ตอนที่ 2 นางพญาออกโรง กับบทเรียนของพวก 'หมา' ลอบกัด
แสงแดด่เที่ยงวันส่องระยิบระยับลงบนลานกว้างหน้าคณะบริหารธุรกิจ บรรยากาศโดยรอบเต็มไปด้วยเสียงพูดคุยหัวเราะของเหล่านักศึกษาที่เพิ่งเลิกคลาสเรียน ฉันก้าวเท้าเดินไปตามทางเดินหินอ่อนมุ่งหน้าสู่โรงอาหารกลางอย่างไม่รีบร้อน วันนี้การเรียนวิชาการตลาด่เช้าผ่านไปได้ด้วยดี และนั่นก็ทำให้ฉันรู้สึกอยากจะหาอะไรอร่อยๆ ลงท้องเป็รางวัลให้ตัวเองเสียหน่อย
"เฌอ...วันนี้คนเยอะเหมือนเดิมเลยนะเนี่ย สงสัยเราต้องรีบไปจองโต๊ะก่อนแล้วล่ะ"
เสียงทุ้มนุ่มนวลของซันนี่ดังขึ้นข้างกาย เขาเดินเคียงข้างฉันมาด้วยท่าทางสบายๆ ในมือถือหนังสือเรียนของตัวเองและของฉันเอาไว้อย่างมีน้ำใจ ซันนี่ในชุดนักศึกษาที่ดูเนี้ยบกริบั้แ่หัวจรดเท้ามักจะดึงดูดสายตาจากคนรอบข้างได้เสมอ ไม่ใช่แค่เพราะความหล่อ แต่เพราะออร่าความใจดีที่แผ่ออกมาตลอดเวลา
"นั่นสิซัน วันนี้เฌออยากกินส้มตำร้านป้าแมวมากเลย แกไปจองโต๊ะมุมประจำให้หน่อยได้ไหม เดี๋ยวเฌอเดินไปดูคิวร้านส้มตำก่อนว่ายาวหรือเปล่า" ฉันหันไปบอกเพื่อนสนิทพร้อมรอยยิ้มบางๆ
"ได้สิจ๊ะคุณหนูเฌอลิลิน เดี๋ยวซันจะไปปัดกวาดเช็ดถูโต๊ะรอไว้ให้กริบเลย" ซันนี่หัวเราะร่วน ขยิบตาให้ฉันหนึ่งทีเหมือนเป็การล้อเลียน "แต่อย่าแอบไปยืนแจกยิ้มให้หนุ่มๆ จนลืมสั่งข้าวนะ ฉันหิวไส้จะขาดแล้ว"
"บ้าเหรอแก! ใครจะไปทำแบบนั้น" ฉันค้อนขวับเข้าให้หนึ่งที ก่อนจะแยกตัวเดินมุ่งหน้าไปทางโซนขายอาหารที่อยู่ลึกเข้าไปข้างใน
แต่ทว่า...ยังไม่ทันที่ฉันจะได้เดินถึงร้านส้มตำเป้าหมาย สายตาของฉันก็ไปสะดุดเข้ากับกลุ่มคนจำนวนมากที่มุงดูอะไรบางอย่างอยู่ตรงหัวมุมตู้กดน้ำ เสียงซุบซิบดังก้องไปทั่วบริเวณ และท่ามกลางความวุ่นวายนั้น ฉันได้ยินเสียงร้องไห้สะอื้นเบาๆ ที่คุ้นหู
สัญชาตญาณบางอย่างบอกฉันว่ามีเื่ไม่ชอบมาพากลเกิดขึ้น ฉันไม่ลังเลที่จะสาวเท้าเข้าไปดูเหตุการณ์ทันที
"เฮ้ยน้อง! ทำงานร้านกาแฟงกๆ แบบนั้นมันได้วันละกี่บาทเชียววะ?" เสียงผู้ชายห้าวๆ ที่ฟังดูโอหังและน่ารังเกียจดังขึ้น "หน้าตาก็ดี มานอนกับพี่สักคืนไหมล่ะ? พี่ให้สองพัน...เยอะกว่าค่าแรงน้องทั้งอาทิตย์อีกมั้ง สนป่าว? สวยๆ แบบนี้อย่าไปเสียเวลาล้างแก้วให้มือสากเลย มาปรนนิบัติพี่ดีกว่า งานเบาเงินดีนะเว้ย"
คำพูดต่ำตมนั้นทำให้ฉันชะงักกะทันหัน ภาพที่เห็นตรงหน้าคือ ไอ้พงษ์ รุ่นพี่ปี 3 ที่ขึ้นชื่อเื่นิสัยนักเลงหัวไม้และชอบคุกคามผู้หญิงไปทั่ว มันกำลังยืนล้อมหน้าล้อมหลัง 'ข้าวหอม' เพื่อนสนิทอีกคนของฉันที่มีนิสัยเรียบร้อยและขยันทำงานพาร์ทไทม์ส่งตัวเองเรียน ข้าวหอมยืนตัวสั่นถือแก้วกาแฟแน่น ใบหน้าหวานซีดเผือด น้ำตาคลอเบ้าด้วยความกลัวและอับอาย
"หนูไม่ทำค่ะ...กรุณาถอยไปด้วย หนูจะไปเรียน" ข้าวหอมตอบด้วยเสียงสั่นเครือ พยายามจะแทรกตัวหนีออกไปจากวงล้อม
"เล่นตัวเหรอวะ! นึกว่าสวยนักไง๊! ทำทรงเป็คุณหนูถังแตกล้างแก้วกาแฟประทังชีวิต อย่ามาทำเป็ซื่อหน่อยเลย กูรู้ว่าพวกจนๆ แบบมึงน่ะ เห็นเงินก็ตาโตกันทั้งนั้นแหละ!" ไอ้พงษ์ง้างมือขึ้นสูง ทำท่าจะฟาดลงบนใบหน้าของข้าวหอมเพื่อข่มขวัญต่อหน้าสายตานับสิบที่เอาแต่ยืนดูเฉยๆ
หมับ!
ก่อนที่มือเน่าๆ นั่นจะััใบหน้าเพื่อนฉัน ฉันก็กระโจนเข้าไปคว้าข้อมือมันไว้ทันทีด้วยแรงทั้งหมดที่มี! ฉันบีบข้อมือมันแน่นจนรู้สึกได้ถึงแรงต้าน
"หยุดเดี๋ยวนี้เลยนะ ไอ้มือกีบควาย!!" ฉันแผดเสียงลั่นจนเสียงจอแจในโรงอาหารเงียบกริบเหมือนมีคนกดปุ่มปิดเสียงกะทันหัน ทุกสายตาจับจ้องมาที่ฉันเป็จุดเดียว
"อีคุณหนูเฌอลิลิน...มึงมายุ่งอะไรด้วยวะ!" มันสะบัดมือออกแล้วมองหน้าฉันอย่างเอาเื่ แต่วินาทีนี้ฉันไม่รู้สึกกลัวแม้แต่นิดเดียว
"ยุ่งสิ! เพราะแกมันกำลังทำตัวต่ำยิ่งกว่าสัตว์เดรัจฉานไงล่ะ!" ฉันจิกตาใส่เลเวลสูงสุด ก้าวเท้าไปประจันหน้ากับมันโดยไม่มีถอย "กล้าดียังไงมาดูถูกเพื่อนฉัน? สองพันของแกน่ะ เก็บเอาไปซื้อสมองมาใส่บ้างนะ เผื่อจะคิดได้ว่าไม่ควรทำตัวหมาๆ แบบนี้ในมหาลัยพ่อฉัน!"
"มึง...มึงขู่กูเหรอ! นึกว่าเป็ลูกเ้าของมหาลัยแล้วจะด่าใครก็ได้เหรอวะ!" มันเริ่มโวยวายกลบเกลื่อนความอาย และทำท่าจะพุ่งใส่ฉันด้วยท่าทางคุกคาม
ทันใดนั้น ร่างสูงของซันนี่ก็ก้าวเข้ามาขวางหน้าฉันไว้ทันที แผ่นหลังกว้างของเขามันดูมั่นคงจนฉันรู้สึกได้ถึงความปลอดภัยที่ถาโถมเข้ามา สีหน้าของซันนี่ที่เคยอ่อนโยนและขี้เล่นหายวับไป เหลือเพียงใบหน้าที่นิ่งเรียบและแววตาที่เ็าจนน่าขนลุก เขาจ้องมองไอ้พงษ์ด้วยสายตาที่เหมือนมองเศษขยะก้อนหนึ่ง
"ถอยไปซันนี่ เฌอจัดการเอง!" ฉันดันไหล่ซันนี่ออกเบาๆ แม้จะขอบใจที่เขาเข้ามาบัง แต่เื่ศักดิ์ศรีของเพื่อน ฉันต้องเป็คนกู้คืนเอง ฉันแสยะยิ้มสมเพชใส่ไอ้รุ่นพี่หน้าปลวกนั่น "ฉันไม่ได้ขู่โว้ยพี่พงษ์ แต่ฉันจะทำจริง! อยากลองดีไหมล่ะ? พ่อฉันเป็ใครพี่คงรู้ดี ถ้าฉันกระดิกนิ้วโทรหาท่านตอนนี้ พี่จะได้ไปนอนใช้เศษเงินสองพันที่บ้านถาวรแน่ๆ ฉันจะสั่งฝ่ายทะเบียนให้เชิญพี่ออกวันนี้เลย แถมติดแบล็คลิสต์ไม่ให้มหาลัยไหนรับเข้าเรียนต่อด้วย...อ้อ แล้วอย่าคิดว่าจะไปสมัครงานที่ไหนได้นะ เพราะคอนเนกชันธุรกิจของพ่อฉันมันกว้างกว่าที่พี่คิดเยอะ!"
ไอ้รุ่นพี่พงษ์หน้าถอดสีทันที เหงื่อเริ่มซึมตามไรผม ท่าทางนักเลงเมื่อกี้หายวับไปราวกับถูกเสก มันเริ่มรู้ตัวแล้วว่ากำลังเล่นอยู่กับคนที่มันไม่มีวันเอาชนะได้
"ขะ...ขอโทษครับน้องเฌอ พี่แค่ล้อเล่นกับน้องข้าวหอมเฉยๆ ไม่คิดว่าจะเป็เื่ใหญ่" มันอ้อมแอ้มตอบ เสียงที่เคยกร่างเบาหวิวลงทันตา
"ล้อเล่น? คำพูดสารเลวแบบนั้นเขาเรียกคุกคามย่ะ!" ฉันตวาดกลับอย่างไม่ลดละ "กราบ!"
"ห้ะ?" มันทำหน้าเหลอหลาเหมือนฟังผิด
"ฉันบอกให้กราบขอโทษข้าวหอมเดี๋ยวนี้! กราบแทบเท้าเพื่อนฉันเดี๋ยวนี้!" ฉันชี้นิ้วลงที่พื้น "และสัญญามาซะว่าจะเลิกทำตัวหมาๆ แบบนี้ ถ้าจะอยู่ที่นี่...ทำตัวให้สูงเท่าคน อย่าทำสันดานต่ำเหมือนสัตว์ไม่มีมันสมองที่คิดแต่เื่ใต้สะดือ!"
แรงกดดันจากสายตาของคนทั้งโรงอาหารที่เริ่มรุมล้อมกดดัน บวกกับบารมี "ลูกสาวเ้าของมหาลัย" ทำให้ไอ้พงษ์ไม่มีทางเลือก มันจำใจทรุดตัวลงคุกเข่ากราบแทบเท้าข้าวหอมที่ยืนร้องไห้ตัวสั่นอยู่ ท่ามกลางเสียงโห่ไล่ของนักศึกษาคนอื่นๆ ที่ต่างสะใจกับภาพตรงหน้า
"ขอโทษ...พี่ขอโทษครับน้องข้าวหอม พี่ผิดไปแล้ว" มันพูดเสียงอู้อี้ด้วยความอัปอาย ก่อนจะรีบลุกขึ้นแล้ววิ่งหนีไปอย่างรวดเร็ว
"เฌอ...ขอบใจนะ ขอบใจจริงๆ" ข้าวหอมโผเข้ากอดฉันร้องไห้โฮด้วยความโล่งอก ฉันลูบหลังเพื่อนเบาๆ ข้าวหอมเป็คนดี นิสัยน่ารัก เป็เพื่อนที่คอยช่วยเหลือฉันเสมอ ทำไมโลกถึงใจร้ายกับคนขยันแบบเธอเพียงเพราะเธอไม่ได้รวยเหมือนคนอื่นนะ ฉันคิดในใจด้วยความรู้สึกขัดเคืองต่อทัศนคติห่วยๆ ของผู้ชายบางกลุ่ม
"ไม่เป็ไรนะแก ใครทำแก เฌอจะตบมันให้คว่ำเอง!" ฉันปลอบเพื่อนพลางลูบหลังเบาๆ
พอเหตุการณ์สงบลง ฉันก็หันไปสบตากับซันนี่ที่ยืนพิงเสามองมาที่ฉันอยู่ก่อนแล้ว...มุมปากของเขาหยักยิ้มขึ้นเล็กน้อย เป็รอยยิ้มที่ดูภูมิใจและเอ็นดูอย่างบอกไม่ถูก สายตาที่เขามองมามันดูนิ่งและอบอุ่นจนฉันต้องรีบหลบตา
"เก่งมากยัยคุณหนูตัวแสบ" ซันนี่เดินเข้ามาใกล้พลางลูบหัวฉันเบาๆ "ด่าได้เจ็บแสบสมเป็เธอจริงๆ"
"ก็มันน่าไหมล่ะซัน ผู้ชายแท้ๆ นี่ทำไมนิสัยห่วยแบบนี้กันหมดนะ!" ฉันบ่นอุบอิบพลางสะบัดหน้าหนี "โชคดีนะที่แกไม่เป็แบบนั้น ไม่งั้นเฌอคงเหงาตายเลยที่ไม่มีเพื่อนผู้ชายดีๆ สักคนในชีวิต"
คำพูดของฉันทำให้รอยยิ้มของซันนี่ชะงักไปครู่หนึ่ง แววตาของเขาไหววูบด้วยอารมณ์บางอย่างที่ฉันอ่านไม่ออก ก่อนที่เขาจะถอนหายใจยาวๆ ออกมา
"นั่นสินะ...โชคดีที่เป็ฉัน" ซันนี่พูดเสียงเบา
ฉันมองตามแผ่นหลังของซันนี่ที่เดินนำไปทางร้านอาหาร สีหน้าของเขาดูเปลี่ยนไปเล็กน้อยเวลาที่ฉันพาดพิงถึงเื่ 'ชายแท้' แต่ฉันก็ไม่ได้ติดใจอะไรมากนัก คงเพราะบรรยากาศที่เพิ่งผ่านพ้นวิกฤตมาละมั้ง ฉันรีบเดินตามเขาไปเพื่อหาอะไรลงท้องตามความตั้งใจแรก โดยลืมความรู้สึกวูบไหวเมื่อครู่ไปเสียสนิท