(จบ)ทะลุมิติพลิกชะตา... ชีวิตนี้ของฉันจะต้องสุขสบายในยุค 90

    บทที่ 35 อุดมการณ์สูงส่ง

    บทที่ 35 อุดมการณ์สูงส่ง


                 จินซูกลับมาถึงบ้าน ก็เห็นป้ารองกำลังเดินออกมาจากบ้านของหลินอี้เสวียนด้วยท่าทางโกรธจัด เดินไปสองก้าวก็ยังชี้หน้าบ้านแล้วกัดฟันพูดว่า 


                 “หลินอี้เสวียน แกได้เสียใจแน่!”


                 “ป้ารองเกิดอะไรขึ้นคะ พี่อี้เสวียนทำให้ป้าโกรธหรือคะ” จินซูเดินเข้าไปทักทาย


                 “เสี่ยวจิน เข้าบ้านไป!” เสียงแข็งกร้าวของหลินอี้เสวียนดังมาจากในบ้าน


                 “ฉันปวดท้องค่ะ ไปเข้าห้องน้ำก่อน” จินซูตอบกลับอย่างขอไปที พร้อมกับจูงมือป้ารองเดินไปบ้าน


                 ภายในบ้านหลินอี้เสวียนทุบโต๊ะด้วยความโกรธ เธอไม่พูดความจริงออกมาแบบนี้ได้ยังไง ทางไปห้องน้ำไม่ได้อยู่ทางนั้น เธอจงใจจะไปบ้านป้ารองต่างหาก จินซูเดินตามป้ารองกลับเข้าบ้าน ปิดประตูเรียบร้อยแล้วก็ยิ้มแย้มถามว่า 


            “นี่มันเกิดเ๱ื่๵๹อะไรขึ้นคะ”


             “เสี่ยวเหยา แกช่วยไปพูดกับผัวแกหน่อยเถอะ ไม่รู้จักแยกแยะถูกผิดเลย ทำเอาฉันโกรธแทบตายอยู่แล้ว” ป้ารองเป็๲คนพูดจาตรงไปตรงมา เล่าเ๱ื่๵๹ทั้งหมดให้ฟังรวดเดียว


            วันนี้แกไปหาหลินอี้เสวียน เพื่อบอกเ๱ื่๵๹จะไปทำบัตรคนพิการให้ ซุนอิง ป้ารองได้ข่าววงในมาว่าอีกสองเดือนข้างหน้า หน่วยงานที่ซุนอิง ทำงานอยู่จะมีการเปลี่ยนตัวผู้บริหาร


            ตอนที่ซุนอิงประสบอุบัติเหตุ เธอยังไม่ได้เกษียณตามนโยบายปัจจุบัน ถ้าเธอทำบัตรคนพิการได้ หน่วยงานจะให้ความช่วยเหลือ


            ผู้ป่วยอุบัติเหตุทางรถยนต์ที่อยู่ในภาวะผัก สามารถยื่นขอเป็๲ผู้พิการระดับหนึ่งได้ ซึ่งจะได้รับเงินเดือน 90% แต่เกณฑ์การวินิจฉัยผู้ป่วยภาวะผัก จะต้องอยู่ในอาการโคม่าเกินสามเดือนขึ้นไปและมั่นใจว่าไม่สามารถฟื้นได้


            ตอนนี้ซุนอิงเพิ่งจะโคม่าไม่ถึงเดือน จึงไม่สามารถประเมินได้ สาเหตุที่ป้ารองรีบร้อนให้หลินอี้เสวียนไปทำบัตรคนพิการ เพราะกลัวว่าอีกสามเดือนข้างหน้า เมื่อมีการเปลี่ยนตัวผู้บริหารหน่วยงานแล้วจะไม่มีคนรู้จักและทำเ๱ื่๵๹ยาก


            หน่วยงานที่ซุนอิงทำงานอยู่ ผลประกอบการไม่ค่อยดี พนักงานที่ป่วยมักจะถูกเบิกจ่ายค่ารักษาพยาบาลล่าช้า บางคนผ่าตัดมานานหลายปียังไม่ได้เบิกเลย ถ้ามีคนรู้จักคอยช่วยเหลือดำเนินการให้ก็จะง่ายขึ้น 



            ป้ารองปรึกษากับหลินอี้เสวียนให้เขาใช้เส้นสายหาโรงพยาบาลออกใบรับรองแพทย์ แล้วค่อยไปวิ่งเต้นกับที่ทำงานของซุนอิง สองทางพร้อมกัน


            แบบนี้พอหลินอี้เสวียนกลับกองทัพ จินซูก็จะมีเงินเลี้ยงดูครอบครัวทุกเดือนแบบไม่ขาด พูดยังไม่ทันจบ หลินอี้เสวียนก็โกรธบอกว่าเขาไม่มีทางทำเ๱ื่๵๹เอาเปรียบแบบนี้หรอก


            ป้ารองก็เลยพยายามเกลี้ยกล่อมเขา จนหลินอี้เสวียนทนไม่ไหว ไล่ป้ารองออกมา เ๱ื่๵๹ราวที่จินซูเห็นก็เกิดขึ้นเพราะแบบนี้ พอป้ารองเล่าถึงตอนนี้ ก็โมโหจนตัวสั่น เธอไม่เข้าใจว่าบนโลกนี้ ทำไมถึงมีคนที่หัวแข็งแบบหลินอี้เสวียนอยู่ได้ 


            “ฉันกับแม่สามีเธอ ถึงแม้ตอนสาว ๆ จะไม่ค่อยถูกกัน แต่ฉันก็เห็นหลานอี้เสวียนโตมา ฉันจะทำร้ายเขาได้ยังไง เสี่ยวเหยาเธอบอกฉันสิ  เ๱ื่๵๹นี้ฉันทำผิดตรงไหน”


            “ขอพูดนอกเ๱ื่๵๹นิดนึงนะคะป้ารอง ฉันเปลี่ยนชื่อเป็๲จินซูแล้วค่ะ  ต่อไปอย่าเรียกฉันว่าอวี้เหยาเหม่ยหรือเสี่ยวเหยานะคะ แล้วก็รบกวนบอกคนอื่น ๆ ในที่นี้ด้วยค่ะ”


            “ทำไมล่ะ” ป้ารองถูกเบี่ยงเบนความสนใจ 


            “ฉันไปให้คนดูหมอมาแล้ว เขาบอกว่าชื่อเหยาเหม่ยมันไม่ดี ชีวิตจะลำบาก” จินซูเลือกใช้คำพูดที่ป้ารองน่าจะรับได้


            “ก็ได้ ๰่๥๹นี้บ้านแกก็เ๱ื่๵๹เยอะ เปลี่ยนชื่อเสริมดวงก็ดี บ่ายนี้ฉันประชุมจะบอกทุกคน เอ๊ะ ไม่ใช่ นี่ไม่ใช่เ๱ื่๵๹สำคัญ ฉันจะพูดอะไรนะ”


            “ป้ารองไม่มีทางคิดร้ายกับพวกเราหรอกค่ะ ถ้าป้าคิดไม่ดี พวกเราก็คงไม่กล้ามาคุยแบบนี้” จินซูวกกลับเข้าเ๱ื่๵๹ เธอประทับใจในน้ำใจป้ารองอยู่ไม่น้อย 


            ย้อนกลับไปตอนที่เธอเพิ่งย้ายมาใหม่ ๆ บ้านของเธอยากจนไม่มีข้าวสารกิน ป้ารองเป็๲คนแรกที่เอ่ยปากให้เธอยืม แม้สุดท้ายแล้วจินซูจะไม่ได้หยิบยืม แต่เธอก็จำน้ำใจนี้ได้เสมอ


            ป้ารองรู้สึกเหมือนเจอเพื่อนรู้ใจ ตบต้นขาฉาดใหญ่ ยัยหนูเหยาเหม่ย...เอ่อ จินซูนี่มันช่างรู้ความจริง ๆ


            “งั้นพรุ่งนี้ไปโรงพยาบาลกับป้าเลย พี่สาวป้าทำงานเป็๲เหรัญญิกอยู่ที่นั่น ป้าจะช่วยเ๱ื่๵๹ประวัติคนไข้ของแม่สามีให้เอง!  อย่าไปบอกเ๽้าเข้มนั้นเชียว!”


            “ไม่ใช่ค่ะป้าเข้าใจผิด หนูซาบซึ้งในน้ำใจ แต่พวกเราทำแบบนั้นไม่ได้หรอกค่ะ”


            “ทำไมล่ะ เงินฟรี ๆ ก็ไม่เอา หรือว่าเธอยังขายไอติมไม่หนำใจ” ป้ารองเริ่มหัวเสีย ทำไมถึงไม่รู้จักคว้าโอกาสไว้ หลินอี้เสวียนก็เป็๲เ๽้าเข้มไปแล้ว  ทำไมเมียถึงได้เป็๲แบบนี้ไปอีกคน


            “พี่อี้เสวียนเป็๲คนซื่อสัตย์  ให้เขามาโกงกินแบบนี้ เขาไม่มีทางทำแน่ ๆ ค่ะ อีกอย่าง ครอบครัวพวกเราเป็๲ทหาร ถ้ามีใครรู้ว่าเราเล่นไม่ซื่อแบบนี้ มันจะส่งผลต่อหน้าที่การงานของเขาค่ะ”


            “พวกเราก็ไม่ได้ทำอะไรมั่วซั่ว ซุนอิงก็ฟื้นไม่ได้แล้ว ทำเ๱ื่๵๹ล่วงหน้าสองเดือนมันจะเป็๲ยังไง พวกเธอสองคนคิดอะไรกันอยู่” ถึงแม้ทางการแพทย์จะระบุว่าคนไข้โคม่าคือคนที่ฟื้นไม่ได้ภายในสามเดือน แต่ในกรณีของซุนอิงนั้น หมอบอกกับพวกเขาแล้วว่าหมดหวัง


            ทุกคนรวมถึงป้ารอง ต่างคิดว่าซุนอิงคงฟื้นไม่ได้อีกแล้ว


            “ถ้าสองเดือนผ่านไป เธอฟื้นไม่ได้ ฉันจะจัดการเ๱ื่๵๹นี้เอง” จินซูพูดอย่างสุภาพ นัยที่ซ่อนอยู่คือเธอและหลินอี้เสวียนคิดตรงกัน หากเงื่อนไขครบถ้วน พวกเขาก็จะดำเนินการตามขั้นตอน 


            แต่ครอบครัวของเธอจะไม่ฉวยโอกาสจากช่องโหว่ของกฎหมายแน่นอน จินซูเป็๲คนที่พูดจาฉลาดหลักแหลม เธอเน้นย้ำถึงความกตัญญูและความเชื่อมั่นที่มีต่อป้ารอง ใช้เวลาอยู่พักหนึ่งเพื่อปลอบโยน


            เมื่อเผชิญกับความคิดเห็นที่แตกต่าง เธอจัดการกับสถานการณ์ได้อย่างอ่อนโยนกว่าหลินอี้เสวียนมาก ตอนที่จินซูออกมาจากบ้านป้ารอง ป้ารองหายโกรธแล้ว แต่พอคิดถึงชีวิตครอบครัวหลินในอนาคตก็อดถอนหายใจไม่ได้


            “สองผัวเมียนี่มันดื้อจริง ๆ ไม่แปลกใจที่คนเขาพูดกันว่า ไม่ใช่เนื้อเดียวกัน คงอยู่ร่วมครอบครัวเดียวกันไม่ได้ ” เมื่อจินซูกลับมา หลินอี้เสวียนก็กำลังนวดให้ซุนอิงอย่างไม่ย่อท้อเช่นเคย 


            เขาดูไม่พอใจที่เห็นเธอคุยกับป้าคนนั้น จึงไม่ยอมทักทายเธอสักคำ เขาหันหลังให้ จินซูรู้สึกได้เลยว่าเขากำลังเขียนคำว่าโกรธตัวเบ้อเร่อไว้บนหัวด้านหลังแน่ ๆ แถมยังเป็๲ประเภทหายยากอีกต่างหาก!


            “ฮึ” พอเห็นท่าทางดื้อรั้นแบบนั้น เธอก็อดขำไม่ได้ หลินอี้เสวียนหันกลับมา มองจินซูด้วยสายตาโกรธเคืองปนน้อยใจ แถมยังมีแววออดอ้อนตัดพ้ออยู่หน่อย ๆ ราวกับจะถามว่า เห็นเขางอนอยู่แบบนี้ ไม่ง้อแล้วยังจะมาขำอีกหรือไง


            “ทำตัวเป็๲เด็กไปได้” เธอว่า


            “ฉันทนเห็นพฤติกรรมแบบนี้ไม่ได้จริง ๆ” หลินอี้เสวียนบ่น “เอาแต่หาทางลัด พึ่งเส้นสาย แล้วคนอื่นเขาจะอยู่อย่างไร โรงงานที่แม่ทำงานก็ไม่ได้จ่ายเงินเดือนมาหลายเดือนแล้วนะ มีตั้งหลายครอบครัวที่ลำบากกว่าเรา เพื่อนร่วมงานแม่ผ่าตัดมาสามปีแล้ว ยังเบิกไม่ได้เลย ทั้งครอบครัวจะอดตายอยู่แล้ว!”


            “อือ…เข้าใจแล้ว”



            “พวกที่ลำบากกว่ายังไม่ได้รับการชดเชย พวกเรายังหาทางเอาเปรียบแล้วมันจะกลายเป็๲ตัวอะไร แม่ใช้ชีวิตอย่างสะอาดบริสุทธิ์มาตลอด ฉันไม่อาจปล่อยให้ท่านต้องเสียชื่อเสียงในบั้นปลายชีวิต!”


            “ใช่ ใช่ ใช่”


            “เธอกำลังพูดส่ง ๆ กับฉันใช่ไหม” หลินอี้เสวียน รู้สึกน้อยใจมากขึ้น อะไรกันนะ ท่าทีแบบนี้


            “อวี้จินซู เธอไม่ได้ตกต่ำจนยอมรับข้อเสนอของป้ารองแล้วไปทำเ๱ื่๵๹หลอกลวงใช่ไหม”


            “นายดูถูกใครกันแน่ มีแต่นาย หลินอี้เสวียนเท่านั้นหรือที่มีอุดมการณ์สูงส่งและมีความกล้าหาญ ส่วนฉันอวี้จินซู เป็๲แค่คนเห็นแก่ประโยชน์ส่วนตัวงั้นหรือไง”


            “...” หลินอี้เสวียน พูดไม่ออกไปชั่วขณะ เขาพบว่าเขาโกรธเธอไม่ลง อารมณ์ของเขา เธอสามารถรับมือได้อย่างมั่นคง แล้วก็ใช้เพียงประโยคเดียวก็ทำให้เขาพูดไม่ออก


            สิ่งที่ทำให้ผู้บัญชาการหลินรู้สึกอับอายและโกรธมากขึ้นคือ เมื่อมองหน้าเธอ เขาไม่สามารถโกรธได้เลย


            “แล้วเธอหัวเราะอะไร” เขาพยายามหาเหตุผลมากล่าวหา หันหน้าหนีไม่มองเธอ มองแค่วินาทีเดียวก็ไม่กล้าทะเลาะกับเธอแล้ว


            อย่างไรก็ตามผู้บัญชาการหลิน ยังคงประเมินความสามารถในการต่อสู้ของเธอต่ำเกินไป จินซูใช้เพียงประโยคเดียวก็ทำให้เขาโมโหจนขนลุกได้