ในอาณาเขตบ้านตระกูลอวิ๋นเรือนน้อยผุพังริมลำธารยามนี้เปลี่ยนเป็เรือนหลังใหญ่ที่กว้างขวางและแข็งแรงเื่นี้ย่อมเป็ฝีมือของอวิ๋นโม่เมื่อมีเงินแล้วก็ไม่จำเป็ต้องอยู่ในบ้านที่ทรุดโทรมอีกต่อไปบ้านหลังนี้มีห้องหลากหลายแบบสำหรับการใช้งานตามวัตถุประสงค์ มีห้องหนึ่งที่อวิ๋นโม่สร้างขึ้นสำหรับการหลอมโอสถการหลอมโอสถ้าความสงบ อีกทั้งบางครั้งอาจเกิดเหตุสุดวิสัยขึ้นได้ดังนั้นเขาจึงสร้างห้องหลอมโอสถนี้ขึ้นมา
ยามนี้กลางห้องหลอมโอสถมีเตาหลอมโอสถที่มีลักษณะพิเศษส่องประกายแวววาวทั้งยังปล่อยไอร้อนออกมาปล่องเตาอย่างต่อเนื่อง
ตึง!
ทันใดนั้นลวดโลหะเส้นหนึ่งก็ดึงฝาครอบขึ้นมาโอสถสีดำราวน้ำหมึกเม็ดหนึ่งลอยออกมา อวิ๋นโม่ยื่นมือไปคว้ายาเม็ดนั้นเอาไว้กลิ่นจางๆ ที่มีเอกลักษณ์กระจายออกมาจากโอสถนี้
“คุณภาพไม่เลว สมควรทำให้ข้าพัฒนาญาณหยั่งรู้ได้น่าเสียดายที่เตาหลอมโอสถนี้ทำขึ้นจากฝีมือคนธรรมดา ถึงจะ ใช้ความสามารถของข้ายังทำได้เพียงหลอมโอสถที่ได้คุณภาพหนึ่งเม็ดเท่านั้น”อวิ๋นโม่ดมกลิ่นโอสถที่อยู่ในมือ
ยาเม็ดนี้ย่อมเป็ลูกกลอนเสริมิญญาอวิ๋นโม่เสียเวลาไปหลายวันในที่สุดก็หลอมสำเร็จตอนนี้เขายังไม่ถึงระดับผู้ฝึกยุทธ์ที่แท้จริง จึงได้แต่ใช้วิธีในชาติก่อนใช้เตาหลอมโอสถแบบพิเศษหลอมยาออกมา เตาหลอมโอสถใบนี้สร้างโดยช่างตีเหล็กธรรมดาผลลัพธ์ที่ได้ไม่อาจเทียบกับเตาหลอมโอสถที่เป็อาวุธิญญา
อวิ๋นโม่นั่งขัดสมาธิอยู่บนเบาะกลืนลูกกลอนเสริมิญญาลงไปอย่างไม่ลังเล
ฟู่!
ทันใดนั้นฤทธิ์ยารุนแรงสายหนึ่งก็เคลื่อนไปตามเส้นชีพจรทะลวงสู่ห้วงความคิดของอวิ๋นโม่จนเกิดความปั่นป่วนพลังิญญาของมนุษย์อ่อนแอเกินไป เป็เพียงกลุ่มหมอกบางเบาที่สูญสลายได้ง่ายแต่เมื่อผู้ฝึกยุทธ์ฝึกฝนถึงระดับหนึ่ง ในสมองจะก่อเกิดมหาสมุทรอันน่าพิศวงขุมหนึ่งเรียกว่าทะเลจิติญญาเมื่อน้ำในทะเลจิติญญาจำนวนหนึ่งส่องประกายจะก่อให้เกิดญาณหยั่งรู้และส่วนที่ส่องสว่างนั้นก็คือพลังิญญาหากพลังิญญาแข็งแกร่งถึงระดับหนึ่งก็จะสามารถอยู่รอดได้แม้ปราศจากกายเนื้อ
ภายใต้ฤทธิ์ยาของลูกกลอนเสริมิญญา ทะเลจิติญญาขุมหนึ่งถูกเปิดออกภายในมีน้ำทะเลส่วนที่เรืองแสงอ่อนจางปริมาณเท่ากับหยดน้ำเล็กๆ หยดหนึ่งนั่นคือพลังิญญาในปัจจุบันของอวิ๋นโม่ เมื่อฤทธิ์ยาของลูกกลอนเสริมิญญารวมตัวกันใกล้แสงสว่างเล็กๆจุดนั้น น้ำทะเลส่วนที่ส่องสว่างในทะเลิญญาก็ค่อยๆ เพิ่มขึ้นซึ่งหมายถึงพลังิญญาของอวิ๋นโม่พัฒนาขึ้นเช่นกัน
หลังจากน้ำทะเลที่ส่องสว่างเพิ่มขึ้นถึงระดับหนึ่ง ก็ก่อให้เกิดพลังไร้รูปร่างสายหนึ่งขึ้นมา นั่นคือญาณหยั่งรู้ของอวิ๋นโม่
“ช่วยให้ข้าสร้างญาณหยั่งรู้ได้จริงๆ!” อวิ๋นโม่อดตื่นเต้นไม่ได้
ในชาติก่อน เขาอาศัยโอสถฝึกฝนจนเกิดญาณหยั่งรู้แต่เนื่องจากไม่อาจฝึกยุทธ์ พลังิญญาของเขาจึงไม่แข็งแกร่งพอที่จะเคลื่อนออกจากร่างกายนี่เป็ความเสียใจตลอดชีวิตของเขามิเช่นนั้นเขาและลั่วเทียนซึ่งมีศัตรูมากมายย่อมต้องเสาะหาร่างอื่นที่เหมาะสมกว่าเพื่อฝึกยุทธ์ั้แ่แรกแล้ว แต่ในชาตินี้เขาไม่ต้องเผชิญกับสถานการณ์เช่นนั้นอีกแล้วเขามีพลังิญญาที่สามารถพัฒนาให้แข็งแกร่ง แข็งแกร่งจนถึงระดับที่ใครก็คาดไม่ถึง!
ความรู้สึกหนึ่งจากการเห็นทุกอย่างทะลุปรุโปร่งผุดขึ้นในใจนี่เป็ข้อดีของการมีญาณหยั่งรู้ มองทะลุภาพลวงเห็นถึงเนื้อแท้ภายใน
เมื่อญาณหยั่งรู้ของอวิ๋นโม่กวาดออกไปก็รับรู้ได้ว่านอกห้องมีใบไม้ปลิวตามลม มดตัวเล็กตัวหนึ่งกำลังขนเมล็ดข้าวโพดภายใต้ขอบเขตของญาณหยั่งรู้ ทุกสิ่งปรากฏอย่างแจ่มชัด
“การมีเส้นชีพจรยุทธ์เหนือกว่าการไม่มีมากถึงเพียงนี้!”อวิ๋นโม่เอ่ยอย่างประหลาดใจ อาศัยเส้นชีพจรยุทธ์หลังจากเขากินลูกกลอนเสริมิญญาและก่อเกิดญาณหยั่งรู้ขอบเขตรับรู้ยังมากกว่าในชาติก่อนถึงสองเท่า! ระยะไกลถึงร้อยจั้ง*!
เมื่อมีพลังิญญา ความสามารถในการต่อสู้ของอวิ๋นโม่ย่อมสูงขึ้น!
“เอ๋”
ตอนนั้นเองอวิ๋นโม่ก็ต้องประหลาดใจญาณหยั่งรู้ที่เขาปล่อยออกไปััได้ว่าผู้าุโแปดกำลังลอบออกจากประตูข้างของบ้านตระกูลอวิ๋นอย่างลับๆ
“ดึกขนาดนี้แล้วยังออกไปด้านนอก ทั้งยังไปทางประตูข้าง” อวิ๋นโม่ขมวดคิ้วเขาตัดสินใจติดตามไป
จิติญญาของอวิ๋นโม่ติดตรึงอยู่กับผู้าุโแปด ตาเฒ่าผู้นั้นเหลียวซ้ายแลขวาไปตลอดทางราวกับโจร
“หรือสิ่งที่เขาแบกไว้บนหลังจะเป็สมุนไพร”ญาณหยั่งรู้ของอวิ๋นโม่ััได้ว่าสิ่งที่อยู่ในห่อสัมภาระด้านหลังของผู้าุโแปดก็คือยาบางอย่าง“เ้าเฒ่าผู้นี้แบกยาห่อหนึ่งไว้บนหลัง ทั้งยังทำท่าลับๆ ล่อๆคงไม่ได้ไปทำเื่ดีๆ อะไรแน่”
อวิ๋นโม่ติดตามไปโดยรักษาระยะห่างห้าสิบจั้งตลอดทางญาณหยั่งรู้ของเขาตรึงอยู่กับผู้าุโแปด แต่คนผู้นั้นกลับไม่รู้สึกถึงเขาผู้าุโแปดวนอยู่ในเมืองกวนซานเจิ้นหลายรอบสุดท้ายแอบเข้าไปทางประตูข้างของร้านยาซวนหลิง
“ผู้าุโอวิ๋นหู่ ในที่สุดท่านก็มาแล้ว!” บนชั้นสองของร้านยาซวนหลิงผู้จัดการร้านเอ่ยพร้อมหน้าตายิ้มแย้ม อวิ๋นหู่ก็คือนามของผู้าุโแปด
“นี่คือยาส่วนหนึ่ง เ้าลองดู หากให้ราคาที่ข้าพอใจละก็ต่อไปร้านยาซวนหลิงของเ้าก็จะได้รับยาเพิ่มขึ้นอีก” เสียงของผู้าุโแปดดังขึ้น
หลังผ่านไปหนึ่งก้านธูปอวิ๋นโม่ที่ทำท่าเดินเล่นอยู่บนถนนก็ดึงญาณหยั่งรู้กลับมา เขาเกิดความสงสัยตาเฒ่าผู้นั้นจะขายยา แล้วทำไมต้องทำตัวลับๆ ล่อๆ ด้วย
เมื่อไม่ได้ยินเื่สำคัญอะไร อวิ๋นโม่ก็เตรียมจะกลับขณะผ่านมุมถนนก็เหลือบเห็นโรงประมูลโดยบังเอิญ จึงตบหน้าผากอย่างเพิ่งนึกขึ้นได้
“มัวแต่วุ่นวายกับการหลอมยาจนลืมเื่ซื้อตั๋วไปเลย!”
อีกสามวันจะเป็วันประมูลถุงเฉียนคุนแล้วหากคิดจะประมูลถุงเฉียนคุนอย่างลับๆ เขาจำเป็ต้องซื้อตั๋วห้องส่วนตัวสักใบหากไม่รีบซื้อ ไม่แน่ว่าตั๋วอาจถูกขายหมดไปแล้ว
เด็กหนุ่มรีบกลับบ้าน เปลี่ยนมาใส่ชุดสีดำ และสวมหน้ากากเขาไม่กล้าเข้าร่วมการประมูลถุงเฉียนคุนอย่างโจ่งแจ้งเพราะเกรงจะนำมาซึ่งความยุ่งยากไม่จบสิ้น
แม้จะดึกมากแล้ว แต่จุดขายตั๋วของสถานที่จัดประมูลยังคงมีคนต่อแถวยาวอวิ๋นโม่ร้อนใจแต่ก็จำต้องต่อท้ายแถว
หลังจากรอคอยอย่างกระวนกระวายอยู่พักหนึ่งแถวด้านหน้าอวิ๋นโม่ก็เหลือเพียงหนึ่งคนแล้ว
“ซื้อตั๋วห้องส่วนตัวหนึ่งใบ”
“เหอะๆ นับว่าท่านโชคดีตั๋วห้องส่วนตัวห้อง์และห้องปฐีต่างก็ขายหมดแล้วตอนนี้เหลือเพียงตั๋วห้องอักษรมนุษย์สองใบเท่านั้นหากท่านช้ากว่านี้นิดเกรงว่าคงไม่เหลือแล้ว” เด็กขายตั๋วยิ้มต่อ
“หา เหลือแต่ห้องอักษรมนุษย์เท่านั้นหรือ ช่างเถอะๆ ใครใช้ให้การประมูลครั้งนี้โด่งดังขนาดนี้กันยังดีที่ข้าได้ข่าวทันเวลาไม่เช่นนั้นเกรงว่าแม้แต่ตั๋วห้องส่วนตัวอักษรมนุษย์ก็คงซื้อไม่ทันแล้ว”
“หึๆ หากท่านมาช้าอีกสักหน่อย แม้แต่ตั๋วที่นั่งธรรมดาก็คงไม่มีแล้ว!”
“แรงดึงดูดของถุงเฉียนคุนมากเกินไปแล้วคนมากมายรู้ทั้งรู้ว่าไม่มีคุณสมบัติจะซื้อก็ยังคิดจะไปดูการประมูลการประมูลครั้งนี้คงจะครึกครื้นที่สุดในรอบหลายปีนี้เลยใช่ไหม!”
“นั่นย่อมแน่นอน ถุงเฉียนคุนเชียวนะ!” เด็กขายตั๋วเลียริมฝีปาก
อวิ๋นโม่ที่อยู่ด้านหลังผ่อนลมหายใจอย่างโล่งอกยังดีที่มีห้องส่วนตัวเหลืออยู่อีกหนึ่งห้อง
“ข้า้าซื้อตั๋วห้องส่วนตัวหนึ่งใบ!” อวิ๋นโม่นำเหรียญทองออกมาเตรียมจ่ายค่าตั๋ว
ทันใดนั้นก็มีคนถลันเข้ามา
“หลีกไป หลีกไป!”
เด็กหนุ่มผู้หนึ่งะโใส่อวิ๋นโม่แต่อวิ๋นโม่กลับยืนนิ่งเหมือนเจดีย์เหล็กไม่เคลื่อนไหวแม้แต่น้อย
“เอ๋ เ้าเด็กนี่ ดูไม่ออกเลยว่าตัวหนักอยู่บ้าง!” เด็กหนุ่มผู้นั้นมองอวิ๋นโม่ขึ้นๆ ลงๆ
“อยากซื้อตั๋วก็ไปต่อแถวด้านหลังโน่น!” อวิ๋นโม่เอ่ยพลางขมวดคิ้วมือข้างหนึ่งผลักเด็กหนุ่มผู้นั้นออกไป
“เ้า!” คนผู้นั้นถอยหลังไปหลายสิบก้าวจึงหยุดลงมันมองอวิ๋นโม่ด้วยสายตาขุ่นเคือง กำหมัดได้ก็ทะยานเข้ามา
“หยุดมือ!” เด็กหนุ่มผู้สวมชุดสีเงินเอ่ยขึ้นทั้งร่างแผ่กลิ่นอายผู้สูงศักดิ์ “คุณชายท่านนี้ข้าต้องขอโทษในความไร้มารยาทของบ่าวรับใช้ของข้าด้วย!”เด็กหนุ่มชุดสีเงินประสานหมัด
“ไม่เป็ไร” อวิ๋นโม่ตอบจากนั้นหันไปซื้อตั๋วต่อ
เด็กหนุ่มผู้นั้นพลันเอ่ยปากขึ้นอีกครั้ง “สหายท่านนี้ข้าสามารถปรึกษากับท่านเื่หนึ่งได้หรือไม่”ใบหน้าของเขามีรอยยิ้มทั้งยังเปี่ยมมารยาท
“มีเื่อะไร” อวิ๋นโม่ไม่เข้าใจ เขาเพียง้ารีบซื้อตั๋วห้องส่วนตัวเขาไม่รู้จักเด็กหนุ่มผู้นี้ คิดไม่ออกว่าเคยเจอหน้ามาก่อนหรือไม่
เด็กหนุ่มที่ถูกอวิ๋นโม่ผลักออกไปรีบเดินเข้ามา เชิดหน้าเอ่ยเสียงสูง“คุณชายของเรา้าแทรกแถว! เ้ารีบถอยออกไป!”
น้ำเสียงที่เปล่งออกมาราวกับสั่งบ่าวรับใช้ก็มิปาน!
อวิ๋นโม่กวาดตามองคนผู้นั้นด้วยสายตาเ็าวูบหนึ่งจากนั้นหรี่ตาหันไปมองเด็กหนุ่มชุดสีเงิน
ครั้งนี้เด็กหนุ่มชุดสีเงินไม่ได้ขัดขวางบ่าวรับใช้ แต่ยิ้มน้อยๆ กล่าว“สหายท่านนี้ ข้า้าซื้อตั๋วห้องส่วนตัวสักใบหากตอนนี้ไปต่อแถวเกรงว่าประเดี๋ยวคงไม่ทันแล้วดังนั้นไม่ทราบว่าพอจะให้ข้าแทรกแถวได้หรือไม่”
ท่าทางเหมือนจะเกรงใจ แต่ความหมายในคำพูดกลับไม่เปิดโอกาสให้ปฏิเสธ
………………………………………
*丈Zhàng หน่วยระบุความยาว 1 จั้งยาวประมาณ 3.33 เมตร