“ฟางซิน..เ้ามาแล้วเช่นนั้นเรารีบไปกันเถิด” ไป่เยว่ชิงที่นั่งรออยู่บนรถม้าเอ่ยกับสหาย
“รอสาวใช้ของข้าก่อนนะ” ตู้ฟางซินเดินขึ้นรถม้าขนาดใหญ่ของสกุลไป่แต่ยังให้คนรถรอ จนเมื่อจินเมี่ยววิ่งมาถึงก็รีบขึ้นนั่งข้างๆ คนขับรถม้าแล้วทุกคนก็ออกเดินทาง
------++++++--------+
ร้านเครื่องประดับชงจือของสกุลตู้
ทันทีที่รถม้าคันใหญ่ของสกุลไป่จอดลงจินเมี่ยวก็เดินลงมารอรับฟางซินและเดินห่างออกมาปล่อยให้ซือโถวช่วยประคองไป่เยว่ชิงเอง
“คาราวะคุณหนูใหญ่ขอรับ สินค้ามารออยู่ในห้องจัดการแล้วขอรับ” เถ้าแก่ประจำร้านรีบเดินมาแจ้งข่าวพร้อมกับเดินตามหลังไม่ห่าง ทิ้งไป่เยว่ชิงกับซือโถวต้องเดินตามอย่างรวดเร็ว
“มีจำนวนเท่าใด?”
“สามหีบขอรับ”
คนฟังที่เดินตามหลังทำตาโตเพราะอยากได้เครื่องประดับแสนสวยมาก่อนที่จะนำวางขาย ตู้ฟางซินได้แต่ยกยิ้มเมื่อจินเมี่ยวเดินมาบอกกล่าวถึงกิริยาของพวกนาง
“ดียิ่ง ชำระเบี้ยไปแล้วใช่หรือไม่?”
“ขอรับ..ทั้งหมดรวมสี่พันตำลึงทอง”
“อืม” ฟางซินรับรู้และเดินเข้าห้องตรวจสินค้ากับจินเมี่ยวแต่ว่า..
“ฟางซินรอข้าด้วย!!!” ไป่เยว่ชิงเอ่ยเรียก “ข้าขอเข้าไปดูด้วยได้หรือไม่?”
ฟางซินหันมองสองนายบ่าวแล้วกล่าวว่า “เ้าเข้าได้แต่สาวใช้ซือโถวต้องรอด้านนอกห้องตรวจสินค้าก่อนนำวางขาย ข้าต้องตรวจราคาตามบัญชีก่อนหากสิ่งใดหายไปผู้ที่อยู่ด้านในจะต้องรับผิดชอบ”
“ได้ๆ” หันไปหาสาวใช้ “รอข้าด้านนอก” รีบเดินตามเข้าไปด้านในห้องจนประตูปิดลงซือโถวจึงเดินไปนั่งตรงข้ามกับห้องนั้น มีบ่าวชายยืนเฝ้าอยู่หน้าห้องสองคน
---+++++---++++---------+
หีบสินค้าใบแรกถูกฟางซินสั่งให้เถ้าแก่เปิดออก ด้านในมีสร้อยคอทองคำ มุก พลอยหลากหลายสี พร้อมใบรายการของสินค้าถูกส่งเข้ามือของฟางซิน ไป่เยว่ชิงลอบมองด้วยสายตาแวววาว ความอยากได้ฉายชัดออกมาบนใบหน้าจนน่าเกลียด
“งดงามยิ่งนัก ข้ามิเคยเห็นมุกงามขนาดนี้มาก่อน” เยว่ชิงชี้ไปที่มุกเม็ดใหญ่สีชมพูขนาดเท่ากำมือเด็กทารก
“นี่เป็มุกจากแม่น้ำที่ลึกที่สุดทางตอนใต้แต่ถูกย้อมมาหลากหลายวิธีแล้วหาใช่สิ่งราคาแพง” ฟางซินโป้ปด อันที่จริงมุกเม็ดนี้มิใช่ของหาง่ายและมิได้ถูกย้อมมาแถมราคาที่นางตั้งขายสูงถึงเจ็ดร้อยตำลึงทองเกือบครึ่งของราคาสินค้าในหนึ่งหีบด้วยซ้ำ
“เช่นนั้นรึ…แต่สวยงามมากข้าขอจับได้หรือไม่" เงยหน้ามองสหาย
“มิได้หรอก..ประเดี๋ยวจะเป็รอย” หันมองเถ้าแก่ “เอาไปใส่กล่องด้วย” เถ้าแก่ใช้ผ้าขาวรองมือแล้วจับไข่มุกเม็ดนั้นไป “เดี๋ยวข้าจะหาพลอยสีเหลืองสว่างราคาสูงให้เ้าดีหรือไม่?” หันหน้ามาแสร้งยิ้มทำท่าโง่งม “ของที่มิเคยมีผู้ใดในเมืองหลวงได้จับต้อง”
“ดียิ่งนัก…ขอบใจเ้ามากสหาย ขอบใจมาก” ไป่เยว่ชิงยิ้มตื่นเต้น
จนเวลาผ่านไปอีกหนึ่งเค่อฟางซินจึงยื่นพลอยสีเหลืองเม็ดใหญ่ครึ่งฝ่ามือให้นางแล้วกล่าวว่า
“นี่เป็พลอยจากหินในหุบเขาxxx หายากที่สุดในหลายแคว้นราคาเท่ากับครึ่งหนึ่งของสินค้าที่ข้าได้มาทั้งสามหีบนี้เลยล่ะ” ฟางซินเห็นดวงตาสหายสั่นไหวตื่นเต้น “ข้ายินดียกให้เ้า”
“ขอบใจเ้ามาก ขอบใจ” รีบจับพลอยขึ้นมาดูชม “สวยงามจริงๆ ข้าจะนำไปทำเครื่องประดับดีหรือไม่?”
“ดีสิ..เ้าจะสั่งทำที่ร้านของข้าเลยก็ได้ข้าไม่คิดราคาทั้งค่าพลอยทั้งค่าจ้างทุกอย่าง” ยิ้มหวาน
“ตกลงๆ ข้าทำที่ร้านเ้า” จับมือตู้ฟางซินเขย่าขึ้นลงอย่างดีใจ
“จินเมี่ยว…ส่งนางไปหาลุงมุ่ย”
“เ้าค่ะ” จินเมี่ยวยิ้มและจัดการตามที่คุณหนูสั่งทันที ลุงมุ่ยคือคนทำเครื่องประดับในร้านของนางมีฝีมือระดับปานกลางไม่ได้แย่เพียงแต่ความละเอียดในการแกะงานไม่ดีเท่าช่างในวัยหนุ่ม จินเมี่ยวรู้ดีว่าต้องทำยังไงต่อ
คล้อยหลังคุณหนูไป่ เถ้าแก่จึงถามคุณหนูของตนเองว่า “พลอยเม็ดนั้นในเมืองหลวงราคาเท่ากับรถม้าเพียงหนึ่งคันแถมมิมีผู้ใดนำมาทำเครื่องประดับ คุณหนูยกให้นางไปมิคิดว่าวันข้างหน้านางจะโกรธเคืองคุณหนูหรือขอรับ”
“ช่างนางเถิด สตรีเห็นแก่ตัวข้ามินับว่าเป็สหายที่ดีได้ หากวันหน้านางรับรู้ว่าสิ่งที่ข้ามอบให้นั้นราคาถูกแสนถูกแล้วมาโกรธเคืองข้า ข้าก็มิใส่ใจ” ก้มหน้าลงราคาสินค้าและพูดต่อ “หากวันใดที่นางมาดูของที่ร้านโดยมิมีข้ามาด้วยหวังว่าเถ้าแก่คงรู้นะว่าต้องทำอย่างไร”
“ขอรับ” เถ้าแก่รับคำ ‘เพิ่มราคาสินค้าสินะ’
ผ่านไปครึ่งชั่วยามทุกอย่างในห้องจัดการราคาสินค้าก็แล้วเสร็จตู้ฟางซินเดินออกมาจากห้องตามหลังมาด้วยเถ้าแก่
“ปิดกุญแจและเฝ้าห้องนี้ไว้อย่างดีที่สุดพรุ่งนี้ก็ทะยอยนำสินค้าออกมาวางขายทีละยี่สิบชิ้นรอสินค้ากลุ่มใหม่เข้ามาค่อยขายชุดเดิมออกจนหมด” ยื่นมือไปหาเถ้าแก่ที่ส่งกล่องไข่มุกสีชมพูที่มีเพียงม็ดเดียว “ข้าจะเอาสิ่งนี้ไปให้แม่ใหญ่” ซุกไว้ในแขนเสื้อแล้วเดินนำทุกคนออกมาด้านนอกที่เป็ร้านค้าเครื่องประดับทั่วไป
“คุณหนูเ้าคะ” จินเมี่ยวเดินปรี่เ้ามาหาพร้อมรอยยิ้ม
“มีสิ่งใด?”
“คุณหนูไป่ให้ลุงมุ่ยทำพลอยเป็เครื่องประดับติดบนผมเ้าค่ะ”
“ดีแล้ว” ฟางซินยิ้มแล้วเดินไปหาไป่เยว่ชิงที่นั่งจิบชา “เยว่ชิง หากเ้าจะกลับจวนก่อนข้าก็เชิญกลับได้เลยข้าต้องไปดูร้านอื่นอีกเดี๋ยวเ้าจะเบื่อ หากมีสิ่งของใดมาใหม่ข้าย่อมเก็บไว้ให้เ้า..ดีหรือไม่” ทำหน้าตาประจบประแจง
“ดีๆ อย่าลืมนะแล้วข้าจะช่วยเ้าเื่หาคู่ครองที่ดีเอง” ไปเยว่ชิงยิ้มอ่อน
“ขอบใจเ้ายิ่งนัก” ทั้งคู่เดินไปหน้าร้านพูดคุยเื่สัพเพเหระจนไป่เยว่ชิงขึ้นรถม้าไป
“คุณหนูจะทนนางไปถึงเมื่อใดเ้าคะ”
“นั่นสิ..ข้าจะทนสตรีเช่นนี้ได้นานเท่าใดกัน” มองจนรถม้าลับไปจากสายตา “ไปร้านผ้าเถอะ…ผ้าไหมคราวก่อนเหลืออีกกี่พับกันนะ”
“เ้าค่ะ” สองนายบ่าวเดินไปตรวจร้านค้าที่เป็ของสกุลตู้เกือบทั้งแถบของถนนกินเวลาไปร่วมสองชั่วยามกว่าฟางซินจะได้กลับไปสอนบัญชีร้านกับตู้ฟางอิน
------++++++-----++++++-------
บนรถม้าสกุลไป่
“สตรีหน้าโง่” ไป่เยว่ชิงนั่งกระหยิ่มยิ้มย่องเอ่ยคำว่าถึงตู้ฟางซินให้สาวใช้ฟัง “หากองค์ชายทั้งสองพระองค์กลับมาเมื่อใดอย่าคิดว่าข้าจะช่วยนาง”
“สิ่งใดมีค่า สินค้ามาใหม่ๆ นางก็สรรหามาให้คุณหนูทั้งหมดสีหน้าก็ดูโง่งมหากคุณหนูช่วยทำให้นางพบเจอองค์ชายสักครั้งขี้คร้านนางจะยกเครื่องประดับนั้นให้ทั้งหีบนะเ้าคะ”
“งั้นเหรอ..หึหึ เสียดายที่มุกเม็ดนั้นเป็ของย้อมมาขาย..แต่ก็ช่างเถอะข้าได้พลอยเม็ดงามมาแล้วมิเสียแรงที่ไปรอนางแต่เช้า" นั่งคิดถึงรูปเครื่องประดับที่ลุงมุ่ยวาดให้นางดูแล้วก็อดยิ้มไม่ได้
“บ่าวสั่งอาหลุนให้มาดักกลั่นแกล้งแม่สื่อทุกคนที่มาบ้านนางตามที่คุณหนูบอกแล้วนะเ้าคะ”
“ดี!!”
สองนายบ่าวหัวเราะออกมาร่วมกันอย่างพอใจ