เกิดใหม่ในยุค 80 พลิกชีวิตแสนตกอับของคุณหนูสกุลหลิน

    เล่มที่ 2 บทที่ 59 พบเพียงสบตา ก็รู้ว่าไม่ชอบใจ (1)

            เดิมทีแม่หานตั้งใจจะจัดพิธีหมั้นให้เรียบง่ายที่สุดยิ่งง่ายได้เท่าไรยิ่งดี เพราะแต่เดิมก็ไม่ได้เต็มใจกับเรื่องแต่งงานนี้อยู่แล้วมิหนำซ้ำยังไม่ชอบคนตระกูลหลินอีกต่างหาก

            แต่หานหมิงหย่วนกลับยืนกรานว่าจะต้องจัดงานให้ยิ่งใหญ่อีกทั้งยังไปเชิญสุดยอดพ่อครัวประจำหมู่บ้านอย่างหลิวซื่อสี่มาเป็นผู้ดูแลการทำอาหารในวันหมั้นด้วยตนเอง

            หลิวซื่อสี่ผู้นี้คือสุดยอดพ่อครัวชื่อดังของหมู่บ้านเฉวียนสุ่ยไม่ว่าบ้านไหนมีงานแต่งงานและงานศพต่างก็ต้องเชิญเขาไปเป็นผู้ดูแลการทำอาหารทั้งนั้น

            ในวันหมั้นซินเยวี่ยตั้งใจสวมเสื้อโค้ทสีชมพูที่หานหมิงหย่วนซื้อให้เป็นพิเศษจากนั้นก็หวีผมดำขลับเป็นหางม้าสูงทำให้ใบหน้ารูปไข่อันงดงามอยู่แล้วดูงดงามยิ่งขึ้น

            ซินเยวี่ยเพียงแต่ทาครีมบำรุงผิวเล็กน้อยเพราะผิวพรรณเดิมทีก็ขาวผ่องอยู่แล้ว ยิ่งอยู่ในช่วงวัยสาวสะพรั่งแม้จะไม่แต่งหน้าเป็นพิเศษก็ยังดูสวยจับใจ

            คนที่ไปส่งซินเยวี่ยที่บ้านตระกูลหานนอกจากพ่อกับแม่หลินแล้ว ยังมีซินอวี่ ซินจู๋ และหลินเต๋อหัว อีกทั้งยังมีป้าใหญ่ป้า และลุงของซินเยวี่ย เดิมทีซินเยวี่ยไม่อยากให้เหม่ยอ้ายไปด้วยแต่เหม่ยอ้ายก็ดึงดันที่จะตามไปให้ได้

            “พี่ซินเยวี่ย วันนี้พี่สวยเป็นพิเศษเลยนะสวยเหมือนนางฟ้าเลย” เหม่ยอ้ายพูดอย่างประชดประชันพลางสำรวจซินเยวี่ย

            ซินเยวี่ยยิ้มบางๆ

            ซินจู๋ตบไหล่ซินเยวี่ยแล้วพูดว่า“ซินเยวี่ยบ้านเราสวยอยู่แล้ว ไม่ใช่แค่วันนี้เท่านั้นหรอก”

            เจาตี้ลูกของซินอวี่จับชายเสื้อของซินเยวี่ยแล้วพูดพูดเสียงเบาว่า“น้า เสื้อผ้าของน้าสวยจังเลย ถ้าใส่ไม่ได้แล้วให้หนูใส่ต่อได้ไหม?”

            ซินเยวี่ยลูบศีรษะของเจาตี้อย่างอ่อนโยนแล้วพูดด้วยเสียงนุ่มนวลว่า“รอน้ามีเงินจะซื้อตัวใหม่ให้นะ”

            สามพี่น้องซินเยวี่ยพูดคุยกันอย่างสนุกสนานปล่อยให้เหม่ยอ้ายยืนเคว้งอยู่คนเดียว

            ไม่ใช่แค่ซินเยวี่ยที่ไม่ชอบเหม่ยอ้ายซินอวี่กับซินจู๋ก็ไม่ชอบเธอเช่นกัน

            เนื่องจากบ้านตระกูลหลินกับตระกูลหานอยู่ในหมู่บ้านเดียวกันพวกเขาจึงเดินเท้าไปยังบ้านตระกูลหาน

            หานเจี้ยนอู่พ่อของหานหมิงหย่วนเป็นลูกชายคนเดียวของบ้านดังนั้นหานหมิงหย่วนจึงไม่มีป้าหรือลุงคนอื่นๆ 

            โชคดีที่ญาติทางฝั่งแม่หานค่อนข้างเยอะ

            หานหมิงหย่วนมีลุงสี่คน และน้าสองคน

            ส่วนใหญ่ก็ค่อนข้างคุ้นเคยกันเมื่อเจอกันก็ไม่ต้องแนะนำอะไรเป็นพิเศษ ต่างทักทายกันเล็กน้อย แล้วจึงเริ่มนั่งลง

            ถึงแม้ในใจจะไม่เต็มใจกับเรื่องครั้งนี้แต่ในวันนี้ที่ลูกชายหมั้นหมาย แม่หานก็ยังแต่งตัวสวยเป็นพิเศษ

            ในสมัยก่อนบ้านของเธอเป็นเจ้าของที่ดินเธอจึงมีเสื้อผ้าดีๆ ที่ซื้อเก็บไว้มากมาย

            แม้แต่ในช่วงเวลาพิเศษแม่หานก็ไม่ได้นำเสื้อผ้าดีๆที่ตนซื้อไว้เมื่อครั้งเป็นลูกสาวเจ้าของที่ดินออกมามอบให้ตอนนี้บ้านเมืองสงบสุขแล้ว เธอจึงเก็บเสื้อผ้าที่เหมาะกับวัยของตนเอาไว้ส่วนเสื้อผ้าที่ดูสดใสอ่อนเยาว์กว่านั้นก็ยกให้หานหมิงสยาผู้เป็นลูกสาวไปแล้ว

            วันนี้แม่หานสวมเสื้อคลุมสีม่วงเข้มปักลายดอกไม้เล็กๆมองปราดเดียวก็รู้ว่าทำจากผ้าไหม ส่วนกางเกงที่สวมเข้าชุดกันก็ทำจากผ้าไหมเช่นกัน

            นอกจากเสื้อผ้าแล้วปิ่นปักผมบนมวยผมของแม่หานก็ยังเป็นทองคำในหมู่บ้านยากจนเช่นนี้ไม่ใช่ใครก็สามารถใส่เครื่องประดับทองคำได้

            “ชุดของอาสะใภ้สวยจังเลยค่ะ” ซินเยวี่ยพูดชมแม่หานจากใจจริง เธอไม่ใช่คนพูดจาหวานหูเพียงแต่อยากจะใช้คำพูดนี้เพื่อกระชับความสัมพันธ์กับแม่หาน

            เพราะเป็นเพียงพิธีหมั้นดังนั้นจึงยังไม่ต้องเปลี่ยนคำเรียกขาน

            แม่หานกวาดสายตาเย็นชาไปทั่วร่างของซินเยวี่ยแล้วจึงพูดอย่างไม่เร่งรีบว่า “เสื้อคลุมตัวนี้ซื้อมาตอนไปในเมืองกับหมิงหย่วนใช่ไหม”

            น้ำเสียงของแม่หานเย็นชาราวกับจะสามารถแช่แข็งอากาศได้

            ซินเยวี่ยรู้ว่าแม่หานไม่ชอบตนไม่คิดว่าตอนนี้ตนกับหานหมิงหย่วนหมั้นหมายกันแล้วท่าทีของเธอก็ยังคงเย็นชาเหมือนเดิม

            ถึงแม้ในใจจะไม่สบายใจแต่สีหน้าของซินเยวี่ยก็ยังคงสงบเหมือนเดิม

            “เสื้อตัวนี้พี่หมิงหย่วนซื้อให้หนูค่ะหนูว่ามันแพงเกินไป พูดยังไงก็ไม่ยอม แต่พี่หมิงหย่วนก็ยืนกรานที่จะซื้อให้หนูเขาบอกว่าหนูใส่เสื้อตัวนี้สวยเป็นพิเศษ” ซินเยวี่ยจงใจสาดเกลือลงบนแผลของแม่หาน

            เธอต้องทำให้แม่หานรู้ว่าไม่ใช่ตนที่ดึงดันจะเอาแต่ลูกชายของเธอแต่เป็นลูกชายของเธอที่ยืนกรานจะเลือกเธอเองต่างหาก

            แม่หานรู้สึกมาโดยตลอดว่าซินเยวี่ยเป็นคนมีเล่ห์เหลี่ยมมีกลอุบายก่อนหน้านี้เป็นเพียงแค่ความรู้สึก แต่ตอนนี้ได้เห็นกับตาแล้ว

            ถึงในใจจะไม่พอใจอย่างไรแม่หานก็ยังพาซินเยวี่ยไปพบญาติสนิททีละคน

            ญาติสนิทของหานหมิงหย่วนส่วนใหญ่ต่างชื่นชอบซินเยวี่ย ต่างจากแม่หานที่ไม่ชอบเธอ

            “พี่รอง พี่นี่มีบุญจริงๆที่หมิงหย่วนหาลูกสะใภ้ที่ดีขนาดนี้มาให้” น้าสามของหานหมิงหย่วนพูดด้วยรอยยิ้ม

            ยังไม่ทันที่แม่หานจะเอ่ยปากน้าของหานหมิงหย่วนก็รีบพูดเสริมว่า “ไม่ใช่แค่นั้นนะซินเยวี่ยคนนี้ดีจริงๆ มองปราดเดียวก็รู้ว่าเป็นคนมีวาสนาต่อไปจะต้องนำพาความเจริญมาสู่สามีแน่นอน”

            ในสถานการณ์เช่นนี้แม่หานก็คงพูดอะไรที่ฟังดูไม่เข้าหูไม่ได้ แต่สีหน้าของเธอกลับสงบเสงี่ยมอยู่เสมอไม่เหมือนกับสีหน้าที่แม่ของคนที่ลูกชายหมั้นหมายควรจะมีเลยแม้แต่น้อย

            งานเลี้ยงหมั้นหมายจัดขึ้นทั้งหมดสี่โต๊ะ

            รูปแบบของงานเลี้ยงคือมีอาหารสี่อย่างและกับข้าวแปดอย่างเหล้าที่ดื่มก็เป็นเหล้าที่ถือว่าดีที่สุดในชนบทในยุคนี้

            หลังจากที่งานเลี้ยงจบลงตามขั้นตอนฝ่ายชายจะต้องมอบของหมั้นให้ฝ่ายหญิง

            แม่หานให้หานหมิงสยานำห่อผ้าออกมาเธอส่งห่อผ้าให้ซินเยวี่ยด้วยตนเอง “ซินเยวี่ยวันนี้เธอหมั้นหมายกับหมิงหย่วนแล้ว ก็ถือว่าเป็นสะใภ้ของบ้านตระกูลหานพวกเราแล้วแม่หวังว่าต่อไปเธอจะเข้ากับหมิงหย่วนได้ดีนะ”

            ถึงแม้ว่าน้ำเสียงของแม่หานจะอ่อนโยนแต่ทุกคำทุกประโยคล้วนแฝงไว้ซึ่งความเย็นชาส่วนสายตาที่เธอมองซินเยวี่ยก็เย็นเยียบ

            เพียงแค่สบตาก็รู้ว่าเธอไม่ชอบว่าที่ลูกสะใภ้คนนี้

            ทุกคนที่อยู่ในที่นั้นมองออก

            คนที่สะใจมากที่สุดที่เห็นว่าแม่หานไม่ชอบซินเยวี่ยก็คือเหม่ยอ้าย

            ยังไม่ทันได้เข้าบ้านก็ถูกแม่สามีรังเกียจแล้ว ดูสิว่าต่อไปจะทำอย่างไร?

            เนื่องจากเหม่ยอ้ายเป็นคนที่ไม่ค่อยมีเล่ห์เหลี่ยมดังนั้นความสะใจจึงปรากฏอยู่บนใบหน้าอย่างชัดเจน

            ซินเยวี่ยรับห่อผ้าจากมือของแม่หานแล้วส่งต่อให้แม่ของตน

            ขณะที่ทุกคนกำลังพูดคุยกันอย่างสนุกสนานหานหมิงหย่วนก็เรียกซินเยวี่ยออกไปข้างนอก

            ตลอดทั้งวันหานหมิงหย่วนวุ่นอยู่แต่กับการต้อนรับแขกไม่มีเวลาที่จะพูดคุยกับซินเยวี่ยดีๆ เลย

            ทั้งสองคนเพิ่งเดินมาถึงลานบ้านเจาตี้ลูกของซินอวี่กับซ่งเป่าหนิงลูกของหานหมิงสยาก็ตามออกมาด้วย

            เพื่อไม่ให้ถูกเจ้าตัวเล็กทั้งสองรบกวนหานหมิงหย่วนรีบหยิบลูกกวาดออกมาจากกระเป๋าสองสามเม็ด แล้วให้เด็กทั้งสองไปเมื่อได้ลูกกวาดแล้ว พวกเขาก็ไปวิ่งเล่นกันอย่างสนุกสนาน

            หานหมิงหย่วนพาซินเยวี่ยเดินชมลานบ้านของตระกูลหานจากนั้นก็พาเธอไปยังห้องนอนของตน

            รูปแบบบ้านของตระกูลหานก็คล้ายกับตระกูลหลินคือมีห้องโถงกลางหนึ่งห้อง จากนั้นก็มีห้องย่อยทางทิศตะวันออกและตะวันตก

            หานหมิงหย่วนพักอยู่ในห้องทางทิศตะวันออก

            ถึงแม้ว่าบ้านของหานหมิงหย่วนจะเก่าโทรมกว่าแต่ก็ได้รับการดูแลอย่างเป็นระเบียบเรียบร้อย ภายในห้องสะอาดปราศจากฝุ่นผง

            ห้องที่หานหมิงหย่วนพักอยู่มีขนาดไม่ใหญ่ภายในมีเตียงหนึ่งหลัง ตู้เสื้อผ้าเก่าๆ หนึ่งตู้และเตาผิงสำหรับให้ความอบอุ่นในฤดูหนาว

            หานหมิงหย่วนดึงซินเยวี่ยให้นั่งลงบนขอบเตียง

            “เยวี่ยเอ๋อร์ เธอมีความสุขไหม?” หานหมิงหย่วนถามเสียงเบา

            ซินเยวี่ยยิ้มแล้วพยักหน้า พูดจากใจจริงว่า“มีความสุข”

            ในขณะนี้ซินเยวี่ยทิ้งความเย็นชาที่แม่หานปฏิบัติต่อตนไปไว้เบื้องหลังเธอเพียงแต่อยากจะมีความสุขกับทุกนาทีที่ได้อยู่กับหานหมิงหย่วน

             

    คล้ายกับเรื่องเกิดใหม่ในยุค 80 พลิกชีวิตแสนตกอับของคุณหนูสกุลหลิน ที่คุณอ่าน