ปู้จิงวิ่งตื๋อออกจากบ้านไปอย่างรวดเร็วหลิวซื่อที่เพิ่งออกจากเรือนมายังไม่ทันได้คุยกับลูกสาวก็เห็นเพียงแต่หลังไวๆ ของนางเท่านั้น
“พี่สะใภ้มีสิ่งใดให้ข้าช่วยหรือไม่เ้าคะ”หลิวซื่อเดินไปหาเหวินซื่อที่กำลังเชือดหมูป่าอยู่
“อืม…เ้าเอาถังเืนี่ไปต้มแล้วค่อยนึ่งเก็บไว้ทำกินวันหลังนะ”เหวินซื่อชี้นิ้วไปยังถังขนาดใหญ่ที่นางนำออกมารองเืหมูป่าจำนวนมาก
“ได้เ้าค่ะ”หลิวซื่อพยักหน้ารับคำอย่างว่าง่ายครอบครัวพวกนางมักจะแบ่งปันเหยื่อที่ล่ามาได้อยู่เสมอแม้แต่เงินที่ขายเหยื่อได้ก็ถูกรวบรวมเก็บเอาไว้เป็กองกลางกับแม่สามีมีเพียงเงินเล็กน้อยเท่านั้นที่แต่ละครอบครัวจะเก็บเอาไว้ใช้ส่วนตัว
ปู้จิงวิ่งขึ้นเขาไปไม่นานก็พบปู้ซานที่กำลังเหงื่อท่วมตัวจากการเร่งตัดท่อนไม้ให้เล็กลงเพื่อจะได้ลากกลับบ้านง่ายๆ นางรีบเข้าไปช่วยมัดท่อนไม้อย่างรวดเร็ว
“อ๊ะ!ท่านพ่อข้าออกแรงเยอะเกินไปจนไม้แตกแล้วเ้าค่ะ”ปู้จิงหันไปบอกพ่อด้วยสีหน้าเศร้านางหรือก็อุตส่าห์ออมแรงในการมัดแล้วนะไม่รู้ทำไมไม้พวกนี้ถึงได้เปราะบางขนาดนี้
“เฮ้อเ้าวางเอาไว้เถอะรอช่วยพ่อลากกลับบ้านก็แล้วกัน”ปู้ซานกลัวว่าหากปล่อยให้ลูกสาวเขามัดต่อไปไม้พวกนี้คงได้กลายเป็ผุยผงแน่
“เจ้าค่ะ”ปู้จิงพยักหน้าหงึกหงักอย่างน่ารักนางรู้ดีว่างานเบา ๆหลายอย่างตัวนางไม่สามารถช่วยเหลือพ่อกับแม่ได้ั้แ่เด็กแล้วที่นางพยายามจะช่วยน่าเสียดายที่ทุกครั้งเป็ต้องทำให้เกิดความเสียหายมากกว่าได้ช่วยเหลือปู้จิงจึงไม่คิดจะทำสิ่งใดเกินตัว
สามเค่อต่อมาในที่สุดสองพ่อลูกก็ได้ลากไม้หลายท่อนลงจากเขาเสียทีแน่นอนว่าปู้จิงลากไม้ท่อนใหญ่ที่ถูกมัดเอาไว้ได้อย่างสบายๆ นางฮัมเพลงเบา ๆอย่างมีความสุขที่วันนี้ได้ทำประโยชน์ให้ครอบครัวหลายอย่างเมื่อก่อนทุกคนเอาแต่บอกว่านางยังเด็กปู้จิงจึงไม่เคยได้ช่วยเหลือครอบครัวเลยมีเพียงป้าสะใภ้รองเท่านั้นที่ให้นางคอยเฝ้าดูน้องชายซึ่งอายุน้อยกว่านางสามปีโดยที่ปู้จิงคิดว่ามันเป็งานที่น่าเบื่อมากสำหรับนาง
“ท่านแม่เหตุใดนางจึงลากไม้ใหญ่ขนาดนั้นได้ขอรับ”เด็กรุ่นราวคราวเดียวกับปู้จิงเดินมาเห็นนางกำลังลากไม้อยู่จึงเอ่ยถามกับมารดาที่เดินมาข้างกันทันทีเขาเห็นใบหน้าน่ารักราวกับตุ๊กตากระเบื้องที่เคยเห็นในเมืองจึงอดสงสัยไม่ได้
“เจ้าอย่าได้ทำให้นางไม่พอใจเชียวนะไม่อย่างนั้นเ้าได้ถูกนางทำร้ายจนตายแน่รีบกลับบ้านกับแม่เร็วเข้าเถอะอย่ามัวแต่มองอยู่เลยน่า”มารดาของเด็กเห็นพลังอันมหาศาลของปู้จิงก็รีบตักเตือนลูกชายที่อ่อนแอของนางทันที
“ข้าทราบแล้วขอรับท่านแม่ข้าจะไม่เข้าใกล้นางเด็ดขาด”เด็กชายได้แต่รีบรับปากด้วยความหวาดกลัวเมื่อคิดว่านางจะทำร้ายเขาซึ่งตัวเล็กกว่าท่อนซุงของปู้จิงหลายเท่า
สายวันต่อมาข่าวเื่ปู้จิงก็แพร่กระจายไปทั่วทั้งหมู่บ้านบรรดาเด็กวัยเดียวกับนางต่างถูกพ่อแม่สั่งให้อยู่ห่างจากปู้จิงด้วยพวกเขากลัวว่านางจะเผลอทำร้ายลูกของพวกเขาข่าวลือถึงกับบอกว่าปู้จิงสามารถบี้พวกเขาให้กลายเป็ฝุ่นผงได้โดยใช้เพียงสองนิ้วเท่านั้น
บ้านปู้ที่กำลังยุ่งอยู่กับการตากเนื้อหมูป่าไม่รู้เลยว่าชาวบ้านเล่าลือเื่ปู้จิงไปถึงไหนต่อไหนกันแล้วกว่าพวกเขาจะรู้เื่เวลาก็ผ่านไปอีกหลายวันจนหาต้นตอคนปล่อยข่าวลือออกมาไม่ได้เสียแล้วเื่นี้สร้างความวุ่นวายใจให้คนบ้านปู้ไม่น้อย
“เฮ้อเหตุใดจึงมีข่าวเช่นนี้ออกมาได้นะแล้วหากปู้จิงโตขึ้นจะมีผู้ชายที่ไหนมาขอเล่า”จางซื่อได้แต่ทอดถอนหายใจเอ่ยขึ้นระหว่างมื้อเย็นในวันหนึ่ง
“ท่านแม่อย่ากังวลไปเลยเ้าค่ะข้าเชื่อว่ากว่าจะถึงวันนั้นข่าวลือพวกนี้ก็คงหายไปแล้ว”หลิวซื่อยังคงมองโลกในแง่ดีหน้าตาลูกสาวนางออกจะน่ารักเสียขนาดนี้ใครจะไม่ชอบบ้าง
“ก็จริงนะเ้าคะน้องสะใภ้สามพูดถูก”เหวินซื่อพยักหน้าเห็นด้วยทันทีนางมีหลานสาวแค่คนเดียวจึงทั้งรักทั้งทะนุถนอมปู้จิงมากมาตลอดถึงแม้ต่อหน้าหลานสาวเหวินซื่อจะมีท่าทีเป็ดังสตรีเ้าระเบียบมากแค่ไหนแต่เมื่อปู้จิงเอ่ยปากขอร้องเหวินซื่อจะรีบทำให้ทันที
“อืม…หวังว่าจะเป็อย่างที่พวกเ้าว่าล่ะนะรีบกินเถอะ”จางซื่อได้แต่ต้องรอให้เวลาผ่านไปเสียก่อนค่อยมาคิดอีกครั้งนางไม่ได้สนใจที่ลูกสะใภ้คนรองเอาแต่กินข้าวโดยไม่ออกความเห็นปกติแล้วเหมยซื่อมักจะเป็เช่นนี้อยู่แล้วนางี้เีแม้แต่จะคิดหรือพูดจาขนาดเลี้ยงลูกชายนางเองเหมยซื่อก็ยังพูดแทบจะนับคำได้เลย
บรรดาผู้ชายในบ้านไม่มีใครสนใจเื่เล็กน้อยเกี่ยวกับข่าวลือพวกเขากลับคิดกันว่าหากมีข่าวเช่นนี้ก็ยิ่งดีที่หลานสาวสุดที่รักไม่เป็ที่หมายปองของเด็กชายอ่อนแอเ่าั้พวกเขาไม่คิดว่าจะมีใครเหมาะสมกับปู้จิงแม้สักคนเดียวเพราะคนในหมู่บ้านต่างรู้จักมักจี่กันมานานหลายสิบปีแล้วบ้านไหนเป็อย่างไรมีหรือที่พวกเขาจะไม่รู้
สัปดาห์ต่อมา
วันนี้ปู้จิงขึ้นเขาไปอีกลูกหนึ่งแทนการขึ้นเขาลูกเดิมที่นางได้หมูป่ามาปู้ซานวันนี้ต้องไปช่วยพี่ใหญ่อย่างปู้กังตกปลาเขาจึงปล่อยให้ลูกสาวขึ้นเขาไปคนเดียวคนในบ้านปู้ไม่ใช่ไม่เป็ห่วงปู้จิงเพียงแต่พวกเขารู้ดีว่านางมีพลังมากแค่ไหนสัตว์ป่าธรรมดาไม่สามารถทำร้ายปู้จิงได้อย่างแน่นอนทุกคนจึงอนุญาตให้ปู้จิงขึ้นเขาไปพร้อมมีดพร้าด้ามใหญ่คนเดียวนางยังไม่เคยฝึกยิงธนูเพราะไม่มีธนูใดสามารถรับแรงง้างของนางได้ปู้จิงจึงต้องรอให้พ่อสะสมเงินไปสร้างธนูเหล็กกล้าให้นางสักคันหนึ่งเสียก่อน
“ล้า..ลา..ลา..วันนี้จะมีตัวอะไรให้ข้าล่าหนอเ้าสัตว์ทั้งหลาย ออกมาเร็วเข้า”ปู้จิงร้องเพลงไปวิ่งไปอย่างร่าเริงนางมีโอกาสได้ออกมาคนเดียวทั้งทีปู้จิงจึงคิดจะล่าสัตว์ให้ได้สักหลายตัวเพื่อนำกลับบ้านไปให้ทุกคนได้ทำกินกัน
ป่าตีนเขาด้านนี้ไม่ค่อยมีสัตว์สักเท่าใดนักส่วนใหญ่ที่ปู้จิงเห็นก็เป็พวกกระต่ายป่าซึ่งน่ารักจนนางล่าไม่ลงเลยทีเดียวปู้จิงจึงตัดสินใจเดินลึกเข้าไปในูเาอีก
“อืม…เหมือนว่าข้าจะเข้ามาลึกเกินไปหรือเปล่านะเนี่ย”ปู้จิงพึมพำขึ้นมาเมื่อเห็นว่ารอบตัวนางเงียบผิดปกติ
แซ่ก!!ควับ!!ตุ้บ!ตุ้บ!ตุ้บ!ตุ้บ!
วัวกระทิงตัวใหญ่ที่ไม่รู้มาจากที่ใดโผล่มาอย่างไม่ให้สุ้มให้เสียงพอปู้จิงเห็นเข้าก็ถึงกับใไปอึดใจหนึ่งแต่พอนางตั้งสติได้ปู้จิงก็คว้ามีดพร้าจากตะกร้าสะพายหลังออกมาตั้งท่าเตรียมพร้อมรับมือกับวัวกระทิงตัวเขื่องตรงหน้าทันที
ด้วยสภาพร่างกายขั้นเทพของปู้จิงวัวกระทิงที่พยายามจะทำร้ายนางกลับพลาดท่าล้มลงเมื่อปู้จิงตวัดปลายมีดพร้าใส่ขาของมันเต็มแรง
มอ!!อูม!กรู!!!!ฟึดฟัด!ฟึดฟัด!เปรี้ยง!
ปู้จิงตวัดปลายมีดพร้าลงที่หัวของวัวอย่างแรงจนไม่นานมันก็แน่นิ่งไปนางหอบหายใจแรงอย่างที่ไม่เคยเป็มาก่อนปู้จิงไม่คิดว่าวัวกระทิงั์ตัวนี้จะฆ่ายากเสียจริงทำเอาปู้จิงต้องใช้เรี่ยวแรงไปไม่น้อยกว่าจะทำให้มันสงบนิ่งลงได้
“แฮ่กๆ วัวตัวใหญ่ขนาดนี้น่าจะขายได้หลายตำลึงหากได้มากพอจะทำธนูข้าจะได้หัดยิงกับท่านพ่อได้สักที”ปู้จิงพูดไปด้วยและใช้เชือกมัดวัวเอาไว้ไปด้วย
หนึ่งชั่วยามต่อมาภาพปู้จิงที่กำลังลากวัวตัวใหญ่ั์ก็ทำเอาคนในหมู่บ้านต่างกรูกันหลบหลีกทางให้นางเป็พัลวันพวกเขาเพิ่งเคยเห็นเด็กตัวเล็กขนาดนี้ลากวัวใหญ่กว่าตนเองเป็ครั้งแรกยิ่งวันนี้ปู้จิงขึ้นเขาอีกลูกหนึ่งนางจึงต้องลากวัวผ่านหมู่บ้านและมีชาวบ้านต่างยืนดูนางเหมือนกับว่าปู้จิงเป็ตัวประหลาดแบบนี้แล้วก็ทำเอาปู้จิงอดทำสีหน้าบูดบึ้งขึ้นมาไม่ได้นางออกจะเก่งขนาดล่าวัวมาได้ทั้งทีแต่ชาวบ้านเหล่านี้กลับไม่มีใครชมนางสักคำปู้จิงได้แต่คิดว่าต้องรีบกลับบ้านไปให้ท่านปู่ท่านย่าชมคงดีกว่านางจึงเร่งฝีเท้าเร็วขึ้นจนฝุ่นตลบไปทั่วทางเดินในหมู่บ้านเต็มไปหมด
“แค่กๆ เพ้ย!นังหนูนี่จะรีบไปที่ใดกันฝุ่นคลุ้งไปหมดแล้วเนี่ย”ชาวบ้านคนหนึ่งที่ผ่านมารีบร้องขึ้นแล้วเอามือปิดปากปิดจมูกป้องกันฝุ่นทันที
“เจ้าจะเสียงดังทำไมกัน!หากนังหนูนั่นหันกลับมาเอาเื่เ้าซวยแน่”ชาวบ้านที่อยู่ใกล้รีบเอ่ยขัดขึ้นมาทันทีถึงแม้พวกเขาจะไม่เคยเห็นปู้จิงลงมือกับคนอื่นมาก่อนแต่ยังไงพวกเขาก็ต้องระมัดระวังตัวเองเอาไว้ก่อนเพื่อความปลอดภัย