ไอความร้อนภายนอกเริ่มเบาบางลงเมื่อดวงอาทิตย์คล้อยลับขอบฟ้ากรุงเทพมหานคร
บรรยากาศภายในร้านยังสงบและอบอวลด้วยกลิ่นหอมหวานจางๆ ของชาไทยโบราณ
นนท์ยืนจ้องหน้าจอระบบสีฟ้าที่ส่องสว่างนวลตาตรงกลางห้องโถง
หน้าจอแสดงผลเปลี่ยนภาพพื้นหลังอย่างงดงามเพื่อรับเลเวล 5 ของร้าน
[ระบบร้านค้าข้ามมิติเข้าสู่ เลเวล 5 สำเร็จ!]
[เปิดระบบวิเคราะห์พื้นที่และระบบแจ้งเตือนความปลอดภัย]
[เริ่มสแกนโดยรอบตึกแถวและประตูมิติ...]
*วูบ... วูบ...*
แสงสีฟ้าแผ่ออกจากหน้าจอระบบราวกับคลื่นน้ำ สแกนกำแพงปูนเก่าและประตูไม้ทั่วทุกซอกมุม
แผนที่ของร้านและเส้นเชื่อมต่อมิติแสดงผลขึ้นมา พร้อมกับไฟสีแดงกะพริบถี่
[แจ้งเตือนความเสี่ยงด้านความปลอดภัยระดับปานกลาง!]
[ตรวจพบรอยรั่วไหลของกลิ่นอายพลังงานมิติตามขอบประตูหลังร้าน]
[กลิ่นหอมของอาหารและพลังมานาที่แผ่ออกไป อาจดึงดูดกลุ่มผู้ล่ามิติ]
[คำแนะนำ: ติดตั้ง 'ระบบป้องกันภัยระดับ 1' เพื่อสร้างม่านแสง Peaceful Boundary]
[แต้มมิติที่ใช้ติดตั้ง: 100 แต้ม]
นนท์ขมวดคิ้วมองค่าใช้จ่ายร้อยแต้มด้วยความรู้สึกเสียดาย
ทว่าความปลอดภัยของชีวิตพวกเขาต้องมาก่อนสิ่งอื่นใด
"ระบบป้องกันภัยหรือคะพี่นนท์"
เอลวิน่าก้าวเข้ามาดูใกล้ๆ ใบหูเรียวขยับเบาๆ ด้วยความระแวดระวัง
"ต่างโลกของฉัน มีพวกที่ไม่เป็มิตรกับใครอยู่เต็มไปหมดเลยค่ะ"
แววตาของเอลฟ์สาวฉายแววกังวลใจอย่างเห็นได้ชัด
"โดยเฉพาะพวก 'ผู้ล่าต่างโลก' หรือ 'Void Syndicate' ที่คอยดักปล้นชิงและทำลายดินแดนที่ไร้ทางสู้"
"ถ้าพวกมันพบประตูมาฝั่งโลกมนุษย์ที่ปราศจากเวทมนตร์ล่ะก็... จะต้องเกิดเื่ร้ายแรงขึ้นแน่ค่ะ"
คำพูดของเอลวิน่าทำให้นนท์ตัดสินใจทันทีโดยไม่ต้องลังเล
"ขอบคุณที่เตือนครับเอลวิน่า เราต้องรีบติดตั้งระบบนี้เดี๋ยวนี้เลย"
นนท์เอื้อมมือแตะตกลงบนหน้าจอมิติสีฟ้า
[ยืนยันการใช้แต้มมิติ 100 แต้ม เพื่อติดตั้งระบบป้องกันภัยระดับ 1...]
[แต้มมิติสะสมคงเหลือ: 50 แต้ม]
*วิ้ง!*
ละอองแสงสีฟ้านับล้านพรั่งพรูออกจากหน้าจอ ลอยไปเคลือบตามแนวกรอบหน้าต่างและผนังปูน
ม่านแสงโปร่งใสแผ่คลุมประตูด้านหลังร้านอย่างหนาแน่น ก่อนจะเลือนหายวับเข้าไปในเนื้อไม้
[ติดตั้งระบบป้องกันภัยระดับ 1: Peaceful Boundary เสร็จสมบูรณ์]
[คุณสมบัติ: ตรวจจับจิตมุ่งร้าย ปิดกั้นกลิ่นอายรั่วไหล และสะท้อนสิ่งมีชีวิตที่มีเจตนาร้าย]
นนท์ถอนหายใจออกมาเบาๆ รู้สึกโล่งอกไปอีกเปลาะหนึ่ง
"เรียบร้อยแล้วครับ อย่างน้อยตอนนี้ร้านเราก็มีเกราะป้องกันแล้ว"
"ม่านพลังเมื่อกี้หนาแน่นและมั่นคงมากเลยค่ะพี่นนท์"
เอลวิน่ายิ้มกว้างออกมาพลางเริ่มจัดเก้าอี้เพื่อเตรียมปิดร้าน
เวลาล่วงเลยจนถึงเที่ยงคืน ไฟในร้านหลบมุมคาเฟ่ดับลง เหลือเพียงโคมไฟสลัวสีส้มตรงเคาน์เตอร์
นนท์กำลังเช็ดแก้วใบสุดท้ายเสร็จ กำลังจะขึ้นไปนอนพักผ่อนที่ชั้นสาม
*กริ๊ง...*
เสียงกระดิ่งลมเหล็กหลังร้านดังสั่นสั้นๆ และห้วนกระชั้น
พลันอุณหภูมิในร้านดิ่งวูบลงเฉียบพลัน เกิดเป็ไอฝ้าสีขาวลอยอวลในอากาศ
นนท์ชะงักมือทันที แววตาภายใต้แว่นทรงกลมฉายความเครียดเกร็ง
เอลวิน่ารีบก้าวลงจากชั้นสามมายืนสแตนด์บายข้างนนท์ ปลายนิ้วเรืองแสงเวทมนตร์ดาวตกสีเขียวสด
*ครืด... ครืด...*
เสียงโลหะแหลมสูงขูดขีดบานประตูด้านนอกของประตูด้านหลังร้าน
ผ่านกระจกเงาบานเล็กบนประตู นนท์มองเห็นเงาร่างลึกลับในชุดคลุมสีดำสนิท
ร่างนั้นซูบผอมและโย่งสูง คลุมด้วยผ้าพันแผลสีเทาเข้มกับเสื้อคลุมขาดวิ่น
มือกระดูกดำเกรียมในถุงมือเหล็กแหลม กำลังขูดหาซอกมุมบานประตูหวังจะงัดแงะเข้ามา
มันคือหนึ่งในสมาชิกกลุ่ม 'ผู้ล่าต่างโลก (Void Syndicate)' ที่แกะรอยตามกลิ่นมานามา
ร่างดำมืดพยายามก้าวเท้าข้ามผ่านแนวกึ่งกลางประตูล้ำเข้ามาฝั่งโลกมนุษย์
ทว่าเพียงแค่ปลายเท้ากระดูกแตะเส้นประตู...
*เปรี้ยง!*
ม่านแสงสีฟ้าของ Peaceful Boundary วาบสว่างจ้าขึ้นมาราวสายฟ้าฟาด
พลังงานสะท้อนกลับอันรุนแรงดีดร่างในชุดคลุมสีดำ ปลิวละลิ่วกลับไปในความมืดมิติอย่างจัง
*ฟู่!*
เสียงไอร้อนไหม้และเสียงกรีดร้องโหยหวนแหบแห้งแว่วมา ก่อนประตูมิติจะปิดลงสนิททันที
[แจ้งเตือนระบบ: สะท้อนกลับสิ่งมีชีวิตผู้มีเจตนาร้ายระดับต่ำสำเร็จ 1 ราย]
ความอุ่นสบายดั้งเดิมไหลเวียนกลับมาสู่ร้านหลบมุมคาเฟ่อีกครั้ง
นนท์ผ่อนลมหายใจยาว หลังเสื้อเปียกชุ่มไปด้วยเหงื่อเย็นเฉียบ
"สะ... สะท้อนกลับไปแล้วค่ะพี่นนท์!"
เอลวิน่าเอ่ยพลางเก็บพลังเวทมนตร์ในมืออย่างโล่งอก
"เป็อย่างที่คิดไว้จริงๆ คิดถูกแล้วครับที่ยอมจ่ายแต้มมิติั้แ่แรก"
นนท์จ้องมองประตูด้านหลังร้านด้วยแววตาเด็ดเดี่ยวขึ้นกว่าเก่า
"หากไม่มีม่านพลังป้องกันนี้ พวกมันคงข้ามมาสร้างความเดือดร้อนให้โลกฝั่งนี้แล้ว"
ชายหนุ่มตระหนักดีว่าจากนี้ไป ร้านของเขาไม่ใช่แค่ที่ทำมาหากินธรรมดาอีกต่อไป
แต่มันคือจุดยุทธศาสตร์สำคัญที่เชื่อมมิติ ซึ่งรายล้อมด้วยโอกาสและอันตราย
นนท์หันมาแตะบ่าพนักงานสาวเบาๆ
"พวกเราต้องระวังตัวให้มากขึ้นนะเอลวิน่า แต่ไม่ต้องห่วง... ผมจะรักษาร้านนี้ไว้ให้ดีที่สุด"
"ค่ะพี่นนท์ ฉันก็จะช่วยดูแลพี่นนท์และร้านนี้อย่างสุดพลังเหมือนกันค่ะ!"
เอลวิน่าสบตาพร้อมรอยยิ้มมั่นใจและเปี่ยมด้วยความเชื่อใจ
ท่ามกลางราตรีอันมืดมิดของกรุงเทพฯ ร้านหลบมุมคาเฟ่ยังคงปิดไฟเงียบสงบและปลอดภัย เพื่อรอรับรุ่งอรุณใหม่