ยอดเชฟกระทะเหล็กผจญภัยต่างโลก The Crescent Moon Cafe

    บทที่ 9 : ตลาดเช้าที่เมืองกรีนล็อค

     วันต่อมา อลันตื่นแต่เช้าตรู่ จากนั้นก็เริ่มสะสางร่างกายตัวเอง เขาตัดผมออกจนสั้น โกนหนวดเคราที่รกครึ้มออกทั้งหมดจนเกลี้ยงเกลา"นี่สิถึงจะเรียกว่าชีวิตใหม่จริงๆ " อลันสัมผัสใบหน้าที่'เกลี้ยงเกลา'ของเขาอย่างพึงพอใจ มองไปที่กระจกทองเหลือง หันข้าง 30 องศามุมปากเอียงเล็กน้อย นี่เป็นท่าทางที่'หล่อ'ที่สุดในความคิดของเขาองคาพยพใบหน้าเหมือนกับชีวิตก่อนของเขาทุกประการ ที่แตกต่างอยู่บ้างคือรูปร่าง ที่ตอนนี้ทั้งผอมและดูอ่อนแอเกินไป เขาจะต้องกินให้มากกว่านี้และออกกำลังกายเพิ่มมวลกล้ามเนื้อหลังจากหมดอารมณ์ชื่นชมตัวเองแล้วเขาก็ ลงไปข้างล่างอย่างเงียบเชียบ เอลิน่ายังคงนอนหลับไม่ตื่น เขาไม่อยากปลุกเธอจากฝันดีในตอนนี้เขาต้องการที่จะไปจ่ายตลาด และน่าจะไปไหวเช้านี้เขารู้สึกว่าร่างกายมีกำลังกลับคืนมา ถึงแม้จะยังเจ็บแปล๊บๆ ที่เข่าเพราะคำสาปยังไม่ได้ถูกล้างออกไป แต่นับว่าดีขึ้นอย่างไม่น่าเชื่อ('ซูเฟล่'ที่เขากินไปเมื่อวานที่มีผลของเวทฟื้นฟูร่างกายจริงๆ แถมสดชื่นกระปรี้กระเปร่าดียิ่งกว่า'กระทิงแดง'ซะอีก!)อลันคิดอย่างมีความหวัง เขาอยากให้เอลิน่าได้กิน'อาหารเช้า'ดีๆ ดังนั้นวันนี้เขาตั้งใจที่ทำอาหารเช้าที่อร่อยและบำรุงร่างกายอีก อยากทดสอบว่าจะได้ผลเหมือนกับ'ซูเฟล่'หรือเปล่าด้วย พอออกมานอกบ้าน มองขึ้นไปท้องฟ้ามันเป็นเวลาเช้ามากๆ พระอาทิตย์ยังไม่ทันขึ้นเต็มใบน่าจะประมาณตีห้าครึ่งเท่านั้น จึงไม่ค่อยมี'ผู้คน'บนถนนมากนักสาวชายบ้านเขาต้องการซื้อ'วัตถุดิบ'เข้าร้าน ก็เลยเดินตามถนนมุ่งไปยังจัตุรัสกลางเมือง เพื่อไปยังตลาดเช้าที่อยู่ห่างออกไปราวหนึ่ง กิโลเมตร อย่างไม่รีบร้อน เพื่อเป็นการออกกำลังไปในตัว บรรยากาศของเมืองกรีนล็อกในยามเช้า ผู้คนบางตา เป็นชีวิตชนบทตอนเช้าที่สดชื่นและเงียบสงบเด็กสาวมนุษย์สองสามคนถือห่อผ้าเดินสวนทางเขาไปพลางแอบมองดูเขาแล้วก็แอบคุยกันคิกคัก ก็อบลินกลุ่มหนึ่งตัวไม่ถึงเอวของเขาเดินสวนทางไปอย่างรีบร้อน เอลฟ์สาวในชุดเกราะหนังสะพายธนู เหลือบมองเขาแวบนึงแล้วก็เดินผ่านไปอย่างเฉยเมยอลันมองฉากนี้ด้วยความรู้สึกที่เหมือนจะคุ้นเคยแต่ก็ไม่คุ้นเคย แม้ว่าเขาจะเคยเห็นเผ่าพันธุ์อื่นๆ มามากมายในความทรงจำของอลัน แต่ตัวพฤกษ์ที่มาจากโลกเก่ายังรู้สึกตื่นตะลึงทุกครั้งที่ได้เห็นพวกเขา ความรู้สึกที่ขัดแย้งกันยังคงอยู่(คนแคระ? ก็อบลิน? อ้ะ! เอลฟ์คนนั้นสวยชะมัดเลย!)เขามองผู้คนที่เดินผ่านไปด้วยความตื่นตา ทั้งหมดนี้กลายเป็นเรื่องจริงจนเขารู้สึกว่าบางทีเขาอาจจะกำลังนอนรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาลสักแห่ง และเรื่องเหล่านี้ก็มาจากความ'เพ้อ'เพราะกำลังโคม่าเนื่องจากเมือง'กรีนล็อก'เป็นเมืองสุดท้ายสุดเขตแดน'จักรวรรดิ์บริทาเนีย' จึงค่อนข้างจะนอกกฎหมายอยู่บ้าง ด้านเหนือติดชายแดนของพวก'ออร์ค' ทางตะวันออกเฉียงเหนือยังสามารถไปยัง'เมืองแห่งเหมือง'ของคนแคระที่'ดูนโฮลด์' อาณาเขตของเผ่ามนุษย์สัตว์ก็อยู่ห่างไม่ไกลไปทางตะวันออก ส่วนทางตะวันตกนั้นเป็นท่าเรือที่ออกไปยังทะเลเกรทซี (The Great Sea) อันเวิ้งว้างกว้างใหญ่ไพศาลไม่สิ้นสุด เคยมีนักสำรวจออกเรือไปหลายต่อหลายครั้งได้พบเกาะเล็กใหญ่อยู่บ้างแต่ไกลออกไปก็ยังคงเป็นทะเลเช่นเดิม เนื่องจากเมืองนี้มีอาณาเขตติดต่อกับหลายดินแดนดังนั้นจึงมีเผ่าพันธุ์หลากหลายอาศัยอยู่รวมกันและค่อนข้างจะเปิดกว้างต่อทุกคน ในขณะเดียวกันก็มีการทะเลาะเบาะแว้งกันบ่อยๆ ด้วย โดยบางครั้งก็จะมีพวกออร์คอันธพาลเข้ามาก่อกวน แต่ก็มีกิลด์คอยควบคุมอยู่จึงไม่เกิดเรื่องร้ายแรงขึ้น'จัตุรัส'ใจกลางเมืองกรีนล็อกนั้นค่อนข้างจะวุ่นวายเล็กน้อย มีของให้ซื้อแทบทุกอย่างที่คุณต้องการ พ่อค้าแม่ค้าหลากหลายเผ่านำออกมาวางขายกัน ผังเมืองที่ทำเป็นรูปครึ่งวงกลมล้อมคฤหาสน์ของ'ลอร์ด'แห่งกรีนล็อกไว้ตรงกลางออกจะดูคับแคบอยู่บ้าง จากฝั่งที่อลันเดินมาจากร้านของเขาไปยังจุดสิ้นสุดของครึ่งวงกลมนี้มีตั้งแต่ร้านขายเสื้อผ้า ร้านอาหาร ช่างตีเหล็ก ไปจนถึง'โรงค้าทาส'...อลันเดินมาถึงหน้าร้านขายเนื้อที่เจ้าของร้านเป็นออร์คตาเดียวที่ชื่อ'โอลุมบา' (Olumba) ตัวใหญ่ราวสองเมตรกว่า หน้าตาเขาเหมือนกับหมูป่าที่เพิ่มความโหดเข้าไปหลายเท่าโอลุมบาเป็น'ออร์ค'ตัวเดียวที่ได้รับอนุญาตให้เปิดร้านอยู่ในเมืองนี้ ซึ่งเป็นความพิเศษอย่างหนึ่งในเมืองกรีนล็อค ได้ยินว่าเป็นเพราะอัธยาศัยอัน'เป็นมิตร'ของเขาไม่เหมือนออร์คตัวอื่น ที่หน้าแผงมีเนื้อหลากหลายแบบซึ่งทั้งหมดเป็นเนื้อ'มอนสเตอร์' เขาเลือกเบคอนที่ทำจากเนื้อของ'แวร์พิก' (Werepig) ที่หน้าตาคล้ายหมูป่ามาก้อนหนึ่ง"ฟุ่กคร่อก..! 4 เหรียญเงิน! " ออร์คตาเดียว ตะคอกเสียงดังทำจมูกเลิกขึ้น ถือเป็น'ธรรมเนียม'ของออร์คที่ดีที่จะต้องพูดเสียงดังกับคู่สนทนาเสมอ ออร์คจะถือว่าคุณกำลังนินทาหรือวางแผนทำร้ายมัน หากคุณพูดเสียงเบาจนมันไม่ได้ยิน อลันยื่นเงิน 1 เหรียญทองให้ เจ้าออร์คเขม้นมอง'เหรียญทอง'ในมือ น้อยคนที่จะใช้เหรียญทองซื้อของในตลาด หลังจากที่ห่อเนื้อพร้อมเงินทอนให้ก็ตะคอกใส่อลันอีกครั้งด้วย'สำเนียง'ขึ้นจมูกที่เหมือนแตรพังๆ"เฮ้ย! แกรรน่ะ! ใช้เงินใหญ่แต่เช้า อยากตายเหรอวะ! "อลันไม่อยากต่อปากต่อคำด้วยหยิบเนื้อกับเงินทอนแล้วจากมาทันที เป็นที่รู้กันว่าห้ามถกเหตุผลกับออร์คเพราะว่ามันจะถือว่าคุณท้ามันต่อย แต่ถ้าเดินหนีมันจะคิดว่าคุณยอมให้มันแทนโอลุมบามองตามอลันที่เดินหนีไปดื้อๆ แล้วก็แสยะยิ้มแค่นเสียงหัวเราะ"คึ่กๆๆ เจ้ามนุษย์ตัวจ้อยกรรรัวข้าล่ะสิ"ในสายตาของอลันนับว่าโอลุมบาเป็นออร์คที่มีมารยาทที่สุดเท่าที่เคยเจอมาเลยทีเดียว ออร์คส่วนใหญ่มักจะเอาขวานจามเขาทันทีที่เห็นหน้า(รู้สึกว่าก็เป็นมิตรน่าคบไม่เลวนะ!)อลันคิดพลางเดินมาถึงแผงหนึ่งขายผลผลิตเกษตรหลายอย่าง เจ้าของร้านเป็นผู้หญิงมีอายุรูปร่างท้วมคนหนึ่ง เธอชื่อทีน่าเป็นทั้งเจ้าของร้านและ มีฟาร์มของตัวเองอยู่นอกเมืองเธอกับสามีช่วยกันทำร้านนี้มาหลายปีแล้วอลันกับลูกเคยได้รับความช่วยเหลือจากเธอหลายครั้ง แต่เธอจำเขาไม่ได้จากผลตอบรับที่ได้จากคนแคระกลออินเขาคิดว่าสำหรับที่นี่อาหารพลังงานสูงเป็นตัวเลือกที่ดี จึงคิดจะใช้'ซูเฟล่'เป็นเมนูประจำร้านและเขามีลูกค้าประจำแล้วด้วยสามารถลดความเสี่ยงไปในตัว แต่ว่าเมนูนี้เรื่องความสดเป็นสิ่งสำคัญที่สุด เขาอยากได้วัตถุดิบสดใหม่ทุกวันเอ่ยถามขึ้น"ป้าทีน่าครับ ผมต้องการไข่สด 100 ฟองต่อวัน ป้าช่วยส่งให้ผมที่ร้านหน่อยได้มั้ยครับ"เธอได้ยินคนเรียกชื่อ พอเงยหน้าขึ้นมองก็รู้สึกแปลกใจในความคิดของทีน่าไม่คุ้นหน้าของชายหนุ่มเบื้องหน้าเลยสักนิด เธอขายของที่ตลาดเช้านี้มา 30 ปี ยังไม่เคยเห็นใครหน้าตาดีเหมือนคนนี้มาก่อนเลย คิดว่าเขาคงจะเป็นนักเดินทางจาก'เมืองหลวง'"ตายล่ะ วันละ 100 ฟอง? เธอจะเอาไปทำอะไรมากขนาดนั้น" ทีน่าแปลกใจที่มีคนซื้อไข่มากขนาดนั้น"ผมกำลังจะเปิดร้านอาหาร ทางปีกตะวันออกของจัตุรัสน่ะครับ" อลันตอบอย่างสุภาพ รู้สึกถึงความเป็นมิตรในน้ำเสียงของเธอ ทำให้เขารู้สึกเป็นมิตรด้วยเช่นกัน"ร้านอาหารหรือจ๊ะ เอ... 100 ฟองต่อวัน... ถ้าเฉพาะที่ฟาร์มของป้าคงจะไม่พอนะ ถ้าเปิดร้านอาหารพ่อหนุ่มลองไปติดต่อที่กิลด์พ่อค้าดีกว่านะ จะได้ราคาถูกกว่าด้วย" คุณป้าบอกอย่างใจดีอลันไม่เคยรู้มาก่อน กล่าวขอบคุณเธอ เขาเลือกมะเขือเทศจำนวนหนึ่งพลางมองไปยังพวกผักผลไม้อื่นๆ ที่นี่อากาศหนาวหาพืชผักสีเขียวได้ยากแต่แล้วก็เห็นผักที่คุ้นตาอย่างหนึ่งหน้าตาเหมือนต้นหอมแต่ต้นผอมแหลมเล็ก และมีดอกตูมๆ อยู่ด้านบนสอบถามคุณป้าทีน่าก็บอกว่าเป็นต้นหอมป่า รสชาติดี แต่นานๆ จะมีสักที"ขอบคุณมากครับ อย่างนั้นผมซื้อของพวกนี้ก็แล้วกันครับ" ซื้อไข่ ต้นหอม เนยกับมะเขือเทศอีกเล็กน้อย สำหรับอาหารเช้า ใจจริงเขาอยากได้'แป้งสาลี' แต่ถามราคาแล้วแพงมาก ครึ่งกิโลกรัมก็หนึ่งเหรียญทองแล้ว ตัดสินใจยังไม่เอา ในแผงของป้าทีน่ามีวัตถุดิบพื้นฐานแทบทุกอย่าง ขาดก็แต่เกลือเท่านั้น เกลือทะเลเป็นสินค้าเฉพาะที่ต้องซื้อกับกิลด์เท่านั้น เพราะเป็นสินค้าผูกขาด ราชวงศ์เท่านั้นที่จะมีสิทธิ์ขาย ซึ่งแน่นอนว่ามีเกลือเถื่อนที่ราคาถูกกว่าอยู่ด้วยเช่นกัน แต่ผิดกฎหมาย คุณภาพก็ต้องเสี่ยงดวงไปตามนั้นว่าจะเจออย่างอื่นผสมหรือไม่"ได้เลย ทั้งหมดก็ 15 เหรียญทองแดงจ้ะ" ป้าเจ้าของร้านเห็นเขาซื้อเยอะแถมขาก็เดินไม่สะดวก ก็เลยแถมเลมอนให้เขาสองลูกอย่างใจดี หลังจากที่เดินมาสักพัก อลันก็มองเห็น'ร้านขายขนมปังของโดรี่'ที่เอลิน่ามาซื้อขนมปังหวานตั้งอยู่ที่หัวมุมอีกด้านของจัตุรัส เขาแวะเข้าไปดูมีขนมปังหลายชนิดวางขาย ซึ่งส่วนใหญ่เป็น'ขนมปังไรย์'แบบหยาบ ทันใดนั้นก็เหลือบไปเห็นขนมปังชิ้นใหญ่ยาววางอยู่ด้านข้าง ตาเป็นประกายเดินเข้าไปหยิบมาสองแท่ง(ไม่นึกว่าจะเจอ'ขนมปังมาสลิน'ที่นี่แฮะ)ในบรรดาขนมปังในโลกยุคเก่าอลันชอบขนมปังชนิดนี้มากที่สุด และเป็นขนมปังที่เขากินอยู่ทุกวันตอนที่เป็นหัวหน้าอัศวินในเมืองหลวง'โดรี่' เจ้าของร้านซึ่งเป็น'มนุษย์'ชายรูปร่างอ้วนมากวัยกลางคนหน้าตาไม่รับแขกคนหนึ่ง พอเห็นเขาแต่งตัวเหมือนชาวบ้านทั่วไป ก็เดินเข้ามาพูดกับเขาอย่างอวดเบ่งว่า"ขนมปังมาสลิน (Maslin) พวกนี้ก้อนละหนึ่งเหรียญเงินนะ! ถ้า'ขนมปังหวานละก็อยู่ทางด้านนั้น! " พูดพลางก็ทำมือชี้ไปที่กองขนมปังสีน้ำตาลไหม้ๆ ที่อีกมุมของร้าน'ขนมปังมาสลิน'เป็นขนมปังที่ทำจาก'แป้งไรย์'ผสม'แป้งสาลี'และใช้ยีสต์ในการทำ ทั้งความนุ่มและรสชาติดีดีกว่า'ขนมปังดำ' (Black bread) ที่ใช้แต่ข้าวไรย์อย่างมาก แต่ก็มีราคาแพงกว่ามากเช่นกันเพราะข้าวสาลีปลูกได้ยากกว่า แถมยังต้องใช้ฟืนจำนวนมากในการอบ ในทวีปนี้ปรกติแล้วมีแต่คนมีเงินหรือตระกูลขุนนางชั้นสูงเท่านั้นที่จะซื้อ แต่ถ้าเทียบกับขนมปังในโลกปัจจุบัน...อืม..อย่าเทียบดีกว่า ถ้าเลือกได้ก็ไม่คิดที่จะใช้แต่ว่าวันนี้เขาไม่มีเวลามากนักจึงเลือกขนมปังที่ดีที่สุดในร้านไปทำอาหารอลันได้ยินก็รู้สึกเหมือนคุยอยู่กับกบในกะลามองโดรี่ ไม่ว่ายุคสมัยไหนมักจะมีคนประเภทนี้อยู่เสมอ ราวกับว่าเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้เลยจริงๆ พูดว่า"ผมกำลังอยากเจออคุณอยู่พอดีเลยโดรี่ เกี่ยวกับ'ขนมปังหวาน'นี่ ผมก็อยากจะบอกคุณว่า ผมละทึ่งในฝีมือของคุณจริงๆ ทำได้ขนาดนี้เรียกได้ว่า'ไม่ธรรมดา' ความนุ่มเหนียวของ'เนื้อสัมผัส'นั้นบอกได้คำเดียวว่า'สมบูรณ์แบบ' ส่วนความคิด'สร้างสรรค์'เนี่ยเอาคะแนนเต็มไปเลย"ฟังถึงตรงนี้สีหน้าโดรี่ก็ดีขึ้นเรื่อยๆ จนถึงคำสุดท้ายนี่เรียกได้ว่า'ยิ้มหน้าบาน'แล้วทีเดียว เจ้าหนุ่มคนนี้รสนิยมไม่เลวแม้จะดู'จน'ไปสักหน่อยก็ตาม กำลังจะถ่อมตัวสักเล็กน้อยตามมารยาท" ใช่! มัน'สร้างสรรค์'มากเลยจริงๆ ที่อบขนมปังออกมาเหมือน'ยางมะตอย'ได้ขนาดนี้ คุณน่าจะลองเอาไปทำถนนดูนะ... นี่เงินของคุณ เก็บไว้ดีๆ ล่ะ"พูดจบวางเงินไว้ที่โต๊ะสองเหรียญเงินแล้วก็เดินออกจากร้านทันที ทิ้งให้โดรี่ยืนอ้าปากค้างอยู่แบบนั้น('ยางมะตอย'ที่ว่ามันคืออะไรวะ?).....................................
    error loadedตลาดเช้าที่จัตุรัสเมืองกรีนล็อก Greenlock's Market Square, Credit : Deviantart.com