ตอนที่152 ไว้ฉันเจอผู้หญิงที่ใช่เมื่อใด
จ้าวหลงจูงมือภรรยามาถึงจุดที่ปลอดนักท่องเที่ยวทว่าเป็นจุดที่มีทิวทัศน์สวยงามเป็นทำเลที่สามารถมองเห็นภูเขาหินทรายและผืนทรายกว้างสุดลูกหูลูกตา ซึ่งอยู่สูงจากผืนดินพอสมควรจนทำให้ไม่มีนักท่องเที่ยวดั้นด้นมาถึงในเวลาใกล้ปิดทำการเยี่ยมชมเช่นนี้ทำให้บริเวณดังกล่าวมีแค่สองสามีภรรยาเท่านั้น
“อุ๊ย!.....”
ณิชากำลังเดินตามหลังสามีอยู่ดีๆ อย่างไม่ทันตั้งตัวดีเธอถูกสามีคว้าตัวเข้ามากอดแนบแน่นพร้อมกับบรรจงจูบอย่างดูดดื่ม ซึ่งเธอไม่ปฏิเสธสัมผัสอ่อนโยนและวาบหวามจากเขาแต่อย่างใดเนื่องด้วยส่วนลึกในจิตใจของเธอก็คิดถึงเขามากเช่นกัน
หลังจากจูบกับสามีอย่างดูดดื่มเป็นระยะเวลาชั่วขณะหนึ่งแล้วจ้าวหลงผละริมฝีปากออกจากริมฝีปากนุ่มของภรรยาพลางลดตัวลงต่ำเพื่อจูบซอกคอนุ่มหอมของภรรยาจากอารมณ์คุกรุ่นที่ปะทุขึ้นมาเมื่อได้อยู่กันตามลำพัง
ทันใดนั้นมีความคิดพิเรนทร์ผุดขึ้นมาในสมองของจ้าวหลงทำให้เขาเลื่อนตัวขึ้นไปกระซิบข้างใบหูภรรยาด้วยน้ำเสียงแหบพร่าอย่างมีอารมณ์ที่ไม่สามารถควบคุมได้อีกต่อไปว่า
“ภรรยาครับ.....พวกเราเล่นผาดโผนกันดีไหม?”
ทั้งนี้จ้าวหลงประจักษ์ในความแข็งแกร่งของภรรยาจากประสบการณ์ร่วมรักที่ผ่านมาทำให้เขาตัดสินใจที่จะสร้างประสบการณ์ร่วมรักกับเธอนอกสถานที่ดูบ้างกอปรกับบรรยากาศที่เอื้ออำนวยพร้อมทิวทัศน์สวยงาม ทำให้เขาอดใจไม่อยู่โดยเฉพาะการได้สัมผัสเนื้อตัวหอมนุ่มนิ่มของภรรยายิ่งเป็นผลให้สติของเขากระเจิดกระเจิงอย่างกู่ไม่กลับ
ณิชาอยากจะห้ามปรามสามีด้วยความเขินอายทว่าอำนาจแห่งมนตร์ดำในส่วนลึกของจิตใจได้กลบคำพูดที่อยากจะพูดไปจนหมดสิ้น เธอรู้สึกได้ว่าสามีปลดเปลื้องกางเกงของตนและของเขาอย่างรวดเร็ว
“อื้อ.....สะ....สามี.....อูย.....ทำอะไรน่ะ?”
ณิชาครางกระเส่าเมื่อถูกสัมผัสอันวาบหวิวจากลิ้นสามีที่บรรจงดูดกลืนหน้าอกของตนเองอยู่ดีๆ พลันถูกเขาจับพลิกหันหลังพร้อมที่เขาประกบกอดเธอแนบแน่นโดยที่มีจ้าวหลงน้อยสอดใส่เข้ามาทางด้านหลังอย่างรวดเร็ว
เธอได้แต่ปล่อยตัวปล่อยอารมณ์ที่ถูกกามารมณ์ครอบงำไปแล้วให้กับสามีซึ่งเขากำลังทำหน้าที่ป้อนความสุขให้ตนอย่างเสียวสะท้านต่อไป
“อ่า.....ภรรยาผมคิดถึงคุณจังเลย คิดถึงมาก.....”
จ้าวหลงอยากพร่ำเพ้อถึงภรรยาอีกหลายคำทว่าความเสียวซ่านและความสุขโหมกระหน่ำจนเขาไม่สามารถพูดคำต่อไปได้เขาอยากหยุดเวลาช่วงนี้ให้มีแต่ตนเองและภรรยาไปทั้งคืน
อย่างไรก็ตามจ้าวหลงจำเป็นต้องรีบทำรีบเสร็จเพราะใกล้ถึงเวลานัดหมายกับทีมงานแล้วเขาไม่กล้าปล่อยเวลาผ่านไปโดยคิดถึงแต่ความสุขของตนฝ่ายเดียวเนื่องด้วยทุกคนล้วนมีความเสี่ยงจากเจ้าสำนักนิรนามที่อาจติดตามมา หากอีกฝ่ายค้นพบว่าทุกคนหายตัวไปซึ่งไม่ใช่สิ่งที่จ้าวหลงหรือทุกคนต้องการแม้แต่น้อย
กระนั้นปฏิบัติกามกิจของจ้าวหลงและภรรยาก็ใช้เวลามากกว่าหนึ่งชั่วโมงจวบจนแสงอาทิตย์ลับหายขอบฟ้าไปนานแล้วทั้งคู่จึงรีบสวมเสื้อผ้าอย่างเร่งรีบเพราะกังวลว่าจะไปถึงช้ากว่าคนอื่น
..........
ณบ้านชายชราอาลี
อู๋หมิงปิงเดินทางกลับมาถึงบ้านก่อนคนอื่นทว่าเขาไม่พบใครสักคนในบ้านจึงคิดว่าทุกคนคงออกไปรอรับสมุนไพรตัวอื่นอยู่จึงนั่งอ่านตำราโบราณที่ชายชราอู๋หมิงฮั่นนำติดตัวมาจากสำนักนิรนามโดยมีอยู่ทั้งหมดสามเล่ม ประกอบด้วย
หนึ่งตำราเวทมนตร์ขั้นสูงสองตำราเทียนเหลียนฉบับเกือบสมบูรณ์เพราะมีส่วนท้ายที่ขาดวิ่นไป และสามตำราจิตวิญญาณ
ทว่าตำราเล่มใหญ่และหนาที่สุดคือตำราเทียนเหลียนที่กล่าวถึงการฝึกตนด้วยวิธีของบรรพบุรุษในนั้นบันทึกด้วยอักขระโบราณที่อู๋หมิงปิงอ่านออกไม่กี่ตัวจึงไม่ได้ให้ความสนใจมากนักเขาเลือกอ่านตำราจิตวิญญาณแทนเพราะบันทึกด้วยอักขระในยุคปัจจุบันเป็นส่วนใหญ่มีส่วนน้อยที่เป็นคาถาร่ายใช้งานซึ่งบันทึกด้วยอักขระโบราณ สร้างความกังวลใจให้กับเขายิ่งนัก
“แย่ละสิ! ว่าจะอ่านรอคนอื่นสักหน่อยดันมีแต่ตัวอักษรโบราณแบบนี้ ฉันจะอ่านได้ยังไงละทีนี้?”
อู๋หมิงปิงบ่นด้วยความหนักใจกระนั้นเขาก็เปิดดูผ่าน ๆ แทนแล้วเลือกอ่านเท่าที่สามารถอ่านออกได้เท่านั้นเนื่องด้วยเขาอยากรู้ว่าตำราแต่ละเล่มมีเนื้อหากล่าวถึงอะไรบ้าง
สักพักหนึ่งเขาสัมผัสได้ถึงพลังของน้องสาวที่มากับน้องเขยเมื่อทั้งสองคนเข้ามาในบ้านพร้อมกลิ่นบางอย่างที่ทำให้เขาต้องเหล่ตามองน้องเขยพร้อมพูดขึ้นมาลอยๆ อย่างไม่เจาะจงว่า
“ที่นี่ไม่ใช่บ้านเราจะทำอะไรก็ระวังหน่อยละ หากคนอื่นเห็นเข้า มันจะดูไม่ดีเท่าใดนัก”
ณิชาก้มหน้าหลบสายตาพี่ชายด้วยความอับอายเพราะเธอลืมร่ายคาถาทำความร่างกายตนเองและสามีทำให้พี่ชายตรวจพบความผิดปกติได้
จ้าวหลงได้ยินเสียงพูดเหน็บจากอู๋หมิงปิงทำให้เขาตอบกลับอย่างผ่อนคลายว่า
“ไว้นายมีภรรยาเมื่อไร? นายจะไม่บ่นให้คนอื่นแน่นอนลองหาไว้สักคนสิ รับรองนายจะเข้าใจหัวอกฉันในทันที”
จ้าวหลงเรียกขานพี่ชายภรรยาอย่างไม่เกรงกลัวเพราะทั้งสองคนมีอายุเท่ากันจึงนับได้ว่าเป็นเพื่อนกันอย่างแท้จริง ถึงแม้ว่าเขาควรให้เกียรติอีกฝ่ายก็ตามทว่าเขากลับคิดว่าไม่ควรแบ่งแยกสายสัมพันธ์ตึงเครียดเกินไปควรมีสัมพันธ์แบบง่ายและไม่ซับซ้อนดีกว่าซึ่งอู๋หมิงปิงก็ไม่ได้มีปัญหาในการเรียกขานแต่อย่างใด
“งั้นหรือ? ไว้ฉันเจอผู้หญิงที่ใช่เมื่อใด? ฉันจะลองพิสูจน์ดู”
อู๋หมิงปิงสัมผัสได้ว่าจ้าวหลงไม่ได้ว่ากล่าวตนเองโดยตรงทว่าเป็นการแสดงความคิดเห็นที่ทำให้อู๋หมิงปิงพยักหน้ารับอย่างเข้าใจและคิดว่าหากพบคนที่สวรรค์ประทานด้ายแดงมาให้เขาจะลองคบดูเผื่อว่าจะสามารถสร้างครอบครัวและอนาคตร่วมกันได้
ณิชาเห็นว่าพี่ชายและสามีจะสนทนาต่อกันนานเกินไปจึงลากตัวสามีเข้าห้องหนึ่งเพื่อร่ายเวทมนตร์ทำความสะอาดร่างกายโดยเธอถูกเขาจูบอีกครั้งเป็นการส่งท้าย
จากนั้นทั้งคู่ปรับสีหน้าให้เหมาะสมก่อนออกมาจากห้องหลังจากนั้นไม่นานนักแต่ละคนต่างทยอยเดินทางมาพร้อมกับสัมภาระที่บรรจุสมุนไพรหลากหลายชนิด
ณิชาปราดเข้าไปตรวจสอบสมุนไพรทั้งหลายด้วยความตื่นเต้นถึงแม้เธอจะแอบกังวลอยู่บ้างเพราะเป็นการปรุงยาเพิ่มพลังปราณเพื่อเลื่อนขอบเขตครั้งแรกถึงอย่างนั้นการทดลองปรุงยาที่ผ่านมา รวมทั้งการทบทวนข้อผิดพลาดที่เคยพบช่วยให้เธอคลายความกังวลได้มากทีเดียว
“ฉันจะไปปรุงยาที่อาคารด้านหลังรบกวนทุกคนเฝ้าระวังความปลอดภัยให้ดีนะคะการปรุงยานี้อาจมีแขกไม่ได้รับเชิญมาเยือน”
ณิชากำชับทุกคนอย่างจริงจังเนื่องด้วยยาสำคัญเช่นนี้อาจมีแขกมาเยือนที่ไม่ได้มีเฉพาะผู้ฝึกตนเท่านั้น ทว่ายังมีสัตว์อสูรที่เธอไม่คาดคิดว่าจะมีอยู่จริงในพื้นที่ลับใต้พิภพซึ่งเธอเคยพบเห็นมาก่อนจึงทำให้เข้าใจเรื่องราวลี้ลับของโลกใบนี้มากขึ้น
ทุกคนต่างขานรับด้วยความเข้าใจซึ่งคนทำหน้าที่อารักขาอย่างใกล้ชิดจะเป็นกลุ่มจ้าวหลง ส่วนอู๋หมิงฮั่น อู๋หมิงปิงและอาลีจะคอยตรวจสอบบริเวณภายนอก เนื่องด้วยทักษะของทั้งสามคนที่ใกล้เคียงกันและแข็งแกร่งเหนือกว่ากลุ่มจ้าวหลงสามารถตรวจสอบพบความผิดปกติได้จากระยะไกล
“ไม่ต้องเป็นห่วงหรอกเหยาเหยาพวกพี่และสองผู้อาวุโส จะช่วยกันตรวจสอบรอบนอกเอง ส่วนภายในอาณาเขตบ้านก็ให้เสี่ยวหลงกับพวกละกัน”
อู๋หมิงปิงตอบกลับน้องสาวอย่างเข้าใจโดยเขาจัดการวางแผนป้องกันภัยให้กับน้องสาวเป็นสองชั้นซึ่งทุกคนต่างเห็นชอบด้วย
“หากเกิดเหตุร้ายใดๆ ให้หลบหนีไปเส้นทางเหล่านี้นะ อย่าไปทางที่ไม่ควรไป ไม่งั้นหากเกิดอันตรายขึ้นพวกเราจะไปช่วยไม่ทันเวลา”
ชายชราอาลีกล่าวเสริมเสียงเข้มโดยเขาอธิบายเกี่ยวกับสภาพพื้นที่ของเมืองโบราณแถบนี้เนื่องด้วยในอดีตเคยมีสัตว์อสูรที่แข็งแกร่งโผล่ขึ้นมาจึงไม่ต้องการให้กลุ่มจ้าวหลงที่ไม่เคยฝึกฝนต้องเสี่ยงภัยโดยใช่เหตุ
จ้าวหลงได้รับฟังคำอธิบายพร้อมคำชี้แจงเส้นทางหลบหนีทำให้เขากล่าวขอบคุณชายชราอย่างซาบซึ้งใจว่า
“ขอบคุณผู้อาวุโสเป็นอย่างยิ่งหากไม่บอกไว้ก่อน เกรงว่าพวกผมอาจได้รับอันตรายก็เป็นได้ครับ”
“ขอบคุณครับ!”
ลูกน้องจ้าวหลงทั้งสามคนรับรู้ความมีน้ำใจของชายชราทำให้พวกเขาต่างกล่าวคำขอบคุณพร้อมกันทันที
จากนั้นกลุ่มเฝ้าระวังรอบนอกที่มีกันอยู่สามคนต่างเจรจาตกลงกันเพื่อแยกย้ายไปประจำจุดในตำแหน่งที่คาดเดาว่าจะเป็นทิศทางของแขกมาเยือนในยามค่ำคืนที่แสนพิเศษนี้
“ทิศเหนือไม่ค่อยมีอะไรมากนักมันเป็นที่อยู่ของเมืองโบราณ เสี่ยวปิงไปทางใต้ก็แล้วกันข้ากับตาแก่อาลีจะไปทางทิศตะวันตก กับทางทิศตะวันออกเอง”
อู๋หมิงฮั่นคิดคำนวณความเสี่ยงหนักเบาแล้วเลือกให้คนหนุ่มที่มีพละกำลังมากกว่าไปเฝ้าระวังภัยในทิศใต้ที่เคยมีประวัติการเดินทางทางผ่านของสัตว์อสูรมาก่อน
อย่างไรก็ตามสองชายชราจะพากันแยกย้ายไปประจำสองฝั่งคือทิศตะวันตกและตะวันออกเหตุเพราะเป็นเส้นทางที่ง่ายต่อการจู่โจมเข้ามาภายในหมู่บ้านนี้จึงคิดที่จะป้องกันภัยไว้ก่อน
“ตกลงครับงั้นผมไปก่อน” อู๋หมิงปิงพยักหน้าเข้าใจ
จากนั้นเขาพุ่งตัววิ่งไปยังทิศทางที่ได้รับมอบหมายจากรองเจ้าสำนักในทันทีส่วนสองชายชราต่างแยกย้ายไปประจำจุดตามที่ตกลงไว้เช่นกัน
อาคารที่ณิชาเล็งไว้เพื่อทำการปรุงยานั้นเป็นอาคารปิดทึบที่มีประตูหน้าต่างน้อยบาน ทว่าส่วนที่สามารถเปิดโล่งเพื่อระบายอากาศจะมีอยู่ด้านบนใกล้เพดานไม่กี่แห่งเท่านั้นซึ่งเธอพอจะเข้าใจสภาพภูมิอากาศแถบนี้อยู่บ้างจึงไม่เป็นกังวลในสถานที่ที่ปิดทึบมากเท่าใดนักเธอกังวลเรื่องของแขกผู้แข็งแกร่งมากกว่า
“หวังว่าการปรุงยาครั้งนี้จะไม่ไปดึงดูดพวกสัตว์ร้ายให้เข้ามาหรอกนะ หากพวกมันมาจริงคงได้เผ่นกันหนีไปตามแผนแน่ ๆ”
ณิชาพึมพำอย่างกังวลใจพร้อมกับเหลือบมองสามีที่ยืนเฝ้าระวังภัยอยู่นอกห้องโดยเธอได้แต่หวังว่าจะไม่เกิดเหตุร้ายกับใครสักคน เนื่องด้วยทุกคนล้วนเป็นคนสำคัญสำหรับเธอทั้งสิ้น
จากนั้นเธอตรวจสอบสมุนไพรพร้อมจัดวางอย่างเป็นระเบียบเพื่อเรียงลำดับการปรุงยาแต่ละชนิดโดยสมุนไพรที่ถูกส่งมาจากหลากหลายประเทศนั้นมีทั้งสมุนไพรสดและแห้งซึ่งมูลค่าคงมากมายมหาศาล ทว่าเธอไม่เป็นกังวลในราคาของมันเนื่องด้วยมั่นใจว่าสามีจ่ายให้โดยที่ขนหน้าแข้งไม่ร่วงอย่างแน่นอน
“มีสามีดีช่วยหาสมุนไพรให้ก็ไม่เลวแฮะแบบนี้ค่อยคู่ควรเป็นสามีของฉันหน่อย”
ณิชาพึมพำอย่างมีความสุขขณะจัดเรียงยาไว้ให้เรียบร้อยโดยเธอไม่ลืมที่จะสื่อสารกับหัวใจรากแก้วซึ่งต้องพูดโน้มน้าวใจให้หัวใจรากแก้วยินยอมสละชีวิตของมันแต่โดยดีว่า
“หัวใจรากแก้วที่น่ารักเจ้ารู้ไหมว่า เจ้ากำลังกลายเป็นส่วนหนึ่งของสิ่งที่สำคัญในการช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์พวกเราไม่ได้คิดว่าเจ้าแตกต่างแม้แต่น้อยถึงอย่างไรพวกเราก็เป็นสิ่งมีชีวิตเหมือนกันแตกต่างกันตรงที่เป็นอย่างละประเภทเท่านั้น ฉันเชื่อมั่นว่าเจ้าเองก็คงอยากเห็นโลกที่เจ้าถือกำเนิดมานั้น มีแต่ความสงบสุขใช่หรือไม่?”
ณิชาเหลือบมองหัวใจรากแก้วที่อยู่บนโต๊ะซึ่งมันอยู่ท่ามกลางสมุนไพรหลากหลายชนิด โดยมีโลหิตอัคคีอยู่แยกออกไปอีกโต๊ะส่วนแก่นโลหิตอสรพิษเพลิงนั้นอยู่ใกล้ชิดกับมันเธอกำลังลุ้นว่ามันจะฟังข้อความที่อยากจะสื่อสารเข้าใจหรือไม่
หัวใจรากแก้วพลันโบกสะบัดไปมาครู่หนึ่งเหมือนฟังเข้าใจจากนั้นมันโน้มตัวลงอ่อนยวบจนคล้ายกับคนที่หมดอาลัยตายอยาก