เมื่อเห็นหานกั๋วชิ่งเริ่มวิ่งหนีไปรอบๆ อาคารที่ประชุม ผู้หญิงคนนั้นก็เริ่มไล่ล่าพร้อมถือตุ๊กตาตามไปด้วย
เมื่อเห็นภาพนี้ หลิวชิ่งหยู่ ก็มองไปยังหงซานจินที่อยู่ด้านข้างแล้วพูดขึ้น “หงซานจิน มีเื่อะไรเกิดขึ้นกับผู้หญิงคนนี้หรือเปล่า”
หงซานจิน กระซิบตอบกลับไปว่า “ท่านนายกหลิว คือมันเป็อย่างนี้ผู้หญิงคนนี้เป็บ้า ก่อนหน้านี้เธอเองก็มาที่ศูนย์ราชการทุกวันเพื่อยื่นคำร้องบอกว่าหานกั๋วชิ่งเป็คนฆ่าลูกชายของเธอ” หงซานจินพูดขึ้นถึงตรงนี้เมื่อเห็นสายตาของซือเจิ้นเฉียง หงซานจินก็หยุดชะงักไปทันที
หลิวชิงหยู่ขมวดคิ้ว เขารู้ทันทีว่าเื่นี้ต้องมีเื้ัแน่นอน แต่เมื่อมองไปยังสีหน้าของหงซานจินเขาก็รู้ว่าคงถามอะไรมากกว่านี้ไม่ได้แน่
และภายใต้คำสั่งของซือเจิ้นเฉียง คณะกรรมาธิการหลายคนก็หยุดผู้หญิงคนนั้นเอาไว้ หานกั๋วชิ่งที่ถูกไล่ตามก็กำลังหอบอยู่บนพื้น
ในเวลานี้คนจากสถานีตำรวจที่อยู่ไม่ไกล ศูนย์ราชการก็รีบกรูกันเข้ามาโดยมีรองผู้กำกับเจี่ยซินหยู่เป็คนนำทีม
หลังจากที่เจี่ยซินหยู่เข้ามาและเห็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เขาก็ขอให้ตำรวจสองคนนำตัวหญิงบ้าออกไป แล้วเดินตรงไปยัง ซือเจิ้นเจียง กับ หลิวชิงหยู่แล้วกล่าวว่า: "เลขาธิการซือ เราจะทำอย่างไรกับจ้าวเอ้อหยา”
ซือเจิ้นเฉียงกล่าวขึ้นโดยไม่ลังเลว่า “พาเธอไปที่สถานีตำรวจและจับตาดูอย่าให้ก่อเื่ หรือสร้างความวุ่นวายให้กับเหล่าคณะกรรมาธิการ และศูนย์ราชการอีก”
แต่เมื่อซือเจิ้นเฉียงพูดจบ หลิวชิงหยู่ก็กล่าวถามขึ้นว่า “เจี่ยซินหยู่ เกิดอะไรขึ้นกับจ้าวเอ้อหยา ทำไมเธอถึงดูคลุ้มคลั่งพอเห็นหน้าหานกั๋วชิ่ง และไล่ตามเขาแบบนี้”
เมื่อได้ยินคำถามของหลิวชิงหยู่ ซือเจิ้นเฉียงก็มองไปที่เจี่ยซินหยู่ด้วยสีหน้าจริงจัง
บนหน้าผากของเจี่ยซินหยู่มีเหงื่อเม็ดโตผุดขึ้นมา ในฐานะตำรวจเก่าแก่ของกวนซวนเขารู้ดีว่าเกิดอะไรขึ้นกับผู้หญิงคนนี้แล้วเขายังรู้อีกด้วยว่าคณะกรรมการทั้งหลายจัดการกับเื่นี้อย่างไร เขารู้ว่าพวกซือเจิ้นเฉียงไม่้าให้พูดเื่นี้ออกไปแน่นอน แต่เื่นี้มันเริ่มแดงขึ้นมาแล้ว และหลิวชิงหยู่กำลังสืบสาวราวเื่จากเขา
เห็นแบบนั้น หลิวชิงหยู่ก็รู้ได้ทันที ด้วยเซนส์ของเขาในฐานะหน่วยรบพิเศษ ที่เคยปฏิบัติภารกิจลับ หลิวชิงหยู่สามารถเดาทันทีว่าอาจมีเื่ราวบางอย่างเกิดขึ้น และตอนนี้ก็ถึงเวลาทดสอบเจี่ยซินหยู่ ว่าอีกฝ่ายจะจริงใจกับเขาหรือไม่
เหงื่อไหลลงตามใบหน้าของเจี่ยซินหยู่ เขานั้นรู้สึกกดดันอย่างมาก ในใจของเขาพลันเกิดความคิดขัดแย้งขึ้นมา
หลังจากผ่านไป 30 วินาทีเจี่ยซินหยู่ก็เงยหน้าขึ้น แล้วมองไปยังหลิวซิงหยู่ด้วยสายตามุ่งมั่น ก่อนจะเปิดปากพูด: "นายกเทศมนตรีหลิว มันมีบางอย่างเกิดขึ้น ในเที่ยงวันหนึ่ง หานกั๋วชิ่งและเพื่อนร่วมงานของเขาซึ่งเป็ผู้กำกับในเวลานั้นได้ออกมาจากร้านอาหารหลังจากดื่มเสร็จ และเขาก็ได้เจอ จ้าวเอ้อหยากับลูกชายวัยสองขวบของเธอกำลังเดินอยู่บนถนน ด้วยความเมาหานกั๋วชิ่งก็วิ่งไปเข้าไปฉุดจ้าวเอ้อหยา ดังนั้นเธอจึงต่อว่าด้วยความไม่พอใจ ซึ่งหานกั๋วชิ่งได้ยินเช่นนั้นก็อุ้มลูกชายของจ้าวเอ้อหยา แล้วทุบลงไปที่เท้าของเขาโดยศีรษะของเด็กก็ได้ฟาดลงกับพื้นอย่างรุนแรง แล้วเขาได้ทุ่มลงพื้นอีกหลายครั้งก่อนจะจากไป ในระหว่างทางไปโรงพยาบาล เด็กก็เสียชีวิตลง ต่อมาหานกั๋วชิ่งมอบเงินเยียวยาให้จ้าวเอ้อหยา ห้าพันหยวนหวังจะจบเื่นี้ แต่จ้าวเอ้อหยาไม่ยอมรับไว้ เธอจึงไปยื่นคำร้องที่ศูนย์ราชการทุกวัน และเธอก็ถูกรังแกกดขี่สารพัด อีกทั้งยังถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลจิตเวช เมื่อเธอออกจากโรงพยาบาลเธอก็แทบจะกลายเป็บ้า ดังนั้นเธอจึงมักจะถือตุ๊กตาและรูปของลูกชายไว้ในมือและเดินมาที่ศูนย์ราชการอยู่บ่อยครั้ง…”
แต่ก่อนที่เจี่ยซินหยู่จะพูดจบหานกั๋วชิ่งก็กล่าวขึ้นเสียงดังว่า “เจี่ยซินหยู่ คุณพูดอะไร ผมไม่เคยทำเื่แบบนั้นมาก่อน คุณอย่ามากล่าวหากุเื่ใส่ร้ายผมจะได้หรือไม่!”
ในเวลาเดียวกัน ซือเจิ้นเฉียงที่จ้องเจี่ยซินหยู่ก็กล่าวขึ้นว่า “สหายเจี่ยซินหยู่ คุณเป็รองผู้กำกับดังนั้นคุณจะต้องให้ความยุติธรรมกับทุกฝ่าย อย่าพูดเื่ไร้สาระที่ไร้หลักฐานว่าร้ายเพื่อนร่วมงาน”
ในตอนนั้นเจี่ยซินหยู่มองไปซือเจิ้นเฉียงและหานกั๋วชิ่ง ด้วยใบหน้าจริงจังแล้วพูดขึ้นว่า “ท่านเลขาธิการซือ หานกั๋วชิ่ง ที่ผมเงียบมาเป็ปีเพราะผมไม่กล้าพูด แต่ตอนนี้ผมขอบอกว่า แม้คุณจะปลดผมออกจากตำแหน่ง ผมก็ยอม ผมจะไม่ยอมถูกคุณกดขี่อีกต่อไปแล้ว เลขาธิการซือ คุณเข้าข้างคนผิด ปกป้องหานกั๋วชิ่งเกินไป สิ่งที่พวกคุณทำกับเพื่อนมนุษย์มันมากเกินจะให้อภัย”
เจี่ยซินหยู่ เขาหยิบโทรศัพท์มือถือออกมาและเปิดวิดีโอคลิปหนึ่ง จากนั้นก็ยื่นให้หลิวซิงหยู่แล้วพูดว่า "นายกเทศมนตรีหลิวคุณดูนี่ นี่คือกล้องวงจรปิดข้างทางที่บันทึกตอนเกิดเหตุเอาไว้ เวลานั้นเป็เวลาเที่ยงพอดีซึ่งผมกำลังปฏิบัติหน้าที่อยู่ในสถานีตำรวจ เมื่อผมเห็นภาพนี้ผมก็หนักใจอย่างมาก แต่ผมคิดว่าหน่วยงานราชการของตำบลจะจัดการเื่นี้อย่างเที่ยงธรรม ผมจึงไม่พูดอะไร และได้คัดลอกบันทึกวิดีโอนี้เอาไว้ในโทรศัพท์ของผมเผื่อเอาไว้ แต่สิ่งที่ผมคาดไม่ถึงก็คือ หลังจากผมไปทานข้าวแล้วกลับมาบันทึกวิดีโอในคอมพิวเตอร์ก็ได้ถูกลบออกไปจนหมด แม้ว่าจ้าวเอ้อหยาจะยื่นคำร้องซ้ำแล้วซ้ำเล่า แต่ทางส่วนตำบลก็ไม่ดำเนินการใดๆ เพื่อให้ความช่วยเหลือเธอ หมายความว่าพวกเขาหนุนหลังปกป้อง หานกั๋วชิ่ง ”
หลังจากที่หลิวชิงหยู่หยิบโทรศัพท์มือถือของเจี่ยซินหยู่ขึ้นมาดูสีหน้าของเขาก็เขียวคล้ำ เขายื่นโทรศัพท์คืนให้ เจี่ยซินหยู่ แล้วเดินตรงไปยัง หานกั๋วชิ่ง
เมื่อเห็นหลิวชิงหยู่เดินเข้ามาใกล้ หานกั๋วชิ่งก็รู้สึกหวาดกลัว ใบหน้าของเขาซีดจาง พร้อมพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงที่สั่นเทา “ท่านนายกหลิว ท่านจะทำอะไร”
หลิวชิงหยู่เดินเข้าไปด้านข้างหานกั๋วชิ่ง จากนั้นก็กระแทกเข่าเข้าใส่่ลำตัวของหานกั๋วชิ่ง เมื่ออีกฝ่ายงอตัวได้ระยะ เขาก็เตะเสยอย่างแรงจนหานกั๋วชิ่งกลิ้งไปไกลถึงสามเมตร กองกับพื้นสิ้นสภาพ หลิวชิงหยู่ ไม่ได้หยุดแค่นี้ เขาตรงไปคว้าคอเสื้อของหานกั๋วชิ่งแล้วดึงขึ้นมา ก่อนจะต่อยซ้ายต่อยขวาเข้าไปที่ใบหน้าที่ตุ้ยนุ้ยของหานกั๋วชิ่ง ขณะตวาดใส่หน้าด้วยความโกรธ “ไอ้สารเลว หานกั๋วชิ่ง แกนี่มันเดนมนุษย์จริงๆ นั่นเด็กอายุแค่สองขวบนะ ใช่แกใหญ่แกเป็ถึงผู้กำกับ แต่ใครให้อำนาจแกทำร้ายคนบริสุทธิ์! ใครอนุญาตให้แกใช้อำนาจในการข่มเหงประชาชนแบบนี้ ใครอนุญาตให้แกทำเื่ไร้ยางอาย หานกั๋วชิ่ง แกมันคนน่ารังเกียจ!”
"พอแล้ว พอได้แล้ว หลิวซิงหยู่ คุณรู้ตัวไหมว่าคุณกำลังทำอะไรอยู่ อย่าลืมว่าคุณเป็นายกเทศมนตรี ใครมอบอำนาจให้คุณทำร้ายผู้อื่นได้ตามใจชอบมิทราบ คุณยังมีสามัญสำนึก คำนึงถึงตำแหน่งหน้าที่อยู่หรือไม่ “ ซือเจิ้นเฉียงกล่าวขึ้นด้วยความโกรธ แต่หลังจากได้ด่าไปชุดหนึ่ง เขาก็รู้สึกผ่อนคลายไปบ้าง จึงกล่าวกับหลิวชิงหยู่ว่า “สหายหลิวคุณยังเด็ก และมีอนาคตที่ดี คุณอย่าได้ปล่อยให้อารมณ์ครอบงำเพราะเื่แค่นี้ ไม่งั้นมันจะมีผลต่ออนาคตของคุณ เื่นี้มันก็แค่เื่เล็กน้อย เราสามารถจัดการได้ แต่ไม่สามารถรีบร้อนด่วนสรุป แม้หานกั๋วชิ่งจะกระทำเื่ไม่เหมาะสม แต่เขาก็เป็ตำรวจาุโของตำบลเรา มันไม่ง่ายเลยที่เราจะหาตำรวจที่มีความสามารถแบบนี้มาได้ ดังนั้นเราต้องให้โอกาสเขา อีกทั้งเขาก็ไม่ได้มีเจตนาฆ่าเด็กคนนั้น แล้วเขายังส่งเงินเยียวยาให้ครอบครัวจ้าวเอ้อหยาแล้วด้วย”
เมื่อหลิวชิงหยู่ได้ยินที่ซือเจิ้นเฉียงพูด ความโกรธในใจของเขาก็ปะทุขึ้นเพดาน เขาเดินไปหาซือเจิ้นเฉียงแล้วชี้หน้าว่า “ให้โอกาสเขาแก้ตัวรึ ซือเจิ้นเฉียง สมองของคุณตายด้านแล้วหรือยังไง หรือคุณเป็คนหูหนวกตาบอด คุณไม่เห็นหรือว่า เด็กสองขวบคนนั้นต้องตายยังไง แต่คุณกลับทำเป็ไม่รู้ไม่เห็น ไม่ใส่ใจกับเื่นี้ ซือเจิ้นเฉียงคุณเป็ถึงเลขาธิการพรรคแต่คุณกับไม่คืนความยุติธรรมให้ประชาชน ปล่อยปละละเลยจนเื่ผ่านมาหนึ่งปี คุณคิดว่าคุณยังมีคุณสมบัติจะดำรงตำแหน่งนี้ต่อไปอีกงั้นหรือ ถ้าไม่ใช่ว่า สหายเจี่ยซินหยู่แอบคัดลอกบันทึกวิดีโอนี้ไว้ ผมก็คงไม่มีทางรู้ความจริง และคุณก็คงเก็บเงียบและปิดบังความชั่วนี้เอาไว้ อยากรู้จริงๆ ว่าใครเป็คนลบวิดีโอนี้ คนคนนั้นจิตใจมันจะต้องโสมมต่ำตมมากๆ ซือเจิ้นเฉียงคุณยังมีความเป็คนอยู่หรือเปล่า ฮ่าฮ่า จริงสิ ซือเจิ้นเฉียง คุณมองว่านี่เป็เื่เล็ก อยากให้โอกาสเขาได้แก้ตัว งั้นคุณลองมาตายบ้างเอาไหม!”
เมื่อพูดจบ หลิวชิงหยู่ ก็เตะไปที่หานกั๋วชิ่งเต็มแรง ก่อนจะกล่าวขึ้นอีกครั้งด้วยความโกรธ “เลขาธิการซือผมขอเสนอให้สหายเจี่ยซินหยู่รับผิดชอบทำคดีการตายของเด็กคนนี้ซึ่งเกี่ยวข้องกับหานกั๋วชิ่ง ที่เป็ผู้ต้องหา นอกจากนี้เราจะรายงานไปยังผู้บังคับบัญชาของเขากับสำนักงานใหญ่กรมตำรวจ เพื่อขอความร่วมมือในการสอบสวนเื่นี้ เราจะต้องตรวจสอบเื่นี้ให้กระจ่าง และให้จ้าวเอ้อหยาเป็ผู้เล่าเหตุการณ์ให้กับทุกคนในตำบลกวนซานได้รับรู้ เพื่อคืนความเป็ธรรมให้เธอ ไม่ว่ามันจะเป็ใคร เราก็จะไม่ยอมให้ยืนอยู่เหนือกฎหมาย และจะไม่ยอมปล่อยให้ใครกดขี่ข่มเหงประชาชนของเราได้ “ หลิวชิงหยู่ พูดถึงตรงนี้ก็ยิ้มด้วยใบหน้าเ็า แล้วกล่าวกับซือเจิ้นเฉียงว่า “ เลขาธิการซือคุณรู้หรือไม่ว่าเร็วๆ นี้ ผมจะไปยังเทศมณฑลเพื่อระดมทุนบรรเทาภัยพิบัติ ผมไม่สามารถจัดการเื่นี้ได้เพียงลำพัง เพราะในตอนนี้มีผู้คนนับหมื่นที่กำลังรอเงินเยียวยาเพื่อนำมาซื้อข้าวของเครื่องใช้ ถ้าคุณช่วยจัดการเื่นี้ได้ ผมก็จะขอบคุณมาก แต่ผมขอเตือนไว้ก่อน หากคิดจะเล่นพรรคเล่นพวก ผมจะประกาศเื่นี้กับทางสื่อของตำบล และรายงานไปยังคณะกรรมาธิการควบคุมวินัยภาคส่วนจังหวัด เพื่อทวงความยุติธรรมตามข้อกฎหมาย หมดธุระแล้ว ผมขอตัวลา!” หลังจากพูดจบหลิวชิงหยู่ก็กวักมือเรียกหงซานจิน ก่อนจะก้าวขึ้นรถ เพื่อมุ่งหน้าไปยังเทศมณฑล ปล่อยให้สมาชิกคณะกรรมาธิการผู้หยิ่งผยองมองดูเขาจากไป!
............................