Silver Dust : Merlin

    ตอนที่ 55 หงุดหงิด

    ตอนที่ 55 หงุดหงิด

     

    *****ไม่อนุญาตให้นำนิยายไปดัดแปลงหรือเผยแพร่ช่องทางอื่นทุกกรณีนะครับ*****

     

     

     

    เมอร์ลินตั้งใจอ่านหนังสือ เมื่อไม่อยู่ในสายตาของศาสตราจารย์ออสตินแล้ว เขาจึงใช้ความสามารถที่แท้จริงของตนเอง

     

    โดยที่ไม่แคร์สายตาของมาร์เทลที่กำลังจับจ้องเขาอยู่เลย

     

    สิ่งที่มาเทลเห็นอยู่ในตอนนี้คือภาพของเด็กที่กำลังเล่นเปิดหนังสือมากกว่า 

     

    เด็กน้อยคนนั้นพลิกเปิดหนังสือหน้าแล้วหน้าเล่า ไม่ต่างไปจากภาพของเด็กน้อยทั่วไปที่กำลังเปิดดูหนังสือนิทานภาพ เด็กเหล่านั้นแทบจะไม่สนใจตัวหนังสือในหน้าเหล่านั้นเลยด้วยซ้ำ พวกเขาเพียงแค่มองดูรูปภาพประกอบเท่านั้นแล้วเปิดหน้าถัดไปอย่างรวดเร็ว


    อย่างไรก็ตามคุณชายน้อยพริสตันคนนี้กลับดีหน่อย ที่การพลิกหน้าหนังสือของเขานั้นกลับไม่ทำให้หน้าหนังสือเสียหายหรือเกิดรอยยับเลยแม้แต่น้อย การจับของเขาดูทะนุถนอนเป็นอย่างมาก แต่กลับเปิดด้วยความเร็วซึ่งต่างกันคนละขั้ว


    เสียงพลิกหนังสือของเด็กน้อยทำให้เรียกความสนใจจากผู้คนไม่น้อย


    อย่างไรก็ตามเมื่อเวลาผ่านไป พวกเขากลับเริ่มรู้สึกคุ้นชินไปกับมันจนไม่หันกลับมาสนใจอีกเลย แม้แต่มาร์เทลที่มีหน้าที่จับตาดูเด็กน้อย เนื่องจากบรรยาการที่เงียบสงบ การพูดคุยเสียงเบาเหมือนกับยุง และมีแต่เสียงพลิกอ่านหนังสือ มันก็ยังทำให้เขารู้สึกง่วงไปด้วย


    “ไม่ได้ฉันจะหลับไม่ได้ หน้าที่ของฉันคือการดูแลคุณชายน้อยพริสตันผู้นี้ให้ดี” มาร์เทลใช้มือตบไปที่หน้าตัวเองเพื่อเรียกสติ


    เขายังคงจ้องมองคุณชายน้อยพริสตันที่พลิกหนังสือหน้าแล้วหน้าเล่าจนหมดเล่ม แล้วหยิบเล่มใหม่ขึ้นมาพลิกดูต่อ


    แน่นอนว่าภาพนี้ไม่สามารถเรียกได้ว่าเป็นการอ่านหนังสือได้เลย มันสามารถเรียกได้แค่ว่าเปิดดูอย่างเร็วๆ เท่านั้น


    เมอร์ลินมีประสบการณ์การอ่านหนังสือแบบนี้มานานนับปี หนังสือในห้องหนังสือศาสตราจารย์ออสตินมีอยู่พันกว่าเล่มล้วนผ่านมือเขามาแล้ว


    ในวันแรกเขาสามารถอ่านพวกมันได้แค่ไม่กี่เล่มเท่านั้น เพราะมีเวลาที่จำกัด


    แต่เมื่อเวลาผ่านไป ความสามารถในการอ่านของเขายิ่งยกระดับมากยิ่งขึ้น เขาไม่เหมือนเด็กน้อยวัยสิบขวบก่อนหน้านี้อีกแล้ว


    เพียงเวลาไม่กี่นาทีเมอร์ลินก็สามารถอ่านหนังสือจบไปหนึ่งเล่ม นั่นเพราะหนังสือพวกนี้เทียบไม่ได้กับหนังสือหนาๆ และเข้าใจได้ยากของศาสตราจารย์ออสตินเลย


    ความง่ายของมันสามารถทำให้เมอร์ลินเรียบเรียงความเข้าใจได้อย่างรวดเร็ว


    ทั้งนี้ยิ่งเขาอ่านก็เหมือนกับจิ๊กซอร์ที่ขาดไปถูกเติมเต็มมากยิ่งขึ้น 


    ใช่แล้ว หนังสือในรายการที่ศาสตราจารย์ออสตินจัดให้พวกเนี้อสามารถเติมเต็มความรู้พื้นฐานของเมอร์ลินได้เป็นอย่างมาก 


    แน่นอนว่าพวกมันคือหนังสือแบบเรียนมาตรฐานของโรงเรียนเวทมนตร์ 


    ศาสตราจารย์ออสตินเคยเป็นถึงศาสตราจารย์ของมหาวิทยาเลยวินเซน ซึ่งเป็นมหาวิทยาเวทมนตร์ท็อปสิบของประเทศออโรร่า ในฐานะนักวิชาการเฒ่าเขาย่อมเคยถูกขอความร่วมมือให้ออกแบบหลักสูตรของโรงเรียนเวทมนตร์ เพื่อสร้างทรัพยากรบุคลากรขั้นพื้นฐานให้กับประเทศ


    ดังนั้นการที่เขาจะสามารถลิสรายชื่อของหนังสือแบบเรียนได้จึงไม่แปลก แม้ว่ามันจะล้าสมัยไปนับร้อยปีก็ตาม


    ร้อยปีในความหมายของคนธรรมดานั้นนับว่านานมาก แต่สำหรับสัตว์ประหลาดเฒ่าเช่นพวกเขาแล้วมันไม่นับว่าเป็นอะไร


    เมอร์ลินทำการอ่านหนังสือจนถึงตอนเที่ยงในที่สุดหนังสือเกือบร้อยเล่มก็ได้ผ่านสายตาของเขา


    ใช่แล้ว เขาสามารถอ่านพวกมันได้หมดภายในเวลาแค่ครึ่งวัน


    แต่ในลิสที่ชายชราให้มายังมีบรรทัดสุดท้ายที่เขียนเอาไว้ว่า


    ‘นี่คือรายการหนังสือที่ควรอ่านเมื่อสองร้อยปีก่อน ฉันแนะนำให้อ่านหนังสือที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติมเพื่อโอกาสที่จะประสบความสำเร็จในการทดสอบ’


    เมอร์ลินที่ได้อ่านก็ส่ายศีรษะเล็กๆ แล้วยิ้มออกมา


    “ยังไงวันนี้ฉันก็ตั้งใจจะอ่านตามรายการพวกนั้นอย่างเต็มที่อยู่แล้ว ถ้าอย่างนั้นวันนี้ฉันควรทำตามที่คุณพ่อบอก” เมอร์ลินกล่าวพึมพำ ก่อนจะเหยียดกายลุกขึ้นแล้วนำหนังสือทั้งหมดใส่ไว้ในรถเข็น


    เขาเข็นรถเข็นที่มีหนังสือกองพะเนินไปหาบรรณารักษ์ที่เคาน์เตอร์ 


    หญิงสาวในชุดสีขาวที่ดูสุภาพ หรี่ดวงตาแคบลง มองเด็กน้อยที่เข็นกองหนังสือเข้ามาอย่างไม่ชอบใจนัก


    แน่นอนว่าเธอต้องไม่ชอบแน่เพราะเด็กคนนี้เหมือนกำลังจะล้อเล่นกับเธอ เพราะหนังสือทั้งหมดนั้นเธอต้องนำพวกมันไปเก็บไว้ทื่เดิม 


    นี่มันแกล้งกันชัดๆ 


    อย่างไรก็ตาม เธอสูดลมหายใจเข้าลึกแล้วนึกถึงเรื่องเมื่อวานที่เด็กคนนี้เดินเข้ามากับชายชราผู้ติดเข็มกลัดนักเวทและนักวิชาการระดับสูง ก่อนจะฉีกรอยยิ้มการค้าออกมา


    “มีอะไรให้ช่วยไหมคะ?” หญิงสาวกล่าวด้วยน้ำเสียงที่เต็มใจให้บริการ


    ใครใช้ให้เธอจนกันล่ะ หลังจากเรียนจบมหาวิทยาลัยเวทมนตร์ด้วยวุฒิปริญญาระดับทอง เธอก็ไม่สามารถสมัครเป็นผู้ช่วยนักวิจัยได้ด้วยซ้ำ จึงต้องมาทำงานเป็นบรรณารักษ์เพื่อหาเงินเรียนต่อปริญญาระดับไดม่อนต่อไป เผื่อว่าสักวันบนอกของเธอจะมีเข็มกลัดนักวิชาการประดับไว้บ้าง


    เมอร์ลินเดินเข้ามาอย่างไม่คิดอะไรตั้งแต่แรก เขาจึงไม่ได้สังเกตสีหน้าก่อนหน้านี้ของเธอ


    “ช่วยนำหนังสือทั้งหมดนี้ไปเก็บได้ไหมครับ?” เด็กน้อยกล่าวด้วยรอยยิ้ม


    “ได้ค่ะ”


    เมื่อเห็นว่าบรรณารักษ์กำลังจะเข็นรถเข็นหนังสือจากไป เขาจึงรีบเอ่ยขึ้นว่า “ผมยังมีเรื่องให้ช่วยอีกอย่างครับ”


    “อะ ... ไร?” หญิงสาวเผลอทำน้ำเสียงหงุดหงิดขึ้นมาในช่วงแรก ก่อนจะกล่าวด้วยน้ำเสียงปกติออกมาในตอนท้าย นั่นทำให้เธออดที่จะสูดลมหายใจลึกๆ ไม่ได้


    “มีอะไรให้ช่วยอีกหรอคะ?”


    เมอร์ลินสังเกตเห็นถึงสิ่งผิดปกตินี้ แต่ก็ไม่ใส่ใจ


    กล่าวตามตรงตอนที่เขาใช้ชีวิตในดินแดนศักดิ์สิทธิ์ คนในหมู่บ้านก็ไม่ได้อารมณ์ดีกันทุกคนอยู่แล้ว มีบางคนที่อารมณ์เสียง่ายและหาเรื่องคนอื่นโดยไม่มีเหตุผลก็มี


    เมอร์ลินเองก็เคยถูกพายุอารมณ์เหล่านี้มาบ้าง การกระทำของหญิงสาวในสายตาของเขาจึงเป็นเรื่องที่เล็กน้อยมาก


    เด็กน้อยยื่นลิสรายชื่อหนังสือออกไปและเอ่ย “คุณพอจะแนะนำหนังสือที่เกี่ยวข้องนอกเหนือจากนี้ได้ไหมครับ?”


    หญิงสาวถอนหายใจออกมาแล้ว หันไปทางชายหนุ่มชุดขาวที่เป็นเครื่องแบบของบรรณารักษ์ที่อยู่ไม่ไกลนัก


    “เควิน”


    ชายหนุ่มหันมามองอย่างงงๆ เมื่อเขาเห็นสีหน้าของหญิงสาวจึงพยักหน้าอย่างเข้าใจ ก่อนที่เขาจะเดินเข้ามา แล้วหญิงสาวก็หันมายิ้มการค้าให้เมอร์ลินอีกครั้งก่อนจะเข็นรถเข็นเดินจากไป


    เมอร์ลินไม่ได้โกรธแต่อย่างใด เขายกมืออีกข้างหนึ่งก่อนจะเสยผมสีเงินที่สลวยเงางามขึ้นไป


    “มีอะไรให้ช่วยหรอหนุ่มน้อย?” ชายที่ชื่อเควินเดินเข้ามาและเอ่ย


    “สงสัยพี่สาวคนนั้นจะอิจฉาความหล่อของผมนะครับ ว่าแต่พี่ชายพอจะแนะนำหนังสือนอกจากลิสรายกายนี้ให้ผมได้ไหมครับ?” เมอร์ลินกล่าวพร้อมกับขยิบตาข้างหนึ่งเหมือนที่ออสตินเคยทำ


    ดูเหมือนว่าเขาจะเลียนแบบมหาปราชญ์เฒ่าผู้เป็นบิดาของเขาเสียแล้ว

    คล้ายกับเรื่องSilver Dust : Merlin ที่คุณอ่าน