เ้าของห้องลืมตา...สำนึกแรกตื่นรับสำเนียงนกจ้อกแจ้กจากยอดไม้ที่แผ่ปกหลังคาและที่เรี่ยรายไม่ห่างจากตัวบ้าน เธอเอียงหน้าแนบหมอน ‘เ้าด้วง’ อิกัวน่าตัวตะปุ่มตะป่ำกำลังแลบลิ้นแผล็บ ๆในตู้กระจก ลุกจากเตียงไปให้อาหารมัน จากนั้นออกไปห้องกลางโรยเม็ดหลากสีบนผิวน้ำในตู้ ปลาเงินปลาทองว่ายหางบางพลิ้วมาตอดกินพอก้าวเข้าครัวเสียงร้อง ก้าบ ๆ ๆ ๆ นำมาก่อน เธอทะลุออกประตูหลัง โน้มลงโปรยอาหารเ้าสองเป็ด ‘ดิ่ง-ดิ้น’ เดินเตาะแตะเข้าหา
ยามเช้าของวันนี้อากาศเย็นชื่นภายใต้ชายคาบ้านชั้นเดียวหญิงในชุดเสื้อยืดเปื่อยนิ่มกับกางเกงนอนขายาว เงยมองท้องฟ้ากว้างย่างเข้าหน้าหนาวอันสดใสชูสองแขนขึ้นสูดอากาศเต็มปอด แล้วค่อยยองลงโอบคอเ้าโกลเดน รีทรีฟเวอร์“ของหนูแด่น รอแม่นะ”
เสียงเรียกดังมาจากในครัว“กินข้าวได้แล้วลูก”
“วันนี้ไปวัดใช่ไหมแม่”เธอร้องสวน
หลังมื้อเช้าเธอเข้าไร่มะม่วงหิมพานต์ใกล้เที่ยงก็ขี่มอเตอร์ไซค์กลับบ้าน จวนสิ้นเดือนอย่างนี้ปวดกะโหลกไม่กี่นาทีข้างหน้าต้องฟาดฟันกับไอ้ดอนหอยหลอด ! แล้วยังโมนอีกถึงกำชับให้ขับรถพาแม่ไปถวายเพลที่วัดและรอกลับพร้อมกันยังหวั่นอยู่ว่าโมนซึ่งรู้แกวกันดีจะดื้อดัน
เสียงล้อมอเตอร์ไซค์เสียดกรวดลั่นหลังบ้านเ้าโกลเดนหูตั้ง ลีลาเบรกรถแบบนั้นมันจำของมันได้ วิ่งดุกดิกไปเทียบรับเ้านายแทบจะพร้อมกับรถโฟร์วีลแต่งยกสูงพุ่งมาเบรกฝุ่นตลบหน้าบ้านหนูแด่นหางตั้งหันซ้ายหันขวา -- จะไปรับหน้าเ้านายหรือไปสกัดพวกล้ำถิ่นดี
ครั้นเ้านายเดินทะลุครัวมาห้องกลางมันตื่นขนลุกชันเหยาะนำไปหน้าบ้าน นายสาวเท้าตามมาย่อลงตบข้างลำตัว“หนูแด่นไม่ต้องกลัวนะ เดี๋ยวลูกพี่จัดการเอง”
ประตูรถแต่งลวดลายแนวลูกผู้ชายขาลุยเปิดผ่างชายผู้รู้จักกันในนาม ‘ดอนลูกพ่อดี๋’กะเดกขาเดินเหมือนเป็ไข่ดันมาพร้อมลูกน้องขนาบซ้ายขวา เ้าบ้านลุกยืนประจันหน้าลูกสมุนเห่ากระโชกใส่ชายทั้งสามอย่างไม่ชอบขี้หน้า
ดอนง้างขา“ไอ้หมานี่ เดี๋ยวปั๊ดเตะ !”
ลูกพี่ลากมันมาหลบข้างหลังดอนพลิกลายนักเลงเตะหมาเป็เสือเ้าชู้ไวกริบ “น้องนัดมาก่อนกำหนดแหม...ช่างรู้ใจพี่คนหนุ่มใจร้อน”
“นัดมาบอกทบไปเดือนหน้า”
“อ้าววว”เ้าหนี้หยุดยียวนควักเครื่องคิดเลขมากด “ที่จริงพี่ไม่เคยผ่อนปรนให้ใครนี่คุณพ่อดี๋ยังเห็นแก่คุณแม่น้อง แต่ดอกเบี้ยทบตามด้วยคิดรายวันหรือจะเสียอย่างอื่นแทนดอกก็ได้นะจ๊ะ” ลูกพี่ดอนลอยหน้าลอยตาพ่นคำถ่อยพวกลิ่วล้อก็เฮตามยังกับตั้งไขลาน
ระหว่างเจรจามีเสียงรถแล่นมาทางลานด้านหลังเ้าบ้านส่ายหน้ายื่นลูกบอลเล็ก ๆ ให้ลูกสมุนคาบไปปฏิบัติตามคำสั่ง -- ถ่วงเวลาไว้อย่าเพิ่งให้ลูกพี่โมนเข้ามา
ดังนั้นเมื่อชายหนุ่มลงจากรถบอลก็กลิ้งมาแตะเท้าหนูแด่นคึกคักกระโจนเข้าชวนเล่น เขาเลี่ยงไปอีกทางมันก็วิ่งต้อนให้เล่นกันก่อนพอจะสกัดไม่อยู่มันงับชายกางเกงไว้ดื้อ ๆ ชายหนุ่มส่ายหัวดิกเขาจงใจขับรถเข้าทางหลังบ้านเพื่อสังเกตการณ์ก่อน แล้วดูเ้าลูกสมุนตัวดีช่วยลูกพี่มันดีนัก คิดพลางโยนลูกบอลลอยโด่งไปกระแทกหลังคารถ ปัง !
เ้าสี่ขาโกยตามแต่บอลกระดอนกลับเขายกเท้าเกี่ยวมันลงพื้น เขี่ยเบา ๆ ลูกกลม ๆ กลิ้งไปจรดรองเท้าผ้าใบคู่เล็ก ๆเขาตามบอลไปแล้วชะงักเท้ายืนสอดส่องจากข้างหลัง สิ่งที่เห็นคือหญิงเ้าบ้านกำลังโบกมือไล่กลุ่มชายตรงหน้า “พวกนายไปได้”
การเจรจาท่าจะจบลงแล้วแต่นายดอนยังทำตากรุ้มกริ่มใส่ลูกหนี้สาว “นัดมาไม่จ่ายเงินคุยจบถีบหัวส่งสไตล์แบบนี้นักเลงดี พี่ชอบ”
ทันใดนั้นสายตาดอนปะทะกับโมนที่จ้องตาขวางอยู่ดอนยักคิ้วจงใจพูดให้ดังเข้าหู
“เดือนหน้าพี่มาหาใหม่อาบน้ำปะแป้งรอท่านะจ๊ะที่รัก”
ย็อกแย็กไปได้หน่อยเ้าหนี้บิดตัวมาส่งจูบลาเสียงเร่งเครื่องยนต์ดังกระหึ่ม โฟร์วีลออกตัวไป ลูกหนี้ะโไล่หลังปาว ๆอย่างเก่งขึ้นทันตา
“หากินอย่างพวกแกไม่มีดอกเบี้ยงาม ๆ จากฉันจะมาโก่งคอเห่าเบ่งซะขนพองได้ไง ไอ้ลูกหมาหางกุดเอ๊ย !”
งี้ด ๆ ๆ ๆ ๆหนูแด่นประท้วง
“เออๆ ขอโทษ ๆ แกไม่อยากเป็พวกเดียวกับมันใช่ไหม”
โฮ่ง ๆ
“ทำแบบนี้อีกแล้วนัดพวกมันมาก่อนเวลา แล้วอยู่รับหน้าคนเดียว”
เ้าตัวเหลียวไปทางต้นเสียง“อ้าว...โมน แม่ล่ะ”
ชายหนุ่มตรงเข้าต่อว่าโดยไม่ยอมเปลี่ยนเื่ตาม
“ไอ้ดอนมีแต่จะลามปามคราวหลังต้องให้ผมอยู่ด้วย”
“อยู่ก็เข่นเขี้ยวกันไปเขม่นกันมาดีไม่ดีกระโจนฟัดกัน”
“กลัวมันทำไมมันทำเราเราก็ทำมันได้”
“ไม่ใช่กลัวหรือไม่กลัวเรายังผัดผ่อนหนี้ต้องอดทน มันอันธพาลจะเล่นไม่เลิกถึงเวลาโมนก็ขับรถพาแม่ไปวัดเหอะ เรามีหนูแด่นเป็องครักษ์”
ลูกสมุนกระดิกหางดุกดิกรับโมนคุกเข่าลงล็อกคอมันฐานร่วมมือกับลูกพี่ดีนัก
“เออใช่...มีคนมาผมเก็บได้ข้างทาง” เขาพลันนึกได้
“เก็บได้?”
“เ้าจ้า”
เธอหันขวับตามเสียงหญิงตากลมขาวป้อมยืนเรียกอยู่ข้างตัวบ้าน
“อ้าวพี่นุ่น...มาไง”
ผู้มาเยือนดึงสายกระเป๋ากล้องที่คล้องคอออก ปลดเป้ลงจากหลัง เสยผมสั้นหยักศกเป็ลอนดูกระเซิงทั้งหัวทิ้งตัวลงโซฟาหวายตัวยาวริมหน้าต่างอย่างคนกันเองขณะเ้าบ้านวางกระเป๋าใบเขื่องที่ช่วยหิ้วมาแล้วลงนั่งโต๊ะทำงานที่ตั้งเยื้องกลางห้อง
“จะขยันไปไหนเ้าจ้า”รุ่นพี่ทักกึ่งถาม “ไอ้คนมาดอย่างกับผู้ร้ายบ้านนอกกับลูกน้องในหนังไทยมาทวงหนี้ล่ะสิ”
“พี่นุ่นเห็นด้วยเหรอ”
“เออฉันกำลังหลับซบหน้าต่างรถ สะดุ้งตื่นตอนเสียงอะไรไม่รู้กระแทกหลังคาหันซ้ายแลขวาเห็นแต่หมาแหงนมองเลยลงเดินตามหมา ทันเห็นพ่อนักเลงส่งลูกจู๊บบบให้แกด้วย”
“เห็นยังไงก็ยังงั้นล่ะแล้วนี่มากับรถโมนได้ไง”
“อ้อฉันนั่งสองแถวมา เด้ง ๆ กระดอน ๆ หลับหัวสั่นหัวคลอนกำลังมันเลย จู่ ๆคนขับเบรกซะหัวทิ่ม แหกปากลั่น ‘เมียพ้มเจบถ้อง ลูกจาหล่ายแลว’ ”คนเล่าเลียนสำเนียงถิ่น“ทิ้งฉันลงปากทางเสร็จบึ่งฝุ่นแลบไปเลยต้องแบกสัมภาระย่ำต๊อกเข้ามา หนักชะมัดยาด”
“ขนอะไรมาเยอะแยะเล่า”
“หนังสือกับซีดีเพลง”
หนูจ้ายิ้มรู้ว่ารุ่นพี่อยู่โดยขาดสองสิ่งนี้ไม่ได้
“โทร.เข้าบ้านแกก็ไม่มีใครอยู่โทร.เข้ามือถือแกก็ไม่รับสาย”
“ขี่มอเตอร์ไซค์อยู่มั้ง”
“ฉันเลยดุ่ยมาเรื่อยๆ เผื่อโบกรถได้ แล้วโบกติดรถคนบ้านแกมานี่แหละ”
“อ้อสาวนักโบกเจอะหนุ่มเ้าถิ่น มิน่าโมนว่าเห็นคนกะเตงข้าวของตุปัดตุเป๋ยังกับลิงหลงทาง เลยจอดรับ”
“ไหน! นายนั่นว่าไงนะ !!”
หญิงวัยกลางคนผู้คงเค้าสวยคมชัดในร่างท้วมขึ้นหิ้วถุงพะรุงพะรังเข้ามา“อ้าว...ลูกนุ่นมาไง เห็นหนูจ้าว่าจะมาต้นเดือน”
เ้าตัวปรี่เข้าไหว้แม่แก้วและช่วยถือของ
“นุ่นเปลี่ยนใจมาเร็วขึ้นน่ะแม่”
“ไม่ได้เจอกันนานเลยเราจะมาอยู่เขียนหนังสือใช่ไหม”
“ค่ะเปลี่ยนบรรยากาศเผื่อจะดีขึ้น”
“นุ่นกินอะไรหรือยังแม่ไปวัดได้กับข้าวติดมือมา ประหยัดเงินกับแรงงานมื้อนึง”
“เข้าวัดขอหวยแล้วยังเอาของทำบุญมากินอีกเรอะคุณดวงแก้ว”
ลูกสาวอดปากไวไม่ได้แม่ค้อนสวนขวับ
“ชะชะชะเ้าจ้าฉันไปวัดทำบุญย่ะ เลขนั่นเผื่อมีโชคลาภ พูดดีนักแกอย่ากินนะฉันหิ้วมาหนัก”
ตะบึงตะบอนนำอาหารเข้าครัวแต่แล้วแม่แก้วหันกลับมา
“หนูจ้าน่าจะใกล้แล้วมั้ง พี่อ้วนบอกหรือยังว่าจะกลับจากอังกฤษเมื่อไหร่”
มือที่ง่วนกับงานชะงักสีหน้าหม่นลงวูบหนึ่ง “ไม่เห็นเขาว่าไงนี่แม่”
ทั้งหมดนี้ไม่พ้นสายตาซอกแซกกับหูที่กระดิกจับทุกน้ำเสียงของนักเขียนบทผู้มาเยือน
ร่างที่ทอดเอนเท้าคางบนท่อนแขนพาดขอบหน้าต่าง เหม่อมองฝนรินจากชายคาสายฝนพรำนำเธอรำลึกถึงสายน้ำครั้งหนึ่ง...เด็กหญิงลอยตัวอยู่กลางลำธารที่เล่นประจำหากแต่วันนั้นเธอมาเพื่อให้สายน้ำเย็นปลอบประโลมให้กระแสน้ำพยุงร่างลอยเหนือความทุกข์ของการสูญเสียบิดา อันพาเธอเขยิบจากโลกของเด็กเข้าสู่โลกของผู้ใหญ่เป็ครั้งแรกในชีวิต
แล้วพี่ชายก็กลับมาดวงใจสว่างวาบแลเห็นร่างนั้นเรืองแสงอ่อน ๆ ราวแสงยามเช้าอันอบอุ่นแม้นเมฆดำทอดบังผืนฟ้าวัยรุ่นชายร่างโปร่งประเปรียวะโอยู่ริมฝั่งคนกลางน้ำอ่านริมฝีปากออกเพียงชื่อตัวเอง... หนูจ้า
“อะไรนะ” เธอะโตอบ
เขาป้องปากร้องอีก“...”
“พูดอะไรไม่เห็นรู้เื่”
พี่ชายกวักมือเรียกขึ้นฝั่งส่งเสียงบอกบางอย่างแต่ฟ้าลั่นคำรามทับ
“จะให้ขึ้นแล้วเหรอตัวแหละลงมานี่ดีกว่า คุณชายอ้วนกลัวเปียกล่ะสิ”
การกลับมาของพี่ชายปลุกน้องคนเดิมให้ตื่นนึกสนุกแววตาจอมแกล้งฉายวิบวับ...ะโข้ามน้ำกระท่อนกระแท่นชะมัด มาคุยในน้ำกันเถอะ
คิดแล้วพลันตะกุยน้ำอย่างคนจะจมอุบายเห็นผลทันตา พี่ชายโจนพรวดลงน้ำตะลีตะลานว่ายมาคอยจนเขาว่ายห่างจากฝั่งเด็กหญิงตีน้ำลอยตัวหัวร่อร่า
“เฮ้คุณชายกระหม่อมบาง น้ำเย็นมั้ย”
ร่างนั้นชะงักว่ายต่อได้อีกหน่อยแล้วจมลงดื้อ ๆ เด็กหญิงป้องปากะโ “โห...เล่นซ้อนกลกันง่ายๆ ต่อหน้าต่อตา ใครเขาจะเชื่อ”
พี่ชายตะกายขึ้นจากน้ำน้องเย้ยซ้ำ “แกล้งคนไม่เป็ก็ไม่ต้องพยายามหรอก พี่อ้วนเอ๊ย”
ไม่ทันขาดคำร่างจมลงอีกคราวนี้น้องรอว่าพี่โผล่เมื่อไหร่จะกระโจนเกี่ยวคอให้หงายหลังเลยแต่ผืนน้ำยังนิ่งสนิท...นานเกินไปเสียแล้วนิสัยพี่อ้วนไม่อดทนแลกความสนุกที่ได้แกล้งคนเล่นเด็กหญิงสูดหายใจเต็มปอดก่อนดำลงไป
สายฝนโปรยลงมา...
คนจมถูกดึงคอเสื้อขึ้นสู่ผิวน้ำตัวคนช่วยเล็กบางกว่ามากจวนเจียนจะจมตามโชคดีคนตัวโตไม่ตื่นตระหนกดิ้นรนให้ช่วยลำบากถึงอย่างนั้นต้องทุ่มกำลังไม่คิดชีวิตลากพาฝ่าคลื่นแรงจังหวะฮึดดึงเขาเข้าฝั่งกระแสน้ำโหมซัด หน้าผากกระแทกแก่งหินหางคิ้วแตกเจ็บปลาบหนึบ ๆ แต่กัดฟันยึดชีวิตในมือไว้มั่น
ลากพี่ชายขึ้นบกได้น้องช่วยผายปอดสลับร้องเรียกในที่สุดเขาได้สติ เปลือกตาค่อย ๆ ลืมตามเสียงเรียก
“พี่อ้วน! พี่อ้วน ! พี่อ้วน !”
เด็กหญิงน้ำตากลบเบ้าแลเห็นรอยยิ้มน้อย ๆ ผ่านม่านน้ำตา
“หนูจ้าอย่าร้อง...พี่จะกลับมาหา”
น้ำเสียงเขาคล้ายเพ้อไข้ครั้นมือซีดที่เกาะกุมเธอไว้ตกวูบ น้ำตาก็ร่วงพรูกลัวสุดหัวใจว่าพี่ชายจะจากไปยังที่ซึ่งไม่มีวันเรียกกลับมาได้อีก เด็กหญิงเขย่าร่างในอ้อมแขน
“พี่อ้วนจะไปไหนห้ามไป ! ห้ามหนีจ้าไปอีกคน !!”
ดวงตาพี่ชายโรยลงน้ำตาน้องแลพร่าเลือน ริมฝีปากขยับพึมพำ
“อย่าร้องไห้ไม่ไป... พี่สัญญาจะอยู่กับหนูจ้า”
“พี่อ้วนจ้าขอ...”
... ... ... ...... ... ... ... ...
“หนูจ้า...หนูจ้า...”
ไม่ใช่น้ำเสียงอ่อนโรยของพี่ชายที่อ้อยอิ่งอยู่ในความทรงจำเธอตื่นจากภวังค์เหม่อมองฝนพรมนอกหน้าต่างแตะรอยแผลเป็ตรงหางคิ้วซ้ายในอาการเจือละเมอ...ผ่านมาแปดปีนับจากเกิดาแ
แม่ชะโงกหน้าจากในครัว“หนูจ้า...เหม่อไปถึงไหน มากินข้าว”
มือหนึ่งยื่นมาแตะบ่าเธอเอี้ยวตัวไปก็เจอะคำถาม
“แม่พูดถึงพี่ที่ไหนจะกลับมาแกลูกโทนนี่หว่า”
แม่แก้วเยี่ยมหน้ามาตามอีก“นุ่นด้วยลูก มาเลย”
“ไปกินข้าวกันเหอะ”เธอสมทบชวน
เห็นรุ่นน้องดูผิดแปลกไปั้แ่แม่แก้วเอ่ยถามถึงใครคนหนึ่งซึ่งอยู่ต่างประเทศรุ่นพี่จึงถามย้ำ
“ใครเหรอ...พี่อ้วน”
หนูจ้าตอบ “อ๋อคนเคยรู้จักกันตอนเด็ก”