Dealers Life System - ระบบชีวิตพ่อค้า

    ตอนที่ 7 ได้พบ

    สถานที่แห่งหนึ่งไม่มีใครทราบ ในห้องอับแสงมีเก้าอี้หรูตั้งอยู่ตรงนั้นมีหญิงรุ่นเยาว์นั่งเฉยคางอยู่ในมือถือแก้วไวน์ที่มีของเหลวสีขาวข้น ทันใดนั้นก็มีชายวัยกลางคนเปิดประตูเข้ามา หน้าตาทั้งสองนั้นคล้ายกันยังกับพ่อลูก “น้ำนี้ขมไปหน่อยฉันบอกไปแล้วนี่ว่าต้องหวานเท่านั้น” หญิงรุ่นเยาว์กล่าวติ “ถ้างั้นก็เรียกฉันว่าพ่อสิยังไงเสียภายนอกก็เข้าใจแบบนั้นฉันจะได้หาน้ำหวาน ๆ มาให้” ชายวัยกลางคนกล่าวหยอกล้อก่อนจะนั่งลง หญิงรุ่นเยาว์ทำสีหน้าเซ็ง “ชิใครอยากจะเป็นลูกของแกกันแล้วเป็นยังไงนายน้อยนั่นตายไหม” “คืนพระจันทร์เต็มดวงครั้งที่ 7 แล้วอัจฉริยะคนนั้นคงไม่สามารถรอดได้ไม่นึกเลยว่าการแฝงตัวลอบนี้จะได้ฆ่าคนที่อาจภัยของเผ่าพันธุ์เราในอนาคตเสียด้วย” “แกแน่ใจนะว่ามันจะต้องตายจริง ๆ?” หญิงรุ่นเยาว์ย้ำเตือน “หึหึยาพิษจันทร์สลาย 7 ราตรีเป็นยาพิษอันดับต้น ๆ ต่อให้เป็นระดับจอมเวทย์ก็ยังไม่สามารถรอดได้ส่วนเรื่องการแก้พิษแล้วล่ะก็เป็นไปไม่ได้หรอกจากที่ฉันสืบมาที่เมืองนี้วัตถุดิบในการปรุงยาแก้พิษนั้นไม่มี...จะต้องนำเข้าจากต่างเมือง แน่นอนเลยว่าเกินเวลาที่จะแก้ไขได้ทันและอีกอย่างยาพิษนี้ไม่ใช่เรื่องง่ายจะสามารถระบุชื่อได้” “อย่างนั้นก็ดี” หญิงรุ่นเยาว์กล่าวชม “ไม่นึกเลยว่าเวทย์สะกดจิตของเจ้าจะแข็งแกร่งเพียงนี้” ชายวัยกลางคนกล่าว “ในเผ่าพันธุ์ประเภทเดียวกันเวทย์สะกดจิตของฉันนั้นไม่เป็นสองรองใครหรอกนะ..ว่าแต่เมื่อไรเจ้านั้นจะมาเวทย์ปลอมแปลงเริ่มหมดระยะผลแล้วนะ” “งั้นหรืออีกเดี๋ยวก็มางั้นเรามาฉลองให้กับชัยชนะกันเถอะ” ชายวัยกลางคนกล่าว“ก็ดีฮ่าฮ่า..พวกศาสนาจักรต้องพ่ายแพ้” หญิงรุ่นเยาว์ยกแก้วกล่าว             .... “สวรรค์นั้นเป็นแบบนี้งั้นเหรอ” เสียงของชายหนุ่มที่ลืมตาขึ้นมาพบกับฝ้าเพดานไม้ก่อนจะลุกมานั่งพิงกำแพงเหนือหัวเตียงและได้พบกับชายคนหนึ่งที่นั่งหลับบนเตียงของเขา “ทอม?” เสียงชายหนุ่มคนนั้นพูดไม่ใช่ใครที่ไหนแต่เป็นเฟค และผู้ติดตามทอมที่นั่งหลับฟุบบนที่นอนของเขา “ทอมเกิดอะไรขึ้น?” เฟคปลุกทอมให้ลุกขึ้นตื่น ทอมงัวเงียตื่นก่อนจะตั้งสติได้ “นะ..นายน้อยฟื้นแล้วนายน้อยฟื้นแล้วจริง ๆ” “มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่ทอม?” เฟคยังถามคำเดิม ทอมสูดหายใจ “ก่อนอื่นนายน้อยลองโคจรพลังดูก่อนว่ากลับมาหรือยัง?” เฟคเลิกคิ้วได้ฟังก็ไม่เข้าใจก่อนจะลองโคจรพลังเวทย์ดู ปกติแล้วการโคจรพลังเวทย์จะไม่ได้ผลและยังจะทำให้เกิดความเจ็บปวดขึ้นมาอีก แต่ว่าเขาไว้ใจผู้ติดตามคนนี้มากเพราะงั้นจึงเชื่อสนิทใจ เฟคโคจรพลังเวทย์เขาเริ่มรู้สึกถึงพลังในตัวที่ค่อย ๆ ถูกปลุกขึ้นมา เรี่ยวแรงและพลังเวทย์เริ่มกลับมาแต่ว่ามันกลับกลายเป็นว่าเขาเริ่มอยู่ระดับผู้ใช้เวทขั้นต่ำ “ฉะ..ฉันกลับมามีพลัง” “ทอมฉันกลับมามีพลัง” เฟคพูดอย่างตื่นเต้นน้ำตาคลอ ทอมที่เห็นเช่นนั้นก็หลั่งน้ำตา “นายน้อยกลับมาแล้ว” ทั้งสองต่างดีใจกับเหตุการณ์นี้สักพักก็กลับมาเข้าเรื่อง “เรื่องเป็นมายังไงไหนเล่าให้ฉันฟังหน่อยสิ!” เฟคกล่าวถามอย่างฉงนสนใจ เมื่อวานเขาห้ามไม่ให้ทอมพูดเรื่องอะไรสักอย่าง จึงทำให้ไม่เข้าใจเหตุการณ์นี้ ทอมได้ฟังก็พยักหน้าเขาเรียบเรียงคำพูดและจัดลำดับคำพูดก่อน แน่นอนว่าเรื่องลับ ๆ นั่นเขาไม่มีทางพูดเด็ดขาด ให้ตายก็ไม่พูด “เรื่องมันอย่างนี้นายน้อย....” ทอมกล่าวเล่าเรื่องราวตั้งแต่เมื่อวานบ่าย ทีแรกเฟคได้ฟังฉงนสงสัยว่าผู้ติดตามของเขาโดนหลอกแน่นอน แต่พอฟังไปเรื่อยก็เริ่มรู้สึกไม่แน่ใจก่อนจะประหลาดใจเมื่อเรื่องราวสิ้นสุดลง “เจ้าของร้านคนนั้นวิเศษมากทำไมเขาถึงมีโพชั่นที่สามารถรักษาฉันกันได้นะ” เฟคลูบคางพลางสงสัย  “ทอมเจ้าของร้านคนนั้นยังจะอยู่ที่เดิมหรือไม่..พาฉันไปหาหน่อยได้ไหม?” เฟคร้องขอ ทอมพยักหน้าตอบรับ “ได้เลยขอรับนายน้อยเจ้าของร้านยังต้องอยู่ที่เดิมอย่างแน่นอนเลย”             ...... “อ้าเร่เข้ามาเร่เข้ามาร้านสุดยอดไอเทมมีไอเทมให้เลือกหลากหลาย” เสียงของชายหนุ่มถือไม้เขย่ากระดิ่งอยู่หน้าร้าน เป็นพร็อพเอาไว้เรียกแขกไม่ใช่ใครนั่นคือเคลย์เมอร์ “อะไรกันเนี่ยไม่มีใครเข้ามาเลย” เสียงท้อใจของเคลพูดออกมาเบา ๆ ขณะที่นั่งอยู่ตรงเก้าอี้หน้าร้านก็ได้ยินเสียงแว่ว ๆ ลอยมาด้วย “เชื่อก็บ้าแล้วโว้ย..ดูจากภายนอกเห็นได้ชัดเลยว่าร้านหลอกลวงแน่ ๆ” “เขตสลัมทางใต้มีร้านขายสุดยอดไอเทมงั้นเหรอเชื่อก็โง่แล้ว” “นักผจญภัยที่ผ่านเขตสลัมทางใต้ก็มีแต่พวกเราที่เป็นแรงค์ต่ำแล้วแกที่เปิดร้านสุดยอดไอเทมใครมันจะเชื่อใจล่ะเจ้าโง่เอ้ย” “ขนาดฉันไม่ใช่คนตาดีมองจากภายนอกเข้าไปในร้านแล้วยังไม่เห็นไอ้ที่บอกว่ามีสินค้าหลากหลายเลยหลอกลวงกันชัด ๆ” สิ่งที่ได้ยินทำเอาเคลช็อค “นี่ระบบไหนพลังแห่งการพูดเมื่อวานถึงไม่ได้ผลกันละนี่?” !ติ้ง[ผลพวงของการใช้พลังแห่งการพูดระดับ 1 ไม่เพียงพอชักจูงใจสำหรับลูกค้าที่มีอคติได้] [เมื่อวานนี้เห็นผลก็เพราะว่าเป้าหมายนั้นกำลังจิตตกและสับสนในจิตใจเพราะงั้นพลังแห่งการพูดจึงได้ผลอย่างดีเยี่ยม] “งั้นจะบอกว่าการพูดระดับ 1 ไม่เพียงพอสำหรับชักจูงคนทั่วไปที่มีคอมมอนเซนส์สินะ” เคลสรุปคำพูด เหมือนระบบจะบอกว่าเมื่อวานเป้าหมายทอมนั้นเป็นคนที่คอมมอนเซนส์ผิดปกติอยู่สินะ “แล้วเมื่อไหร่ที่ฉันพูดมันจะสามารถชักจูงได้กันล่ะ” [การพูดระดับ 3] “ระดับ 3 เลยงั้นเหรอแค่ไประดับ 2 ฉันยังไม่รู้จะอัพยังไงเลยแล้วฉันจะหาคะแนนได้ยังไงกันล่ะระบบ” [ภารกิจ] “หือภารกิจแล้วฉันจะได้มันมายังไงกันล่ะ”             ....            ...            .. “นี่ระบบ” เคลเรียกรอบสอง ระบบก็ไม่ตอบรอบสามรอบสี่รอบห้า ระบบก็ไม่ตอบ “ให้มันได้อย่างงี้สิ” “ฮ้ายยย” เคลหาวยาว ๆ ก่อนจะนั่งหลับหน้าร้านยังไงเสียก็คงไม่มีใครมาปล้นของเพราะร้านไม่มีอะไรเลย เวลาผ่านไปนานนับชั่วโมง จนสองชายได้เดินทางมาถึง “ที่นี่หรือที่ว่ามีโพชั่นสุดยอดแบบนั้นน่ะทอม” เฟคกล่าวสงสัย ร้านค้าแสนธรรมดากับป้ายชื่อที่อวดดี “ใช่แล้วนายน้อยที่นี่แหละมีสุดยอดโพชั่น” ทอมกล่าวตอบ เฟคพยักหน้าก่อนหันไปเห็นใครคนหนึ่งที่นั่งหลับอยู่หน้าร้าน “ตาลุงหน้าโหดนั้นนะเหรอเจ้าของร้าน” เฟคขมวดคิ้ว ทอมยิ้มเขาเชื่อเลยใครก็ตามที่ผ่านทางมาต้องบอกว่าเจ้าของร้านเป็นลุงกันทั้งนั้น “เขาไม่ใช่ลุงหรอกขอรับเขายังหนุ่มอายุมากกว่าผมสองสามปีเอง” “อะไรนะยังหนุ่มงั้นเหรอน่ากลัวจริง ๆ” เฟคตกใจพลางคิด คนอะไรกันหน้าไปก่อนอายุแบบนี้ “ฮ่า ๆ ไปกันเถอะขอรับนายน้อย” ทอมกล่าวเดินนำหน้าและเดินเข้าไปปลุกเจ้าของร้าน “พี่ชายตื่นได้แล้ว” ทอมสะกิดตัวเคลแต่ว่าเคลกลับไม่ตื่น ทอมพลันสงสัยทันที “หรือว่าตายแล้ว” ทอมยื่นหน้าเข้าไปสังเกตใกล้ ๆ อยู่ดี ๆ เคลก็ลืมตาตื่น “เฮ้ยอะไรวะนี่?” เคลสะดุ้งจนหงายหลังตกเก้าอี้ “กะ..แกน่ากลัวเกินไปแล้ว” ทอมได้แต่ยิ้มแห้ง เคลตั้งตัวได้ก็ลุกขึ้นยืนพลางส่งสายตาอันน่ามืดมนและเข้าใจผิดใส่ ทอมที่เห็นแบบนั้นก็พลันคิดทันที ‘เฮ้ยหรือว่าเจ้าของร้านจะคิดว่าฉันเป็นชายรักชายกันไม่ใช่แบบนั้นสักหน่อยเว้ย’ “คะ..คือผมไม่ใช่แบบที่พี่ชายคิดแน่ ๆ” ทอมแก้ตัว “งั้นก็ดีไปฉันไม่ชอบไม้ป่าเดียวกันซะด้วยสิ” เคลกล่าว “อะไรคือไม้ป่าเดียวกัน” เฟคงุนงงจึงถาม เขาเป็นลูกคุณหนูของตระกูลใหญ่ชีวิตส่วนใหญ่ก็ฝึกฝนพลังเวทย์เพราะงั้นโลกภายนอกเขายังอ่อนด้อยนัก “อะเอ่อ..นายน้อยเรื่องนั้นช่างมันเถอะเรามาถึงแล้วและนี้เจ้าของร้านชื่อว่า เคล” ทอมเปลี่ยนเรื่องมากล่าวแนะนำ เคลที่ตั้งสติได้ก็พลางสงสัยสองคนนี้เป็นใครจนจำได้อยู่คนหนึ่งว่าเขาเป็นลูกค้าคนแรกชื่อ ทอม ส่วนอีกคนน่าจะเป็นนายน้อย พลันสายตาของเขาก็เป็นประกายวิบวับ เงินทองไหลมาเทมา! “โอ้ ฉันชื่อเคล เรียกพี่ชายเคลก็ได้หรือไม่ก็เจ้าของร้านก็ดี” *****************