หลังจากหวังอวี่กินเนื้องูเสร็จ เขาก็พูดถึงความรู้สึกของตัวเองให้ผู้ชมฟังด้วยสีหน้าจริงจัง แต่แล้วน้ำเสียงก็เปลี่ยนไป พร้อมกับพูดต่อว่า "แต่ว่า ป่าไม่ใช่สถานที่ที่ใครจะมาเลือกกินได้ตามใจชอบนะครับ ตอนนี้ผมมีที่พักที่ช่วยปกป้องความปลอดภัย มีอาหารร้อน ๆ และมีกองไฟ ก็นับว่าสมบูรณ์แบบมากแล้วครับ"
[หา!? เริ่มกินแล้วเหรอ?]
[เมื่อกี้ยังพูดซะน่ากลัวอยู่เลย ตอนนี้ลงมือกินคล่องเชียว ทำไมฉันรู้สึกเหมือนพี่อวี่หลอกฉันยังไงไม่รู้]
[สวี่เซียน : ปล่อยงูไว้ในปาก แล้วปล่อยเมียข้าซะ!]
[พี่ชายคนที่พูดถึงสวี่เซียนกับนางพญางูขาวเมื่อกี้นี้ นายจะทำให้ฉันขำจนตาย แล้วให้ฉันสืบทอดชุดข้อสอบจำลองห้าปีสามปีของนายหรือไง]
อาจเป็เพราะเพิ่งย่างเสร็จ เนื้องูจึงยังร้อนอยู่บ้าง ปากของหวังอวี่ถูกลวกจนต้องพ่นลมหายใจออกมาเป็ระยะ ๆ แต่เขาก็ไม่ยอมคายเนื้องูในปากออกมา
งูตัวนี้มีกระดูกค่อนข้างเยอะ การใช้มีดสั้นค่อย ๆ แล่ทีละชิ้นมันยุ่งยากเกินไป
หวังอวี่จึงใช้สองมือจับเนื้องูแล้วกัดกินคำโต ๆ แทน
[เกิดอะไรขึ้น! ไหนบอกว่ารสชาติธรรมดาไง! ทำไมลูกพี่อวี่ถึงกินอย่างเอร็ดอร่อยขนาดนั้น!]
[หึหึ! ลองให้นายออกกำลังกายทั้งวันโดยไม่ได้กินข้าวดูสิ ต่อให้เอาหมั่นโถวค้างคืนมาให้ นายก็น่าจะกินได้มีความสุขกว่าลูกพี่อวี่อีก]
[พูดตามตรงนะ ฉันเพิ่งกินข้าวเสร็จ แต่พอเห็นลูกพี่อวี่กินงู ฉันก็อยากกินข้าวขึ้นมาอีกรอบเลย]
[รอลูกพี่อวี่มาทั้งวันแล้ว ฮือ ๆ ในที่สุดก็ได้เห็นตอนกินงูสักที พี่น้องทั้งหลาย ส่งของขวัญกันเลย!]
[มอเตอร์ไซค์คันเล็กส่งคุกกี้ให้สตรีมเมอร์ 300 ชิ้น : จิติญญาของนักกินคือการกิน คนที่กินเก่งนี่แหละคือยอดคน]
งูทับสมิงคลาตัวนี้ดูเหมือนจะยาว แต่จริง ๆ แล้วส่วนใหญ่เป็กระดูก เนื้อที่กินได้จริง ๆ มีไม่มากนัก
หวังอวี่กินงูย่างทั้งตัวจนหมด แต่กลับรู้สึกว่ายังไม่อิ่ม ได้ความอิ่มเพียงครึ่งเดียวเท่านั้น เขาหยิบกระติกน้ำขึ้นมาดื่มสองสามอึก ก่อนจะโยนกระดูกงูที่เหลือลงในกองไฟ แล้วพูดกับกล้องสตรีมมิ่งว่า "สวัสดีครับทุกคน ผมหวังอวี่ วันนี้เป็วันแรกของรายการ Man vs. Wild จนถึงตอนนี้ผมค่อนข้างพอใจครับ
จุดประสงค์ของการทำรายการนี้คือ้าสอนให้ทุกคนรู้ว่า เมื่อต้องหลงเข้าไปในป่าโดยไม่ตั้งใจ จะเอาชีวิตรอดและกลับสู่โลกศิวิไลซ์ได้อย่างไร เชื่อว่าในการสตรีมวันนี้ ทุกคนคงได้รับเทคนิคการเอาชีวิตรอดไปไม่น้อย
ถ้าคิดว่าการสตรีมของผมสนุก สามารถกดติดตามที่มุมขวาบนได้นะครับ ครั้งหน้าถ้าผมเริ่มสตรีมพวกคุณจะได้รับการแจ้งเตือน
เอาล่ะ การสตรีมวันนี้ขอจบลงเพียงเท่านี้ ผม้าพักผ่อนให้เพียงพอเพื่อรับมือกับความท้าทายในวันพรุ่งนี้ต่อ ผู้ชมทุกท่าน พรุ่งนี้เจอกันนะครับ!"
หลังจากปิดกล้องสตรีมมิ่ง หวังอวี่ก็เติมกิ่งไม้แห้งลงในกองไฟอีกเล็กน้อย
อุปกรณ์สตรีมมิ่งนี้เป็เทคโนโลยีขั้นสูงที่ผลิตโดยระบบ
เมื่อผลิตโดยระบบ ย่อมต้องเป็ของดีแน่นอน!
จริง ๆ แล้วการใช้อุปกรณ์สตรีมมิ่งนี้สามารถสตรีมต่อเนื่องได้เป็เดือนเลยทีเดียว
แต่เพื่อไม่ให้ผู้ที่มีจุดประสงค์แอบแฝงสังเกตเห็น หวังอวี่จึงเลือกที่จะปิดสตรีมใน่เวลาพักผ่อนตอนกลางคืน
เขาตรวจสอบบริเวณรอบ ๆ อย่างละเอียด เมื่อมั่นใจว่าไม่มีสิ่งผิดปกติ จึงเข้าไปในที่พัก
หวังอวี่ล้มตัวลงนอนบนใบไม้แห้งหนา ๆ แล้วหลับตาลง
หลิวฉิวฉิวเงยหน้าขึ้นด้วยดวงตาที่เลื่อนลอย และพบว่าท้องฟ้าข้างนอกมืดลงโดยไม่รู้ตัว
ไม่นึกเลยว่าเธอจะเผลอดูสตรีมของคนอื่นตลอดทั้งบ่าย
การตระหนักรู้นี้ทำให้หลิวฉิวฉิวไม่อยากจะเชื่อ
หลังจากปิดคอมพิวเตอร์ หลิวฉิวฉิวก็เดินออกจากห้อง บนโต๊ะอาหารมีกับข้าววางเตรียมไว้เรียบร้อยแล้ว
จางหยางหยางนั่งอยู่ที่โต๊ะอาหาร มองหลิวฉิวฉิวด้วยสีหน้าแปลกใจแล้วถามว่า "แปลกจัง! ฉิวฉิว พระอาทิตย์ขึ้นทางทิศตะวันตกเหรอ? วันนี้เธอเลิกสตรีมดึกขนาดนี้เลยนะ"
"ไม่มีอะไร! รีบกินข้าวของเธอไปเถอะ ยัยไช่ไช่ตัวเหม็น"
ไช่ไช่เป็ฉายาของจางหยางหยาง ทั้งสองคนเป็เพื่อนสนิทกัน
ส่วนชื่อเล่นของหลิวฉิวฉิว ก็เป็จางหยางหยางที่ตั้งให้ั้แ่แรก
เนื่องจากจางหยางหยางหน้าตาน่ารัก แต่เล่นเกมกากมาก มักจะตายในรูปแบบแปลก ๆ ที่ไม่มีใครคาดคิดเสมอ
ดังนั้นหลิวฉิวฉิวจึงตั้งฉายาให้จางหยางหยางว่าไช่ไช่ (อ่อนหัด)
ทั้งสองคนเติบโตมาด้วยกัน มีความฝันเดียวกันคือสอบเข้าสถาบันภาพยนตร์ตี้ตูให้ได้ เพียงแต่จางหยางหยางสอบเข้าได้ แต่หลิวฉิวฉิวกลับโชคร้ายสอบตก จึงต้องเปลี่ยนสายงานมาทำสตรีมมิ่งแทน
ฝีมือการทำอาหารของจางหยางหยางเรียกได้ว่าพอใช้ได้
หลิวฉิวฉิวมองมะเขือเทศผัดไข่ตรงหน้า ในหัวพลันนึกถึงภาพที่หวังอวี่กอดเนื้องูกัดกินอย่างเมามัน
ทันใดนั้นเธอก็รู้สึกเจริญอาหารขึ้นมา และกินข้าวสวยไปถึงสองชามโดยไม่รู้ตัว
จางหยางหยางที่อยู่ข้าง ๆ ถามด้วยความสงสัยว่า "ฉิวฉิว วันนี้เธอแปลก ๆ นะ หรือว่าจู่ ๆ ฉันก็กลายเป็เทพเ้าแห่งการทำอาหารขึ้นมา?"
หลิวฉิวฉิวไม่สนใจจางหยางหยาง หลังจากรีบกินข้าวเสร็จ เธอก็วางชามและตะเกียบลงบนโต๊ะแล้วพูดว่า "ใครกินเสร็จคนสุดท้ายต้องล้างจาน ฮิฮิ ยัยไช่ไช่ วันนี้เธอต้องล้างจานอีกแล้ว!"
เมื่อมองแผ่นหลังของหลิวฉิวฉิวที่เดินจากไปอย่างสง่างาม จางหยางหยางก็พูดด้วยสีหน้าประหลาดว่า "ยัยฉิวฉิวนี่แปลกจริง ๆ ต้องมีอะไรในกอไผ่แน่นอน"
หลิวฉิวฉิวที่นอนอยู่บนเตียงในขณะนี้ ในใจมีความคาดหวังอย่างแรงกล้าต่อการสตรีมของหวังอวี่ในวันพรุ่งนี้
...
ป่าในยามเช้า ทุกสรรพสิ่งเริ่มตื่นจากการหลับใหล มีเสียงนกที่ไม่รู้จักร้องดังมาจากระยะไกล
หวังอวี่ขยี้ตาเดินออกมาจากที่พัก และทำกายบริหารชุดหนึ่งในที่ว่างเพื่อยืดเส้นยืดสาย
อากาศเริ่มเย็นลง บ่งบอกว่าวันใหม่ได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว
คืนที่ผ่านมาในป่า จริง ๆ แล้วเขาหลับไม่ค่อยสนิทนัก แม้ร่างกายและจิตใจจะเหนื่อยล้ามาก แต่เสียงสัตว์ป่าที่ดังขึ้นเป็ระยะ ๆ จากส่วนลึกของป่า ทำให้เขาใจสั่นและหลับยาก จนกระทั่ง่ครึ่งหลังของคืน เมื่อเสียงสัตว์ป่าค่อย ๆ เงียบหายไป เขาจึงเข้าสู่ห้วงนิทราได้
หลังจากทำกายบริหารเสร็จ ลมเย็นยามเช้าพัดมาปะทะหน้า ความเย็นเยียบทำให้ความง่วงของหวังอวี่หายไปเป็ปลิดทิ้ง
เขาควบคุมโดรนให้บินขึ้นฟ้าผ่านทางความคิด แล้วจึงเปิดการสตรีม
สิ่งที่ทำให้เขาประหลาดใจคือ ทันทีที่เริ่มสตรีม มีผู้ชมหลั่งไหลเข้ามาในห้องสตรีมทันทีสี่ร้อยกว่าคน
หลังจากผู้ชมเหล่านี้เข้ามา ข้อความบนหน้าจอก็ปรากฏขึ้นมากมาย
[ที่หนึ่ง ที่หนึ่ง ที่หนึ่ง!]
[เมื่อวานเอาความรู้ที่ลูกพี่อวี่สอนไปอวดต่อหน้าพ่อ ตอนนี้หน้าฉันยังชาอยู่เลย]
[กว่าจะแย่งแถวหน้าได้ ฉันดันนึกคำพูดเด็ด ๆ เพื่อดึงดูดความสนใจของลูกพี่อวี่ไม่ออกเลยแฮะ]
[ลูกพี่อวี่ดูสดชื่นดีนะ มื้อเช้าจะกินอะไรดี?]
[ฉันก็ตั้งตารอว่า มื้อเช้าลูกพี่อวี่จะกินอะไรเหมือนกัน]
"สวัสดีตอนเช้าครับทุกคน จริง ๆ แล้วเมื่อคืนผมหลับไม่ค่อยสนิทเลย ที่นี่คือป่าดงดิบที่เต็มไปด้วยอันตรายที่คาดไม่ถึง ไม่มีใครรู้ว่ามีสัตว์ป่าชนิดไหนซ่อนตัวอยู่ในเงามืดบ้าง ดังนั้นพอมีเสียงความเคลื่อนไหวข้างนอก ผมก็จะสะดุ้งตื่นจากฝันทันที"
หวังอวี่คุ้ยหาถ่านไม้สีดำสองสามก้อนจากกองไฟที่ดับไปแล้ว และเก็บใส่ในกระเป๋าเป้
เขาสะพายกระเป๋า ตรวจสอบอุปกรณ์ว่านำมาครบถ้วนหรือไม่ แล้วจึงอธิบายว่า "เหตุผลที่ผมเก็บถ่านเหล่านี้ เพราะพวกมันมีประโยชน์มาก ไม่เพียงแต่จะช่วยลดความยุ่งยากในการก่อไฟครั้งต่อไป แต่ยังสามารถใช้กรองสิ่งสกปรกในน้ำได้ด้วย"