามปีที่ผ่านมาคงจะไปฝึกวิทยายุทธ์มาสินะ”
“ก็คงจะอย่างนั้นมั้งคะ” เธอย้อนกลับอย่างไม่ยอมแพ้ “เพราะถ้ายังอ่อนแอเหมือนเมื่อก่อน...คงจะถูกคุณเหยียบย่ำจนไม่เหลือซากไปแล้ว”
คำพูดนั้นแทงใจดำเขาอย่างจัง เธียรหน้าตึงขึ้นทันที เขาหันกลับไปสนใจหน้าจอแล็ปท็อปของตัวเองอีกครั้ง และบทสนทนาก็จบลงเพียงเท่านั้น
เมื่อมาถึงโรงแรมหรูที่ทางลูกค้าจัดเตรียมไว้ให้ ทั้งสองก็ต้องพบกับความประหลาดใจอีกครั้ง เมื่อพนักงานต้อนรับแจ้งว่าทางลูกค้าได้จองห้องพักแบบ Presidential Suite ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดไว้ให้...เพียงห้องเดียว
“ว่าไงนะครับ! ห้องเดียวเหรอ!” เธียรขมวดคิ้ว “ผมแจ้งมาแล้วไม่ใช่เหรอว่าขอสองห้อง”
“ต้องขออภัยด้วยค่ะคุณเธียร พอดีว่า่นี้โรงแรมเราเต็มหมดเลยค่ะ แล้วทางสยามพาราไดซ์ก็ยืนยันว่าจะให้สองท่านพักที่ห้องนี้จริง ๆ ค่ะ” พนักงานตอบอย่างนอบน้อม
“แต่...”
“ไม่เป็ไรค่ะ” อลินพูดตัดบทขึ้น “ห้องสวีทน่าจะมีห้องนอนแยกอยู่แล้ว ไม่มีปัญหาหรอกค่ะ”
เธียรได้แต่จำใจยอมรับสถานการณ์ เขามองอลินที่ยังคงสงบนิ่งได้อย่างน่าทึ่งแล้วก็รู้สึกหงุดหงิดในใจ ‘ทำไมผู้หญิงคนนี้ถึงได้จัดการกับทุกเื่ได้อย่างเยือกเย็นขนาดนี้นะ’
ภายในห้องเพรสซิเดนเชียลสวีทที่กว้างขวางและหรูหรา ทั้งสองคนต่างแยกย้ายกันไปเก็บของในห้องนอนของตัวเอง ก่อนจะกลับมารวมตัวกันที่ห้องนั่งเล่นเพื่อเตรียมงานสำหรับวันรุ่งขึ้น
“ผมว่าเราควรจะเปิดด้วยข้อเสนอที่แข็งกร้าวไปเลย ให้พวกเขารู้ว่าเราเหนือกว่า” เธียรเสนอขึ้นขณะที่มองดูสไลด์พรีเซนเทชัน
“แต่ลูกค้ากลุ่มนี้มีวัฒนธรรมองค์กรที่เน้นความสัมพันธ์ระยะยาวนะคะ” อลินแย้งขึ้นทันที “การเปิดตัวแบบนั้นอาจจะทำให้เขาตั้งแง่กับเราั้แ่แรกได้ค่ะ ดิฉันคิดว่าเราควรจะเริ่มด้วยการสร้างความไว้ใจก่อน”
“สร้างความไว้ใจเหรอ? นี่มันโลกธุรกิจนะอลิน ไม่ใช่สนามเด็กเล่น ใครดีใครได้ ใครเดินเกมเร็วกว่าคนนั้นก็ชนะ”
“แต่มันก็ไม่ใช่การพนันที่เราจะเทหมดหน้าตักโดยไม่ดูตาม้าตาเรือนะคะ!” อลินเริ่มขึ้นเสียงเล็กน้อย “ถ้าเราพลาดครั้งนี้ไป เราอาจจะไม่มีโอกาสแก้ตัวอีกเลยก็ได้!”
“คุณกำลังจะบอกว่าผมไม่รอบคอบงั้นสิ!”
“ดิฉันไม่ได้พูดแบบนั้น! แต่คุณเอาแต่จะใช้แต่วิธีของตัวเองโดยไม่ยอมฟังเหตุผลของคนอื่นเลย!”
ทั้งสองโต้เถียงกันด้วยเื่งานอย่างดุเดือด จนกระทั่งเธียรเป็ฝ่ายหยุดและถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่
“โอเค ๆ ...พอแล้ว” เขายกมือยอมแพ้ “นี่เรากำลังจะทะเลาะกันข้ามจังหวัดเพื่อเื่สไลด์แผ่นเดียวจริง ๆ เหรอเนี่ย”
อลินชะงักไปเมื่อได้ยินแบบนั้น ก่อนที่เธอจะหลุดหัวเราะออกมาเบา ๆ กับความจริงจังเกินเหตุของตัวเอง
เธียรที่เห็นรอยยิ้มและได้ยินเสียงหัวเราะที่เป็ธรรมชาติของเธอเป็ครั้งแรกในรอบหลายปีก็ถึงกับนิ่งอึ้งไป...มันเป็รอยยิ้มที่สดใสและจริงใจ...เป็เสียงหัวเราะที่ทำให้โลกทั้งใบของเขาหยุดหมุนไปชั่วขณะ
“หัวเราะอะไร” เขาถามเสียงเข้มเพื่อกลบเกลื่อนความรู้สึกที่ไหววูบในใจ
“ก็หัวเราะคุณนั่นแหละค่ะ” เธอยิ้ม “ทำตัวเป็เด็ก ๆ ไปได้”
“ใครเด็กกัน! ผมโตกว่าคุณตั้งสองปีนะ”
“แต่ความคิดของคุณตอนนี้เหมือนเด็กอายุสิบขวบที่อยากจะเอาชนะเพื่อนให้ได้เลยค่ะ”
คำพูดหยอกล้อที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ทำให้กำแพงที่เคยขวางกั้นระหว่างพวกเขาทลายลงไปอีกมาก บรรยากาศที่เคยตึงเครียดผ่อนคลายลงอย่างไม่น่าเชื่อ พวกเขากลับมาทำงานด้วยกันอีกครั้ง แต่คราวนี้ด้วยท่าทีของ คู่หู ที่เริ่มเข้าใจและยอมรับในกันและกัน
เช้าวันรุ่งขึ้น...
ในขณะที่ทั้งสองกำลังจะเดินทางไปพบลูกค้าที่ไซต์งาน มารผจญในร่างของดาราสาวสวยก็ปรากฏตัวขึ้นที่ล็อบบี้ของโรงแรม
“พี่เธียร!” เสียงหวานหยดของมินตราดังขึ้น เรียกให้ทุกคนในบริเวณนั้นหันไปมอง “บังเอิญจังเลยค่ะ! มินมาพักผ่อนที่นี่พอดี ไม่คิดเลยว่าจะได้เจอ”
เธียรและอลินหันไปมองต้นเสียงพร้อมกันด้วยความใ เธียรขมวดคิ้วมุ่นในทันที ‘บังเอิญเหรอ...โลกมันจะกลมอะไรขนาดนั้น’
มินตราเดินตรงเข้ามาหาเธียรด้วยท่าทีที่อ่อนหวานน่าทะนุถนอม เธอจงใจเดินผ่านหน้าอลินไปราวกับว่าอากาศธาตุ ก่อนจะทำท่าจะเข้าไปควงแขนเธียร
“มาทำงานเหรอคะ...น่าสงสารจังเลย อุตส่าห์มาถึงภูเก็ตทั้งที”
เธียรขยับตัวหลบอย่างสุภาพแต่ชัดเจน ทำให้มือของมินตราคว้าได้เพียงอากาศ
“ใช่ ผมมาทำงาน...มีอะไรหรือเปล่ามิน” เขาถามเสียงเรียบ
มินตราหน้าเจื่อนไปเล็กน้อย แต่ก็รีบปรับสีหน้าเป็ยิ้มหวานดังเดิม “เปล่าค่ะ...พอดีมินเห็นพี่เธียรก็เลยเข้ามาทักทายเฉย ๆ ไม่ได้เจอกันตั้งนาน...คิดถึงจัง”
ประโยคสุดท้ายนั้นหล่อนหันมาทางอลินและพูดด้วยน้ำเสียงที่ดังขึ้นเล็กน้อยอย่างจงใจ
“ถ้าไม่มีอะไรแล้ว ผมขอตัวก่อนนะ พอดีว่ากำลังจะรีบไปพบลูกค้า” เธียรพูดตัดบท
“เดี๋ยวก่อนสิคะพี่เธียร” มินตรายังไม่ยอมแพ้ “ไหน ๆ ก็เจอกันแล้ว...คืนนี้เราไปหาที่ดินเนอร์คุยเื่เก่า ๆ กันสองคนดีไหมคะ มินมีเื่อยากจะคุยกับพี่เธียรเยอะแยะไปหมดเลย”
คำว่า สองคน ถูกเน้นย้ำราวกับจะตอกหน้าอลินให้รู้ว่าเธอเป็ส่วนเกิน
อลินได้แต่ยืนนิ่ง ก้มหน้ามองปลายเท้าของตัวเอง เธอรู้สึกเหมือนตัวเองกำลังดูละครฉากใหญ่ที่น่าสมเพช
เธียรมองท่าทีของมินตราแล้วถอนหายใจออกมาเบา ๆ เขารู้ดีว่าเธอ้าอะไร เขาเหลือบไปมองอลินที่ยืนก้มหน้านิ่งแล้วก็รู้สึกเจ็บแปลบในใจ...เขาจะไม่ยอมให้ผู้หญิงคนนี้มาทำร้ายความรู้สึกของอลินอีกแล้ว
เขาจึงตัดสินใจทำในสิ่งที่ควรจะทำมาตั้งนานแล้ว
“ผมขอโทษนะมิน...แต่ผมคงไปกับคุณไม่ได้” เขากล่าวด้วยน้ำเสียงที่หนักแน่นและชัดเจน “คืนนี้ผมติดธุระสำคัญ”
“ธุระอะไรคะ...สำคัญกว่ามินอีกเหรอ”
“ใช่” เขาตอบทันที “เพราะผมต้องเตรียมงานกับ...ภรรยา...ของผม”
คำว่า ภรรยา ที่หลุดออกมาจากปากของเขา...มันทรงพลังและหนักแน่นอย่างที่ไม่เคยเป็มาก่อน มันไม่ใช่คำที่มาพร้อมกับความเกลียดชังหรือการประชดประชัน แต่เป็คำที่มาพร้อมกับการยอมรับและการปกป้อง
อลินที่ได้ยินคำนั้นถึงกับเงยหน้าขึ้นมามองเขาด้วยความตกตะลึง หัวใจของเธอเต้นแรงจนแทบจะะเิออกมา เธอไม่เคยคิด...ไม่เคยฝัน...ว่าจะได้ยินคำนี้จากปากของเขาด้วยน้ำเสียงแบบนี้
มินตราเองก็หน้าซีดเผือด เธอโกรธและเสียหน้าอย่างรุนแรงที่ถูกปฏิเสธอย่างเ็าต่อหน้าศัตรูหัวใจ
“ถ้าไม่มีอะไรแล้ว...ผมขอตัวนะครับ” เธียรพูดจบก็หันไปทางอลิน แล้วพูดด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยนลงอย่างเห็นได้ชัด “ไปกันเถอะครับ...คุณอลิน”
เขาจงใจใช้คำว่า ครับ กับเธอเป็ครั้งแรก ก่อนจะเดินนำเธอออกไป ทิ้งให้มินตรายืนกระทืบเท้าด้วยความโกรธเกรี้ยวอยู่ข้างหลัง
หลังจากที่เดินออกมาจนพ้นจากสายตาของทุกคนแล้ว บรรยากาศระหว่างคนทั้งสองก็กลับมาเงียบงันอีกครั้ง แต่เป็ความเงียบที่เต็มไปด้วยความรู้สึกที่หลากหลาย
เธียรหยุดเดินแล้วหันมาเผชิญหน้ากับเธอ
“อลิน...” เขาเรียกชื่อเธอเบา ๆ “ผมขอโทษนะ...ที่คุณต้องมาเจออะไรแบบนี้”
อลินส่ายหน้าช้า ๆ เธอพูดอะไรไม่ออก ความรู้สึกมากมายมันท่วมท้นอยู่ในอก ทั้งดีใจ...ทั้งสับสน...และทั้งกลัว
“ผม...” เธียรกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก เขาสบตาลึกเข้าไปในดวงตาที่สั่นระริกของเธอ “ผมขอโทษ...สำหรับทุกอย่างที่ผ่านมา”
คำขอโทษ...คำที่เธอไม่เคยคิดว่าจะได้ยินจากผู้ชายคนนี้...คำขอโทษที่ออกมาจากใจจริงในครั้งนี้...มันได้ทลายกำแพงบานสุดท้ายในหัวใจของเธอลงอย่างสิ้นเชิง
สายลมเย็น ๆ ของภูเก็ตพัดผ่านคนทั้งสองไป...แต่บรรยากาศระหว่างพวกเขากลับร้อนรุ่มขึ้นมาด้วยแรงดึงดูดที่ไม่อาจต้านทานได้อีกต่อไป
หลังจากบทที่ 8 เป็ต้นไป (นั่นคือั้แ่ บทที่ 9) จะถูกติดเหรียญในทันทีที่อัปเดตค่ะ โดยหยกจะติดเหรียญในราคาบทละ 4 บาทก่อนเป็ราคาโปรระหว่างที่ลงขาย ebook แต่เมื่อหมดโปรแล้วจะปรับเป็ 5 บาท เพื่อให้ราคาโดยรวมใกล้เคียงกับราคาเต็มของ eBook ดังนั้นใครอยากได้ราคาแบบประหยัดแนะนำซื้อ่โปรจะดีกว่าค่ะ ปล.โปรเหรียญ 4 บาทนี้มีเฉพาะที่ ReadAwrite เท่านั้นค่ะ