ภายในเรือนนอนของสาวรับใช้จวนสกุลเว่ย นับว่ามิได้มิมีสิ่งใดขาดตกบกพร่องเลยแม้แต่น้อย เขาว่ากันว่าหากจะดูว่าจวนใดร่ำรวยจริงหรือไม่ มิได้ดูจากข้าวของเครื่องใช้เพียงอย่างดียว แต่สามารถดูได้จากข้ารับใช้ที่ฐานะต่ำสุดในจวนว่ามีความเป็อยู่เช่นไรอีกด้วย หลี่ซิ่วอิงถูกจัดในนอนกับบ่าวรับใช้ที่พึ่งมาใหม่ด้วยกันอีกคน ข้าวของเครื่องใช้มีครบทุกอย่างภายในห้อง ร่างบางเดินหาวเข้ามา ในขณะที่สหายร่วมห้องนั้นหลับไปแล้ว
จ๊อก~~
เสียงท้องร้องประท้วงออกมาอย่างห้ามไม่อยู่ ร่างบางที่เดิมทีเมื่อตอนกลางวันก็ทานข้าวได้น้อยอยู่แล้ว เพราะถูกเรียกตัวให้ไปดูแลเรือนตำรา อีกทั้วเวลานี่โรงครัวก็ปิดไปเสียแล้ว มิมีอาหารเหลือให้นางเลยแม้แต่น้อย ทำได้เพียงต้องอดทนข่มตานอนหิวจนถึงพรุ่งนี้เช้า
“หิวชะมัด!”
หญิงสาวบ่นกับตนเองก่อนที่จะรินน้ำและยกขึ้นดื่มด้วยความกระหาย บ้าชะมัดแค่น้ำยังพึ่งตกถึงท้อง อย่าว่าแต่ข้าวเลย
“เ้าหิวหรือ”
“วร๊าย~~~ เ้ายังไม่หลับหรือ”
หลี่ซิ่วอิงอุทานออกมาด้วยความใ เมื่อจู่ๆก็มีเสียงหนึ่งดังขึ้นมา ทำเอานางสะดุ้งจนต้องยกมือทาบอก
” ขออภัย ข้าเป็คนตื่นง่ายหน่ะ”
“ข้าทำเ้าตื่นหรือ เช่นนั้นข้าจะระวัง”
“ขอบใจเ้า ว่าแต่หากเ้าหิวข้ามีหมั่นโถ่ว”
นางไม่พูดเปล่าแต่เดินไปหยิบมาให้ด้วย”
“ขอบใจนะเสี่ยวหมี่”
หลี่ซิ่วอิงรับหมั่นโถ่วแล้วรีบกินทันที ด้านในมีใส้ผักผัดกับน้ำมันยิ่งช่วยเพิ่มรสชาติ ใครจะคิดว่าวันนี้แค่หมั่นโถ่วธรรมดาไม่ต้องมีเนื้อก็ทำให้นางน้ำตาแทบร่วงที่ไม่ต้องนอนหิวข้าวไปทั้งคืน
“ได้ยินว่าเ้าอยู่กับเว่ยอ๋องที่เรือนตำราทั้งวัน เป็เช่นไรบ้างหรือ”
เสี่ยวหมี่เอ่ยถาม พลางขยับเข้ามาใกล้หญิงสาวมากขึ้น แววตาของนางแสดงความอยากรู้อย่างปิดไม่มิด
“ก็อารมณ์ร้ายอย่างที่ข้างนอกลื่อกันนั้นแหล่ะ เ้ามิรู้อันใดนะ ตลอดเวลาที่ข้างอยู่ในเรือนตำรา ข้าถูกเขาไล่ออกมาไม่รู้กี่ครา ไฟสว่างไปก็มิได้ น้อยไปก็มิได้ ข้าแทบกั้นหายใจอยู่แล้วเพราะกลัวว่าเขาจะมิพอใจ ลมแรงไปก็ไล่ข้าไปปิดหน้าต่าง ร้อนหน่อยก็ไล่ข้าไปเปิดทำอย่างกับข้านั้นบังคับลมได้เสียอย่างนั้น หากข้าแปลงกายเป็จิ้งจกได้เขาคงสั่งให้ข้าทำเป็แน่”
หญิงสาวบ่นออกมาอย่างอดไม่ได้ ทำเอาเสี่ยวหมี่ที่ฟังต้องอ้าปากค้าง อย่างหา่จังหวะแทรกไม่ได้
“วันนี้ข้าได้ยินบ่าวที่รับใช้ในเรือนใหญ่พูดกันว่า ท่านอ๋องอารมณ์ดีกว่าปกตินะ”
“นี่อารมณ์ดีแล้วหรือ”
“ใช่ เว่ยอ๋องพึ่งกลับจากทัพที่ชานแดนได้ไม่นาน เห็นว่าท่านมิได้อารมณ์ดีเพราะรบชนะ แต่เพราะท่านอ๋องพบนางในดวงใจ”
“นางใจดวงใจ!”
“หลี่ซิ่วอิง เ้าเบาๆสิ”
เสี่ยวหมี่ยกมือจุ๊ปากเป็สัญลักษณ์ให้หญิงสาวเงียบลง พร้อมขยับไปใกล้มากขึ้น
“บ่าวในเรือนใหญ่บอกว่า เว่ยอ๋องพบแม่นางท่านหนึ่งขณะเดินทางกลับวังหลวงและได้ช่วยนางไว้ ถึงขนาดวาดรูปหญิงสาวผู้นั้นกลับจวน เป็รูปที่เว่ยอ๋องหวงแหนมาก”
“ช่วยหญิงสาวหรือ…หรือจะเป็ จางเซียวเหลียน นางเอกในนิยาย”
“เ้ารู้ได้เช่นไหร่ แล้วนางเอก นิยาย คือสิ่งใด”
“มิมีอันใด ข้าก็พูดไปมั่วหน่ะคงจะเหนื่อยแล้ว เ้าไปนอนเถอะ”
” เช่นนั้นเ้าก็รีบพักผ่อน”
เสี่ยวหมี่เอ่ยจบก็กลับที่นอนเช่นเดิม
‘เว่ยอ๋องพึ่งได้พบจางเซียวเหยียนเช่นนั้นหรือ นี่มันคือเหตุการณ์่ต้นเื่ในนิยายเองมิใช่หรือ ข้ามาอยู่ที่นี่ตั้ง 7 เดือนแล้ว มิได้สนใจเนื้อเื่ในนิยายว่าเนื้อเื่ไปถึงไหน แล้วเหตุใดเมื่อข้ามาอยู่ที่จวนแห่งนี้เนื้อเื่ถึงพึ่งได้ดำเนินกัน หรือว่าแท้จริงแล้วข้าจะเป็หนึ่งในตัวแปลของเื่นี้ คงมิใช่หรอกในเนื้อเื่มิได้เอ่ยถึงบ่าวรับใช้ในจวนเว่ยอ๋องเลยแม้แต่น้อย’
หญิงสาวเอ่ยกับตนเองในใจอย่างใช้ความคิด นางต้องใช้ชีวิตอย่างระมัดระวังและรอบขอบมากขึ้น ดูเหมือนว่าทุกอย่างไม่ชอบมาพากล หากเกิดเื่กับชีวิตน้อยๆ ของนางจะทำเช่นไรกัน เมื่อคิดมาได้ถึงต้องนี้ก็รีบสลัดความคิดของตน ก่อนที่จะเดินไปอาบน้ำและกลับมานอนในที่ของตน
.…
1 เดือนถัดมา
การเป็บ่าวรับใช้นั้นนับว่าหนักเมื่อเทียบกับงานอื่นๆที่หญิงสาวเคยทำทั้งที่โลกเก่าและโลกในนิยายนี้ เนื่องจากต้องใช้แรงกายมิต้องใช้ความคิดหรือความรู้อันใดมาก แต่นางก็แอบเสียดายความสามารถตนเองอยู่บ้าง หนึ่งเดือนที่ผ่านมาหญิงสาวไม่ค่อยพบเว่ยอ๋องมาที่เรือนตำราเท่าใดหนัก แต่ถึงอย่างนั้นการพบเพียงไม่กี่ครั้งที่ผ่านมา ก็ทำเอานางเหนื่อยไปมากและยังหวาดระแวงเขาไม่หาย ตัวร้ายในนิยายฉายาอารมณ์ร้อน มั่นใจในตัวเอง อีกทั้งตัวร้ายในเื่ยังเป็ถึงแม่ทัพเสียด้วย มีนิยายเื่ใดบ้างที่เนื้อเื่ส่งเสริมตัวร้ายดีเช่นนี้กัน
ปกติสาวใช้ในจวนแห่งนี้จะต้องตื่นมาทำงานั้แ่ต้นยามเหม่า แต่หลี่ซิ่วอิงต้องรีบตื่นมาเตรียมตัวก่อนคนอื่นๆ มิใช่ว่านางแต่งกายนานกว่าผู้อื่น แต่เป็เพราะว่านางติดนิสัยในโลกเก่า นั้นคือต้องอาบน้ำวันล่ะสองครั้ง มิเช่นนั้นนางไม่สามารถออกไปพบผู้ใดได้ เพื่อไม่ให้ตนเองสายจึงต้องตื่นมาเตรียมตัวั้แ่ปลายยามอิ๋น ถึงนางจะอาบน้ำ รักความสะอาดเช่นนี้ นางก็มิได้รังเกียจผู้อื่นแต่อย่างใด นางเข้าใจวัฒนธรรมของคนแต่ละยุคสมัย คนที่นี่ส่วนใหญ่อาบน้ำแค่วันล่ะครั้งเท่านั้น หากวันใดอากาศหนาวก็ไม่อาบกันเลย หลายเดือนที่ผ่านมานางชินเสียแล้ว โชคดีที่เสี่ยวหมี่นั้นอาบน้ำทุกวัน และตัวนางเองก็มิได้มีกลิ่นตัวจึงทำให้นางอยู่ร่วมกันได้อย่างสบายใจ
"คารวะท่านิเพ่ย"
หลี่ซิ่วอิงเอ่ยทักทายผู้ช่วยของเว่ยอ๋องที่ยืนอยู่หน้าประตูเรือนตำราอย่างเป็กันเอง หนึ่งเดือนมานี้นางพบเจอเขาบ่อย จนได้พูดคุยและทำความรู้จักกันเนื่องจากิเพ่ยผู้นี้มักนำตำราไปให้ผู้เป็นายบ่อยๆ หากหาไม่เจอก็จะถามนางที่เป็ผู้ดูแลเรือน
"คารวะแม่นางหลี่ เ้ามาพอดีข้ากำลังจะให้คนไปตาม ท่านอ๋องรออยู่ด้านในแล้ว"
"รอข้าหรือ เหตุใดถึงต้องรอข้า"
หญิงสาวอุทานออกมาด้วยความใ พลางชี้นิ้วมาที่ตนเองอย่างทวงถามให้แน่ใจ ิเพ่ยพยักหน้าเป็เชิงให้กำลังใจ ตอนนี้ใบหน้าของนางซีดเซียวกังวลไปก่อน ถึงขนาดที่ให้คนไปตามเช่นนี้เกรงว่านางคงทำอันใดขาดตกบกพร่องจนเขาต้องไล่ออกเป็แน่ ไม่สิ! หากอ้างอิงนิสัยเขาตามนิยายเกรงว่าคงไม่เพียงไล่ออกเป็แน่ จะทำเช่นไรดี ควรเข้าไปไหมหรือจะหนีไปตอนนี้ดี
“แม่นางหลี่ เ้ารีบเข้าไปเสียเถอะ ท่านอ๋องไม่ชอบให้ผู้ใดรอนาน “
” เ้าค่ะ”
หญิงสาวเอ่ยรับด้วยเสียงไม่ค่อยมั่นใจมากนัก นางดันประตูกว้างเข้าไปก่อนที่จะเดินตรงเข้าไปหาชายหนุ่มที่นั่งอ่านตำราด้วยท่าทีนิ่งเฉยอย่างที่เคยเห็นเป็ประจำ
” คารวะเว่ยอ๋อง ท่านิเพ่ยบอกเว่ยอ๋องเรียกพบข้า”
เสียงของนางราบเรียบไม่แสดงอาการของความหวาดกลัวหรือตื่นตะหนก แต่ถึงนางจะควบคุมน้ำเสียงได้ทว่าตอนที่ย่อกายทำความเคารพนั้น ขาที่กลัวจนสั่นเทาทำให้เซเล็กน้อย นั้นไม่สามารถรอดพ้นสายตาของชายหนุ่มไปได้แต่เขาก็มิได้ถือสาสิ่งใด เขาไม่ได้สนใจอยู่แล้ว
“หญิงสาวมักชมชอบสิ่งใด”
เสียงเข้มเอ่ยถามเสียงเรียบ
“เ้าคะ”
หลี่ซิ่วอิงทวนคำถามเพราะไม่เชื่อในสิ่งที่ตนนั้นได้ยิน นี่ไม่ได้เรียกนางมาไล่ออกหรอกหรือ
“จะตอบมาหรือจะใสหัวออกจากจวน”
“ยะ…อยู่ที่บุคคลนั้นเ้าคะ”
“เช่นไหร่”
ร่างใหญ่วางตำราในมือแล้วเงยหน้ามาถามหญิงสาวซึ่งหน้า
หลี่ซิ่วอิงสบเข้ากับดวงตาคมก็รีบก้มหน้า สายตาของชายหนุ่มอันตรายเหลือเกิน เขาถามเช่นนี้มิใช่ว่าจะซื้อของให้แม่นางจางเซียวเหยียนหรอกหรือ ใช่แล้ว…หากนับเวลาตามนิยายอีกสองวัน ก็จะถึงวันเกิดนางเอกของเรา จวนสกุลจางมีความสัมพันธ์ที่ดีกับจวนเว่ยอ๋อง การเดินทัพออกรบชายแดนต้องอาศัยกรมคลังมิใช่น้อย ถ้าจำมิผิดครั้งนี้พระเอกก็จะไปด้วย วันนั้นทำให้พระเอกกับนางเอกเจอกันครั้งแรก โจ้วยู่ร์เฟิงพระเอกของเราหลงรักในความฉลาดของจางเซียวเหมียน จนเกิดเป็ความรักที่ร่วมกันฝ่าฝัน มันไม่ยุติธรรมกับเว่ยตงหยางเลยสักนิดที่ได้เจอนางเอก ตกหลุ่มรักเขาก่อนแต่ก็ยังผิดหวังเช่นนี้
“หญิงสาวทุกคนล้วนชอบความสวยงาม เช่นเครื่องประดับสวยหรู เครื่องประทินโฉม หญิงที่ชอบงานดนตรี เหมาะแก่การซื้อเครื่องดนตรีที่นางชอบเป็ของขวัญ หญิงที่ชอบเย็บปักถักร้อย เว่ยอ๋องก็อาจจะซื้อลายปักผ้าหายาก ไม่ทราบว่าผู้ที่เว่ยอ๋องจะซื้อของให้นางชมชอบสิ่งใดเ้าคะ”
หญิงสาวเอ่ยอย่างอธิบายและสอบถามเขากลับไป นางรู้ว่าเขาจะซื้อของให้ผู้ใดและหากเอ่ยออกไปตรงๆ คงถูกจับโยนออกนอกจวนเสียแล้ว เื่ที่เขาชมชอบแม่นางจางเซียวเหยียนยังไม่มีผู้ใดล่วงรู้ กว่าผู้อื่นจะรู้ก็หลังงานวันเกิดแม่นางจางไปเสียแล้ว แต่ตอนที่อ่านนิยายมิยักจะรู้ว่าเขามาถามความเห็นบ่าวรับใช้หญิงเช่นนี้ แล้วข้าควรแนะนำกำไลหยกไป หรือแนะนำของขวัญที่เขาจะเอาชนะใจคุณหนูนางได้ดีนะ สีหน้าของเว่ยตงหยางมีท่าทีกังวลเล็กน้อย เขาพบแม่นางเชียวเหยียนไม่กี่ครั้ง ไม่รู้ว่านางชอบทำอันใด
“หากเว่ยอ๋องมิทราบ ก็ดูจากบุคลิกท่าทางของนางก็ได้เ้าคะ”
หญิงสาวเอ่ยขึ้นอย่างหาทางช่วย เพราะนางรู้อยู่แล้วว่าอย่างไรชายหนุ่มก็ไม่รู้อยู่ดี ในนิยายเขาซื้อกำไลหยก ของขวัญที่เขามอบให้ซ้ำกับแขกผู้อื่นมากมายถึงแม้ราคาจะมากกว่าก็ตาม แต่ก็ไม่ได้ทำให้แม่นางเชียวเหยียนรู้สึกสนใจเท่าใด ต่างกับโจ้วยู่ร์เฟิงที่นำภาพวาดทิวทัศน์ูเาแม่น้ำที่วาดเองมาเป็ของขวัญทำให้นางชอบนัก เนื่องจางเซียวเหยียนนั้นชอบออกไปเที่ยวเล่นข้างนอกบ่อย จนถึงขนาดทำให้พบกับตัวร้ายอย่างเว่ยตงหยาง แต่ตัวร้ายท่านนี้กลับโง่เคลาหนักที่มองทางนางไม่ออก
“รูปโฉมนางงดงามยิ่งกว่าบุผา นางสุขม ท่าทีสงบเสงี่ยมราวสายน้ำนิ่ง แต่จิตใจนางเด็ดเดี่ยวและไม่เกรงกลัวสิ่งใด”
คำเหยินยอขอชายหนุ่มเกือบทำให้หลี่ซิ่วอิงเบะปากด้วยความหมั่นใส้
“เช่นนั้นเกรงว่านางคงชมชอบเที่ยวเล่นมิชอบการผูกมัดสิ่งใด หากเดาจากนิสัยของนางคงมิชอบเครื่องดนตรี หรือเครื่องประดับที่งดงาม หากแต่ก็ชอบเรียนรู้”
“เช่นนั้นภาพวาดทิวทัศน์คงเหมาะกับนาง”
เสียงเข้มเอ่ยขึ้นอย่างใช้ความคิด หลี่ซิ่วอิงส่ายหน้าอย่างไม่เห็นด้วย หากเขานำภาพวาดทิวทัศน์ไปเกรงว่าจะซ้ำกับโจ้วยู่ร์เฟิง อีกทั้งยังวาดภาพนั้นเอง ต่างกับชายหนุ่มที่คงไม่พ้นซื้อภาพวาดที่งดงามที่สุดไป เช่นไรภาพที่ตั้งใจทำเองย่อมดีกว่าภาพที่แค่มีเงินก็ซื้อได้อยู่แล้ว
“เช่นนั้นเ้าคิดว่าควรเป็สิ่งใด”
“ต้องเป็ของที่นางใช้เป็ประจำ และใช้ทำสิ่งที่นางชอบ หรือไม่ก็เป็สิ่งที่นางพกติดตัวตลอดเ้าค่ะ”
“ถูกของเ้า ภาพวาดของข้ามิดีเช่นไรกัน”
“เรียนเว่ยอ๋องภาพวาดนางประทับใจเพียงแรกพบเท่านั้น อย่างมากก็เก็บไว้อย่างดี หรือใช้ประดับในเรือน ข้าคิดออกอยู่สิ่งหนึ่ง ไม่ทราบว่าเว่ยอ๋องจะลองฟังหรือไม่”
” สิ่งใดกัน”
“เรียนเว่ยอ๋อง ข้าคิดว่าหากเป็พู่กันดีหรือไม่เ้าคะ เป็สิ่งที่นางใช้เขียนตำรา หรือวาดภาพก็ต้องใช้ทุกครา เมื่อใดที่หยิบมาใช้ล้วนต้องนึกถึงผู้ให้ตลอด มิใช้สิ่งของที่ไว้ใช้ประดับหรือเก็บเข้ากล่องไว้ สั่งทำพู่กันที่มีเพียงหนึ่งเดียว มีเอกลักษณ์ ทั้งวัสดุคุณภาพดี”
“อื้ม เอาเช่นนั้นแล้วกัน”
เว่ยตงหยางเอ่ยอย่างเห็นด้วย เขาไม่มีท่าทีหงุดหงิดเลยแม้แต่น้อย ก่อนที่จะลุกขึ้นและเดินออกไป แต่ก่อนที่จะเปิดประตูฝีเท้ากลับหยุดชะงักเอาไว้อย่างไร้เหตุผล
“แล้วหญิงสาวเช่นเ้าชมชอบสิ่งใดกัน”
“เรียนท่านอ๋อง บ่าวเช่นข้าคงมิได้มีวาสนาหรือทำในสิ่งที่ตนปราณนาได้เช่นหญิงสาวทั่วไป”
“ไม่มีสิ่งใดที่ชอบเช่นนั้นหรือ”
“ผู้อื่นข้ามีรู้เ้าค่ะ แต่ข้าชอบเงิน”
หลี่ซิ่วอิงเอ่ยจบก็ยกมือเกาที่ท้ายทอยด้วยความเขินอายเล็กน้อย ไม่ว่าจะยุคนี้หรือยุคไหน ไม่ว่านางจะอยู่ที่ใดก็ตาม มีเงินล้วนดีหมด
ปัง!
เสียงประตูไม้กระทบกันเมื่อร่างใหญ่เดินออกไปเรือนไปแล้ว
“ท่านอ๋อง”
ิเพ่ยที่อยู่หน้าเรือนเอ่ยขึ้นเมื่อผู้เป็นายออกมาจากเรื่อนตำรา
“ไปสืบเื่นางมา”
“ขอรับ”
ิเพ่ยรับคำอย่างเรียยง่าย ถึงแม้จะแปลกใจมิน้อยที่ผู้เป็นายให้สืบเื่ของบ่าวรับใช้นางหนึ่ง ทั้งที่ไม่เคยเป็มาก่อน
……
หนูลู๊กกกกกก ช่วยพี่เขาจีบสาวแล้วนั้น แต่เห็นด้วยนะชอบเงินเหมือนกันเลย55555
———-
ไรท์จะพยายามลงทุกวันฝากทุกคนกดหัวใจที่หน้าปก ติดตาม คอมเม้นเป็กำลังใจให้ไรท์ด้วยน๊าาา???? ไรท์จะลงวันละ 1 ตอน เวลาประมาณ 1 ทุ่มของทุกวันน๊าาา
---------
1 เค่อ คือ15 นาที
1 ชั่วยาม เท่ากับ 2 ชั่วโมง
1 ชั่วยามมี 8 เค่อ
1วันมี 100 เค่อ
1 ลี้ เท่ากับ 500 เมตร 2 ลี้ เท่ากับ 1 กิโลเมตร
ยามจื่อ คือ 23.00 - 24.59 น.
ยามโฉ่ว คือ 01.00 - 02.59 น.
ยามอิ๋น คือ 03.00 - 04.59 น.
ยามเหม่า คือ 05.00 - 06.59 น.
ยามเฉิน คือ 07.00 - 08.59 น.
ยามซื่อ คือ 09.00 - 10.59 น.
วสันต์ = ฤดูใบไม้ผลิ คิมหันต์= ฤดูร้อน สารท= ฤดูใบไม้ร่วง เหมันต์= ฤดูหนาว
——————————