องค์ชายตรัสกับท่านเสนาฯว่า “ท่านต้องช่วยชีวิตหลิงเอ๋อให้รอด ไม่เช่นนั้นข้าจะไม่ให้อภัยแคว้นฉิน”
ท่านเสนาบดีเป็ห่วงองค์หญิงหลิงเอ๋อ อีกทั้งไม่อยากก่อาจึงรีบนำทางองค์ชายชิตันมายังร้านหมอของฮูหยิน
ฉานชิงปลุกหลิงเอ๋อให้ฟื้น เพื่อให้นางกินยาแก้พิษฉานชิงรีบดำเนินการฝังเข็มให้กับหลิงเอ๋อเพื่อขับพิษออกให้หมด และให้ยาบำรุง “องค์หญิงหลิงเอ๋อพ้นขีดอันตรายแล้วเพคะ”
องค์ชายทรงจับมือพระชายาหลิงเอ๋อ เหล่าขุนนางชิตันเข้ามาพักในจวนท่านเสนาบดีเพื่อความปลอดภัย
ท่านเสนาฯรีบเข้าเฝ้าเพื่อนำเื่ไปกราบทูลฝ่าา แต่น่าเสียดายที่ไม่อาจสาวตัวไปยังตัวผู้บงการได้
ในวันรุ่งขึ้น หลิงเอ๋อฟื้นเป็ปกติโดยมีนางกำนัลคอยเฝ้า
ตอนนี้ในใจหลิงเอ๋อก็รู้สึกน้อยใจ โดยเข้าใจผิดคิดว่าองค์ชายคงไม่ปฏิบัติแบบเดิมกับตนอีกต่อไปแล้วทำให้หลิงเอ๋อยังไม่อยากลุกจากที่นอน นางแอบนอนร้องไห้อย่างเงียบๆ ปล่อยให้น้ำตาไหลโดยไร้เสียงสะอื้น
แต่ความจริงคือ องค์ชายทรงอยู่เฝ้าไข้ทั้งคืนอย่างเป็ห่วงพอถึงเช้าก็ต้องรีบเข้าประชุมขุนนางไม่เวลาได้พบหลิงเอ๋อ เพราะทรงต้องรีบปรึกษากับเหล่าขุนนางชิตันถึงเื่การลอบฆ่าและพากันเข้าเฝ้าฝ่าาเพื่อหาข้อแก้ตัว
“เราขอโทษ ที่ปล่อยให้คนไม่ประสงค์ดีมาลอบโจมตีท่านเช่นนี้และไม่อาจสืบหาตัวผู้บงการได้ พวกนักฆ่าตายกันหมด” ฝ่าาทรงทำได้เพียงกล่าวขอโทษ
“เอาล่ะในเมื่อท่านเสนาฯพาทหารมาช่วยเหลือเราได้ทันการณ์ เราก็จะไม่เอาเื่อะไร”องค์ชายทรงเห็นสีพระพักตร์ของฝ่าาทำให้รู้ว่าฝ่าาทรงไม่ได้เป็ผู้บงการนักฆ่าแน่นอน
“เราจะส่งทหารฝีมือดีคอยคุ้มกันขบวนทูตของท่านจนกว่าจะถึงชายแดนแคว้นก็แล้วกัน”ฝ่าาตรัส
“ขอบพระทัย งั้นเราขอลา” องค์ชายชิตันเสด็จกลับจวนเสนาฯเพื่อรีบไปดูอาการพระชายาหลิงเอ๋อ
เมื่อองค์ชายทรงมาถึง หลิงเอ๋อก็หลับไปเสียแล้วทำให้พระองค์ทรงไม่มีโอกาสได้คุยกับนางเลย
เนื่องจาก่นี้องค์ชายทรงยุ่งมาก เพราะต้องคอยประชุมกับขุนนางชิตันอีกทั้งต้องคอยระมัดระวังเพราะกลัวว่าจะมีนักฆ่ามาอีก ทำให้ระหว่างการเดินทาง องค์ชายทรงไม่ได้พบหน้าและพูดคุยกับหลิงเอ๋อเช่นเคย
ในตอนนี้หลิงเอ๋อจึงกลายเป็คนเงียบ จนกระทั่งกลายเป็คนเฉยชาแม้มีหมอหญิงเพื่อนเก่ามาคอยดูแลอย่างใกล้ชิด หลิงเอ๋อก็ไม่ได้พูดคุยอะไรกับเพื่อนหลิงเอ๋อเปลี่ยนเป็คนละคน จากคนร่าเริงกลายเป็คนอมทุกข์อย่างเห็นได้ชัด
ขบวนเสด็จขององค์ชายได้เคลื่อนไปถึงเมืองที่ตั้งอยู่ใกล้ชายแดนแล้วตอนนี้พระองค์ทรงโล่งพระทัยมากขึ้น เพราะใกล้ถึงแคว้นชิตันในไม่ช้าทำให้ตอนนี้พระองค์ทรงมีเวลามากขึ้น
องค์ชายทรงเสด็จมาเยี่ยมหลิงเอ๋อ แต่หลิงเอ๋อกลับเอาแต่นอนโดยอ้างว่ารู้สึกเหนื่อยจากการเดินทาง
องค์ชายทรงเป็ห่วงเลยถามอาการจากหมอหลวงหญิงด้านนอกกระโจม “หลิงเอ๋อมีอาการหนักอย่างนั้นหรือเหตุใดนางถึงอ่อนเพลียเช่นนี้”
“พระชายาทรงฟื้นตัวเป็ปกติแล้วเพคะ แต่ที่เป็เช่นนี้ก็เพราะสภาพจิตใจของพระนางเศร้าหมองมากทำให้พระชายาทรงแสดงตนเหนื่อยล้าตลอดเวลา” หมอหญิงกล่าว
องค์ชายทรงเริ่มเข้าใจเหตุการณ์แล้วว่าตอนนี้องค์หญิงหลิงเอ๋อเข้าใจผิดคิดว่าตนออกห่างเพราะรู้ความจริงแล้วองค์ชายทรงกลัวองค์หญิงหลิงเอ๋อตัดใจ จึงรีบเข้าพบองค์หญิงหลิงเอ๋อในกระโจมโดยสั่งห้ามไม่ให้ทุกคนเข้ามาเด็ดขาดถ้าไม่มีคำสั่งจากองค์ชาย
ตอนนี้หลิงเอ๋อแกล้งหลับ
องค์ชายทรงมองออกและรู้ทัน จึงตรัสว่า “ข้ารู้ว่าเ้าหายดีแล้วแต่แกล้งหลับ ดีเลย จะได้กอดได้ง่ายๆ”
หลิงเอ๋อกลัวว่าองค์ชายจะข่มเหงทำแบบเดิมเหมือนครั้งแรกจึงรีบลุกออกจากที่นอน แต่องค์ชายรีบดึงตัวหลิงเอ๋อเข้ามากอดไว้
หลิงเอ๋อรู้สึกกดดันมานาน จึงร้องไห้และบอกว่า “เมื่อพระองค์รู้ความจริงหมดแล้วได้โปรดปล่อยหม่อมฉันไปเถิดเพคะ” หลิงเอ๋อพูดเสียงสะอื้น
“ข้ารักเ้ามากนะหลิงเอ๋อถึงเ้าเคยปกปิดข้าและไม่ใช่หมอที่รักษาข้าที่ชิตัน ข้าก็ยังรักเ้าอยู่ดี”องค์ชายตรัส
“หม่อมฉันไม่เชื่อเพคะพระองค์ก็แค่สงสารหม่อมฉันเท่านั้นเอง เห็นๆอยู่ว่าพระองค์ทรงหลบหน้าหม่อมฉันไม่ยอมมาพบหม่อมฉันเลย” หลิงเอ๋อรู้สึกน้อยใจ
องค์ชายทรงหอมแก้มหญิงสาวผู้ดื้อรั้นและกล่าวว่า “เ้าอย่าน้อยใจไป ข้ามีประชุมกับเหล่าขุนนางทุกวัน เลยไม่มีเวลามาพบเ้าแต่ถึงกระนั้นข้าก็มาเยี่ยมเ้าทุกคืน แต่เ้าก็หลับเสียแล้ว”
“ทรงอย่าหลอกตัวเองเลยเพคะคนที่พระองค์รักน่าจะเป็ฉานชิงมากกว่าทรงอย่ารั้งหม่อมฉันไว้เพราะความสงสารเลยนะเพคะ” หลิงเอ๋อกล่าว
“ความจริงเื่ฉานชิงปลอมตัวนั้น ข้ารู้นานแล้วล่ะ เพราะข้ารักเ้าข้าจึงยอมอภัยให้เ้าทุกอย่างอย่าจากข้าไปไหนเลยนะ ชายาของข้า” องค์ชายทรงกอดหญิงคนรักอย่างทะนุถนอมอย่างกับว่ากลัวนางจะหายไป
หลิงเอ๋อได้ยินดังนั้น นางก็รู้สึกสบายใจขึ้น และเผลอตัวกอดองค์ชายตอบทั้งสองจึงคืนดีกันเหมือนเดิม ด้วยไฟปรารถนาที่ลุกโชนจึงก่อเกิดค่ำคืนอันแสนหวานขององค์ชายและพระชายาคงอีกไม่นานที่พระองค์จะทรงมีทายาท
หลังจากนั้นขบวนองค์ชายชิตันก็ถึงแคว้นชิตันอย่างปลอดภัย