แคว้นต้าฉี เหลาชิงฝู
เด็กสาวเพียงแย้มยิ้มไม่ตอบคำ หวังฉวี่ตงเห็นดังนั้นก็เอ่ยหัวร่อกับพ่อครัวจางอย่างเป็ธรรมชาติเพื่อดึงบรรยากาศ
“แหม พ่อครัวจางขอรับ จะเด็กสาวหรือเด็กหนุ่มที่ไหนเข้ามาทำงานในครัวแห่งนี้ เมื่อเทียบฝีมือกับท่านที่เป็ถึงพ่อครัวมีนามติดทำเนียบแล้ว ไหนเลยจะอวดอ้างความสามารถไปได้ ล้วนต้องให้ท่านสั่งสอนให้มากทั้งสิ้น ่นี้แม่ครัวเฝิงลากลับบ้านเกิดอยู่พอดี ต้องลาหยุดเสียหลายวัน ท่านก็ให้นางเป็ลูกมือท่านไปก่อนเถิด”
จางจื่อก้งได้ยินดังนั้นก็มีสีหน้าดีขึ้นไม่น้อย ยื่นกระดาษใบหนึ่งไปให้เซียนอินอย่างไม่ใส่ใจ “ช่างเถอะ เ้าไปเอาวัตถุดิบในห้องเย็นตามนี้มา ให้ไว”
ความจริงแล้วหากเอ่ยถึงความสามารถ ชื่อเสียงของพ่อครัวจางนับเป็อันดับที่สี่สิบห้าของแคว้นต้าฉี
การจัดอันดับคนครัวมิใช่อยู่ดีๆ ก็เอ่ยกันขึ้นมาเอง แต่เกิดจากหนังสือปลายจวักรังสรรค์เล่มหนึ่ง
ผู้ที่เขียนมันขึ้นมาเป็ยอดนักชิมเลื่องชื่อ ใช้นามแฝงว่าตะเกียบคู่สู่วสันต์ ความเป็มาไม่แน่ชัด ท่องไปทั่วแผ่นดินเพื่อชิมอาหารมานับไม่ถ้วน แล้วจัดทำทำเนียบคนครัวและทำเนียบโรงเตี๊ยมไว้ในหนังสือเล่มเดียว จัดตีพิมพ์ใหม่ทุกๆ สามถึงสี่ปี และเมื่อสามปีที่แล้วจางจื่อก้งเองก็จัดอยู่อันดับที่สี่สิบห้าของแคว้นต้าฉี ผู้ติดทำเนียบคนที่สิบของเมืองปู้ชวน
เถ้าแก่หลี่พยายามติดต่อพ่อครัวของเมืองปู้ชวนที่ติดทำเนียบให้มาทำงานกับตน แต่ล้วนถูกโรงเตี๊ยมใหญ่ๆ ดึงตัวไปจนหมด จนมาจบที่พ่อครัวจางผู้นี้นี่เอง เถ้าแก่หลี่ไร้ทางเลือก จึงต้องจับพ่อครัวจางไว้ให้แน่น ถ้าแม้แต่พ่อครัวจางยังถูกดึงตัวไปอีก เขาก็ไม่เหลือคนครัวที่ติดทำเนียบภายในเมืองนี้ให้ใช้งานอีกแล้ว
มือขาวแตกแห้งยื่นไปรับใบรายการมา แล้วจึงเดินตามหวังฉวี่ตงออกจากห้องครัวไปทางด้านหลังร้าน แลเห็นห้องเย็นปรากฏสู่สายตา ใบหน้าเรียบนิ่งพลันมีสีสันขึ้นมาบ้าง นางกวาดสายตามองมรดกวัฒนธรรมของคนโบราณนี้อย่างสนใจ
สิ่งปลูกสร้างนี้เมื่อเปิดประตูเข้าไปแล้วจะมีลักษณะลาดเอียงเป็บันไดลงสู่ใต้ดิน ก้อนหินถูกก่อเป็ผนังโดยรอบ น้ำแข็งนับร้อยก้อนวางกองกันอยู่ด้านใน อุณหภูมิต่ำจนเด็กสาวรู้สึกขนลุกน้อยๆ ไม่ใกล้ไม่ไกลมีกล่องไม้และชั้นหญ้าสานวางอยู่เรียงราย วัตถุดิบต่างๆ วางไว้อย่างไม่ค่อยเป็ระเบียบนัก เซียนอินคิดในใจว่าเดี๋ยวนางต้องลงมาจัดระเบียบเสียหน่อย
ก่อนหน้านี้นางได้ยินมาบ้างว่าน้ำแข็งถือเป็ของล้ำค่าในยุคนี้ ผู้คนจะตัดน้ำแข็งมาเก็บไว้ในห้องเย็นยามฤดูหนาว ใช้ลากยาวมาจนถึงฤดูร้อน และเนื่องจากห้องเย็นมิใช่สิ่งที่ทุกครัวเรือนต่างมีเป็ของตนเอง การขายน้ำแข็งในยามหน้าร้อนจึงกลายเป็ธุรกิจทำกำไรเป็กอบเป็กำของผู้มีอันจะกินซึ่งมีพื้นที่สร้างห้องเย็นขนาดใหญ่ไปโดยปริยาย บ้างก็ร่ำรวยล้นฟ้าในเวลาอันสั้นเลยทีเดียว
เซียนอินไม่รอรี หยิบวัตถุดิบตามใบรายการอย่างคล่องแคล่ว แต่เพราะความไร้ระเบียบของการจัดเก็บ นางจึงเคลื่อนไหวช้าลงกว่าปกติไปมาก อีกทั้งของบางอย่างยังเน่าเสียจนส่งกลิ่นแล้วอีกต่างหาก
“แม่นางน้อยจ้าว ข้ากลับออกไปหน้าร้านก่อนนะ ยินเสียงเถ้าแก่เรียกข้าแล้ว คงจะมีแขกมา”
เสียงของหวังฉวี่ตงดังลอดเข้ามาจากหน้าประตู
“อื้ม พี่ตงไปก่อนเถิด ข้าจำทางได้แล้ว”
เสียงจ้ำเท้าห่างไกลออกไป เซียนอินก้มลงจัดการภารกิจแรกของตนเองต่อ
หวังฉวี่ตงยืนบื้อไปชั่วขณะ กะพริบตามองไปทางหน้าโรงเตี๊ยมอย่างไม่อยากเชื่อสายตา
ตลอดหนึ่งเดือนมานี้เหลาชิงฝูอันมีสภาวการณ์กิจการซบเซาอยู่สม่ำเสมอนั้น หากมีลูกค้าเข้ามาสักสี่ห้าคนก็นับว่ามากมายแล้ว แต่ยามนี้ที่หน้าร้านของพวกเขากลับมีกองคาราวานมากันถึงยี่สิบคน!
ไม่เพียงแต่หวังฉวี่ตง เถ้าแก่หลี่ก็บื้อใบ้ไปแล้วเช่นกัน
ด้วยความที่เมืองนี้เป็แหล่งพักม้าและสินค้าของเส้นทางการค้า กองคาราวานที่แวะเวียนมาพักบริเวณตรอกนี้จึงมีจำนวนไม่น้อย แต่โดยส่วนใหญ่แล้วจะไปพักที่โรงเตี๊ยมอื่นมากกว่าที่จะมาเหลาชิงฝูของพวกเขา หนึ่งเพราะที่อื่นมีขนาดใหญ่กว่ามาก สองตั้งอยู่ในทำเลที่ดี อีกทั้งยังขึ้นชื่อเื่รสชาติอาหารขจรไกล
เถ้าแก่หลี่หันไปถลึงตาใส่เสี่ยวเอ้อร์ ปกติก็ฉลาดเฉลียวมากไหวพริบดี พอยามจำเป็ไยมายืนบื้อไปเสียได้
“ไปต้อนรับลูกค้าเร็วเข้า!”
“ขอรับ!”
เด็กหนุ่มร่างเล็กกุลีกุจอออกไปต้อนรับทันที คาราวานกองนี้มีม้าเป็พาหนะหลัก และเกวียนสินค้าอีกหกคันรถ นับว่าเป็จำนวนที่โรงเตี๊ยมเขามีพื้นที่พอจะรับได้พอดี
พวกเถ้าแก่หลี่ไหนเลยจะรู้ ว่าคาราวานกองนี้เองก็มาพักที่โรงเตี๊ยมนี้อย่างเสียมิได้ เดิมทีพวกเขาอยากพักที่เหลาเทียนเซี่ย แต่วันนี้ห้องพักกลับเต็มหมดทุกชั้น โรงเตี๊ยมอื่นๆ ก็เหลือห้องเพียงเศษๆ ไม่พอคน สุดท้ายพวกเขาจึงต้องมาพักที่นี่อย่างจำใจ
ยังเป็โรงเตี๊ยมที่ได้ยินคำร่ำลือมาว่า อาหารรสชาติด้อยที่สุดในตรอกผิงเจียอีกด้วย
หัวหน้ากองคาราวานเดินนำเข้ามาด้านในก่อน เขาเป็ชายวัยกลางคนท่าทีภูมิฐาน ดวงตาส่อแววมากไหวพริบอย่างคนทำการค้า เขาเอ่ยสั้นกระชับ
“พวกข้ามีกันยี่สิบคน จัดห้องให้พวกเราสิบห้องพัก และทำอาหารเช้าของวันนี้ขึ้นโต๊ะได้เลย พวกเราไม่มีอะไรตกถึงท้องกันมาั้แ่วานเย็นแล้ว”
ฉวี่ตงยิ้มรับคำอย่างกระตือรือร้น “ขอรับๆ ตามมาด้านในเลยขอรับ”
จากนั้นผู้ที่ดูแลห้องพักประจำโรงเตี๊ยมสองคนก็เข้ามารับ่ต่อจากฉวี่ตง ช่วยแขกผู้มาเยือนยกของบางส่วนขึ้นไปเก็บอย่างขยันขันแข็ง มีเพียง์ที่รู้ว่าพวกเขาว่างงานจนเบื่อแทบตายเพียงใด
ฉวี่ตงวิ่งไปที่ครัวด้านหลังเพื่อบอกพ่อครัวจางให้เตรียมสำรับอาหาร แต่กลับพบว่าพ่อครัวจางที่เพิ่งนั่งสัปหงกเมื่อไม่นานมานี้ กลับกำลังกุมท้องวิ่งออกจากห้องครัวไปทางประตู
“พ่อครัวจาง! พ่อครัวจาง! มีกองคาราวานยี่สิบคนจะกินอาหารเช้ากันเดี๋ยวนี้เลยขอรับ ท่านจะไปไหน!”
ร่างใหญ่แผดเสียงลั่นโดยไม่หันกลับมามอง “ช่างหัวลูกค้าก่อนเถอะ ข้าจะราดแล้ว!”
แล้วหวังฉวี่ตงก็นึกได้ว่าพ่อครัวจางบ่นเื่ท้องไม่ค่อยดีมาั้แ่เมื่อวาน อีกทั้งยังมักเข้าห้องน้ำนานเป็ค่อนวัน ยามปกติก็แล้วไปเถอะ แต่ยามนี้… เด็กหนุ่มใบหน้าไร้สีเื พ่อครัวจางไปเข้าห้องน้ำ แม่ครัวเฝิงก็ลากลับบ้านเกิด แล้วผู้ใดจะทำอาหารนี้เล่า
แอด...
ประตูไม้ถูกผลักเข้ามา ดรุณีน้อยในอาภรณ์สีกล้วยไม้ปรากฏกลางคลองจักษุ
เด็กหนุ่มราวกับเห็นดาวช่วยชีวิต ร้องเอ่ยอย่างเปี่ยมหวัง “แม่นางน้อยจ้าว! เ้าพอจะทำอาหารเป็สักหลายอย่างหรือไม่!” อะไรก็ได้ขอแค่ทำออกมาหน้าตาเป็อาหาร จังหวะนี้อะไรก็ได้ทั้งสิ้น!
เซียนอินในท่าโอบตะกร้าสานเต็มวงแขนยืนชะงักค้าง นางกะพริบตามองฉวี่ตงที่ราวกับมีดวงดาวพุ่งออกมาจากเบ้าตา ส่งเสียงตอบรับไปทีหนึ่ง
“ฮะ?”
นางก็สมัครมาเป็แม่ครัวอยู่แล้วไม่ใช่รึ