บทที่ 55 รวดเร็วฉับไว
วันต่อมา ฉินต้าซานลุกขึ้นตั้งแต่น่าวจงขันรอบแรก
ไป๋อวี้ได้ยินเสียงจึงเปิดเปลือกตา และรู้สึกงุนงงเล็กน้อยว่าทำไมฟ้ามืดจัง
น่าวจงขันครั้งแรกประมาณตีสอง
เช้าเกินไปแล้ว...
ไป๋อวี้ขยับตัวเล็กน้อยอยากลุกขึ้น “นายทำอะไรน่ะ...”
เธอง่วงเหลือเกิน กลิ้งตัวบนเตียงครู่หนึ่งเหมือนลุกขึ้นแล้ว แต่ความจริงแล้วเปล่าเลย แถมยังกลิ้งตกลงจากเตียงเตาแล้ว
ฉินต้าซานย่อตัวรับ ยันตัวเธอเอาไว้ได้พอดี ไม่ถึงครึ่งวินาทีก็พลิกตัวเธอกลับไป
รวดเร็วจนไป๋อวี้ไม่รู้สึกตัวว่าเกิดอะไรขึ้น เธอเลยไม่เก้อเขินเลยสักนิด ยังไงซะเมื่อกี้เธอก็ยังสะลึมสะลืออยู่
เพราะฟ้ายังมืดอยู่ เธอเลยนอนคว่ำบนเตียง ยกขาคุยกับเขา
“ตอนเช้าอยากกินอะไร เดี๋ยวฉันทำให้”
ถึงจะพูดแบบนี้ แต่เธอไม่กระดิกกระเดี้ย ยังคงยกขานอนคว่ำอยู่อย่างนั้น
สิ่งที่เธอคิดคือ...
เพราะอยู่บ้านเขากินของบ้านเขา ต่อไปถ้าเธอมีรายได้มีคะแนนงานก็ไม่คิดจะให้เขาใช้...
ถ้างั้นอย่างน้อยก็ควรจะรับผิดชอบการใช้แรงงานสิ ถ้าทำต้องทำให้ดีที่สุด เป็นแม่บ้านก็ต้องให้ได้มาตรฐานเดียวกับแม่บ้านญี่ปุ่น
อย่างน้อย ๆ เธอก็คิดแบบนี้
ถึงตอนนี้เธอจะไม่อยากลุกจากเตียงสักนิดเลยก็ตาม
ฉินต้าซานไม่รู้ว่าเธอเกรงใจ ยังคงคิดว่าเธอกำลังพยายามประจบเอาใจเขา เพราะเหล่าภรรยาในหมู่บ้านใครจะลุกขึ้นมาทำอาหารทันทีที่สามีตื่น
“วันนี้ไม่ต้อง กลางวันทำของอร่อยรอฉันก็พอ”
พอไป๋อวี้ได้ฟังก็คิดในใจว่าเยี่ยมเลย ได้นอนต่อแล้ว
เธอรับคำว่า ‘อืม’ ก่อนจะกลิ้งตัวกลับไป
ส่วนฉินต้าซานที่อารมณ์ดีมาก ก็เชิดหน้าย่างสามขุมออกประตูไป
แต่เรื่องที่เขาออกไปจัดการไม่ค่อยเป็นเรื่องน่ายินดีเท่าไหร่นัก
……
ตอนนี้เป็นเวลาตีสองกว่า อีกสักพักกว่าคนในฉินเจียถุนที่ลงนาจะตื่น
แต่เวลานี้มีคนออกันเต็มนอกบ้านตระกูลจ้าวแล้ว
ตอนนี้แสงจันทร์ยังสว่างไสว สาดส่องพสุธาอันกว้างใหญ่ของฉินเจียถุน ทุกคนก็เลยไม่ได้ถือคบเพลิง สมาชิกกลุ่มล่าสัตว์อย่างหลี่เถียน หวังเถี่ยเซิงต่างก็ควบล่อคอยอยู่หน้าบ้านตระกูลจ้าวแล้ว
ฉินต้าซานควบล่อเข้ามา
“พี่ต้าซาน!”
“พี่!”
ฉินต้าซานพยักหน้า “ออกมาหรือยัง”
หลี่เถียนกล่าว “ยังเลย”
เพิ่งสิ้นคำพูด เสียงกรีดร้องของจ้าวต้าหมินก็ดังมาจากในบ้าน
สมาชิกกลุ่มล่าสัตว์สองคนชื่อหลิวหมี่กับหวังตุนเอ๋อร์ ล็อกแขนสองข้างของเขาแล้วลากออกมาจากข้างใน
“พ่อ! พ่อ! จะทำอะไรน่ะ! ทำอะไรกัน!”
“เมียจ๋า เมียจ๋า…”
เขาเรียกได้สองทีก็หยุดไป เพราะจ้าวโหย่วเต๋อใช้ผ้าผืนหนึ่งอุดปากเขาไว้
ป้าฮวาอุ้มหลานกลับเข้าไปในห้อง เธอทนดูภาพนี้ไม่ได้จริง ๆ
จ้าวอิ้งหงยืนตาแดงก่ำอยู่อีกทาง ปากเอ่ยว่า “ตั้งใจปรับปรุงตัว ถ้ากลับตัวได้ฉันจะรอนายกลับมา”
จ้าวต้าหมินทั้งตกใจและไม่อยากจะเชื่อ พยายามดีดดิ้นสุดแรงเกิด จนตอนนี้เขาก็ยังไม่เชื่อว่าพ่อแม่แท้ ๆ ของตัวเองจะกล้าส่งเขาไป
แต่ดิ้นรนไปแล้วมีประโยชน์อะไรล่ะ
เหล่าจ้าวตัดสินใจแล้ว
เขาดูแลหมู่บ้านใหญ่โตมานานปี มีคนหลายร้อยใช้ชีวิตใต้การปกครองของเขา จะไร้ความเด็ดขาดและแน่วแน่ได้ยังไง
หลิวหมี่กับหวังตุนเอ๋อร์ลากเขาออกมาแล้วยัดใส่เกวียนราวกับหมูตัวหนึ่ง เหล่าจ้าวเองก็ตามขึ้นไปนั่งด้วย
ฉินต้าซานก้มหน้ามองเหล่าจ้าวแวบหนึ่งแล้วกล่าว “ลุงอย่าตามไปเลย”
ใบหน้าอ้วนกลมของเหล่าจ้าวฉายความหนักแน่น “ไม่ ฉันจะไปด้วย”
มุมปากฉินต้าซานกระตุกยิก ๆ เขาไม่ค่อยอยากพาเหล่าจ้าวไปด้วยเลย แต่พอคิดไปคิดมาก็ช่างมันเถอะ เขาอยากตามไปก็แล้วแต่
จากนั้นเหล่าจ้าวก็ร้องไห้ไปตลอดทั้งทาง
ร้องสะอึกสะอื้นเสียงดัง
ฉินต้าซานนำกลุ่มล่าสัตว์รับผิดชอบคุมตัวไปส่ง อับอายขายหน้าไปตลอดทางจนถึงตัวอำเภอ
พอส่งจ้าวต้าหมินไปถึงสถานีตำรวจก็แจ้งความข้อหาก่อกวนและข่มขืน หลังตรวจสอบแล้วต้องดัดนิสัยในค่ายแรงงานอย่างน้อยสิบปี
ขากลับเหล่าจ้าวยังคงร้องไห้ฟูมฟาย ชนิดที่ปล่อยโฮออกมาอย่างไม่อายใคร
พวกฉินต้าซานลากชายชรากลับมาด้วยสีหน้าบึ้งตึงตลอดทาง จนกระทั่งจวนเข้าหมู่บ้านเขาถึงเงียบลงทันใด ลงไปล้างหน้าที่ลำธารข้าง ๆ จากนั้นก็เตือนพวกฉินต้าซานด้วยน้ำเสียงที่ขึ้นจมูกอย่างแรง
“กลับไปแล้วห้ามใครพูดอะไรทั้งนั้น!”
ฉินต้าซานคิดอย่างหงุดหงิดใจว่าไม่อยากพาเขาไปด้วยเพราะแบบนี้แหละ!
……
พอไป๋อวี้ตื่นมา ข่าวที่เหล่าจ้าวส่งลูกชายไปค่ายแรงงานด้วยตัวเองก็กระจายไปทั่วหมู่บ้านแล้ว ส่วนจอมตะกละฉินเสี่ยวซู่ปรี่ออกไปโดยที่ไม่โวยวายหาข้าวเช้าด้วยซ้ำ
สืบถามแล้วกลับมาตะโกนบอกไป๋อวี้ว่า “พ่อฉันไปจับคนแล้ว! พวกที่หวังเหลียนบอกก็จับไปหมดแล้ว! หลินเยี่ยนก็โดนจับเหมือนกัน! โดนข้อหาข่มขืนเหมือนกัน!”
ไป๋อวี้ตกใจจนรีบปิดหูฉินเสี่ยวกั่วเป็นพัลวัน
ฉินเสี่ยวซู่วิ่งเหงื่อซ่กเข้ามา “ทำไมเธอถึงโดนข้อหาข่มขืนด้วยล่ะ”
คำพูดหลายคำสุดท้ายพูดแบบไม่มีเสียง
ไป๋อวี้ให้ความรู้เขาอย่างระอาใจ “เพราะเธอเป็นคนพาคนไปไง”
ฉินเสี่ยวซู่ร้อง ‘อ้อ’ ก่อนจะวิ่งออกไปอีก
“เสี่ยวซู่ไม่กินข้าวเหรอ!”
“กิน ๆ ๆ เก็บไว้ให้ฉันหน่อย!”
ตอนนี้เขามีแรงเต็มสูบเอาไว้ใช้มุงดูเรื่องชาวบ้าน
ส่วนในหมู่บ้านตอนนี้ก็แตกฮือเหมือนระเบิด
คนส่วนใหญ่ลงนาไปตั้งแต่เช้าแล้ว แถมยังมีคนควบม้าควบล่อไปส่งข่าวที่ทุ่งหญ้าของฉินเจียถุนโดยเฉพาะ
ครั้งนี้เหล่าจ้าวเองก็รวดเร็วฉับไว เล่นเอาไป๋อวี้นับถือเลยทีเดียว
เธอรู้ว่าเรื่องนี้เร่งด่วนปล่อยไว้ไม่ได้ การที่เหล่าจ้าวเชือดไก่ให้ลิงดูหนนี้ ปัญหาที่ตามมาจะลดลงเป็นอย่างมาก ตามหลักเหตุผลมันก็เป็นแบบนั้น แต่พ่อแท้ ๆ ของผู้ร้ายอย่างเขาทำถึงขนาดนี้ได้ ไป๋อวี้ก็นับถือสุด ๆ
ถึงเธอจะไม่รู้ว่าเหล่าจ้าวถูกฉินต้าซานกดดันก็ตาม
…...
คืนนั้นเหล่าจ้าวเรียกประชุมหมู่บ้านอีกครั้ง
ตอนนี้ข้างล่างไม่มีคนก่อกวนและโวยวายอีกแล้ว เพราะคนที่ยืนอยู่บนเวทีคือเหล่าจ้าวที่กล้าส่งแม้แต่ลูกชายตัวเองเข้าคุก
ฉินต้าซานยังคงยืนคุมเชิงอยู่บนเวทีเช่นเดิม
ครั้งนี้ป้าฮวาก็มาด้วย เธอยืนอยู่ตรงมุมหนึ่ง
เหล่าจ้าวถือโทรโข่ง พูดตะกุุกตะกักอยู่ด้านบนด้วยเสียงขึ้นจมูกอย่างแรง...
“...ยุคใหม่ รูปโฉมใหม่ ไม่อนุญาตให้...เนื้อร้ายของสังคมเก่าทำลายประเทศจีนใหม่ของเรา ภายใต้รัศมีของพรรค สตรีแม่บ้านร่วมชาติ...”
ที่ประชุมเงียบงันผิดปกติ
ฉินต้าซานเหลือบมองเขาอยู่ข้าง ๆ
เหล่าจ้าวไม่ร้องไห้ ‘โฮ’ จนกระทั่งพูดประโยคเหล่านั้นเสร็จ เขาถึงได้ถอนหายใจอย่างโล่งอก
วันนี้หลังคุมตัวผู้ร้ายเข้าเมืองแล้ว เขาไม่รู้เลยด้วยซ้ำว่าจะอธิบายกับสมาชิกกลุ่มล่าสัตว์ยังไง...
ลุงจ้าวคนนี้ขี้แยมาตั้งแต่ไหนแต่ไร เพียงแต่ว่าตอนหลังแสดงละครเก่งขึ้นก็เท่านั้น
ดีที่ทุกคนถามแค่นิดหน่อย ตอนหลังก็แสดงออกว่าเข้าอกเข้าใจ
เพราะต้องส่งลูกชายเข้าค่ายแรงงานเองกับมือนี่นา
……
ครอบครัวฝั่งแม่สามีกับฝั่งแม่ของหวังเหลียนเห็นเหตุการณ์ทุกอย่าง ตอนแรกยังชักช้าอิดออดแต่วันต่อมาก็คืนเงินด้วยความเร็วแสง อาจจะตกหล่นไปบ้าง แต่คนอ่อนแออย่างแม่ม่ายหวังก็ไม่ถือสา
เพราะเรื่องนี้เอง สถานะของไป๋อวี้ในหมู่บ้านก็พลอยสูงขึ้นไปด้วยอย่างไม่มีสาเหตุ
ป้าฮวากับจ้าวอิ้งหงเริ่มแบ่งงานมากมายให้เธอทำมากขึ้น
เป็นงานด้านธุรการทั้งหมด วัน ๆ เธอเอาแต่ถือลูกคิดคำนวณอยู่อย่างนั้น ไม่ก็กอดสมุดขึ้นเหนือล่องใต้
ส่วนไป๋อวี้ที่ทำงานไม่ถึงเดือนมีรายได้ถึงสิบสี่หยวน!