"ความจริงที่มีสองชั้นชั้นแรกคือสิ่งที่เห็น ชั้นที่สองคือสิ่งที่เปลี่ยนความหมายของชั้นแรก"
จดหมายที่บอกว่าเวลาหมดแล้ว....ว่ากันว่าความลับที่ดีที่สุดนั้นไม่ได้ซ่อนในที่มืด มันซ่อนในที่สว่างที่สุด ในสิ่งที่ทุกคนมองเห็นแต่ไม่มีใครสังเกตเพราะคนส่วนมากนั้นมองแค่ชั้นแรก แล้วคิดว่ามองเห็นทั้งหมดแล้ว แต่ความจริงนั้นซ้อนอยู่ในชั้นที่สองรอคนที่รู้ว่าต้องมองลึกกว่าที่เห็น และรู้ว่าบางสิ่งนั้นใส่ไว้เพื่อรอคนคนนั้นโดยเฉพาะ
สัปดาห์แรกที่บ้านกระจกและคดีที่รอไม่ได้รอ.....
ตำหนักเมฆาหล่นสัปดาห์หลังกลับมาจากการเดินทาง
ชีวิตในตำหนักกลับสู่จังหวะปกติในแบบที่เร็วกว่าที่คาดราวกับตำหนักนั้นรู้ว่าเ้าของกลับมาและปรับตัวเองให้เข้าที่ก่อนที่ทุกคนจะตั้งตัวได้
จางเว่ยจัดระเบียบคัมภีร์ใหม่ที่ซื้อมาและเขียนรายงานการเดินทางที่ละเอียดยาวกว่ารายงานปกติสองเท่าเซินเหมยตรวจยาและสมุนไพรที่เหลืออยู่ในตำหนักและสั่งเพิ่มในสิ่งที่หมดไประหว่างคดีหลี่เซียนและซวินฮัวกลับมาฝึกในลานในแบบที่เข้มข้นขึ้นเล็กน้อยหลังจากการต่อสู้ที่หลงเฉิงและฉางิ
เทียนจวินส่งจดหมายถึงหยวนซินรายงานทุกอย่างและถามเื่สำนักเมฆาดำจดหมายตอบกลับมาภายในห้าวันบอกว่าหยวนซินกำลังค้นข้อมูลในบันทึกเก่าของสำนักจวิ้นเทียนและจะส่งมาเมื่อพบ
และอี้เหยียนศึกษากระจกจากฉิวหยาง
ห้องคัมภีร์วันที่สามหลังกลับมา…….
กระจกวางอยู่บนโต๊ะทำงานในแสงเช้าอี้เหยียนนั่งต่อหน้ามันพร้อมสถูปในมือ สมุดบันทึกเปิดอยู่ข้างๆ ปากกาพร้อม
อี้เหยียนศึกษากระจกในแบบที่เขาศึกษาทุกอย่างที่ลึกลับอดทน ละเอียด ไม่รีบ
วันแรก— อ่านชั้นพลังงานนอกสุด กระจกที่แสดงทางเลือก บันทึกรูปแบบพลังงาน ทิศทางการไหลอายุของมัน
วันที่สอง— อ่านลึกลงไป พบว่าพลังงานที่แสดงทางเลือกนั้นไม่ได้อยู่ในผิวกระจกแต่เป็ชั้นที่หนึ่งที่ถูกสร้างขึ้นทีหลัง เหมือนผ้าที่ปกคลุมของที่อยู่ข้างล่าง
วันที่สาม --- ตอนสาย
"มีชั้นที่สอง" อี้เหยียนพูดออกมาเบา ๆ ในห้องคัมภีร์ที่เขาอยู่คนเดียว
เมียวกิบนกิ่งไม้แห้งข้างโต๊ะหันหัวมามอง
"ข้ารู้ว่าเ้ารู้เหมือนกัน" อี้เหยียนพูดให้มัน "แต่ข้า้าเวลาอีกหน่อยเพื่ออ่านออก"
กาววมันร้องเสียงสั้นหนึ่งครั้งในแบบที่บอกว่ารับรู้และจะรอ
แต่ก่อนที่เขาจะมีเวลาอ่านชั้นที่สองของกระจกออกอย่างสมบูรณ์
มีรายงานมาถึงตำหนัก
รายงานเช้าวันที่สี่.......
จางเว่ยวางรายงานบนโต๊ะในตอนเช้าด้วยสีหน้าที่บอกว่าเพิ่งอ่านเสร็จและไม่แน่ใจว่าจะนำมาบอกตอนนี้หรือรอให้อี้เหยียนหยุดพักก่อน
"บอกมา" อี้เหยียนพูดโดยไม่เงยหน้าจากกระจก
"รายงานสองฉบับ" เขาพูด "ฉบับแรกจากหมู่บ้านเว่ยซานสี่วันทิศตะวันตก มีต้นไม้ในป่าที่ขอบหมู่บ้านเริ่มร้องเพลง"
อี้เหยียนเงยหน้าขึ้น
"ร้องเพลง?"
"ชาวบ้านบอกว่าได้ยินเสียงคล้ายเสียงร้องเพลงจากทิศของป่าตอนแรกคิดว่าเป็ลมแต่เมื่อเข้าไปดูพบว่าเสียงมาจากต้นไม้ต้นหนึ่งที่มีอายุมากกว่าสามร้อยปีและเสียงนั้นร้องเพลงที่คนจำได้ว่าเคยได้ยินในชีวิต แต่ไม่รู้ว่าใครร้อง"
"ฉบับที่สอง?"
"จากเมืองเหอหยวน เจ็ดวันทิศใต้มีบ่อน้ำในลานวัดกลางเมืองที่น้ำเปลี่ยนเป็สีเงินในตอนเที่ยงคืนและกลับมาเป็น้ำใสตอนรุ่งสางชาวบ้านที่นำน้ำนั้นไปดื่มในตอนที่เป็สีเงินรายงานว่าจำเหตุการณ์ที่ไม่เคยเกิดขึ้นกับตัวเองได้อย่างชัดเจนบางคนจำเป็เื่ดี บางคนจำเป็เื่ที่เ็ปมาก"
อี้เหยียนวางสถูปลงบนโต๊ะ
"ต้นไม้ร้องเพลงและบ่อน้ำเงิน" อี้เหยียนพูดเสียงเงียบ "สองเื่ในสัปดาห์เดียวหลังจากที่เราจัดการเมล็ดพันธุ์ฝันในฉางิ"
"เชื่อมกัน?" จางเว่ยถาม
"อาจจะ" อี้เหยียนพูด "หรืออาจจะไม่แต่สองเื่นี้มีลักษณะที่คล้ายกัน ทั้งสองเกี่ยวกับความทรงจำเสียงร้องเพลงที่คนจำได้แต่ไม่รู้ที่มา น้ำที่ทำให้จำเหตุการณ์ที่ไม่เคยเกิดขึ้นสองอย่างนี้ล้วนทำงานกับส่วนของจิตที่เก็บความทรงจำ"
"เหมือนกระจกทางเลือก" เทียนจวินที่เพิ่งเดินเข้ามาในห้องพูดเสียงขรึม
อี้เหยียนมองเขา
"เหมือนกัน" อี้เหยียนพูด "และถ้าทั้งสามสิ่งนี้เชื่อมกันแปลว่าสำนักเมฆาดำกำลังทดสอบอะไรบางอย่างในพื้นที่กว้าง"
"ทดสอบว่าพลังงานความทรงจำทำงานอย่างไรในพื้นที่ต่าง ๆ" เทียนจวินพูด
"ก่อนที่จะใช้มันในแบบที่ใหญ่กว่า" อี้เหยียนสรุป
"เราต้องไปดูทั้งสองที่?"
"ต้องไปดูอย่างน้อยหนึ่งที่" อี้เหยียนพูด "แต่ก่อนนั้นข้าต้องอ่านกระจกให้เสร็จก่อนเพราะข้าคิดว่าในชั้นที่สองของกระจกนั้นอาจมีคำตอบที่เรา้า"
ชั้นที่สองของกระจกและบุคคลที่ซ่อนไว้......
บ่ายของวันเดียวกัน
อี้เหยียนกลับมาที่โต๊ะในห้องคัมภีร์พร้อมกระจกสถูป และสมุดบันทึก
คราวนี้อี้เหยียนไม่ศึกษาคนเดียวเทียนจวินนั่งข้างๆ อ่านรายงานในมือแต่ตาเหลือบมองกระจกเป็ระยะในแบบที่เขาอยู่ใกล้ๆ เมื่ออี้เหยียนทำงานที่อาจ้าการสนับสนุนพลังงาน
อี้เหยียนปล่อยสถูปส่งแสงทองออกมาััผิวกระจกในแบบที่ต่างจากครั้งที่แล้วไม่ใช่อ่านชั้นนอก แต่ผ่านชั้นนอกเข้าไปหาสิ่งที่อยู่ข้างล่าง
แสงทองซึมลงไปในผิวกระจกอย่างช้าๆ
และกระจกก็เปลี่ยน
ไม่ใช่เปลี่ยนเป็ภาพทางเลือกแบบที่เคยเห็นแต่เปลี่ยนเป็สีที่ต่างออกไปผิวกระจกที่เป็สีเงินหม่นเปลี่ยนเป็สีน้ำเงินเข้มที่มีประกายเหมือนน้ำลึกในคืนที่มีดาว
และในสีน้ำเงินเข้มนั้นมีอักษรปรากฏขึ้นทีละตัว
"มีอักษร" อี้เหยียนพูดเบา ๆ
เทียนจวินวางรายงานลงหันมามองกระจก
"อ่านออกไหม?"
"รอก่อน" อี้เหยียนพูด สายตาจับที่อักษรที่ปรากฏขึ้นทีละตัวทีละบรรทัด
อักษรนั้นเป็อักษรโบราณที่อี้เหยียนอ่านออกได้แต่ต้องใช้เวลา เพราะมันเขียนในรูปแบบที่ซ้อนความหมายหลายชั้นบรรทัดแรกมีความหมายหนึ่ง แต่เมื่ออ่านรวมกับบรรทัดที่สาม ความหมายเปลี่ยน
อี้เหยียนจดในสมุดบันทึกไปพร้อมกันอ่านและจด อ่านและจด
ยี่สิบนาที
"เสร็จ" อี้เหยียนพูด วางปากกาลง
เทียนจวินมองสมุดบันทึก
"บอกข้า"
อี้เหยียนมองสมุดบันทึกสักพักทบทวนสิ่งที่จดไว้
"ในชั้นที่สองของกระจกนั้น มีสามส่วน" อี้เหยียนพูดเสียงนิ่ง "ส่วนแรกคือแผนที่ไม่ใช่แผนที่ปกติ แต่เป็แผนที่พลังงาน แสดงตำแหน่งของเส้นพลังงานหลักในแผ่นดินและจุดหนึ่งที่ทำเครื่องหมายไว้ด้วยสัญลักษณ์ที่ข้ารู้จัก"
"ตำแหน่งของประตูที่สำนักเมฆาดำ้า?" เทียนจวินถาม
"น่าจะใช่" อี้เหยียนพูด "จุดนั้นอยู่ทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ในพื้นที่ที่เรียกว่า 'หุบเขาสิ้นเสียง' ซึ่งข้าไม่เคยได้ยินชื่อนี้มาก่อน"
"ส่วนที่สอง?"
"รายชื่อปฏิบัติการของสำนักเมฆาดำ" อี้เหยียนพูดเสียงเงียบลง "รายชื่อที่ยาวมากรวมถึงสิ่งที่เราเจอมาแล้วทั้งหมด หินดำในหนานซวี เมล็ดพันธุ์ฝันในฉางิและสิ่งที่ยังไม่เกิดขึ้น รายการที่วางแผนไว้แต่ยังไม่ทำ"
"รู้แผนข้าศึกล่วงหน้า" เทียนจวินพูด
"และส่วนที่สาม" อี้เหยียนพูดแล้วหยุดนิ่งสักวินาที
"อี้เหยียน" เขาพูดเบา ๆ สังเกตว่าตัวเขาหยุด
"ส่วนที่สามเป็ชื่อ" อี้เหยียนพูดเสียงเงียบ "ชื่อของคนที่อยู่เื้ัสำนักเมฆาดำไม่ใช่ผู้นำสำนักที่เห็นอยู่ด้านหน้า แต่คนที่สั่งการจริง ๆ"
"ชื่อใคร?"
อี้เหยียนมองสมุดบันทึกสายตาของเขานิ่งในแบบที่นิ่งเมื่อรับบางอย่างที่ไม่คาดคิด
"เหวยหลิงเฟิน" อี้เหยียนพูด
ห้องคัมภีร์เงียบ
"เ้ารู้จักชื่อนั้น" เทียนจวินพูดสังเกต อ่านสีหน้าของอีกฝ่าย
"ข้ารู้จัก" อี้เหยียนพูดเสียงเงียบ "เหวยหลิงเฟินเป็ชื่อที่ข้าพบในบันทึกชาติก่อนของข้าในชาติที่สี่ เป็ชื่อของคนที่รักเซี่ยิชื่อของคนที่ราคาถ่ายโอนนั้นถูกจ่ายแทน"
เทียนจวินนิ่ง
"คนที่เซี่ยิรักในชาติที่สี่" เขาพูดช้า ๆ "คือคนที่อยู่เื้ัสำนักเมฆาดำในชาตินี้"
"ถ้าข้อมูลในกระจกนั้นถูกต้อง" อี้เหยียนพูดตรง "ใช่"
"และเขามีพันธะกับทั้งเ้าและข้า" เขาพูดเสียงเงียบ
"ในแบบที่ทั้งสองยังไม่รู้" อี้เหยียนพูด "ข้าไม่รู้ว่าพันธะนั้นคืออะไรข้อมูลในกระจกไม่ได้บอก"
"ใครซ่อนข้อมูลนี้ไว้ในกระจก?"
อี้เหยียนมองกระจกที่กลับมาเป็สีเงินหม่นธรรมดาแล้ว
"ข้าไม่รู้" อี้เหยียนพูด "แต่คนที่ซ่อนนั้น้าให้ข้าพบเพราะกระจกนี้ตั้งใจรอในตลาดของโบราณ ตั้งใจรอจนเราผ่านมา"
"มีคนช่วยเราอยู่โดยที่เราไม่รู้จัก" เขาพูด
"หรือมีคน้าให้เราพบข้อมูลนี้เพื่อเหตุผลที่เราไม่รู้" อี้เหยียนแก้เสียงเรียบ
เขามองอี้เหยียนรับสิ่งที่อีกฝ่ายพูด รับความระวังที่อีกฝ่ายยังคงไว้
"ทั้งสองอาจจริงพร้อมกัน" เขาพูดเสียงเบา
"ใช่" อี้เหยียนพูด
คดีต้นไม้ร้องเพลงเว่ยซานและเสียงที่จำได้.........
สองวันต่อมาคณะแบ่งกัน
เทียนจวินและลูกศิษย์สำนักสองคนพร้อมหลี่เซียนไปที่เมืองเหอหยวนทางใต้เพื่อตรวจสอบบ่อน้ำเงิน
อี้เหยียนจางเว่ย เซินเหมย ซวินฮัว และลูกศิษย์สำนักอีกสองคนไปที่หมู่บ้านเว่ยซาน
"ข้าไปคนละทางได้" อี้เหยียนพูดตอนเช้าก่อนแยก
"ได้" เทียนจวินพูดเสียงเรียบ แล้วก็พูดต่อเบา ๆ ในแบบที่มีแต่เขาได้ยิน"แต่ถ้าพบอะไรที่หนักส่งเมียวกิมาบอกข้าได้เลย"
อี้เหยียนมองเขา
"เมียวกิบินเร็ว" อี้เหยียนพูดเสียงเรียบ
"และข้าขี่ม้าเร็ว" เขาพูด มุมปากขยับขึ้น
อี้เหยียนพยักหน้าช้าๆ ในแบบที่รับสิ่งที่เขาพูด
แล้วก็ออกเดินทาง
หมู่บ้านเว่ยซานป่าที่มีเสียง....
"กระจกที่ซ่อนสองชั้นและจดหมายที่บอกว่าเวลาหมดแล้ว" เพราะความลับที่ดีที่สุดนั้นรอคนที่รู้ว่าต้องมองลึกกว่าชั้นแรกและเวลาที่หมดลงนั้นไม่ได้หมายความว่าสิ้นสุด มันหมายความว่าเริ่มต้น เริ่มต้นในแบบที่้าทุกสิ่งที่สะสมมาทุกการเลือก ทุกความเข้าใจ ทุกสิ่งที่เป็ เพื่อยืนอยู่ต่อหน้าสิ่งที่มาหาโดยรู้ว่าตัวเองเป็อะไร
..สุสาส์นราคะ..