ร้านหลบมุมคาเฟ่: เปิดร้านอาหารเชื่อมต่างโลกกลางกรุงเทพฯ

    ตอนที่ 15: ระบบความปลอดภัยขั้นต้นและช่องระบายความร้อน

    ไอความร้อนภายนอกเริ่มเบาบางลงเมื่อดวงอาทิตย์คล้อยลับขอบฟ้ากรุงเทพมหานคร

     

    บรรยากาศภายในร้านยังสงบและอบอวลด้วยกลิ่นหอมหวานจางๆ ของชาไทยโบราณ

     

    นนท์ยืนจ้องหน้าจอระบบสีฟ้าที่ส่องสว่างนวลตาตรงกลางห้องโถง

     

    หน้าจอแสดงผลเปลี่ยนภาพพื้นหลังอย่างงดงามเพื่อรับเลเวล 5 ของร้าน

     

    [ระบบร้านค้าข้ามมิติเข้าสู่ เลเวล 5 สำเร็จ!]

     

    [เปิดระบบวิเคราะห์พื้นที่และระบบแจ้งเตือนความปลอดภัย]

     

    [เริ่มสแกนโดยรอบตึกแถวและประตูมิติ...]

     

    *วูบ... วูบ...*

     

    แสงสีฟ้าแผ่ออกจากหน้าจอระบบราวกับคลื่นน้ำ สแกนกำแพงปูนเก่าและประตูไม้ทั่วทุกซอกมุม

     

    แผนที่ของร้านและเส้นเชื่อมต่อมิติแสดงผลขึ้นมา พร้อมกับไฟสีแดงกะพริบถี่

     

    [แจ้งเตือนความเสี่ยงด้านความปลอดภัยระดับปานกลาง!]

     

    [ตรวจพบรอยรั่วไหลของกลิ่นอายพลังงานมิติตามขอบประตูหลังร้าน]

     

    [กลิ่นหอมของอาหารและพลังมานาที่แผ่ออกไป อาจดึงดูดกลุ่มผู้ล่ามิติ]

     

    [คำแนะนำ: ติดตั้ง 'ระบบป้องกันภัยระดับ 1' เพื่อสร้างม่านแสง Peaceful Boundary]

     

    [แต้มมิติที่ใช้ติดตั้ง: 100 แต้ม]

     

    นนท์ขมวดคิ้วมองค่าใช้จ่ายร้อยแต้มด้วยความรู้สึกเสียดาย

     

    ทว่าความปลอดภัยของชีวิตพวกเขาต้องมาก่อนสิ่งอื่นใด

     

    "ระบบป้องกันภัยหรือคะพี่นนท์"

     

    เอลวิน่าก้าวเข้ามาดูใกล้ๆ ใบหูเรียวขยับเบาๆ ด้วยความระแวดระวัง

     

    "ต่างโลกของฉัน มีพวกที่ไม่เป็๲มิตรกับใครอยู่เต็มไปหมดเลยค่ะ"

     

    แววตาของเอลฟ์สาวฉายแววกังวลใจอย่างเห็นได้ชัด

     

    "โดยเฉพาะพวก 'ผู้ล่าต่างโลก' หรือ 'Void Syndicate' ที่คอยดักปล้นชิงและทำลายดินแดนที่ไร้ทางสู้"

     

    "ถ้าพวกมันพบประตูมาฝั่งโลกมนุษย์ที่ปราศจากเวทมนตร์ล่ะก็... จะต้องเกิดเ๱ื่๵๹ร้ายแรงขึ้นแน่ค่ะ"

     

    คำพูดของเอลวิน่าทำให้นนท์ตัดสินใจทันทีโดยไม่ต้องลังเล

     

    "ขอบคุณที่เตือนครับเอลวิน่า เราต้องรีบติดตั้งระบบนี้เดี๋ยวนี้เลย"

     

    นนท์เอื้อมมือแตะตกลงบนหน้าจอมิติสีฟ้า

     

    [ยืนยันการใช้แต้มมิติ 100 แต้ม เพื่อติดตั้งระบบป้องกันภัยระดับ 1...]

     

    [แต้มมิติสะสมคงเหลือ: 50 แต้ม]

     

    *วิ้ง!*

     

    ละอองแสงสีฟ้านับล้านพรั่งพรูออกจากหน้าจอ ลอยไปเคลือบตามแนวกรอบหน้าต่างและผนังปูน

     

    ม่านแสงโปร่งใสแผ่คลุมประตูด้านหลังร้านอย่างหนาแน่น ก่อนจะเลือนหายวับเข้าไปในเนื้อไม้

     

    [ติดตั้งระบบป้องกันภัยระดับ 1: Peaceful Boundary เสร็จสมบูรณ์]

     

    [คุณสมบัติ: ตรวจจับจิตมุ่งร้าย ปิดกั้นกลิ่นอายรั่วไหล และสะท้อนสิ่งมีชีวิตที่มีเจตนาร้าย]

     

    นนท์ถอนหายใจออกมาเบาๆ รู้สึกโล่งอกไปอีกเปลาะหนึ่ง

     

    "เรียบร้อยแล้วครับ อย่างน้อยตอนนี้ร้านเราก็มีเกราะป้องกันแล้ว"

     

    "ม่านพลังเมื่อกี้หนาแน่นและมั่นคงมากเลยค่ะพี่นนท์"

     

    เอลวิน่ายิ้มกว้างออกมาพลางเริ่มจัดเก้าอี้เพื่อเตรียมปิดร้าน

     

    เวลาล่วงเลยจนถึงเที่ยงคืน ไฟในร้านหลบมุมคาเฟ่ดับลง เหลือเพียงโคมไฟสลัวสีส้มตรงเคาน์เตอร์

     

    นนท์กำลังเช็ดแก้วใบสุดท้ายเสร็จ กำลังจะขึ้นไปนอนพักผ่อนที่ชั้นสาม

     

    *กริ๊ง...*

     

    เสียงกระดิ่งลมเหล็กหลังร้านดังสั่นสั้นๆ และห้วนกระชั้น

     

    พลันอุณหภูมิในร้านดิ่งวูบลงเฉียบพลัน เกิดเป็๲ไอฝ้าสีขาวลอยอวลในอากาศ

     

    นนท์ชะงักมือทันที แววตาภายใต้แว่นทรงกลมฉายความเครียดเกร็ง

     

    เอลวิน่ารีบก้าวลงจากชั้นสามมายืนสแตนด์บายข้างนนท์ ปลายนิ้วเรืองแสงเวทมนตร์ดาวตกสีเขียวสด

     

    *ครืด... ครืด...*

     

    เสียงโลหะแหลมสูงขูดขีดบานประตูด้านนอกของประตูด้านหลังร้าน

     

    ผ่านกระจกเงาบานเล็กบนประตู นนท์มองเห็นเงาร่างลึกลับในชุดคลุมสีดำสนิท

     

    ร่างนั้นซูบผอมและโย่งสูง คลุมด้วยผ้าพันแผลสีเทาเข้มกับเสื้อคลุมขาดวิ่น

     

    มือกระดูกดำเกรียมในถุงมือเหล็กแหลม กำลังขูดหาซอกมุมบานประตูหวังจะงัดแงะเข้ามา

     

    มันคือหนึ่งในสมาชิกกลุ่ม 'ผู้ล่าต่างโลก (Void Syndicate)' ที่แกะรอยตามกลิ่นมานามา

     

    ร่างดำมืดพยายามก้าวเท้าข้ามผ่านแนวกึ่งกลางประตูล้ำเข้ามาฝั่งโลกมนุษย์

     

    ทว่าเพียงแค่ปลายเท้ากระดูกแตะเส้นประตู...

     

    *เปรี้ยง!*

     

    ม่านแสงสีฟ้าของ Peaceful Boundary วาบสว่างจ้าขึ้นมาราวสายฟ้าฟาด

     

    พลังงานสะท้อนกลับอันรุนแรงดีดร่างในชุดคลุมสีดำ ปลิวละลิ่วกลับไปในความมืดมิติอย่างจัง

     

    *ฟู่!*

     

    เสียงไอร้อนไหม้และเสียงกรีดร้องโหยหวนแหบแห้งแว่วมา ก่อนประตูมิติจะปิดลงสนิททันที

     

    [แจ้งเตือนระบบ: สะท้อนกลับสิ่งมีชีวิตผู้มีเจตนาร้ายระดับต่ำสำเร็จ 1 ราย]

     

    ความอุ่นสบายดั้งเดิมไหลเวียนกลับมาสู่ร้านหลบมุมคาเฟ่อีกครั้ง

     

    นนท์ผ่อนลมหายใจยาว หลังเสื้อเปียกชุ่มไปด้วยเหงื่อเย็นเฉียบ

     

    "สะ... สะท้อนกลับไปแล้วค่ะพี่นนท์!"

     

    เอลวิน่าเอ่ยพลางเก็บพลังเวทมนตร์ในมืออย่างโล่งอก

     

    "เป็๲อย่างที่คิดไว้จริงๆ คิดถูกแล้วครับที่ยอมจ่ายแต้มมิติ๻ั้๹แ๻่แรก"

     

    นนท์จ้องมองประตูด้านหลังร้านด้วยแววตาเด็ดเดี่ยวขึ้นกว่าเก่า

     

    "หากไม่มีม่านพลังป้องกันนี้ พวกมันคงข้ามมาสร้างความเดือดร้อนให้โลกฝั่งนี้แล้ว"

     

    ชายหนุ่มตระหนักดีว่าจากนี้ไป ร้านของเขาไม่ใช่แค่ที่ทำมาหากินธรรมดาอีกต่อไป

     

    แต่มันคือจุดยุทธศาสตร์สำคัญที่เชื่อมมิติ ซึ่งรายล้อมด้วยโอกาสและอันตราย

     

    นนท์หันมาแตะบ่าพนักงานสาวเบาๆ

     

    "พวกเราต้องระวังตัวให้มากขึ้นนะเอลวิน่า แต่ไม่ต้องห่วง... ผมจะรักษาร้านนี้ไว้ให้ดีที่สุด"

     

    "ค่ะพี่นนท์ ฉันก็จะช่วยดูแลพี่นนท์และร้านนี้อย่างสุดพลังเหมือนกันค่ะ!"

     

    เอลวิน่าสบตาพร้อมรอยยิ้มมั่นใจและเปี่ยมด้วยความเชื่อใจ

     

    ท่ามกลางราตรีอันมืดมิดของกรุงเทพฯ ร้านหลบมุมคาเฟ่ยังคงปิดไฟเงียบสงบและปลอดภัย เพื่อรอรับรุ่งอรุณใหม่