การฝึกฝนต่อสู้กับสัตว์อสูรอย่างต่อเนื่องเป็ประจำทำให้ปราณ ชีวิตในร่างของเฟิ่งหยูสูบฉีดพลุ่งพล่านมากขึ้นมากขึ้น ผลของมันทำให้กล้ามเนื้อที่อักเสบฟื้นฟูกลับ เป็ปกติ เืลมและปราณชีวิตก็ไหลเวียนดีขึ้น เมือความเหนื่อยล้าเหือดหายไปจากร่าง เฟิ่งหยูก็เร่งฝีเท้าขึ้นไปอีก
เฟิ่งหยูพบว่าการฝึกปรือในระหว่างที่กำลังวิ่งนั้นช่วยเพิ่มความเร็วการ สั่งสมบ่มเพาะฐานพลังยุทธ์ ทั้งยังมีโอสถช่วยเสริม การฝึกปรือของเขาก็ยิ่งรุดหน้าเข้าไปใหญ่ ทำเอาเฟิ่งหยูเข้าสู่สภาวะลืมเลือนโลกภายนอก และสู้รบกับสัตว์อสูรอย่างบ้าคลั่ง และจัดการสัตว์อสูรได้อย่างรวดเร็ว เขาลืมกล้ามเนื้อที่เคยเ็ปรวดร้าวของตน ปราณชีวิตไหวเวียนโคจรทั่วร่างกายของเขา เร็วขึ้นเร็วขึ้น แทรกซึมหล่อเลียงไปทั่ว เนื้อ หนัง กระดูก เส้นผม และเล็บ เขาต่อสู้กับสัตว์อสูรด้วยฝีมือที่ก้าวหน้าอย่างรวดเร็วความเร็วของเฟิ่งหยูในตอนนี้ เร็วพอๆกับสัตว์อสูรระดับหกเลยก็ว่าได้ แต่กระนั้นเ้าตัวก็ไม่ได้นึกคิดอะไร เขามุ่งมั่นต่อสู้กับสัตว์อสูรตัวแล้วตัวเล่า เหงื่อสีขุ่นเริ่มหลังไหลจากทั่วร่างเขา ที่เจือในหยาดเหงื่อนั้นคือเศษขี้ไคลสีดำและกากไขมันสี ขาว แต่เฟิ่งหยูไม่รู้ตัวว่าร่างของตนกำลังเปลี่ยนแปลงอย่างไร
เฟิ่งหยูยังคงต่อสู้กับสัตว์อสรูอย่างต่อเนื่อง แพ้บ้างชนะบ้าง ตัวไหนที่ชนะไม่ได้เขาต้องรีบหนีเอาชีวิตแทบไม่รอด ตัวไหนที่ชนะเขาก็จะค้นหาและเก็บแก่ธาตุสัตว์อสูรไว้ ปราณชีวิตของเขาเข้มแข็งขึ้นเรื่อยๆ ในตอนที่เฟิ่งหยูเดินป่าแห่งหนึ่ง ร่างดำทมิฬก็โผล่ขึ้นมาแล้วร้องคำราม
“โฮ๊กกกก”
ลิงั์อสูร มันโก่งคอร้องด้วยความโกรธเกรี้ยวเมื่อเห็นว่า “เ้าเด็กตัวน้อย”บุกรุกดินแดนของมันพร้อมกับฆ่าฟันเหล่าบรรดาลูกน้องของมันไปเป็จำนวนมาก
ผู้าุโใหญ่ปรายตามองลิงั์อสูรสายตานั้นเฉยชาไร้อารมณ์ ทว่าทำเอาลิงั์อสูรผวาจนขนหัวลุก คล้ายกับชีวิตของมันจะจบสิ้น ดังนั้นมันจึงเลิกผยองพองขน ขู่เฟิ่งหยูแล้วมุดหนี เข้าไปในเขตแดนส่วนลึกของมันโดยเร็วที่สุด
เฟิ่งหยูยังคงต่อสู้กับสัตว์อสูรภายในป่าเขตนี้อย่างต่อเนื่องไม่หยุดพักตลอดทาง ปราณชีวิตของเขา สูบฉีดไหลเวียน คึกคักกระฉับกระเฉงผ่านไปเกือบ 100 ลี้เขาเพิ่งจะตื่น เขาเริ่มหมดแรงจากการต่อสู้อย่างต่อเนื่อง เฟิ่งหยูสำรวจร่างกายของเขา และพบว่าเนื้อตัว เปรอะเปื้อนไปด้วยสิ่งปฏิกูล พวกมันเป็คราบชั้นหนาเกิดจากเืเสียสีดำและไขมันสกปรก ที่มาพอกทั้งร่างเขาโดยไม่รู้เนื้อรู้ตัว
เฟิ่งหยูไปที่แม่น้ำ เฟิ่งหยูไม่รอช้าถอดเสือผ้าออก แล้วกระโจนลงน้ำชำระล้าง คราบปฏิกูลหลังจากอาบน้ำสะอาดสะอ้าน พลังของเฟิ่งหยูพลันพลุ่งพล่านขึ้นมา ในอกร้อนรนราวเพลิงไฟโหมไหม้ ปราณชีวิตของเขาเดือดปุดๆ ขึ้นมาทันที กระแสปราณพุ่งเร็วจี๋ ร่างของเขาก็ทะยานขึ้นมาจากผิวน้ำ แล้วพลันสะกิดเท้าพุ่งตัวนั่งขัดสมาธิบนโขดหินขนาดใหญ่ข้าง ๆ แม่น้ำในทันที!
ในแต่ละครั้งที่พลังปราณของเขากระเพื่อมออกมาสร้างแรงผลักดันไปรอบทิศทาง พลังของเฟิ่งหยูกระเพื่อมออกมาเมื่อใด พลังนั้นก็ะเิน้ำกระเซ็นสายไป ทุกทิศทาง!
น้ำทีะเิกระเซ็นเ่าั้ไม่ทันจะตกลง คืนแม่น้ำ เฟิ่งหยูก็พลันละเหยกลายเป็ไอไปในที่สุด
เสียงะเิบนผิวน้ำ ดังก้องไปในอากาศ ไม่นานนัก เฟิ่งหยูรู้สึกตัวเบา สบายตัวอย่างที่สุด หลังจากความพยายามซ้ำแล้วซ้ำอีก ในที่สุด เฟิ่งหยูก็ได้ยินเสียงะเิภายในร่างกาย
ตู้มมมมม!!!
แม้ว่าปกติเฟิ่งหยูจะมีจิตใจมั่นคงไม่หวั่นไหวง่าย แต่ ตอนนี้เขาตื่นเต้นอย่างสุดๆ รอยร้าวคลับคล้ายกับรอยสายฟ้าปรากฏในจุดตันเถียน ปราณิญญา นั้นมิอาจเห็นได้ด้วยตาเปล่า เขาเพียงแต่ััได้เท่านั้น ในชั่ววนาทีที่รอยร้าวปรากฏนั้นเอง เปลวแสงก็ฉายโชนจากหน้าผากเขาเป็รูปสายฟ้าทำให้เขาัักับความรู้สึกมหัศจรรย์
หากว่าผู้คนปิดตาของตนทุกอย่างย่อมตกอยู่ในความมืด เขาย่อมไม่อาจมองเห็นเวิ้งพื้นที่ ระหว่างคิ้วของตนได้รวมทั้งไม่อาจมองเห็นปราณิญญาได้ แต่หากปราณชีวิตของคนผู้นั้นสร้างรอยปริแยกบนกำแพงปราณิญญา เขาก็จะเห็นเปลว แสงที่เรืองรองในความมืดในรูปลักษณ์ของรอย สายฟ้า และนั่นจะทำให้เขามองเห็นปราณิญญา ไม่เพียงแต่เฟิ่งหยูจะมองเห็นปราณิญญา ผ่านรอยร้าวแสงเทวะสาดแสงเข้มข้น เจิดจ้า แสงอันบาดตาและปราณชีวิตมวลมหึมาอัดตัวผ่านรอยแยกนี้ออกมาผสมผสานกับปราณชีวิตภายนอก ปราณชีวิตที่ไหลออกมาทั้ง บริสุทธิ์และแข็งแกร่งกว่าปราณชีวิตที่เฟิ่งหยูฝึกปรือมาตลอด แต่ที่เหมือนกันคือมันเป็ปราณ ชีวิตที่เต็มไปด้วยคุณสมบัติธาตุ เฟิ่งหยูเชื่อฝังหัวว่าปราณชีวิตที่เขาฝึกปรือมี ต้นกำเนิดจากกายาราชันเซียน แม้จะยังไม่ได้ปลุกกายาราชันเซียนก็ตาม เขาจึงพึงพอใจ กับคุณสมบัติปราณชีวิตกระแสใหม่นี้ นอกจากปราณชีวิตกระแสใหม่ ก็ดูเหมือนว่า มีสิ่งที่ลึกลับมหัศจรรย์ซ่อนอยู่ในปราณิญญาของเขาอีก
กระแสปราณชีวิตอันบ้าคลั่ง ทะลักทลายออกมาจากแล้วแผ่ซ่านไปทั่วร่างกายของเขา ปราณชีวิตเ่าั้ถมทับเติมเต็มแม้กระทังเส้นขนและิั ทำให้ขนทุกเส้นบนร่างเขาลุกชู ชัน!
ปราณิญญาไหลรวมกันแล้วหมุนวนไปทั่วร่างและไปสิ้นสุดอยู่ภายในจุดตันเถียน ของเฟิ่งหยู ตอนนี้เขาเลื่อนไปในระดับแก่นแท้ิญญา ระดับหนึ่งแล้ว
ภายในเจดีย์ฟ้า์ เกิดการสั่นะเื บังเกิดพลังงานมหาศาลพวยพุ่ง เหมือนหมอกเมฆฟุ้งขยาย ขนาดห้องกว้าง 4 เมตรขยายออกไปเรื่อย ๆ ผ่านไปประมาณ ครึ่งชั่วยามมันจึงหยุดขยายตัว เฟิ่งหยู ยืนตะลึง เขามองไปรอบ ๆ กายของเขา พื้นที่กว้างไปเป็สิบลี้ เห็นจะได้ หลังจากเมฆหมอกสลายหายไป แสงสว่างส่องตา เฟิ่งหยูยืนนิ่งมองไปทั่วบริเวณ มันเหมือนกับโลกอีกโลกหนึ่งก็ว่าได้ มีทั้งูเา แม่น้ำ แต่ไม่มีสิ่งมีชีวิตใด ๆ เขามองไปข้างหน้า พบกับชายชราผู้หนึ่งยืนนิ่งไม่ไหวติง
“ในที่สุดเ้าก็สามารถก้าวข้ามระดับได้แล้ว เ้าสามารถเปิดใช้งานชั้นที่สองของเจดีย์ฟ้า์ได้แล้ว”
“ท่านผู้าุโ คือ ท่านผู้าุโอู่หวังฉี”
“ใช่ข้าเองนับจากวันที่เ้าได้เป็เ้าของเจดีย์ฟ้า์ เ้าก็คือนายคนใหม่ของข้า”
เ้าเรียกข้าว่าหวังฉีก็ได้
“ท่านผู้าุโอู่หวังฉี” ท่านช่วยอธิบายเื่ราวเกี่ยวกับเจดีย์ฟ้า์ชั้นที่สองนี้ให้ข้าฟังได้หรือไม่
เจดีย์ฟ้า์ ชั้นที่สองและชั้นอื่น ๆ ระยะเวลาภายนอกเจดีย์ 1 วัน จะเท่ากับ 1 ปีภายในเจดีย์นี้ ซึ่งจะลดลงไปทุกครั้งเมื่อเ้าเปิดใช้งานชั้นต่อ ๆ ไป แต่พื้นที่ภายในจะขยายไปเรื่อย ๆ และภายในนี้เ้าสามารถปลูกสมุนไพร หรือต้นไม้ ใบหญ้าที่เ้า้าได้ รวมถึงเ้าสามารถนำสิ่งมีชีวิตเข้ามาภายในนี้ได้ และสิ่งมีชีวิตที่อยู่ภายในนี้สามารถเติบโตไปพร้อม ๆ กับเ้าได้ หรือเรียกง่าย ๆ ว่าเป็อีกโลกหนึ่งซึ่งมีเ้าเป็เ้าของก็ว่าได้ แต่ว่าเ้าต้องระวังให้ดี เพราะหากมีคนอื่นล่วงรู้ความลับของเ้าก่อนที่เ้าจะแข็งแกร่ง สิ่งนี้ก็จะเป็อันตรายสำหรับตัวเ้าเป็อย่างยิ่ง ไม่ว่าจะเป็ผู้ฝึกยุทธ์ระดับใด หากทราบว่าเ้าได้ครองของวิเศษเช่นนี้ คงไม่ปล่อยเ้าไว้เป็แน่