บทที่ 1: จุดเริ่มต้นของความลับ
“โอ๊ย! คนเยอะชะมัด…”
กรถอนหายใจ ขณะดึงกระเป๋าเป้หนักอึ้งที่พาดอยู่บนไหล่ เด็กหนุ่มจากต่างจังหวัดมองไปรอบ ๆ ด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความสับสน
เสียงพูดคุยจ้อกแจ้กของนักศึกษารอบตัวทำให้เขารู้สึกโดดเดี่ยวอย่างบอกไม่ถูก ตึกสูงระฟ้าของมหาวิทยาลัยทำให้เขารู้สึกตัวเล็กลงเรื่อย ๆ ยิ่งเมื่อเปรียบเทียบกับนักศึกษาคนอื่นที่ดูมั่นใจและเต็มไปด้วยเพื่อนฝูง
"มหาวิทยาลัยนี้มันใหญ่กว่าที่คิดแฮะ…"
เขาไม่ได้พูดกับใคร แค่พึมพำกับตัวเองเพื่อทำลายความอึดอัดในใจเท่านั้น
กรคือเด็กหนุ่มธรรมดา ๆ จากครอบครัวเล็ก ๆ ที่มาจากต่างจังหวัด การได้เข้ามาเรียนมหาวิทยาลัยในกรุงเทพฯ ถือเป็ความฝันที่เขาภูมิใจ แต่ความฝันนี้ก็มาพร้อมกับความกดดัน
เขาไม่รู้จักใครในกรุงเทพฯ เลย ไม่มีเพื่อนสนิทสักคนในมหาวิทยาลัย
ขณะที่กรกำลังเดินผ่านพื้นที่กิจกรรมของมหาวิทยาลัย สายตาของเขาก็ไปสะดุดกับบูธชมรมที่ตั้งเรียงรายอยู่เต็มลานกว้าง
"สนใจเข้าชมรมดนตรีไหมครับ? เรามีเวทีให้แสดงทุกเดือนเลยนะ!"
"มาที่ชมรมฟุตบอลสิ! สนุกแน่นอน!"
เสียงเชิญชวนจากรุ่นพี่หลายคนทำให้เขาเริ่มประหม่า เขาไม่ใช่คนที่เก่งเื่การเข้าสังคม การตอบรับคำเชิญจากคนแปลกหน้าจึงดูเป็เื่ใหญ่สำหรับเขา
กรเดินเรื่อยเปื่อยผ่านบูธชมรมไปเรื่อย ๆ โดยไม่ได้ตั้งใจจะหยุดที่ไหนเป็พิเศษ แต่ในใจเขาก็แอบหวังว่าจะเจอชมรมที่เหมาะกับตัวเอง
เขาเดินมาเรื่อย ๆ จนกระทั่งมาหยุดที่ด้านหลังของอาคารกิจกรรมที่ดูเงียบจนวังเวง
"แปลกแฮะ… ตรงนี้ไม่มีใครผ่านสักคนเลย"
กรมองไปที่บันไดซึ่งทอดยาวขึ้นไปสู่ชั้นบนสุดของอาคาร ขณะที่เขากำลังชั่งใจว่าจะเดินเข้าไปสำรวจดีไหม สายตาของเขาก็ไปสะดุดกับบางสิ่งที่ไม่คาดคิด
ผู้หญิงคนหนึ่งเดินผ่านหน้าเขาไป เธอมีรูปร่างสูงโปร่ง ผิวขาว ใบหน้าสวยกว่าใครที่เค้าเคยเห็นมา
"นั่นใครน่ะ ทำไมผู้หญิงสวยขนาดนี้ถึงมาเดินอยู่ที่นี่คนเดียว?" เค้าคิดในใจ
กรยืนมองเธอคนนั้นจนลืมกระพริบตา
หญิงสาวสวมชุดนักศึกษาที่ดูเหมือนจะธรรมดา แต่เสื้อรัดรูปที่เผยให้เห็นทรวดทรงสวยงาม และกระโปรงสั้นที่พลิ้วไปตามลม กลับทำให้เธอดูโดดเด่นกว่าคนทั่วไป
เธอเดินอย่างสง่างามขึ้นบันไดไปยังชั้นบนของอาคารกิจกรรม โดยไม่แม้แต่จะสนใจคนรอบข้าง
"หรือว่า… เธอเป็นักศึกษาที่นี่?"
ความอยากรู้ทำให้กรตัดสินใจเดินตาม
กรเดินตามเธอขึ้นมาจนถึงชั้นบนสุดของอาคาร ก้าวเท้าช้า ๆ ไปตามทางเดินที่เงียบสงัด
หญิงสาวคนนั้นหยุดอยู่หน้าห้องห้องหนึ่งที่มีป้ายเขียนว่า “ชมรมการละคร”
"เธอเป็สมาชิกชมรมการละครงั้นเหรอ?"
กรมองผ่านช่องประตูที่เปิดแง้มไว้ เขาเห็นเธอเดินเข้าไปในห้องแล้วหายไปข้างใน
กรลังเลว่าจะเดินเข้าไปดีไหม แต่ความสงสัยและความประทับใจแรกพบก็ชนะใจเขาในที่สุด เขาเดินไปแอบมองผ่านช่องประตูเล็ก ๆ
สิ่งที่เขาเห็นข้างในห้องนั้นทำให้เขาอ้าปากค้าง
หญิงสาวแสนสวยที่เค้าเห็น ตอนนี้กำลัง… ถอดิัของตัวเองออก!
เบื้องหน้าของเขาคือชายหนุ่มร่างสูง ผิวเข้ม ที่ยืนอยู่พร้อมกับชุดิัที่ถูกถอดออกมาวางไว้บนเก้าอี้
“โธ่เว้ย! ชุดนี่มันรัดไปหน่อยแฮะ”
เสียงทุ้มต่ำของชายหนุ่มทำให้กรแน่ใจว่านี่ไม่ใช่ผู้หญิงแน่นอน
หัวใจของเขาเต้นแรงจนรู้สึกได้ เขารีบถอยหลังทันที แต่เท้าเ้ากรรมดันไปเตะกับถังขยะที่วางอยู่ใกล้ประตู เสียงดัง "ปัง!" ทำให้ชายหนุ่มในห้องหันมาทันที
"เฮ้ย! ใครน่ะ!?"
กรตัวแข็งทื่อ พยายามจะหันหลังวิ่งหนี แต่สายเกินไป ชายหนุ่มในห้องพุ่งมาเปิดประตูและคว้าแขนเขาไว้
"นายเห็นอะไรไปบ้าง!?"
"ผม… ผมไม่ได้ตั้งใจครับ!" กรพูดเสียงสั่น พยายามแก้ตัว
ชายหนุ่มลากเขาเข้ามาในห้อง ปิดประตูล็อกอย่างรวดเร็ว
“นายเป็ใคร? แล้วมาที่นี่ทำไม?” ชายหนุ่มถามเสียงแข็ง
“ผมแค่… แค่ผ่านมา…”
“โกหก! นายแอบดูฉันใช่ไหม?”
“ผมเปล่านะครับ!”
ชายหนุ่มถอนหายใจแรง ก่อนจะทิ้งตัวลงนั่งบนเก้าอี้ เขามองกรด้วยสายตาเหนื่อยหน่าย
"โอเค… ใจเย็น แล้วฉันฟังนะ ฉันชื่อ 'โจ้' เป็ประธานชมรมการละคร ที่นายเห็นอะไรไปเมื่อกี้ ห้ามบอกใครเด็ดขาด เข้าใจไหม?"
"เอ่อ… คือ…"
"นี่มันไม่ใช่เื่เล่น ๆ ถ้าความลับเื่นี้หลุดออกไป นายกับฉันจะซวยทั้งคู่!"
"มันคืออะไรเหรอครับ? ผมไม่เข้าใจเลย…"
พี่โจ้ลุกขึ้น เดินไปหยิบชุดิัที่วางอยู่บนเก้าอี้ขึ้นมา มันดูเหมือนิัมนุษย์จริง ๆ ทุกประการ ั้แ่สีสันจนถึงลักษณะของเส้นเืที่ปรากฏบนพื้นผิว
"นี่คือเทคโนโลยีลับที่รัฐบาลร่วมมือกับมหาวิทยาลัยของเราในการพัฒนา มันช่วยให้คนธรรมดา ๆ สามารถแปลงร่างเป็ใครก็ได้"
กรจ้องมองสิ่งที่อยู่ในมือพี่โจ้ด้วยความตื่นตระหนก
"แล้ว… แล้วทำไมพี่ถึงต้องใช้มัน?"
"เหตุผลส่วนตัวน่ะ" พี่โจ้ยักไหล่ ก่อนจะเปลี่ยนท่าทีเป็จริงจัง "แต่สิ่งสำคัญคือ นายห้ามบอกใคร ไม่อย่างนั้น นายจะเดือดร้อนแน่!"
กรพยักหน้าหงึกหงัก
ก่อนที่กรจะได้พูดอะไรต่อ พี่โจ้ก็หยิบแฟ้มเอกสารออกมาจากลิ้นชักโต๊ะ พร้อมกับปากกา
"นี่… อ่านแล้วเซ็นซะ"
"อะไรครับ?"
"สัญญารักษาความลับ ในนั้นบอกไว้ว่านายต้องไม่พูดเื่นี้กับใครเด็ดขาด ไม่ว่าจะเป็เพื่อนสนิท คนรักหรือแม้แต่ครอบครัวเองก็ตาม และ…" พี่โจ้หยุด ก่อนจะยิ้มเ้าเล่ห์
"นายต้องเข้าชมรมการละครเพื่อรับผิดชอบสิ่งที่เห็น"
"อะไรนะครับ!? ทำไมผมต้องเข้าชมรมด้วย?"
"ก็เพราะนายเห็นความลับที่ไม่ควรเห็นยังไงล่ะ!"
กรลังเล แต่สุดท้ายก็ไม่มีทางเลือกอื่น เขาหยิบปากกาขึ้นมาเซ็นชื่อบนกระดาษสัญญา
"ยินดีต้อนรับสู่ชมรมการละคร!" พี่โจ้พูดพร้อมกับยื่นมือมาให้จับ