เสียงโห่ร้องดังกระแทกกำแพงห้องโถงใหญ่เมื่อเอเดนก้าวขึ้นเวทีไฟแฟลชวูบวาบราวกับสายฟ้าไม่หยุดหย่อน เขาโบกมือให้แฟน ๆ อย่างเคยแต่สายตากลับกวาดหาผู้หญิงเพียงคนเดียวที่ยืนหลบอยู่หลังม่าน
อริสกอดแฟ้มงานแนบอกสีหน้าเรียบนิ่งเหมือนทุกครั้งที่ทำหน้าที่ เธอไม่ส่งรอยยิ้ม ไม่มองตรงไปที่เขาแต่เขารู้ดีว่าทุกการเคลื่อนไหวของเธอถูกเก็บรายละเอียดไว้ในใจเสมอ
เสียงพิธีกรเอ่ยชื่นชมบนเวทีแต่ในหูเอเดนกลับว่างเปล่า เขาสนใจเพียงร่างเพรียวที่ยืนอยู่ไกลออกไปความเ็าแบบนั้นกลับทำให้เขารู้สึกคันยิบในอกจนทนแทบไม่ไหว
เขาก้มศีรษะให้แฟน ๆพลางยกมุมปากขึ้นเป็รอยยิ้มหล่อเหลาตามสูตร แต่สายตาลอบตวัดไปยังเธออีกครั้งความอยากจะฉีกหน้ากากสงบเย็นนั่นทิ้งมันรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ
อริสเหลือบตาขึ้นเพียงเสี้ยววินาทีก่อนจะหันไปสั่งงานทีมงานด้านข้าง รอยยิ้มจาง ๆ ที่ไม่ถึงดวงตานั้นคือประกายไฟเล็กๆ ที่ทำให้เอเดนรู้ว่า คืนนี้เขาจะไม่ยอมปล่อยเธอไปง่าย ๆ
เสียงเพลงบรรเลงต่อเนื่องงานเลี้ยงดำเนินไปตามแผนแต่เอเดนกลับรู้สึกว่าทุกนาทีมันยืดยาวเกินไปเมื่อเขาไม่อาจละสายตาจากเธอได้เลยแม้แต่วินาทีเดียว
อริสเดินตรวจเช็กความเรียบร้อยตามมุมห้องมือเรียวขยับรวดเร็วกับงานที่ทำจนดูเหมือนเธอไม่ได้สนใจใครแต่ทุกก้าวที่ขยับกลับกลายเป็ภาพตรึงตาเขาอย่างน่าหงุดหงิด
เขายกแก้วขึ้นจิบไวน์กลิ่นแอลกอฮอล์ไม่ช่วยให้ความรู้สึกในอกเบาลงมีแต่เพิ่มความร้อนที่คุกรุ่นอยู่ภายในให้แรงขึ้นเหมือนไฟถูกโหมลม
เสียงหัวเราะของผู้บริหารโต๊ะใกล้เคียงดังขึ้นแต่เอเดนกลับไม่ขำด้วย เขาแสร้งยิ้มรับอย่างสุภาพ ขณะที่ความคิดลึก ๆวนเวียนอยู่แค่จะลากเธอไปที่ไหนถึงจะสาแก่ใจ
อริสหันมาเจอสายตาเขาเพียงครั้งเดียวแววเ็าที่ไม่สะทกสะท้านทำให้เขากัดฟันแน่นรอยยิ้มบนใบหน้าหล่อเหลาจึงดูคมกว่าที่ใครคิดว่าเป็เพียงเสน่ห์ของดาราดัง
เสียงปรบมือดังก้องเมื่อพิธีกรกล่าวเชิดชูชื่อของเขาเอเดนยิ้มรับตามหน้าที่ แต่หัวใจกลับเต้นแรงด้วยเหตุผลที่ไม่มีใครในห้องนี้รู้นั่นคือผู้หญิงที่ยังคงทำเป็ไม่เห็นเขาเลยสักนิด
อริสยืนข้างผนังห่างออกไป ไม่ได้เข้าใกล้ไม่ได้แสดงอาการใด ๆเธอเพียงพูดคุยกับทีมงานเล็กน้อยแล้วหันไปมองด้านอื่นเหมือนเขาไม่ใช่จุดศูนย์กลางของทุกสายตา
เอเดนขบกรามแน่นความรู้สึกคุกรุ่นในอกยิ่งทวีขึ้นทุกครั้งที่เห็นท่าทีเฉยเมยนั้นมันเหมือนการท้าทายที่ไม่ต้องใช้คำพูดแต่กลับแทงลึกกว่าคำพูดใด ๆ
เขาโน้มตัวลงใกล้ไมค์กล่าวขอบคุณตามบทพูดที่เตรียมไว้ เสียงของเขานุ่มนวลต่อหน้าสื่อแต่สายตาที่เหลือบหาเธอแฝงแรงดิบที่แทบจะะเิออกมา
อริสปรายตามาเพียงชั่ววินาทีก่อนจะหันกลับไปอย่างไม่แยแส รอยยิ้มจาง ๆ ของเธอคือคำตอบที่ทำให้เอเดนมั่นใจว่าหลังงานคืนนี้ เขาจะไม่ยอมให้เธอเดินหนีไปอีก
ทันทีที่เขาก้าวลงจากเวทีทีมงานหลายคนกรูกันเข้ามา แต่เอเดนกลับกวาดตามองหาคนเพียงคนเดียวและเมื่อเห็นอริสกำลังเก็บอุปกรณ์ เขาก็เดินตรงไปหาโดยไม่สนเสียงใครเรียก
อริสชะงักเล็กน้อยเมื่อเงาร่างสูงหยุดตรงหน้าแต่เธอยังคงก้มหน้าจัดของต่อเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นความนิ่งนั้นทำให้เขารู้สึกเหมือนถูกท้าทายซ้ำแล้วซ้ำเล่า
เอเดนเอื้อมมือดึงแฟ้มออกจากมือเธอแล้ววางกระแทกลงโต๊ะสายตาคมกดแรงพอให้เธอเงยหน้าขึ้นสบตา เขาไม่สนว่ามีคนเดินผ่านไปมาอยู่รอบด้าน
“ทำไมต้องทำเหมือนไม่เห็นฉันทั้งคืน”น้ำเสียงต่ำชิดกรามเต็มไปด้วยความหงุดหงิดที่กดไว้ไม่อยู่มันไม่ใช่คำถามธรรมดาแต่เป็การเค้นเอาคำตอบ
อริสยกคิ้วเล็กน้อย ก่อนจะตอบเรียบง่าย“เพราะฉันมีงานต้องทำ ไม่มีเวลามาสนใจคนที่ชอบคิดว่าตัวเองเป็ศูนย์กลาง”
เอเดนขบกรามแน่นรอยยิ้มบางที่ปรากฏไม่ใช่เพราะขำ แต่เพราะคำตอบนั้นยิ่งทำให้เืในกายร้อนผ่าวเขาไม่ชอบการถูกเมิน และยิ่งไม่ชอบเวลามีใครกล้าพูดใส่หน้าอย่างไม่เกรงใจ
อริสหยิบแฟ้มอีกเล่มขึ้นมาแทนไม่แยแสต่อแรงกดที่กดทับจากร่างสูงตรงหน้าการทำเป็เฉยเหมือนทุกอย่างปกติคือเกราะป้องกันที่ทำให้เขายิ่งอยากกระชากออกมาให้แตกหัก
เขาก้าวเข้ามาใกล้จนกลิ่นน้ำหอมอ่อน ๆจากร่างเธอชัดเจนเกินไป มือหนาเอื้อมไปยันโต๊ะด้านหลังปิดกั้นทางถอยจนเหลือเพียงลมหายใจที่ปะทะกันร้อนระอุ
“อย่าทำเป็ไม่รู้ว่าฉันกำลังพูดเื่อะไร”เสียงต่ำกดแน่นหลุดออกมาเหมือนคำสั่งมากกว่าคำพูดแววตาคมของเขาชัดเจนว่าไม่ยอมให้เธอหนีความจริงนี้ได้อีก
อริสเงยหน้าสบตาอย่างตรงไปตรงมาริมฝีปากโค้งเล็กน้อยก่อนเอ่ยเสียงเรียบ “แล้วถ้าฉันตั้งใจจะไม่สนใจจริง ๆ ล่ะ…นายมั่นใจแค่ไหนว่าทำได้มากกว่าพูด”
เอเดนหัวเราะหึในลำคอเสียงนั้นไม่ได้เต็มไปด้วยความขบขัน แต่เป็การกดอารมณ์ที่ปะทุอยู่ภายในเขาโน้มตัวลงจนเงาของเขาทาบเธอทั้งหมด ร่างสูงใหญ่ปิดทุกช่องว่างให้หายใจลำบาก
อริสยืนนิ่ง สายตาคมไม่หลบไปไหนเธอรับแรงกดทับที่พุ่งใส่โดยไม่สะทกสะท้านความเ็าในท่าทีของเธอกลับทำให้เขารู้สึกเหมือนถูกยั่วยุยิ่งกว่าโดนท้าทายด้วยคำพูดตรงๆ
เขาขยับมือจากโต๊ะมาแตะต้นแขนของเธอแรงกดไม่ถึงกับรุนแรงแต่ก็หนักพอให้รู้ว่าเธอหนีไปไหนไม่ได้ลมหายใจอุ่นของเขาไล้ผ่านขมับจนเส้นประสาททั่วร่างเธอสั่นสะท้าน
“สักวันเธอจะหยุดทำหน้าเ็าใส่ฉันเอง”คำพูดสั้น ๆ เอ่ยชิดใบหูรอยยิ้มที่มุมปากทำให้บรรยากาศรอบตัวเหมือนถูกบีบให้คับแคบลงทุกวินาที
อริสหันหน้ากลับมาอย่างช้า ๆดวงตาคมสบเขาตรง ๆ ก่อนตอบเสียงเรียบ “หรือบางที…ฉันอาจจะไม่หยุดเลยก็ได้”คำพูดนั้นกรีดลงกลางอากาศเหมือนมีดคมที่บังคับให้เขากัดฟันแน่นกว่าเดิม
เสียงพูดคุยของทีมงานเบาบางลงเมื่อทุกคนถูกดึงไปสนใจเวทีด้านนอกเหลือเพียงมุมเงียบที่ทั้งคู่ยืนประชันกันอย่างตึงเครียด ราวกับพื้นที่เล็ก ๆนี้ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อพวกเขาโดยเฉพาะ
เอเดนขยับเข้าใกล้กว่าเดิมมือหนายกขึ้นกดที่ผนังข้างศีรษะของเธอการปิดกั้นตรงนี้ชัดเจนว่าเขาไม่้าให้เธอหนีความใกล้ชิดร้อนแรงจนแทบได้ยินเสียงหัวใจอีกฝ่ายเต้น
อริสไม่ถอยแม้แต่ก้าวเดียวเธอเงยหน้าขึ้นด้วยแววตานิ่งเรียบความเงียบของเธอกลายเป็แรงยั่วเย้าที่ผลักให้เขาเดินเข้าเส้นเขตอันตรายมากกว่าเดิม
เอเดนโน้มลงอย่างรวดเร็วริมฝีปากบดจูบเธอแรงจนแทบไม่เหลือช่องให้หายใจ มันไม่ใช่จูบอ่อนโยนแต่เป็การกดข่มที่เขาปล่อยไฟในอกออกมาโดยไม่คิดปิดบัง
อริสยกมือยันอกเขาไว้ แต่ไม่ได้ผลักออกความร้อนแล่นวาบไปทั่วร่างเมื่อเขากดจูบลึกขึ้นทุกทีแรงต้านเพียงเล็กน้อยนั้นกลับยิ่งทำให้เขารู้สึกติดใจมากกว่าพอใจ
เสียงหายใจของทั้งคู่สอดประสานในความเงียบริมฝีปากของเอเดนยังไม่ยอมผละออกเขากดจูบซ้ำรัวเหมือนกลัวว่าเธอจะหลุดหนีไปหากปล่อยแม้เพียงวินาทีเดียว
อริสกัดริมฝีปากตัวเองเมื่อเขาผละออกเล็กน้อยแววตาที่สบมามีทั้งความดื้อดึงและแรงท้าทายที่ทำให้เืในกายเขาเดือดพล่านมากขึ้นกว่าเดิม
เขาลากมือจากต้นแขนลงมาที่เอวบีบแน่นพอให้ร่างเพรียวแนบชิดเข้าหา กลิ่นกายหอมอ่อน ๆของเธอทำให้สติที่เหลือน้อยอยู่แล้วแทบจะหายไปจนหมดสิ้น
“อย่ามองฉันแบบนั้นถ้าไม่อยากให้เกิดเื่”เสียงทุ้มต่ำกดแน่นเอ่ยออกมาขณะสายตาคมกวาดมองไปทั่วร่างเธออย่างไม่ปิดบังแรง้าที่คุกรุ่น
อริสยกคางขึ้นนิดเดียวรอยยิ้มจางที่โผล่ตรงมุมปากคือคำตอบชัดเจนว่าเธอไม่ได้คิดจะถอยความเงียบเย็นนั้นกลับทำให้เอเดนอยากลากเธอให้ข้ามเส้นไปไกลกว่าที่เป็
เอเดนผลักร่างเธอเบา ๆ จนหลังชนผนังเสียงสะท้อนดังแ่แต่แรงกดนั้นชัดเจนว่าเขาเอาจริงดวงตาคมที่จ้องลงมาเต็มไปด้วยความหิวกระหายที่ไม่คิดปิดบังอีกต่อไป
อริสวางฝ่ามือลงบนอกเขาเหมือนตั้งใจจะขวางแต่แรงนั้นไม่มีพลังพอจะหยุดได้ความใกล้ชิดร้อนระอุทำให้ทุกััยิ่งย้ำว่าขอบเขตระหว่างทั้งคู่ได้ถูกทำลายลงแล้ว
เขากดริมฝีปากลงอีกครั้งคราวนี้หนักหน่วงและลึกกว่าเดิมเสียงหอบหายใจดังปะปนระหว่างจังหวะเร่าร้อนที่แทบไม่ปล่อยให้เธอได้พักหายใจ
มือหนาลากไล้จากเอวลงมาที่สะโพกบีบแน่นอย่างหวงแหนความปรารถนาที่สะสมมานานปะทุออกในทุกการเคลื่อนไหวราวกับไฟที่เผาไหม้ไม่หยุด
อริสหลับตาลงชั่วขณะยอมให้แรงกดนั้นโถมเข้ามาโดยไม่ผลักหนีความดื้อดึงที่ยังเหลืออยู่กลับกลายเป็เชื้อเพลิงที่ทำให้เอเดนยิ่งติดใจรสััมากขึ้นทุกวินาที
เอเดนถอนริมฝีปากออกเพียงเสี้ยววินาทีสายตาคมยังคงตรึงเธอไว้เหมือนสัตว์นักล่าที่เจอเหยื่อร่างสูงโน้มลงกระซิบข้างหูด้วยเสียงหอบต่ำจนแทบเป็คำคราง
มือของเขาล้วงเข้าใต้ชายเสื้อดึงผิวเนียนอุ่นให้ัักับฝ่ามือหยาบ อุณหภูมิที่ต่างกันทำให้เธอสะดุ้งเล็กน้อยแต่ไม่ถอยห่างแม้แต่นิดเดียว
“คิดว่าจะยั่วแล้วเดินหนีไปง่าย ๆเหรอ” น้ำเสียงขุ่นต่ำแฝงแรงหวงห้ามไม่ปิดบังเขากดร่างเธอแนบผนังแน่นกว่าเดิมจนทุกการขยับถูกบังคับให้อยู่ในกำมือ
อริสหอบหายใจเบา ๆดวงตาที่สบกลับยังนิ่งเรียบ ริมฝีปากที่ยกขึ้นเล็กน้อยเหมือนกำลังยั่วยุเขาอ่านมันออกทันทีว่านั่นคือการท้าทายครั้งใหญ่ที่สุด
เอเดนก้มลงบดจูบอีกครั้งคราวนี้ปลดปล่อยแรงปรารถนาอย่างไม่ยั้ง มือหนาลูบไล้ต่ำลงไปเรื่อย ๆจนขอบเขตที่เหลืออยู่แทบจะถูกเผาไหม้จนสิ้นซาก
มือหนาของเอเดนเลื่อนลึกลงไปภายใต้กระโปรงลากปลายนิ้วผ่านต้นขาเนียนจนเธอสะดุ้งเสียงหอบสั้นหลุดออกจากริมฝีปากแม้พยายามจะกลั้นเอาไว้ก็ตาม
เขาจ้องเธอด้วยสายตาคมกริบรอยยิ้มที่ผุดขึ้นมุมปากเต็มไปด้วยแรงพอใจเมื่อเห็นท่าทีไม่อาจปกปิดได้อีกต่อไปลมหายใจของเขาแรงขึ้นทุกวินาทีที่อยู่ใกล้
“แบบนี้ไม่ใช่ไม่รู้สึก…แต่กลั้นไว้มากกว่า”เสียงทุ้มต่ำขยับชิดหู ปลายนิ้วกดหนักขึ้นเล็กน้อยร่างเพรียวสั่นไหวชั่วขณะก่อนมือบางจะคว้าแขนเขาแน่น
อริสกัดริมฝีปากแน่นเพื่อไม่ให้เสียงใดเล็ดรอดแต่แรงกดที่เอวทำให้เธอไม่อาจควบคุมได้เหมือนเดิมสายตาคมที่ยังมองมาไม่กะพริบยิ่งตอกย้ำว่าหนีไปไหนไม่ได้
เอเดนกดจูบอีกครั้งอย่างเร่าร้อนมือที่เลื่อนไปมาราวกับตั้งใจจะเผาให้เธอยอมจำนนทุกััทำให้ความอดทนที่เหลืออยู่บางเกินกว่าจะต้านต่อไปได้
เอเดนดันร่างเธอแนบผนังหนักกว่าเดิมริมฝีปากบดจูบจนเสียงหอบสั้น ๆ ของอริสเล็ดลอดออกมาความดื้อที่เคยมีถูกไฟปรารถนากลืนกินจนแทบหมดสิ้น
มือหนาล้วงลึกลงไปััตรงกลางเรือนกายปลายนิ้วกดแรงจนเธอเผลอครางสั้น ๆ ออกมาเสียงนั้นทำให้เขาแทบเสียการควบคุมและยิ่งกดััแรงกว่าเดิม
“แค่เสียงเดียวก็ทำฉันแทบบ้าแล้ว”เขากระซิบเสียงหอบ แววตาคมเต็มไปด้วยแรงเสพติดที่ปกปิดไม่ไหวร่างสูงกดสะโพกเข้าหาเธอแแ่จนแทบไม่เหลือช่องว่าง
อริสยกมือจิกไหล่เขาแน่นความร้อนแล่นวาบไปทั่วร่างจนยืนแทบไม่ไหวทุกััที่โถมใส่ทำให้เธอไม่อาจแยกได้อีกว่ากำลังต่อต้านหรือยอมรับ
เอเดนซุกหน้าลงที่ลำคอปล่อยเสียงหอบร้อนกระแทกผิว “คืนนี้ฉันไม่พอแค่นี้แน่”คำพูดนั้นคือคำประกาศที่ชัดเจนว่าเขาติดใจเธอไปแล้วและไม่คิดจะปล่อยให้เธอหลุดมืออีก