ปลายนิ้วเรียวสากเลื่อนไปดูภาพอื่น ๆ ก่อนจะเห็นรูปคู่ ระหว่างเธอกับฮอร์น ที่แม้จะมีเพียงไม่กี่ภาพ แต่แววตาและรอยยิ้มของคนทั้งคู่ ก็บอกเล่าถึงสถานะ และความสัมพันธ์สองคนนั้นได้เป็อย่างดี
เขาหุบยิ้มลงทันที เพราะทนดูไม่ได้และรู้สึกไม่พอใจเมื่อได้เห็นรอยยิ้มที่ดูมีความสุขของศัตรูอยากจะกดลบรูปคู่ที่มีอยู่ทิ้งมันไปให้หมด
เวลาต่อมา ที่คอนโดของพันเจีย ไวโอลินรู้สึกตัวตื่น ลุกขึ้นมานั่ง พันเจียกลับมาถึง เปิดประตูเดินเข้ามา เห็นเธอนั่งสะลึมสะลืออยู่ก็ถามว่า
“ฟื้นแล้วเหรอ”
“อื้อ...นี่กี่โมงแล้ว” ไวโอลินตอบกลับสั้น ๆ ก่อนจะถามเขากลับไป เพราะอยากรู้ว่าตอนนี้เป็เวลากี่โมงแล้ว
“หกโมง” พันเจียตอบมาสั้น ๆ ทว่าอยู่ทั้งคู่เริ่มที่จะพูดคุยกันดีขึ้น แบบไม่รู้เนื้อตัวตัว
“เดี๋ยวฉันไปทำความสะอาดห้องให้นายต่อก่อนนะ” เธอบอก แต่เขากลับปฏิเสธ
“นี่...ไม่ต้องหรอก พักเถอะ” พันเจียบอกกับเธอ
“ไม่ได้…ฉันอยากให้นายหายโกรธฮอร์น” ไวโอลินพูดขึ้น พันเจียไม่พอใจกับคำพูดของเธอ แต่ก็ยังคงเก็บอาการไว้
“ดูเหมือนว่าเธออยากจะกลับไปหาหมอนั่นซะเหลือเกินนะ” พันเจียพูดอย่างไม่สบอารมณ์นัก พลางจ้องมองที่ดวงตาคู่สวยของเธอแบบจริง ๆ จัง ๆ เป็ครั้งแรก ไวโอลินไม่กล้าสบตาของเขานานเกินกว่าแค่เสี้ยวนาที ก็รีบหลบตาของเขาเสียดื้อ ๆ
“ใช่…ฉันอยากกลับไปหาเค้า ไปถามเค้าว่าทำไมถึงใจร้ายกับฉันแบบนี้” ไวโอลินบอกกับคนตรงหน้า พันเจียพยักหน้ารับฟังคำตอบของเธอ แล้วพูดสวนออกไปทันทีว่า
“ถ้างั้น...เธอก็เตรียมถังรองน้ำไว้ได้เลย เพราะคำตอบของเ้านั่น อาจจะทำให้น้ำตาเธอไหลพราก” พันเจียพูดพลางเหยียดยิ้มร้ายกาจ
“นายพูดแบบนี้หมายความว่าไง” ไวโอลินถามอย่างไม่พอใจนัก
“ฉันก็หมายความว่ามันไม่ได้รักเธอไง มันรักแต่ตัวเอง ถึงได้ยอมเดิมพันเธอกับฉัน” คำพูดของพันเจียทำหัวใจดวงน้อยของเธอกระตุกวูบราวกับจี้ใจดำ ทว่าเขากลับพูดถูกทุกอย่าง อาจเป็เพราะว่าฮอร์นนั้นรักเธอไม่มากพอ เขาถึงได้ทำกับเธอแบบนี้ก็ได้ ไวโอลินลุกพรวดขึ้นในทันที
“นั่นเธอจะไปไหน!” พันเจียถามพร้อมกับลุกขึ้นตาม
“ก็นายบอกว่าฉันไม่ต้องทำงานบ้านให้นายแล้วไม่ใช่เหรอ ฉันก็จะกลับแล้วน่ะสิ ป่านนี้ป้าคงจะเป็ห่วงฉันแย่แล้ว”
“งั้นเดี๋ยวฉันไปส่ง แต่ว่าเธอต้องกินยา และทานข้าวที่นี่ก่อน ฉันซื้อมาให้เธอเรียบร้อยแล้ว” ไวโอลินรู้สึกประหลาดใจ ในท่าทีที่ดูเปลี่ยนไปของเขา เธอค่อย ๆ เดินไปเข้าห้องน้ำ พันเจียจะเข้ามาช่วยพยุง เห็นท่าว่าเธอจะเดินไม่ค่อยไหว แต่ในจังหวะนั้นไวโอลินเหลือบเห็นโทรศัพท์มือถือในมือของเขา ก็จำได้ว่าเป็มือถือของตัวเอง จึงรีบแย่งมันมาจากมือของเขาในทันที
หมับ!
“นี่มันของของฉัน! มันไปอยู่กับนายได้ไง” เธอคิด แล้วนึกถึงเหตุการณ์ที่สิงคโปร์นั่น “ฉันจำได้แล้ว…ผู้ชายที่ฉันเจอในห้องน้ำที่สิงคโปร์ที่แท้ก็นายเองเหรอ” พันเจียยังไม่ทันจะอธิบาย ไวโอลินรีบเปิดดูไฟล์รูป แต่ไม่พบภาพถ่ายแม้แต่ภาพเดียว
“นี่นายลบรูปเหรอ!” ไวโอลิน โวยวายใส่เขา
“นายกล้าดียังไงลบรูปในนั้น” หญิงสาว จ้องหน้าเขาแล้วขึ้นเสียง ถามย้ำอีกครั้ง
“นี่นายลบรูปของเราเหรอ นายลบรูปไปได้ไง คนบ้า!!!” เธอด่า ก่อนจะปรี่เข้าไปทุบร่างของเขาแบบไม่ยั้ง พันเจียจับมือเธอไว้ แต่ไวโอลินยังไม่หยุดยอม โหมรัวมือใส่ไปที่อกแกร่งของเขาจนสุดแรง
“เอารูปของฉันคืนมานะ เอาคืนมาสิ! เอาคืนมา!” พันเจียจับมือทั้งสองข้างของเธอไว้ ไวโอลินโมโหสุดขีด สะบัดมือออก ฟาดผ่ามือไปที่หน้าของพันเจียสุดแรงเกิด
ผัวะ!
เพียะ!
เพียะ!
พันเจียหน้าชา... จ้องหน้าเธอด้วยสายตาที่ดุดัน ไวโอลินได้สติ รู้สึกใกับการกระทำของตัวเองเมื่อครู่ เธอโกรธมากที่เขาลบภาพถ่ายระหว่างเธอและฮอร์นไป ภาพเช็ตนี้มีค่ากับจิตใจของเธอมาก เพราะเป็ภาพความทรงจำในเดทครั้งแรกของเธอ
"นายทำแบบนี้ได้ไง! ทำมันได้ยังไง" น้ำเสียงของเธอดูอ่อนลง เพราะไวโอลินรู้ตัวว่าทำเกินไป แต่เพราะเขาทำลายความสัมพันธ์ของเธอไม่พอ เขายังลบภาพถ่ายที่เป็ความทรงจำของเธอไปด้วย มันทำให้เธอควบคุมสติเอาไว้ไม่อยู่จนเกือบจะกลายเป็คนบ้า
พันเจีย ยืนจ้องหน้าเธออย่างเอาเื่ เพราะเขาเอง ก็ไม่พอใจในการกระทำของเธอเช่นกัน
เ้าของแววตาดุดันจ้องมองเธอตาเขม็ง ก่อนที่เขาจะแย่งมือถือคืนกลับมา แล้วปามันทิ้งแตกกระจัดกระจายลงไปบนพื้น ไวโอลินมองตามก็ถึงกับสะดุ้งใ หน้าเหวอ! จนทำอะไรไม่ถูก เธอโมโหสุดขีด โกรธจนปากสั่น จะเข้าไปทำร้ายเขา พันเจียเห็นแบบนั้นรีบชี้หน้า
“ถ้าขืนเธอถูกต้องตัวฉันอีก ครั้งนี้ฉันไม่ปล่อยเธอไว้แน่!!” ไวโลอินได้ยินเขายื่นคำขาด แต่เธอยังไม่ยอมลดละหันไปเห็นรีโมทเครื่องปรับอากาศภายในห้อง และใช้มันเป็อาวุธ เผลอเขวี้ยงมันใส่หน้าเขา พันเจียหลบ! แต่ไม่พ้น
โป้กกก!!!
“โอ๊ะ!” พันเจียถูกกระแทกเข้าที่หางคิ้ว ชายหนุ่มยกมือขึ้นแตะ มีเืไหลซึมออกมา ไวโอลินเห็นแบบนั้นจึงรีบวิ่งหนีไปที่ประตู พันเจียโมโหเืขึ้นหน้า ปรี่เข้าไปดึงตัวเธอไว้
“หยุดเดี๋ยวนี้!!!” เขาสั่งเสียงเหี้ยม แต่ไวโอลินไม่ฟัง พันเจียคว้าตัวเธอเข้ามากอดรัด ไวโอลินพยายามจะดิ้นรนขัดขืน ทว่าเขากลับยิ่งออกแรงรัดแน่นยิ่งขึ้นกว่าเดิม ก่อนจะพลิกตัวเธอให้หันขวับมาหาเขาแบบทันใด
“ละ เื...เืดด!!!” ไวโอลินเห็นเืที่หางคิ้วของเขาเต็มสองตา พยายามจะหันหน้าหนี แต่เขากลับยิ่งออกแรงรัดตัวเธอแน่นขึ้น ไวโอลินหมดแรงจะดิ้นสู้ กับเรี่ยวแรงของชายหนุ่มอย่างเขา
แววตาดุจ้องหน้าสบตาหญิงสาวในอ้อมแขนเห็นสีหน้าของเธอที่เริ่มแปรเปลี่ยนไป พอพันเจียเห็นอย่างนั้นก็ผ่อนกำลังลง สีหน้าของไวโอลินบ่งบอกถึงอาการที่ไม่ปกติอย่างเห็นได้ชัด พันเจียเห็นเธอหน้าซีด รีบคลายมือออกอย่างช้า ๆ เพราะกลัวว่าเธอจะเป็ลมคาเงื้อมมือของเขา ทว่ามันก็เป็แบบนั้น
“นี่เธอเป็อะไรหรือเปล่า” พันเจียถามด้วยน้ำเสียงที่อ่อนลง ไวโอลิน หายใจติด ๆ ขัด ๆ หูอื้อ ตาพร่ามัว พันเจียจึงเริ่มอ่อนลงแล้วสบตาหญิงสาวดูราวกับเป็ห่วง
“ปวดหัว!” ไวโอลินเอ่ยเสียงแ่ ยิ่งได้เห็นเืที่ไหลออกมาจากปลายคิ้วของพันเจียก็ยิ่งทำให้อาการของเธอดูแย่ลง ร่างสูงประคองร่างของเธอไว้ด้วยสองมืออันแข่งแกร่งของเขา ทันทีที่ไวโอลินหมดเรียวแรง
ประตูที่ไม่ได้ล็อก ทำให้ฟาน และไฮน์ ที่พึ่งจะมาถึงเดินเข้ามาเห็นทั้งคู่ที่ดูเหมือนว่าจะกำลังนัวเนียกันอยู่พอดี พันเจียหันไปเห็นแล้วจ้องหน้าเขาอย่างเกรี้ยวกราด... เพราะความจริงแล้วมันไม่ได้เป็อย่างที่สองคนนี้เข้าใจเลยแม้แต่นิดเดียว
“พวกเราไม่ได้ตั้งใจมาขัดจังหวะความสุขของนายหรอกนะ” ฟานเห็นสีหน้าของพันเจีย จึงรีบบอกออกไป เพราะกลัวว่า พันเจียจะคิดว่าพวกเขาตั้งใจจะเข้ามาขัดจังหวะ พันเจียฉุนรีบบอกไปทันที
“ฉันไม่คิดจะทำบ้า ๆ กับยัยนี่ ในเวลาแบบนี้หรอกนะ”
“อ้าว! แล้วที่นายกอดกันอยู่เนี่ย ไม่ใช่อย่างที่พวกเราคิดหรอกเหรอ” ฟานถามด้วยความสงสัย ไฮน์เห็นเืที่หัวพันเจีย รีบดันฟานให้เข้าไปด้าในก่อนถามออกไปว่า
“นี่มันเกิดไรขึ้นเนี่ย” ฟานหันไปเห็นซากมือถือที่หล่นกระจัดกระจายอยู่ที่พื้น ก็พอจะคาดเดาสถานการณ์ก่อนหน้านี้ออกจนทะลุปรุโปร่ง จึงไม่ถามต่อให้มากความ รีบเข้ามาช่วยอย่างทันทีทันใด
“นี่เืนายไหลไม่หยุดเลย ไปล้างแผลก่อนไหม” ฟานบอกพร้อมกับดึงเขาให้ไปนั่งที่โซฟา แต่พันเจียไม่ทำตาม
“ไม่เป็ไร พวกนายช่วยดูยัยนี่ก่อนดีกว่า ท่าทางจะเป็ลม สงสัยเป็เพราะเห็นเืที่หัวของฉันแน่เลย ไม่รู้ว่าช็อกตายไปแล้วหรือยัง” พันเจียบอก ฟานรับคำ พันเจียจึงเดินไปจัดการกับแผลของตัวเอง ส่วนไฮน์ก้มลงไปเก็บซากมือถือที่ตกอยู่ ก่อนที่ความเงียบจะเข้าครอบงำบรรยากาศภายในห้องไปชั่วขณะ
หลังจากนั้นไม่นาน ไวโอลินก็รู้สึกตัวขึ้นอีกครั้งฟานที่นั่งอยู่บนโซฟาหันมาเห็นเธอก่อนคนอื่น จึงลุกพรวดขึ้นไปที่เตียงนอน แล้วเอ่ยถามอย่างเป็ห่วง
"นี่เธอเป็ไงบ้าง"
"ฉันไม่เป็ไร แค่รู้สึกหน้ามืดเลยวูบไปเท่านั้น" ไวโอลินตอบ ขณะที่พันเจียและไฮน์นั่งมองหน้ากันไปมาอยู่ที่โซฟาด้านนอก แม้จะได้ยินทุกอย่างภายในห้อง ทว่าพันเจียก็กลับทำเป็ไม่สนใจ
“เธอเป็โรคกลัวเืใช่ไหมเนี่ย” ฟานหยิบยาดมออกจากกระเป๋ากางเกงที่เขายัดใส่มาด้วยแบบส่ง ๆ ก่อนหน้านั้น
“ไม่คิดว่าจะได้เอาออกมาใช้หรอกนะ” เขาบอกพลางยื่นให้เธอ ไวโอลินหลับตาแล้วก้มลงสูดดมอย่างช้า ๆ
"นี่ยังไม่ได้กินไรกันเลยใช่ไหม" ฟานเอ่ยถาม ไวโอลินไม่ตอบได้แต่นั่งนิ่ง
“จริงสิ ฉันได้ของกินมาเพียบเลยนะ” ไฮน์พูดขึ้น แล้วลุกเดินไปยังโต๊ะอาหาร พันเจียเดินกลับเข้ามาในห้องนอน พร้อมกับหางคิ้วที่ถูกปิดด้วยแผ่นพลาสเตอร์
“ทำเองเลยเหรอ ไปหาหมอหน่อยไหม” ฟานถามทันทีที่เมื่อเห็นเขาเดินเข้ามา
“แผลนิดเดียว ติดไอ้นี่ก็อยู่แล้ว” พันเจียบอกพลางชี้มาที่คิ้วหนา ก่อนที่ทั้งคู่จะเดินตามไฮน์ ออกไปยังโต๊ะอาหาร
ไวโอลินเริ่มรู้สึกดีขึ้น จึงลุกจากเตียงแล้วเดินตามออกไป
"ฟาน...ฉันอยากกลับบ้าน นายช่วยไปส่งฉันหน่อยได้ไหม" ไวโอลินถามเสียงเรียบ ฟานได้ยินอย่างนั้นก็หันไปมองหน้าเพื่อนของเขา เพื่อรอการตัดสินใจจากพันเจียอีกทีนึง
"เื่นั้นต้องถามพันเจีย ว่ามันจะให้เธอกลับตอนไหน แต่คงไม่ใช่หน้าที่ฉัน ที่เป็คนไปส่งเธอหรอกนะ" ฟานหันไปกระซิบบอกกับไวโอลิน เธอถึงกับหน้าเหวอ
"ไหงเป็งั้น นายเป็คนพาฉันมาไม่ใช่หรือไง ก็ต้องพากลับไปส่งด้วยสิ" ไวโอลินกระซิบกระซาบ
"ขอโทษทีนะ เผอิญฉันขอติดรถมากับเ้านั่น" ฟานบอกพลางชี้ไปที่ไฮน์ เ้าตัวเห็นแบบนั้นก็รีบพูดเอาตัวรอด เพราะไม่อยากมีปัญหากับพันเจีย
"ฉันเองก็ต้องรีบกลับ เพราะว่าที่บ้านจะใช้รถ เสียใจด้วยนะ" ทุกคนหันไปหาพันเจีย ทว่าเขากลับทำเป็ไม่สนใจ
"ฉันหิว...ขอกินไรก่อนแล้วกัน ถึงจะนึกออกว่าจะเอายังไง" พันเจียตอบลอย ๆ ไวโอลินเริ่มรู้สึกว่า พวกเขาเกี่ยงกันไปมา เหมือนไม่อยากให้เธอกลับ
ไฮน์ที่เห็นสถานการณ์ท่าทางไม่ค่อยจะดี รีบแนะนำอาหารที่นำมาเพื่อทำลายบรรยากาศที่แสนจะตรึงเครียด ไวโอลินหันมาจ้องหน้าฟาน ทว่าเขาที่รู้ตัวจึงได้บอกออกไปว่า
"เธอต้องเป็คนไปเคลียร์กับเ้านั่น เพื่อให้ขับรถกลับไปส่ง...เข้าใจไหม" ฟานก้มลงกระซิบแ่เบาที่ข้างหูพร้อมกับชี้ไปทางร่างสูงของพันเจียที่เดินกลับไปนั่งที่โซฟาหน้าทีวี ไวโอลินมองตามก่อนจะถอนหายใจทิ้ง...