ทันทีที่สองหนุ่มสาวก้าวเข้ามายังบริเวณงานเลี้ยงคนแรกที่มองเห็นคือชายหนุ่มผู้ซึ่งเป็ทั้งญาติและเพื่อนสนิทของธีรพัฒน์รวมถึงเป็ผู้ชายที่แสนดีของหญิงสาวข้างกายด้วย
ทินกรมาถึงงานั้แ่เย็นเพราะอยากจะมาดูแลความเรียบร้อยต่างๆ ในฐานะเ้าของสถานที่เมื่อเห็นผู้ที่เป็ทั้งเ้านายและเพื่อนสนิทเดินเข้ามาพร้อมด้วยเลขาแสนสวยที่เขาเห็นว่าวันนี้เธอสวยมากกว่าทุกวันจนเขาอยากจะย้อนเวลากลับไปวันเก่าๆที่หญิงสาวมักจะเดินเคียงคู่มากับเขาเสมอในเวลาออกงานแบบนี้อดแปลกใจไม่ได้ว่าทำไมแพรวาถึงมากับธีรพัฒน์ได้เพราะตอนที่เขาโทรไปถามเธอเมื่อตอนเที่ยง เธอตอบปฏิเสธที่จะมาร่วมงานนี้นี่นา
“ธีร์” ทินกรส่งเสียงเรียกพร้อมก้าวเท้าไปหาคนทั้งคู่อย่างรวดเร็ว
ธีรพัฒน์หยุดเดินแล้วหันไปมองตามเสียงเรียก
“อ้าวกร นายมานานหรือยัง”
“ั้แ่เย็นน่ะ ฉันอยากจะมาดูความเรียบร้อยของโรงแรมด้วย” ปากก็ตอบคำถามของคนตรงหน้าแต่สายตากลับมองหญิงสาวข้างกายของเพื่อนรักตาไม่กะพริบ
“คุณแพรมายังไงครับ ตอนที่ผมโทรไปคุณยังปฏิเสธอยู่เลย”
ทินกรถามหญิงสาวยิ้มๆ เหลือบมองมือน้อยๆของเธอที่ซุกอยู่ตรงลำแขนแกร่งของคนเป็เ้านาย แต่ดูเหมือนเป็การถูกหนีบเอาไว้มากกว่าที่จะเป็การจับแขนเดินควงกันธรรมดา
แพรวาไม่ได้พูดอะไรออกมาแต่ใช้สายตามองไปทางเ้านายจอมบงการแทนคำตอบซึ่งคนถามก็เข้าใจดี จึงทำได้แค่ยิ้มให้เท่านั้น ‘ใครจะไปกล้าขัดคำสั่งมันล่ะทั้งดุ ทั้งวัยทอง เดี๋ยวพ่ออาละวาดบ้านพังได้ซวยกันหมด’ ทินกรบ่นในใจอย่างนึกสยอง อดสงสารคนตัวเล็กไม่ได้นี่คงจะโดนบังคับมาล่ะสิท่าแถมยังโดนหนีบไว้อีกด้วย
“ธีร์คะ ธีร์ รอเมนี่ด้วยค่ะ”
เสียงแหลมแว่วมาแต่ไกลทำให้คนทั้งสามที่กำลังยืนทักทายกันอยู่ต้องหันไปมองโดยเฉพาะเ้าของชื่อที่หญิงสาวเรียกขาน
ธีรพัฒน์เงยหน้ากลอกตาอย่างนึกระอา เขาลืมไปเสียสนิทว่าเมนี่ก็มาด้วย ‘มีหวังโดนเธอเกาะหนึบแน่ๆ งานนี้’ ชายหนุ่มคิดในใจอย่างเบื่อหน่ายยิ่งหันไปเห็นทินกรที่ทำท่ายักคิ้วหลิ่วตามาให้เขาเหมือนเป็การเยาะเย้ยทำให้อารมณ์ที่หงุดหงิดอยู่แล้วยิ่งพลุ่งพล่านขึ้นกว่าเดิม
มือน้อยๆ ของคนตัวเล็กที่เขาหนีบเอาไว้ก็กำลังพยศดีดดิ้นบิดมือให้หลุดออกจากวงแขนของเขาทั้งหยิกทั้งจิกด้วยคมเล็บจนเขารู้สึกเจ็บแสบไปหมดชายหนุ่มจึงเพิ่มแรงหนีบเกร็งที่ต้นแขนมากขึ้นกว่าเดิมเพื่อไม่ให้มือของหญิงสาวหลุดออกไปได้
ทินกรที่ยืนมองอยู่นานเกิดนึกอยากจะแกล้งสมภารขึ้นมา ‘ถ้าไก่ของสมภารถูกขโมยไปแถมยังมายืนอยู่ตรงหน้าแต่คว้าเอาไปไม่ได้คงสนุกพิลึกแถมตัวเองยังมีชะนีเกาะหนึบไม่ให้ไปไหนอีกด้วย แกคลั่งตายแน่นายธีร์ ฮึ ฮึ’ทินกรยิ้มอย่างเ้าเล่ห์ก่อนจะเอ่ยขึ้นมาพร้อมกับหญิงสาวเสียงแหลมที่กำลังเดินตรงดิ่งเข้ามาพอดี
“เห้ย ธีร์ ผู้หญิงของแกน่ะมาโน่นแล้ว... ส่วนคนนี้น่ะของฉัน...มาครับคุณแพร”
ทินกรบอกเพื่อนรักพร้อมทั้งยกแขนข้างหนึ่งขึ้นมาให้หญิงสาวที่เขาเอ่ยชวนคำว่าของฉันที่หลุดออกมาจากปากของทินกรทำให้ธีรพัฒน์รู้สึกเจ็บจี๊ดที่หัวใจขึ้นมาอย่างประหลาด‘จริงสิเธอเป็ของเพื่อนเขา และเป็ของผู้ชายคนอื่นๆ ด้วยแต่ไม่ใช่ของเขา’ แค่คิดก็ทำให้หัวใจดวงแกร่งรู้สึกห่อเหี่ยวหมดสิ้นเรี่ยวแรงขึ้นมาเสียอย่างนั้น
แพรวาอาศัยจังหวะที่ธีรพัฒน์กำลังยืนนิ่งเหมือนคิดอะไรอยู่บิดดึงมือเล็กออกจากลำแขนใหญ่ของเขาจนสำเร็จ แล้วหันไปคว้าหมับที่แขนของทินกรทันทีอย่างเหนียวแน่นเธอยังจำได้ดีถึงความร้ายกาจของผู้หญิงคนนั้น เธอไม่อยากเจ็บตัวอีกเป็ครั้งที่สอง
“ขอโทษนะคะที่ให้รอ มาถึงนานหรือยังคะเนี่ย” คนสำคัญตัวเองผิดเดินตรงดิ่งคว้าหมับที่แขนของชายคนรักทันทีอย่างถือสิทธิ์
แพรวามองภาพตรงหน้าด้วยความรู้สึกปวดร้าวเธอไม่มีสิทธิ์ที่จะทำแบบนั้นได้ในเมื่อตัวจริงของเขามาแล้ว เธอก็ต้องถอยไป
“ผมกับคุณแพรมาถึงั้แ่เย็นแล้วครับเรามาดูความเรียบร้อยของโรงแรมด้วยกัน”
ทินกรตอบหญิงสาวยิ้มๆ เหลือบมองธีรพัฒน์ที่ขึงตาใส่เขาอย่างเอาเื่เผลอแป๊บเดียวคนตัวเล็กไปเกาะแขนเพื่อนรักของเขาซะแล้วธีรพัฒน์คิดอย่างไม่สบอารมณ์นักรู้สึกเหมือนของสำคัญถูกแย่งไปต่อหน้าต่อตายังไงก็ไม่รู้
“แล้วธีร์ล่ะคะมาถึงนานหรือยัง” เสียงออดอ้อนเอ่ยถามคนรักเสียงหวาน
“เพิ่งมาถึงครับ” ปากตอบหญิงสาวข้างกายแต่ส่งสายตาคาดโทษไปให้หญิงสาวอีกคนที่ยืนจับแขนทินกรไว้แน่น
“วันนี้คุณแพรเธอ ส๊วย สวย นะคะธีร์” ธีรพัฒน์หันมามองยิ้มๆก่อนที่รอยยิ้มนั้นจะหุบฉับลงทันทีที่หญิงสาวข้างกายเอ่ยประโยคถัดไป “เหมาะสมกับคุณกร ม๊าก มาก ดูสิคะ ชายหนุ่มรูปหล่อกับสาวสวยแสนหวาน”เสียงเจื้อยแจ้วเข้าหูธีรพัฒน์เพียงสองสามคำเท่านั้นเพราะแค่คำว่าเหมาะสมกับคุณกร เขาก็หูอื้อขึ้นมาทันที
“แพรอาจจะสวยแค่วันนี้ แต่คุณเมนี่สวยกว่าแพรทุกวันนะคะ” คนถูกชมหันไปตอบเสียงหวาน
“แหม่ เลขาของธีร์เนี่ยปากหวานจริง เดี๋ยวสิ้นปีธีร์ต้องให้โบนัสเธอเยอะๆหน่อยนะคะ เธอพูดถูกใจเมนี่ค่ะ” คนฉอเลาะหันไปออดอ้อนชายหนุ่มข้างกายบดเบียดทรวงอกนุ่มนิ่มที่ลำแขนแกร่งอย่างเอาใจเหมือนเคย
ยังไม่ทันที่ใครจะได้พูดอะไรออกมาอีก เจสัน เควินเ้าภาพจัดงานเลี้ยงก็เดินเข้ามาทักทายทุกคนพอดี
“อ้าว มากันแล้วเหรอธีร์ เชิญครับ เชิญ”
“กร นี่คุณเจสัน เควิน เ้าของบริษัทเควินทราเวลบริษัทท่องเที่ยวที่ใหญ่ที่สุดในอเมริกา... เจสัน นี่ทินกรเป็ผู้จัดการและทนายความประจำ T-Group ของเราและที่สำคัญเขาเป็ญาติและเพื่อนสนิทของฉันด้วย”
เสร็จคำแนะนำของธีรพัฒน์ชายหนุ่มทั้งสองต่างยื่นมือออกมาัักันเพื่อเป็การทักทายอย่างเป็มิตร
“ยินดีที่ได้รู้จักครับคุณเจสัน”
“เช่นกันครับคุณทินกร ต่อไปเราคงได้ร่วมงานกันและเจอกันบ่อยขึ้น” เจสันกล่าวอย่างอารมณ์ดี
“แน่นอนครับ ด้วยความยินดี” ทินกรตอบรับเสียงหนักแน่น
“สวัสดีครับเมนี่ คุณยังสวยไม่เปลี่ยนเลยจริงๆ” เจสันหันมายื่นมือให้หญิงสาวััอย่างคุ้นเคย
“อยู่แล้วค่ะคุณเจสัน วันนี้มีแต่คนชมเมนี่จนตัวลอยเลยค่ะ” คนถูกชมััมือตอบรับยิ้มแก้มปริอย่างยินดีก่อนรอยยิ้มจะจืดเจือนลงเมื่อได้ยินคำพูดถัดไปของชายหนุ่มคนเดิม “แต่วันนี้คุณแพรสวยที่สุดกว่าใครเลยครับ” คนชมส่งแววตาหวานเชื่อมไปให้หญิงสาวที่เขาบอกว่าเธอสวยกว่าใครและเขาก็หมายความอย่างที่พูดจริงๆพร้อมยื่นมือออกไปให้หญิงสาวได้ััเป็มารยาท
“สวัสดีครับคุณแพร”
“สวัสดีค่ะ แต่แพรคงสวยสู้คุณเมนี่ไม่ได้หรอกค่ะ” แพรวาบอกขณะยื่นมือให้ชายหนุ่มััเพียงผิวเผินเพราะเธอไม่ค่อยถนัดกับการทักทายแบบนี้
“งั้นเชิญข้างในเลยดีกว่าครับ เราจัดโต๊ะวีไอพีไว้สำหรับพวกคุณเดี๋ยวอีกสักครู่ผมขอเชิญคุณธีร์ขึ้นไปบนเวทีกับผมหน่อยนะครับเราจะได้เปิดตัวเป็พันธมิตรต่อกัน” เจสันหันมาบอกอย่างเป็การเป็งาน
“ครับ ได้ครับ” ธีรพัฒน์ตอบรับอีกฝ่ายเสียงหนักแน่นในเื่ของธุรกิจเขาจริงจังเสมอแต่ไม่วายปรายตามองคนตัวเล็กที่มากับเขาแต่ตอนนี้เธอกลับไปยืนเกาะแขนคนอื่นอย่างหน้าตาเฉยมันน่าโมโหนัก ‘ฝากไว้ก่อนเถอะแม่ตัวแสบเธอเจอดีแน่’ ธีรพัฒน์คาดโทษหญิงสาวด้วยสายตา ก่อนจะเดินตามเ้าภาพเข้าไปยังโต๊ะรับรองที่จัดรอไว้โดยมีเพื่อนสาวคนสนิทพะเน้าพะนอไม่ห่างกายจนเขานึกรำคาญ‘คนที่อยากให้อยู่ใกล้ๆ กลับอยู่ไกลส่วนคนที่อยากให้ไปไกลๆ กลับเกาะหนึบ’ ธีรพัฒน์บ่นในใจด้วยความเบื่อหน่าย
เมื่อทั้งหมดเข้ามานั่งยังโต๊ะวีไอพีที่จัดรอไว้เรียบร้อยแล้วพนักงานของโรงแรมตามมาเสิร์ฟเครื่องดื่มให้กับทุกคนส่วนอาหารต้องไปเลือกตักเองเพราะเป็งานจัดเลี้ยงแบบบุฟเฟ่ต์
“ธีร์อยากทานอะไรคะ เดี๋ยวเมนี่ไปตักมาให้” สาวอวบเย้ายวนถามเอาใจชายหนุ่มอันเป็ที่รักของเธอ
“อะไรก็ได้ครับ” ธีรพัฒน์ตอบปัดๆเหมือนตัดความรำคาญมากกว่า ดีที่เธอยอมห่างกายเขาบ้างให้เขาได้มีเวลาหายใจหายคอสะดวกๆหน่อยเถอะ
“งั้นเดี๋ยวเมนี่มานะคะ” ว่าจบหญิงสาวเซ็กซี่ด้วยชุดเกาะอกสั้นเพียงคืบก็เดินนวยนาดออกไป
“เอ่อ คุณแพรทานอะไรดีครับ เดี๋ยวผมไปตักให้” ทินกรถามหญิงสาวข้างกายอย่างห่วงใย
“ไม่ดีกว่าค่ะคุณกร แพรดื่มน้ำผลไม้ก็พอแล้ว”
“งั้นทานผลไม้สักหน่อยดีกว่านะครับ”
“ตามใจคุณกรค่ะ” เสียงหวานตอบรับอย่างนึกเกรงใจ
“เดี๋ยวผมมานะครับ” ว่าจบชายหนุ่มก็เดินออกไปอีกคน
ทำให้ทั้งโต๊ะเหลือเพียงเ้านายขี้หงุดหงิดกับเลขาแสนสวยเท่านั้น ทั้งสองนั่งห่างกันเพียงแค่เก้าอี้ตัวเดียวกั้นตรงกลางแต่ก็พอให้คนทั้งคู่ได้ยินคำพูดของกันและกันได้
“ใครบอกให้เธอปล่อยมือจากฉัน” คนเป็เ้านายเปิดฉากต่อว่าเลขาสาวทันทีที่มีโอกาส
“ก็คนรักของคุณมาแล้ว แพรไม่อยากให้เธอเข้าใจผิด” หญิงสาวตอบในสิ่งที่เธอเข้าใจ
“และทำไมต้องไปเกาะแขนนายกรแน่นขนาดนั้นด้วย” คนเอาแต่ใจไม่วายชวนหาเื่
“เื่ของแพร ไม่เกี่ยวกับคุณ” ทีตัวเองล่ะแค่เดินควงแขนกันเข้ามาก็ทั้งบดทั้งเบียดจนหน้าอกแทบจะทะลักออกมาอยู่แล้วแพรวาต่อว่าชายหนุ่มในใจเมื่อนึกถึงภาพที่เมธินีเกาะแขนธีรพัฒน์อย่างแนบสนิทตอนเดินเข้ามา
“เธอกล้าต่อปากต่อคำกับฉันหรือไงแพรวา” ธีรพัฒน์กัดฟันบอกหญิงสาวเสียงขม
เ้านายกับเลขาคนสวยจ้องหน้ากันอยู่เพียงครู่เสียงพิธีกรในงานก็กล่าวเชิญธีรพัฒน์ให้ขึ้นไปบนเวทีตามที่เจสันได้บอกไว้ชายหนุ่มหันมาสั่งให้เธอนั่งอยู่ที่นี่ห้ามลุกไปไหนเด็ดขาดจนกว่าเขาจะกลับมา ก่อนจะลุกขึ้นแล้วสาวเท้าออกไปโดยเร็วคนที่กำลังจะอ้าปากคัดค้านทำได้เพียงหุบฉับลงแล้วนั่งนิ่งอย่างขัดใจ
“อ้าวนี่ธีร์ขึ้นไปแล้วหรือคะโธ่... ไม่รอเมนี่เลย” เมธินีถือจานเล็กๆที่มีอาหารสองสามอย่างมาวางบนโต๊ะก่อนจะรีบวิ่งตามชายหนุ่มคนรักขึ้นไปบนเวทีด้วยอีกคน
ธีรพัฒน์เมื่อเห็นหญิงสาวที่เขาอยากจะหนีให้ไกลที่สุดในชีวิตกำลังเดินตามมาเขาพยายามก้าวขาไวๆ เพื่อขึ้นไปบนเวทีให้เร็วที่สุดหวังว่าเธอคงจะไม่ขึ้นไปเกาะหนึบกับเขาข้างบนหรอกนะ แต่เขาคิดผิด
ทันทีที่เท้าหนาแตะถึงบันไดทางขึ้นเวที มือบางของคนที่เขาอยากจะหนีก็คว้าหมับที่ลำแขนแกร่งอย่างเหนียวแน่นเกาะหนึบชายหนุ่มถอนหายใจหนักหน่วงกลอกตาไปมาอย่างระอา ก่อนจะหันไปบอกคนข้างกายเสียงเครียด
“ผมกำลังทำงานเมนี่ ปล่อยก่อนเถอะ”
“เมนี่ก็ไม่ได้ขัดขวางงานของธีร์นี่คะ แค่ยืนอยู่ข้างๆ เฉยๆ” เมธินีส่งเสียงออดอ้อนชายหนุ่มในดวงใจ
เธออยากจะขึ้นไปบนเวทีกับชายหนุ่มเพื่อแสดงฐานะของเธอให้สื่อได้รับรู้ว่าข่าวระหว่างเธอกับธีรพัฒน์ตอนอยู่ที่อเมริกานั้นเป็ความจริงและตอนนี้ก็จริงยิ่งกว่าเพราะเธอยังคงเป็ผู้หญิงเพียงคนเดียวที่ธีรพัฒน์ชายหนุ่มนักธุรกิจมากความสามารถผู้ร่ำรวยหล่อเหลาสุดเพอร์เฟกต์ และเป็ที่หมายปองของสาวๆ มากมายยอมให้เธอเคียงข้างกายแต่เพียงผู้เดียวเท่านั้น
“เมนี่ ผมชักจะหมดความอดทนกับคุณแล้วนะ” ธีรพัฒน์กัดฟันกดเสียงต่ำบอกหญิงสาวพร้อมทั้งแกะมือของเธอออกจากลำแขนแกร่งโดยไม่สนใจว่าอีกฝ่ายจะว่าอย่างไร
“ก็ได้ค่ะ งั้นเมนี่รออยู่ตรงนี้นะคะ” หญิงสาวยอมปล่อยมือแม้จะไม่เต็มใจนักแต่แค่เธอมายืนส่งเขาข้างเวทีแบบนี้ก็พอให้สื่อได้ถ่ายภาพไปหลายภาพแล้วเหมือนกันยังถือว่าคุ้มค่าอยู่ดี
ธีรพัฒน์ก้าวขึ้นไปบนเวทีอย่างสง่างามภูมิฐานสมกับเป็นักธุรกิจผู้มากความสามารถที่ใครๆก็ต่างจับตามอง และยังเป็นักธุรกิจอันดับหนึ่งที่หลายๆ บริษัทอยากร่วมงานด้วย
เสียงปรบมือดังลั่นสนั่นห้องจัดเลี้ยงทันทีที่เขาขึ้นไปยืนเด่นอยู่บนนั้นแสงแฟลชจากกล้องถ่ายภาพนับร้อยต่างรัวชัตเตอร์กันอย่างไม่เว้นระยะเพื่อให้ได้ภาพของชายหนุ่มบนเวทีมากที่สุด เนื่องจากเขาค่อนข้างมีความเป็ส่วนตัวสูงไม่ยอมให้สัมภาษณ์กับสื่อใดๆพร่ำเพรื่อ และไม่ให้ถ่ายภาพหากไม่ใช่งานจำเป็
********************
“ขอโทษครับคุณแพรที่ให้รอนานพอดีผมเจอผู้ใหญ่ที่รู้จักก็เลยแวะทักทายนิดหน่อย” ทินกรถือจานผลไม้เข้ามานั่งข้างๆหญิงสาว
“ไม่น่าลำบากเลยค่ะคุณกร แพรดูแลตัวเองได้” แพรวาบอกอย่างเกรงใจ
“ไม่เป็ไรครับ ผมอยากดูแลคุณ... แค่นี้ก็ยังดี” หางเสียงของเขาติดจะเศร้าลงเล็กน้อยทำให้คนตัวเล็กต้องหันไปมองอย่างนึกเสียใจที่ทำให้ผู้ชายแสนดีตรงหน้าผิดหวังกับเธอ
“คุณกร...” หญิงสาวเรียกชายหนุ่มเสียงเบาอย่างรู้สึกผิด
“ยังไงเราก็เป็เพื่อนที่ดีต่อกันไงครับ” ทินกรมองหญิงสาวก่อนจะยิ้มให้เต็มวงหน้าเพราะไม่อยากให้เธอคิดมากและรู้สึกผิดเื่ของเขาอีก
“ขอบคุณค่ะ” แพรวายิ้มตอบให้เขาด้วยความจริงใจ
เวลาล่วงเลยมาจนดึกก็ไม่มีทีท่าว่าคนเป็เ้านายที่สั่งเธอไว้จะกลับมาที่โต๊ะเธอเห็นเขาเดินโฉบไปโฉบมาผ่านไปโต๊ะนั้นที โต๊ะนี้ทีเพื่อทำความรู้จักกับนักธุรกิจผู้หลักผู้ใหญ่คนอื่นๆโดยมีหญิงสาวแสนเซ็กซี่เกาะแขนไม่ห่างจนเธอคิดว่าเขาคงลืมคำสั่งที่ให้ไว้กับเธอไปแล้ว
บางครั้งที่ทินกรต้องลุกไปดูความเรียบร้อย รวมถึงต้องไปทักทายผู้ใหญ่ที่เขารู้จักแพรวาต้องนั่งอยู่ที่โต๊ะเพียงลำพังจนทำให้มีหนุ่มนักธุรกิจมากหน้าหลายตาที่เห็นเธอนั่งคนเดียวต่างก็แวะเวียนเข้ามาทักทายขอทำความรู้จักไม่หยุดหย่อนหญิงสาวยิ้มตอบรับไมตรีจนรู้สึกเมื่อยหน้าไปหมดนี่ก็ดึกมากแล้วด้วยเธอสมควรต้องกลับเสียที เพราะไม่รู้จะอยู่ไปทำไมให้เป็ภาระของทินกรเปล่าๆที่สำคัญเธอไม่อยากจะเห็นภาพบาดตาบาดใจที่บ่อยครั้งเธอมักจะเหลือบไปเห็นธีรพัฒน์กับคนรักของเขาเดินเคียงคู่พูดคุยหัวร่อต่อกระซิกกันอย่างสนิทสนมกับแขกและลูกค้าภายในงานจนเธอรู้สึกเหมือนเป็ส่วนเกินยังไงไม่รู้
“เอ่อ... คุณกรคะ แพรขอตัวกลับก่อนดีกว่าค่ะ” แพรวาหันไปบอกทินกรเมื่อเห็นชายหนุ่มกลับมาที่โต๊ะและนั่งลงเรียบร้อยแล้ว
“อ้าว คุณแพรจะกลับแล้วเหรอครับ งั้นให้ผมไปส่งนะครับ”
“ไม่เป็ไรค่ะ แพรนั่งแท็กซี่กลับเองสะดวกกว่าคุณกรยังต้องดูแลงานทางนี้อีก”
“ไม่ได้หรอกครับคุณแพร ผมเป็ห่วง”
ทินกรทำท่าครุ่นคิดอย่างหนักใจยังมีผู้ใหญ่อีกหลายท่านที่เขาต้องช่วยแนะนำให้ธีรพัฒน์ได้รู้จักเพราะงานนี้มีทั้งเ้าของโรงแรมและบริษัททัวร์มากมายหลายแห่งมาร่วมงานด้วยแต่หญิงสาวตัวเล็กคนนี้เขาก็แสนจะเป็ห่วง ก่อนจะคิดอะไรบางอย่างขึ้นมาได้ชายหนุ่มจึงหันไปบอกหญิงสาว
“งั้นให้รถของโรงแรมเราไปส่งดีกว่าครับยังไงผมก็เบาใจกว่าให้คุณนั่งแท็กซี่กลับเอง”
“ดูจะยุ่งยากเกินไปหรือเปล่าคะคุณกร” หญิงสาวตอบกลับอย่างรู้สึกเกรงใจ
“ไม่ยุ่งยากอะไรเลยครับ เดี๋ยวผมจัดการให้ เชิญคุณแพรตามผมมาทางนี้เลยครับ”
“เอาอย่างนั้นก็ได้ค่ะ” แพรวาลุกขึ้นเดินตามทินกรไปยังล็อบบี้เพื่อติดต่อขอรถให้ไปส่งเธอ
รอเพียงไม่นานรถคันหรูของโรงแรมก็เข้ามาจอดยังหน้าทางเข้าล็อบบี้เพื่อรับหญิงสาวไปส่งที่คอนโดทินกรเดินไปส่งแพรวาที่รถพร้อมทั้งเปิดประตูให้หญิงสาวเข้าไปนั่ง
“ขอบคุณค่ะ”
“ครับ ถึงห้องแล้วโทรบอกผมด้วยนะครับ”
“ค่ะ”
ทินกรยืนส่งหญิงสาวจนรถแล่นออกไปจากโรงแรมเรียบร้อยแล้วเขาจึงเดินกลับเข้ามาในงานเลี้ยง
เมื่อเข้ามาที่โต๊ะก็พบธีรพัฒน์นั่งทำหน้าบอกบุญไม่รับอยู่ก่อนแล้วข้างกายเขาไร้เงาของสาวร่างอวบแสนเซ็กซี่ที่คอยเกาะหนึบทุกย่างก้าวคนนั้นไม่รู้เธอหายไปไหนแล้ว
แต่อาการของคนตรงหน้าดูท่าจะหงุดหงิดอารมณ์เสียเหมือนหาของสำคัญไม่เจอยังไงยังงั้น‘ฮึ สมภารหาไก่วัดไม่เจอล่ะสิ’ ทินกรคิดอย่างขบขันกับอาการของคนเอาแต่ใจก่อนจะสาวเท้าเข้าไปใกล้แล้วนั่งลงที่เก้าอี้ของเขา
“แพรวาไปไหน!” ธีรพัฒน์กระชากเสียงถามทันทีที่เห็นทินกร
“กลับไปแล้ว” ทินกรหันมาตอบหน้าตาเฉยแต่ดูยียวนคนฟังอย่างน่าโมโห
“ห๊า! กลับไปได้ยังไง”
เมื่อได้ยินคำตอบจากเพื่อนรักว่าหญิงสาวที่เขาพามาด้วยกลับไปแล้วความโกรธที่กำลังก่อตัวยิ่งทวีความพลุ่งพล่านมากขึ้นไปอีกจนยากจะหยุดยั้ง
ธีรพัฒน์ลุกพรวดขึ้นทันทีสองเท้ากำลังขยับจะก้าวออกไปแต่ต้องหยุดชะงักเมื่อคนที่เขาพยายามจะหนีเดินเข้ามาคว้าหมับที่ลำแขนแกร่งดังเดิมทันที
“ธีร์จะไปไหนคะ”
“ห้องน้ำ!” ธีรพัฒน์กระแทกเสียงอย่างนึกรำคาญที่หญิงสาวเกาะหนึบติดแจจนเขาไม่มีเวลาเป็ส่วนตัว
ชายหนุ่มสะบัดแขนให้หลุดจากการเกาะกุมของเธออย่างสุดกลั้นเขาทนให้เธอเบียดเสียดเคียงข้างมานานเกินไปแล้วเพราะเห็นแก่ความเป็เพื่อนเขาจึงไม่อยากหักหน้าเธอไปมากกว่านี้
สาวร่างอวบที่ถูกชายหนุ่มเดินหนีทำได้เพียงยืนกำมือกัดปากแน่นด้วยความขัดใจทำไมเธอจะไม่รู้ว่าธีรพัฒน์พยายามเมียงมองมาที่เลขาของตัวเองที่นั่งอยู่ที่โต๊ะตรงนี้ตลอดเวลาเธอจึงบ่ายเบี่ยงดึงเขาไปทางนั้นทีทางโน้นทีเพื่อไม่ให้เขากลับมาที่โต๊ะได้
ธีรพัฒน์ก้าวฉับๆ ออกไป แต่เขาไม่ได้ไปห้องน้ำอย่างปากว่าเขาเดินมายังลานจอดรถแล้วพารถสปอร์ตคันหรูของตัวเองขับออกไปทันทีด้วยอารมณ์ที่พลุ่งพล่าน
เธอมากับเขาแต่จะกลับกับคนอื่นได้ยังไง เธอเอาสมองส่วนไหนคิดกันแพรวาธีรพัฒน์ต่อว่าหญิงสาวอย่างกรุ่นโกรธ แต่เมื่อนึกถึงงานที่เขาทิ้งมาก็เกิดเป็ห่วงจึงล้วงหยิบโทรศัพท์มือถือในกระเป๋าเสื้อสูทออกมาแล้วกดโทรหาเพื่อนรักทันทีเพื่อสั่งงาน
[ว่าไงธีร์ แกอยู่ไหนวะ] ทินกรถามเสียงฉุนเพราะจู่ๆ ไอ้เพื่อนตัวดีก็หายไปเสียดื้อๆ
‘กร ฉันฝากทางนี้ด้วย แกจัดการต่อที’ ธีรพัฒน์ไม่ตอบคำถามแต่เลือกที่จะสั่งงานออกไปมากกว่า
[อ้าว แล้วแกจะไปไหน]
‘กลับบ้าน!’ ว่าจบคนออกคำสั่งก็วางสายแล้วปิดเครื่องไปทันที
“อ้าวเห้ย! เดี๋ยวเส้!” ทินกรโวยวายออกมาทันทีที่คนปลายสายตัดไป‘ฮึย... ไอ้เพื่อนเวร ทิ้งะเิไว้ให้อีกแล้วฝากไว้ก่อนเถอะฉันเอาคืนแกแน่นายธีร์’
หญิงสาวที่รอการกลับมาของชายคนรักที่บอกว่าไปห้องน้ำป่านนี้ยังไม่กลับเมื่อได้ยินคนข้างๆ คุยโทรศัพท์กับคนที่เธอกำลังห่วงหาจึงเอ่ยถามด้วยความอยากรู้
“มีอะไรหรือคะคุณกร แล้วธีร์ไปไหนคะ”
“กลับบ้านครับ”
ทินกรหันมาตอบอย่างไม่สบอารมณ์นักนั่นก็สั่ง นี่ก็ต้องดูแล แถมยังต้องมานั่งเป็เพื่อนยัยอวบอึ๋มประหลอดแตกนี่อีกเขาแทบจะบ้าตายอยู่แล้ว
“อะไรนะคะ! ทำไมธีร์ไม่บอกเมนี่ล่ะ”
เมธีนีโอดครวญด้วยความไม่พอใจรีบเปิดกระเป๋าหยิบมือถือขึ้นมาเพื่อโทรหาชายคนรักทันทีแต่กลับได้ยินเพียงเสียงตอบรับที่หมายถึงอีกฝ่ายปิดเครื่องไปแล้วทำให้อารมณ์ของคนขี้หึงขี้หวงปะทุขึ้นอย่างห้ามไม่อยู่ จากนั้นก็รีบวิ่งออกไปหมายจะตามชายคนรักให้ทันแต่ก็ไร้วี่แววว่าจะพบเขาได้ง่ายๆ ‘ฮึธีร์นะธีร์ หนีเมนี่ไปได้ยังไง คอยดูเถอะเมนี่จะไปอาละวาดที่ออฟฟิศให้แหลกเลย’เมธินีบ่นชายหนุ่มในใจอย่างหัวเสียแล้วก้าวขึ้นรถของตัวเองขับออกไปด้วยอารมณ์ที่โกรธจนถึงขีดสุด
ธีรพัฒน์ขับรถมาถึงคอนโดของหญิงสาวที่หนีกลับมาจากงานเลี้ยงโดยไม่ได้รับอนุญาตจากเขา
สองเท้าแกร่งก้าวลงจากรถแล้วตรงดิ่งไปที่ลิฟต์ทันทีเพื่อขึ้นไปยังห้องของคนที่ทำให้เขาโมโหจนเืขึ้นหน้าหญิงสาวจะรู้ตัวบ้างหรือเปล่าว่าทำให้เขาแทบคลั่งเมื่อเดินกลับมาที่โต๊ะแล้วไม่เจอเธอ
มือหนาทุบประตูห้องของหญิงสาวอย่างดังด้วยความโกรธทั้งหมดที่มีทำให้คนที่กำลังนั่งเช็ดผมซึ่งเปียกชุ่มจากการอาบน้ำถึงกับสะดุ้งใ ‘ใครกันมาเคาะห้องเธอแบบนี้ ห้องข้างๆ ไม่ใไปด้วยหรือไง’ แพรวาบ่นในใจก่อนจะรีบออกไปเปิดประตูเพราะกลัวว่าจะรบกวนห้องข้างๆ ไปด้วย
แพรวาเปิดประตูให้อ้าออกเพียงแค่ความยาวของโซ่ที่คล้องไว้ระหว่างบานประตูเท่านั้นเมื่อเห็นว่าเป็เ้านายจอมบงการของเธอ คนตัวเล็กจึงคิดจะปิดประตูหนีแต่ก็ช้าไปกว่ามือแกร่งของเขาที่ดันเอาไว้ได้ทัน
“เอาโซ่ออกแพรวา ฉันจะเข้าไป” คนตัวใหญ่กระชากเสียงดุดัน
“ไม่! คุณจะเข้ามาทำไม” หญิงสาวตอบกลับด้วยเสียงที่แข็งกร้าวไม่แพ้กัน
“ถ้าเธอไม่เปิดฉันจะพังประตูเข้าไปและคงไม่ต้องบอกนะว่าทุกห้องที่อยู่บนชั้นนี้จะต้องเดือดร้อนไปด้วยแค่ไหน”
ถ้อยคำที่ชายหนุ่มใช้ขู่หญิงสาวทำให้เธอต้องยอมเปิดประตูให้เขาเข้ามาแต่โดยดี เพราะเกรงว่าเสียงโวยวายของเขาจะดังรบกวนห้องอื่นๆไปด้วย
เมื่อหญิงสาวเปิดประตูให้ชายหนุ่มเข้ามาในห้อง สองเท้าเล็กๆก็รีบวิ่งตรงไปยังห้องนอนของเธอทันทีเพื่อหนีเงื้อมมือของคนใจร้ายที่กำลังขาดสติแต่เธอยังช้ากว่าคนตัวใหญ่ที่แข็งแกร่งและรวดเร็วอย่างเขา
ธีรพัฒน์ใช้กำลังผลักดันประตูห้องนอนที่หญิงสาวกำลังจะปิดลงเอาไว้ได้ทันก่อนจะเบียดตัวเองเข้ามาในห้องจนสำเร็จมือแกร่งคว้าหมับที่ข้อมือบางของหญิงสาวทันทีเพื่อไม่ให้เธอวิ่งหนีไปอีกพร้อมทั้งก้มลงมองคนตัวเล็กที่อยู่ในชุดนอนลายการ์ตูนน่ารักด้วยประกายตาวิบวับซุกซนเพียงแวบเดียวก็แปรเปลี่ยนเป็บึ้งตึงอีกครั้งเมื่อหญิงสาวเริ่มดิ้นรนขัดขืน
“ปล่อยค่ะคุณธีร์” แพรวาหันมาแหวใส่ชายหนุ่มพยายามบิดมือให้หลุดออกจากการเกาะกุมของเขา
“ไม่!” ธีรพัฒน์กระชากเสียงขมมือหนาบีบกำมือเล็กให้แน่นขึ้น และกัดฟันข่มเสียงต่ำเอ่ยถามหญิงสาว
“เธอหนีฉันกลับมาทำไม”
“แพรไม่ได้หนี มันดึกแล้วแพรอยากกลับบ้าน”
มือบางอีกข้างพยายามทุบตีหยิกข่วนลำแขนแกร่งที่จับเธอไว้แน่นอย่างสุดกำลังแต่ก็ไม่เป็ผลเมื่อคนตัวใหญ่นึกรำคาญกับความเจ็บแสบเล็กๆเขาจึงหันไปคว้าเอวบางของเธอเข้ามากอดแนบอกแกร่ง แล้วกัดฟันกระซิบเสียงขมชิดริมหูของคนตัวเล็ก
“ฮึ! ไอ้ผู้ชายหน้าโง่คนไหนมันมาส่งเธอล่ะอย่าคิดนะว่าฉันไม่เห็นตอนที่ไอ้ผู้ชายพวกนั้นมันวนเวียนเข้ามานั่งคุยกับเธอน่ะ”
“จะเป็ใครก็ไม่เกี่ยวกับคุณ” คนตัวเล็กกระชากเสียงตอบพยายามดีดดิ้นให้หลุดจากพันธนาการของเขา
“มันจะเกี่ยวกับฉันก็วันนี้แหละ!” ความโมโหประกอบกับฤทธิ์แอลกอฮอล์ที่เขาดื่มเข้าไปไม่น้อยตอนอยู่ในงานทำให้อารมณ์ที่หงุดหงิดพลุ่งพล่านอยู่แล้วกลับยิ่งโหมกระพือความรุนแรงมากขึ้นเป็เท่าตัว
ชายหนุ่มเหวี่ยงคนตัวเล็กขึ้นไปบนเตียงอย่างแรงจนหญิงสาวตัวงอด้วยความเจ็บจุกไร้สิ้นเรี่ยวแรงที่จะเคลื่อนไหวสองมือบางบีบกุมท้องไว้แน่นเมื่อเงยหน้าขึ้นมาก็เห็นชายหนุ่มกำลังปลดเปลื้องเสื้อผ้าของตัวเองออกทีละชิ้นแล้วเหวี่ยงไปทั่วห้องอย่างไร้ทิศทางจนเหลือเพียงกางเกงบอกเซอร์ตัวเดียวที่ปกปิดส่วนล่างของเขาเอาไว้เท่านั้น
“คุณจะทำอะไร!” คนตัวเล็กร้องถามทันควันพยายามกระถดตัวหนีสุดชีวิตแต่ด้วยความเจ็บจากแรงเหวี่ยงเมื่อกี้ทำให้เธอขยับตัวไม่ได้ดั่งใจคิด
คนตัวใหญ่หยักยิ้มมุมปากอย่างผู้มีชัยแล้วสาวเท้าย่างสามขุมเข้ามาชิดปลายเตียง ส่งมือหนาคว้าหมับที่ข้อเท้าน้อยๆของคนตัวเล็กแล้วดึงให้เธอนอนราบลงกับเตียงก่อนที่ตัวเขาจะตามลงมาทาบทับ
“ฉันไม่ซาดิสต์หรอกน่า ไม่ต้องใ ถ้าเธอปรนเปรอให้ฉันจนอิ่มหนำรับรองฉันจะเลี้ยงดูเธออย่างดี” สิ้นคำพูดร้ายกาจของชายหนุ่มมือบางของคนใต้ร่างก็ฟาดลงมาที่แก้มสากของเขาอย่างแรงด้วยความโกรธเคืองจนใบหน้าคมหันไปตามแรงตบ
“เลว!... คนเลว!... จิตใจสกปรก!” คนตัวเล็กพยายามดิ้นรนสุดกำลังอีกครั้งสองมือบางทั้งทุบทั้งตบตีคนเหนือร่างอย่างไม่คิดชีวิตจนชายหนุ่มเริ่มรู้สึกเจ็บเมื่อทนไม่ไหวเขาจึงคว้าข้อมือเล็กมารวบกำไว้เหนือศีรษะของเธอด้วยมือเพียงข้างเดียวแล้วก้มลงตอบกลับหญิงสาวด้วยความเกรี้ยวกราดไม่แพ้กัน
“ไอ้คนเลวๆ คนนี้แหละจะเป็ผัวเธอ จำหน้ามันไว้ให้ดีล่ะ” ว่าจบชายหนุ่มก็ก้มลงประกบปากหนาเข้าเรียวปากบางอวบอิ่มของคนใต้ร่างที่กำลังจะอ้าปากต่อว่าเขาทันทีคนตัวใหญ่จูบเธอด้วยความรุนแรงป่าเถื่อนดูดดึงขบกัดจนได้รสเืจางๆของหญิงสาวคละคลุ้งอยู่ในโพรงปากเล็กๆ ของเธอ
ธีรพัฒน์มอบจูบดุดันให้แก่หญิงสาวเพื่อเป็การลงโทษยิ่งเธอพยายามดิ้นรนขัดขืนมากเท่าไรเขาก็ยิ่งทวีความรุนแรงเข้าไปอีกโดยไม่สนใจว่าคนใต้ร่างจะรู้สึกเ็ปหรือไม่ เพราะอารมณ์ของเขาตอนนี้พลุ่งพล่านเหมือนเปลวเพลิงที่โหมกระพือจนพร้อมจะแผดเผาให้ทุกอย่างมอดไหม้ในพริบตา
เขาสอดปลายลิ้นเข้าไปในโพรงปากเล็กเกี่ยวกระหวัดลิ้นเล็กเพื่อดูดซับความหอมหวานอย่างชำนิชำนาญใช้ประสบการณ์ที่เหนือกว่าหลอกล่อให้คนใต้ร่างหลงใหลเคลิบเคลิ้มไปกับรสจูบที่เร่าร้อนของเขาทั้งเรียกร้องรุกเร้าอย่างหิวกระหายไม่รู้จักอิ่มเอมส่วนคนด้อยประสบการณ์ที่ไม่ประสีประสาอย่างเธอได้แต่นอนตัวเกร็งแทบจะหยุดหายใจกับความรู้สึกแปลกใหม่ที่เขามอบให้กายแกร่งเหนือร่างที่เปลือยเปล่าทำให้หัวใจดวงน้อยยิ่งสั่นไหววูบวาบอย่างประหลาด
ตอนนี้ร่างกายของเธอกำลังทรยศต่อความคิดถึงแม้จะไม่เต็มใจและตั้งใจจะขัดขืนไม่ให้เขาล่วงเกินเธอได้แต่ร่างกายกลับโอนอ่อนผ่อนตามเขาไปจนหมดสิ้นเรี่ยวแรงที่จะดื้อดึงมือบางที่กำแน่นค่อยๆ คลายออกตอบรับมือหนาที่เข้ามาสอดประสานแแ่เธอไม่สามารถต่อต้านความ้าภายในได้อีกแล้วอารมณ์ซาบซ่านวาบหวามที่เธอไม่เคยััมาก่อน ค่อยๆคืบคานเข้ามาทีละน้อยจนเธอเริ่มเคลิบเคลิ้มหลงใหลตอบสนองเขาไปอย่างไม่รู้ตัว
เมื่ออาการดิ้นรนขัดขืนของคนใต้ร่างเริ่มเบาบางแล้วชายหนุ่มจึงลดความรุนแรงลง เปลี่ยนจากจูบที่ดุดันเป็ความอ่อนโยนและยั่วยวนเรียกร้องมือหนาปล่อยข้อมือบางทั้งสองที่รวบไว้เหนือศีรษะของหญิงสาวให้เป็อิสระแล้วเลื่อนลงมาปลดกระดุมชุดนอนของเธอออกอย่างแ่เบาปากหนายังคงวนเวียนขบเม้มเรียวปากบางนุ่มนิ่มหยอกล้อให้เธอเคลิบเคลิ้มก่อนจะซุกไซ้เรื่อยไปตามพวงแก้มนวล และลงมาดูดดึงขบเม้มที่ซอกคอขาวเนียนหอมกรุ่นจนเกิดเป็รอยแดงเพื่อเป็เครื่องย้ำเตือนว่าเธอเป็ของเขา
แพรวาสะดุ้งเฮือกเมื่อััถึงความเย็นจากเครื่องปรับอากาศที่ปะทะผิวกายเสื้อผ้าของเธอหลุดไปั้แ่เมื่อไรไม่อาจรู้ได้ตอนนี้เหลือเพียงชุดชั้นในตัวเล็กที่ปกปิดส่วนบนและส่วนร่างของเธอไว้เท่านั้นหญิงสาวรวบรวมสติกลับมาอีกครั้งก่อนจะออกปากอ้อนวอนชายหนุ่มทั้งน้ำตา
“คุณธีร์... ปล่อยแพรเถอะค่ะ อย่าทำอย่างนี้เลยนะคะ”
ชายหนุ่มชะงักงันเมื่อได้ยินเสียงสะอื้นของคนใต้ร่างที่กำลังอ้อนวอนร้องขอแต่ตอนนี้กลิ่นกายของเธอทำให้เขาไม่สามารถหักห้ามใจได้อีกต่อไปเพราะความปรารถนาในกายพลุ่งพล่านจนยากจะดับลงหากเขาไม่ได้รับการปลดปล่อย
“อย่าสำออยไปหน่อยเลย... แพรวา น้ำตาของเธอมันหยุดฉันไม่ได้หรอก”
ธีรพัฒน์กระซิบเสียงเย็นที่ข้างหูของหญิงสาวมือหนากระชากบราเซียร์ตัวสวยออกไปจากร่างบอบบางของเธอทันทีเผยให้เห็นทรวงอกอวบอิ่มกลมกลึง ปลายยอดถันสีทับทิมสดชูช่อยั่วยวนชายหนุ่มผละตัวออกเพื่อมองความสวยงามตรงหน้าให้เต็มตา
“สวย... สวยมาก เธอสวยเหลือเกินแพรวา”
ชายหนุ่มครางเสียงแหบพร่าส่งฝ่ามือหนาเข้าเคล้าคลึงบีบเคล้นตามแรงอารมณ์ที่ลุกโชนจนยากจะหักห้ามใจก่อนใบหน้าคมเข้มจะก้มลงซุกไซ้ปากหนากับทรวงอกสวยและขบเม้มดูดดึงตีตราจองไปทั่วเนินเนื้อนุ่มเนียนละเอียด
“อือ... อา...”
แพรวาครางเสียงแ่หมดหนทางต่อสู้เมื่อปากร้อนเข้ายอดปทุมถันดูดกลืนหายเข้าไปในโพรงปากอย่างหิวกระหายปลายยอดหดเกร็งบีบรัดจนแข็งเป็ตุ่มไตตอบสนองลิ้นอุ่นๆ ของเขาอย่างไม่อาจห้ามใจได้ความรู้สึกแปลกใหม่ที่พยายามสะกดกลั้นเอาไว้ถูกปลุกให้ตื่นโดยไม่รู้ตัวอาการต่อต้านเริ่มลดลงไปเรื่อยๆ กายสาวร้อนวูบวาบไปทุกจุดที่เขาัั
ชายหนุ่มขยับมือแกร่งบีบเคล้นนวดคลึงทรวงอกนุ่มและปลายยอดถันอีกข้างของหญิงสาวเพื่อช่วยกระตุ้นอารมณ์และความ้าของเธอให้พลุ่งพล่านมากขึ้น
ร่างบางบิดตัวไปมาด้วยความทรมานสมองพร่าเลือนคิดอะไรไม่ออก หัวใจดวงน้อยสั่นระรัวจนแทบจะออกมานอกอกร่างกายตอบสนองและต้อนรับััที่วาบหวามจากเขาจนสุดกลั้น มือบางสอดเข้าไปในกลุ่มผมดกดำของชายหนุ่มกดใบหน้าของเขาให้แนบชิดทรวงอกคู่งามอย่างหน้าไม่อายขณะที่เขาสลับการรุกเร้าด้วยปากกับมือบนทรวงอกของเธอทีละข้างเพื่อไม่ให้น้อยหน้ากัน
ธีรพัฒน์ไม่อาจทนปลุกเร้าเธอได้อีกต่อไปกลิ่นกายที่หอมหวานของหญิงสาวใต้ร่างช่างยั่วยวนปลุกเร้าอารมณ์ดิบของเขาให้ลุกโชนได้มากกว่าหญิงใดที่เคยผ่านมาท่าทางไร้เดียงสาของเธอทำให้เขายิ่งตื่นเต้นความปรารถนาในกายแกร่งก็ยิ่งทวีความร้อนแรงมากขึ้นจนยากจะทานทนร่างกายของเขาปวดร้าว้าปลดปล่อยให้หลุดพ้นจากความทรมานโดยเร็วที่สุด
เขารีบผละออกจากร่างของหญิงสาวแล้วสลัดปราการชิ้นสุดท้ายของเขาออกจากตัวอย่างรวดเร็วร่างสูงขยับตัวเตรียมกลับขึ้นไปหาร่างบางแสนเย้ายวนที่นอนไร้เรี่ยวแรงอยู่บนเตียงคนตัวเล็กเงยหน้าสบตาคมอย่างตื่นตะลึงด้วยความใ เมื่อเห็นส่วนกลางลำตัวอันใหญ่โตของเขาที่พรั่งพร้อมผงาดง้ำอย่างไม่กลัวเกรงเธอรีบก้มลงหลบตาวูบ ใบหน้าหวานร้อนผ่าวขึ้นมาด้วยความเขินอายขยับถดตัวหนีอย่างนึกหวาดหวั่น
“จะไปไหน มานี่!... เธอหนีฉันไม่รอดหรอก”
“ไม่นะ! คุณธีร์ อย่าค่ะ...” คนตัวเล็กร่ำไห้ออกมาด้วยความกลัว
ธีรพัฒน์ฉุดดึงขาของหญิงสาวให้นอนราบดังเดิมก่อนที่มือหนาจะบังคับดึงแพตตี้ตัวน้อยให้หลุดออกไปทางปลายเท้าของเธอทันทีที่เนินเนื้ออวบอูมไร้สิ่งปิดกั้นมือบางรีบยกขึ้นมาหมายจะปิดไม่ให้ชายหนุ่มเห็น ธีรพัฒน์ดึงมือเล็กออกแล้วรวบไว้ก่อนจะก้มมองความสวยงามของกลีบกุหลาบแรกแย้มที่ไม่มีร่องรอยความโชกโชนชอกช้ำเหมือนกับว่ายังไม่มีแมลงตัวใดผ่านเข้ามาลิ้มรสความหวานจากกุหลาบดอกนี้ยิ่งเห็นหัวใจชายหนุ่มก็ยิ่งกระตุกแรงอย่างตื่นเต้นเขาไม่อยากจะคิดว่าเธอไม่เคยผ่านชายใดมาก่อนในเมื่อเขาก็เห็นว่าเธอมีผู้ชายวนเวียนใกล้ตัวตลอดไม่เคยห่าง
ชายหนุ่มทิ้งตัวลงทาบทับทุกสัดส่วนของคนใต้ร่างแล้วก้มลงจุมพิตเรียวปากบางที่ต่อต้านเขาใน่แรกปลายลิ้นหนารุกล้ำขบเม้มบังคับให้เธอเปิดปากรับการปลุกเร้าของเขาเพียงไม่นานคนตัวเล็กก็ไม่สามารถสกัดกั้นความ้าภายในได้
เขาผละจากเรียวปากนุ่มนิ่มอ่อนหวานเลื่อนลงไปตามซอกคอไล้ปลายลิ้นแ่ๆ จนถึงยอดอกสีสวยร่างบางสะท้านหวั่นไหวแอ่นหยัดทรวงอกให้เขาอย่างเต็มใจ
“คุณสวยเหลือเกินแพรวา...”
ธีระพัฒน์ครางเสียงกระเส่าขยับตัวลุกขึ้นนั่งดันเรียวขาของหญิงสาวให้แยกออกด้วยเข่าทั้งสองข้างก่อนจะโน้มตัวลงจับท่อนกายแกร่งกลางลำตัวที่ร้อนระอุถูไถไปมาบนกลีบกุหลาบอวบอูมของหญิงสาวที่มีน้ำหวานชุ่มฉ่ำบ่งบอกให้รู้ว่าเธอพร้อมสำหรับเขาแล้ว
..................................
ขอบคุณที่ติดตามค่ะ
^_^
***นิยายมีทั้งหมด 28 ตอน***
สนใจนิยายเล่มนี้ในรูปแบบE-Bookสามารถดูเพิ่มเติมได้ที่
mebmarket ...และ... ธัญวลัย ...และ... ookbee
หรือ้าลิ้งค์ซื้อE-Bookสามารถติดต่อผู้แต่งได้โดยตรงทาง
E-mail: oilza24@hotmail.com
ไลน์: oilza_writer
(ในเว็บไม่สามารถวางลิ้งค์ได้ค่ะ)