เมื่อคำว่าาหลุดออกจากปากของโยชิทากะบรรยากาศรอบตัวก็เย็นลงความแปลกประหลาด
หลังจากที่แสงสีขาวหายเข้าไปในตัวของชายหนุ่มร่างกายที่เคยมีาแแขนที่ขาดไปกลับมาเหมื่อนเดิมร่าวกับว่าไม่เคยเกิด
ขึ้น ดวงตานิ่งสงบร่าวกับว่ากำลังรอการเคลื่อนไหวของเด็กสาวผมทองตรงหน้า
แอนนีไม่เข้าใจว่าจะอธิบายเวทมนตร์เมื่อครู่ว่ายังไงแต่เธอพอจะเดาได้เวทมนตร์ที่เด็กหนุ่มตรงหน้าเธอ
ใช้นั่นต้องเป็บทร่ายเวทแน่นอนบทร่ายเวทนั่นใช้ยากมากเพราะมันเวทที่แสดงถึงชนชั่นของมนุษร์ออกมา เป็เวทที่ร้ายกาจ
และต้องจ่ายค่าตอบแทนมหนาศาลมากเมื่อใช้ไปแล้วบททหนึ่งไม่ว่าจะเป็อะไรก็ตามแอนนีพย่ามหาวิธีในการโจนตีฝ่ายตรงข้าม
ก่อนเพราะชายที่อยู่ตรงหน้าอัตรายเกินกว่าที่เธอคาดไว้หรือไม่โจมตีดีเพราะฝ่าตรงข้ามอาจจะรอเธออยู่ก็เป็ไปได้จึงทำให้เธอยัง
ไม่กล้าทำอะไรเป็ชิ้นเป็อัน
โยชิทากะที่มองเด็กสาวอยู่นานก็เกิดความคิดที่ว่าถ้าเขาโจมตีเธอก่อนเธอก็สามารถโต้กลับมาได้เพราะการ
ใช้ดาบของเธออันตรายมากแต่ก็ยังไม่โจมตีอนู่ดีถึงแม้ร่างกยจะกลับมาเป็เหมื่อนเดิมแต่ก็ต่อใช้เวลากว่าแขนขวาจะใช้การได้
จากการที่ทั่งสองนั่นไม่เคลื่อนไหวความเงียบที่มีบรรยากาศอันเย็นะเืแพร่ออกมาลมเย็นยามคำคืนที่
พัดมาแสงจันทราสาดส่องลงมายังพื้นดินบังเกิดเงาของคนทั่งสองที่จ้องไปจ้องมาร่าวกับว่าถ้าเกิดใครขยับก่อนได้ตายแน่ทั่นใดนั่นเองที่กลีบ
ของซากุระร่อยผ่านไปสายตาของเด็กหนุ่มเพลอจ้องไปยังดอกซากุระที่กำลังร่วงโรยลงมาสายลมอันรุ้นแรงพุเงเข้าใส้เด็กหนุ่ม
แต่เขารู้ทันดาบทั่งสองเข้าปะทะกันดังไปทั่วเด็กสาวผมสีทองสะบัดดาบออกมาเพื่อหวังฟันคอเด็กหนุ่มให้ขาดสะ
บันแต่เด็กหนุ่มก็ใช้ดาบกันได้เด็กหนุ่มเริมเข้าใจการเคลื่อนไหวของเธอแล้วถ้าเป็เมื่อตอนที่เจอเธอตอนแรกละก็ตายแน่นอนเพราะอีฝ่ายไม่อ่อม
มือให้เหมื่อครั่งก่อน
และจากนั่นการปะทะกันก็เกิดขึ้นอีกครั่งแต่คร่าวนี้เด็กสาวไม่ใช้แค่ดาบแต่รวมถึงเวทมนตร์ด้วยถึงจะไม่เท่าเวทมนตร์
แบบบทร่ายเวทแต่ก็พอจะสร้างาแให้อีกฝ่ายได้คลื่นลมที่ถูกเปลียนเป็หอกแสงสีทองพุ้งเข้าใส้หลายสิบนัด เด็กหนุ่มพย่ามที่จะหลบหอก
เวทสีทองนับสิบที่กำลังพุ้งเข้ามาเด็กหนุ่มใช้ดาบฟันหอกแสงแตกกระจ่ายแล้วแตกกระจ่ายเล่าแต่มันไม่หมดซักทีแถมความเร็วยังเพิมขึ้น
มันทำให้ตัวเขาต้องวิ่งไปหลบไปถามกลางห่าะุเวทสีทองที่พุ้งเข้ามา สายตาของเขาสังเกตุไปถึงโล้ที่ปังอยู่ที่ต้นซากุระ เขารีบวิ่ง
ไปหยิบโล้ทรงกลมและใส่มันเข้ากับแขน
แอนนีที่เจอเื่ประหลาดจากอีกฝ่ายมาเยอะถึงเธอจะไม่คิดว่าโล้ทรงกลมจะป้องกันเวทมนตร์ของเธอได้
แต่เธอไม่คิดว่าอีกฝ่ายจะมีดีแค่นั่น
........หมอนี่นอกจากบทร่ายเวทแล้วคงมีอะไรที่ร้ายกาจกว่าโล้นั่นแน่
เธอแบ่มือขึ้นมาก่อนที่หอกแห่งแสงจะใหญ่ขึ้นกว่าเดิม ถึงแม้เธอจะชอบซากุระของที่นี่แต่มันก็ช่วยไม่ได้เธอประมาท
เกินพอและเธอก็เชื่อว่าอีกฝ่ายนั่นสามารถฆ่าเธอได้
แต่ก่อนที่เธอป่าหอกสีทองออกไปทางเขาดูแล้วเขาคงหลบไม่พ้นแน่นอนแต่สิ่งที่ทำให้เธอใที่สุดคือ
เด็กหนุ่มตรงหน้ากลับวิ่งมาทางเธอดูเหมื่ินเขาจะรู้ว่าเธอ้าทำอะไร
"บ้าบิ่นเกินขาด" แอนีกล่าว
"เออแค่สู้กับเธอได้ฉันก็บ้าพอแล้ว"โยชิทากะตอบ
เด็กหนุ่มสะบัดดาบไปที่คอของเด็กสาวอย่างแม่นย้ำเธอะโขึ้นออกห่างจากดาบของเด้กหนุ่มด้วยความที่่เสียสามธิทำให้
เวทมนตร์ที่อยู่บนมือหายไปเด็กสาวสนใจสิ่งที่อยู่ตรงหน้ามากกว่าเด็กหนุ่ะโขึ้นมาฟันเธอกลางอากาศเสื่อนักเรียนหญิงที่เป็ระเบียบฉีกขาด
เป็ร่อยยาวแต่ไม่โดนเนื่อหนังแต่อย่างใดทั่นทีที่ถึงพื้นเธอก็เงียบไป เด็กหนุ่มสามรถโจนตีเธอได้แต่ความคิดบ่างอย่างพย่ามบอกว่าอย่าเข้าไปใกล้ควณ
จะหนี้ตามแผมแรกแต่ความย่องแย้งบ่างอย่างก็บอกว่าอย่าหันหลังให้เธอเด็ดขาด
แอนนีที่จ้องไปบริเวณเสื่อที่ขาดอยู่นานเธอทิ้งอาวุธเพียงอย่างเดียวไปทันใดนั่นเองที่เด็กหนุ่มรู้ว่าควณหนี้ไปให้ไกลยังดีกว่า
ทันใดนั่นเองที่บริเวณมือของเธอเกิดลมบ่างอย่างที่ค่อยรวมตัวกันเหมื่อนกับดาบล่องหนเสียงเหล็กที่ตัดสายลมเด็กสาวสะบัดดาบไปมาอย้างชำนานเหมื่อน
ใช้มานานเกินกว่าจะปล่อยดาบเล่มนี่ทิ้งได้
.....เวณล่ะความอันตรรายพุ้งขึ้นพวดเลยเฟ้ยเอาไงดีฟ่ะ
เด็กหนุ่มพย่ามจะหาวิธีหนี้ตอนนี้คงไม่พ้นแน่นอนเหมื่อนกับตกอยู่กับสถาณการตอนแรกเปรียบถ้าประมาทอีกก็ตาย
เด็กหนุ่มมองไปที่เด็กสาวที่อัตรายขึ้นมาอย่างกระทั่นหัน
ทั่นใดนั่นเองความเร็วทที่เหนื่อมนุษร์มนาที่เหนื่อยิ่งกว่าตอนแรกแรกฟันอันมหาศาลจากดาบล่องหนที่เกิดมาจามือทั่งสอง
ของเธอและความคมรวมเข้ากับความรุ้นแรงก็เหมื่อนตัดได้ทุกสิ่งทำให้ดาบเหล็กที่ราคาที่ไม่แพงมากแตกกระจ่ายต่อหน้าเด็กหนุ่มที่ตาค้างไปเรียบร้อย
ร่างกายของเด็กปลิ้วกระเดนเข้าไปกระแทกกับต้นซากุระสีชมพู้เข้าเืสีแดงไหลออกจาปากอีกครั่ง
......เจ็บโครตยัยบ้านี่ไม่เกรงใจกันเลย....นี่มัน.....อะไร
สายตาของเด็กหนุ่มจ้องไปยังเด็กสาวผมสีทองและเขาก็พบกับความแปลกประหลาดของเด็กสาวดวงตาที่เคยเป็สีทอง
ดุจข้าวสารีชันเยียมถูกเปลียนเป็ดวงตาสีฟ้าดุจดังน้ำทะเลที่สดใสเป็ประกายผมสีทองสองประกายออกมาดุจทองคำถูกสะท้อนเข้ากับจันทรายามคำคืน
ยิ่งทำให้เส่นผมที่สองประกายมากขึ้นเข้าไปอีกเหมื่อนกับตอนที่พบกันที่ม้านัง
......อึกไม่ได้จะประมาทไม่ได้แต่ว่ายัยนี่มัน.. คำพูดในใจเว้นเล็กหน่อย ....สวยเกินไปแล้วววว
เด็กหนุ่มะโขึ้นมาเพราะความสวยของอีกฝ่ายมันเกินที่เขาจะรับมือได้จริงๆไม่แค่สวยธรรบดาแต่เป็สวยมากในระดับที่ว่า
คนที่เจอกันครั่งแรกไม่สิต่อให้ใจแข็งต่อผู้หญิงอย่างเขาก็คงต้องตกหลุมรักแน่นอน...โธเว้ยขยับไม่ได้แล้วแถมแรงกดดันนี่สัตว์ประหลาดชัดๆ
เด็กสาวหรือแอนนีที่ร่าวกับเป็คนล่ะคนจ้องมาที่เขาเหมื่อนกับ่แรกที่เจอกันก็จริงแต่แรงกดดันนั่นต่างกันไม่ใช้ตอนแรงที่สามารถ
ปกคลุ้มทุกสิ่งให้เหมื่อนอยู่ในโลกน้ำแข็งแต่เป็แรงกดดันที่เหมือนเปลียนจากบรรยากาศมาเป็หนึงเดียวที่ยากต่อการอธิบายแต่ที่แน่ๆที่เหนื่อกว่าเดิมหลาย
เท่านัก
มันทำให้เด็กหนุ่มที่อย่ากจะลุกก็ยังลุกไม่ขึ้นเมื่อยู่ต่อหน้าเด็กสาวที่งดงามและแข็งแกรงในเวลาเดียวกันในขณะที่ดาบลองหนถูก
ยกสูงเพื่อมุ้งหวังจะฟันเขาให้ตายเด็กหนุ่มรู้ทั่นทีว่าไม่รอดร้อยเปอเซนแต่
ในตอนนั่นเองก็มีบ่างสัิงคล้ายๆรูปสัญลักษณ์สีขาวพุ้งเข้าใส้เด็กสาวชะงักอยู่นานก่อนที่ดาบในล่องหนจะหายไปจากมือของเธอ
ดวงตาที่เคยเป็สีฟ้าเปลียนเป็สีทองดังเดิมความกดดันหายไปเข่าของเธอซุดลงกับพื่นปูนสีขาว
เด็กหนุ่มใกับสิ่งที่เห็นก็จริงเพราะมันทำให้เขารอดจากความตายมาได้อย่างหวุดหวิดแต่สายตาของเขาก็จ้องไปที่ร่างของ
คนผู้นึงที่กำลังเดินมาอย่างช้าๆ
ผู้หญิงในชุดนักเรียนผมสีน้ำตาลอ่อนๆที่ปล่อยลงมาด้านข้างพูกโบ้สีดำมีใบ้หน้าที่งดงามดวงตาสีน้ำตาลอ่อนๆเธอสวมชุดนักเรียน
หญิงเดินทางแอนนีที่กำลังคุกเข่าลงกับพื้นแอนีหันไปที่ด้านหลังเธอรู้ดีว่าเด็กสาวคนนี่เป็ใครเธอจึงหลับตาและลุกขึ้นยื่นพร่างมองไปที่เด็กหนุมเธอบ่นพรึมพรำ
.......ทำให้เราเอาจริงได้ถึงจะบังเอิญที่ตัดเสื่อเราได้ก็เถอะ
เด็กสาวเดินทางเธอก่อนจะพูดว่า "ให้ตายเถอะแอนนีฉันบอกแล้วว่าอย่าทำตาคำพูดของผ.อน่ะ"
"ก็ช่วยไม่ดีฉันแค่คิดว่าคนที่ผ.อถึงขนาดสั่งให้นักเรียนทั่งโรงเรียนตาลาจะเป็คนแบบไหนแล้วดูสิว่าเป็ไง" แอนนีทำหน้าหงุดหงิดขึ้นมา
"เฮอ ให้ตายสิ" เด็กสาวไม่ทราบชื่อถอนหายใจออกมาก่อนมองมาที่ โยชิทากะ
โยชิทากะที่ได้ยินคำว่าผ.ออกมาจากปากก็รู้สึกหงุดหงิดขึ้นกระทั่นหัน....ไอ้ผ.อบ้านั่น เ้าหน้าของผ.อก็โพ้ขึ้นมาในหัวของเขา
มันทำให้หงุดหงิดมากว่าเดิมเข้าไปอีกแต่ด้วยความหงุดทำให้เด็กหนุ่มที่ังพิ่งกับต้นซากุระไม่ทั่นสังเกตว่าเด็กสาวผมน้ำตาลจ้องมาที่เขาอยู่
ในตอนแรกสุดเธอก็ไม่ได้คิดอะไรในตอนที่ผ.อประกาศว่าจงตามล่านักเรียนที่ชื่อว่าฟุจิมุระ โยชิทากะ ด้วยซ้ำเพราะคิด
ผ.อคนนี้แปลกมาตั่งแต่เมื่อสองทาทิตร์ที่แล้ว เพราะอยู่ดีตอนเข้ามาในโรงก็ให้ต่อสู้กันจนกว่าจะตายไปข้างนึงทำให้นักเรียนส่วนใหญ่ต้องทำโน้น
นี่และยังเื่ที่เธอเจอมาเื่อีดรียกว่าผ.อคนนี้จะทำอะไรเธอก็คงไม่สงสัยแล้วแต่เมื่อเจอคำสังที่ว่าจงตามล่านักเรียนเพียงคนเดียวในโรงเรียน
มันยิ่งทำเธอแปลกใจว่านักเรียนคนนี่มีอะไร จนกระทั่งอยู่ดีๆก็มีเคลื่อนสีขาวกระจ่ายไปทั่วโรงเรียนทำให้นักเรียนส่วนใหญ่ต้องหมดสติบ่างตาย
บ่างซึ่งมันไม่น่าเป็ไปที่คนคนเดียวจะทำได้จนกระทั่งมาถึงที่แห่ง ตอนที่เห็นแอนนีในสถาพปลดปล่อยกำลังจะฆ่าเขเธอก็เพอหยุดเอาไว้ซึ่งมันแปลก
.....ก่อนอื่นผมนั่นมันเกะกะแปลกๆ
เธอเดินเข้าไปหาโดยไม่กลัวด้วยซ้ำว่าอีกฝ่ายจะฆ่าตัเองรึเปล่าแวกผมที่ยาวจนระเกะระกะแถมยังบดบังใบ้หน้าอกมาเปิดเผยให้
ถึงใบ้หน้าของโยชิทากะและในใจของเธอก็คำพูดนึงขึ้นมา
....เหมื่อนเตยเจอที่ไหนที่ไหนกัน
"เออคือว่าปล่ิยได้ยัง
เธอรีบเอามือออกมาก่อนจะกล่าวขอโทษออกมาและเป็เวลาเดียวกับที่บอกเวลาการาได้จบลงในเวลาเดียวกัน
"เอาล่ะหมดเวลาแล้วเราไปกันเถอะแอนนี" เด็กสาวผมน้ำตาลกล่าวก่อนจะเดินจากไปพร้อมกับแอนนี
"เดียวก่อนเธอเป็ใครกันแน่อย่างน่อยก็บอกชื่อมาก่อนสิ" โยชิทากะะโถามอีกฝ่ายเธอหันกลับมาและตอบบว่า
"ฉันชื่อ ฮิเมโกะ นัตสึกิ" เธอตอบอย่างเรียบง่ายและเดินหายไป และเวลาแห่ง war in school ก็หมดลง
จากคนเขียน
จบแล้วครับสำหรับการต่อสู้มในโรงเรียนครับผมกล้าพูดเลยว่าผมไม่ค่อยถนัดเขียนแนวต่อสู้ครับผมจินตนาการยากครับแต่ก็จะพย่ามครับ
และต้องขออถัยกับบทที่หน้าด้วยครับที่จีิงผมกะว่าจะลงสามบทนีใน่ปีใหม่แต่ดันลงไม่ครบซะนี่ต้องขออถัยด้วยครับสำหรับคนที่รออ่าน
นิยายเื่ต้องขอโทษจริงๆครับ
แต่ยังไงก็ขอให้สนุกกับอ่านน่ะครับถึงจะเคยพูดแล้วก็เถอะ สวัดดีปีใหม่ครับ
ถึงแม้เขาคิดว่าตอนที่เธอสู้กับเขา่แรกจะมีความงดงามอยู่บ่างก็จริงแต่เธอต่างจากที่เขาพบกันครังแรกแต่ก็มีความใจร้อนคต่อคำพูดของเขาแต่เด็กสาวตรงหน้า นั่นต่างจากตอนแรกเป็คนที่งดงามเกินกว่าคำบรรยาย