เมื่อมาถึงที่สตูดิโอตามที่นัดหมายถ่ายทำรายการ ก็มีนักข่าวที่มารอทำสกู๊ปและสัมภาษณ์คีตะถึงผลงานต่างๆเพื่อเอาไปลงในแพลตฟอร์มของตัวเอง
"นั่นไงคีตะมาแล้ว เอ...มีใครนั่งมาด้วยไม่ใช่พี่แพรวพราวนี่" นั่งข่าวคนหนึ่งพูดกับเพื่อนักข่าวด้วยกันเมื่อเห็นเขาขับรถผ่านหน้าไป
"หรือว่าแอบซุ่มคบใครแต่ไม่มีข่าวเล็ดลอดออกมาเลยนะ ปิดเงียบเชียว"
"เดี๋ยวตอนสัมภาษณ์ถึงผลงานอาจจะต้องแซวเื่หัวใจบ้างเสียหน่อย"
"ใช่ๆดีเลยเผื่อมีข่าวใหม่ให้เล่นบ้าง" กลุ่มนักข่าวส่งเสียงสนับสนุน สิ่งที่พวกเขาเห็นคือผู้หญิงที่นั่งมาด้วยกันหน้ารถฝั่งผู้โดยสารด้านข้างคนขับ แต่ไม่เคยคุ้นหน้ามาก่อนจะว่าคนในวงการเดียวกันก็ไม่ใช่ ที่สำคัญไม่ใช่แพรวพราวผู้จัดการสาว
"ทางนี้ค่ะคุณคีตะ" มนต์ชญามายืนรอเขาตรงทางเข้าด้านหน้าเพราะคีตะยังไม่เคยมาที่นี่ ส่วนเธอได้รับการบรีฟงานจากแพรวพราวให้มาเตรียมงานล่วงหน้าก่อนแล้ว
"พี่แพรวล่ะ"เขาถามเมื่อเจอเธอ
"คุยกับทีมงานด้านในค่ะ เอ่อ แล้วเพื่อนคุณคีตะไม่ลงมาด้วยหรือคะ" มนต์ชญาเองก็เห็นแต่เห็นจากระยะไกลจึงไม่แน่ใจเท่าไรนัก
"เพื่อนที่ไหน ฉันมาคนเดียว" คีตะงงที่เธอถาม
"แต่น้ำมนต์เห็นผู้หญิงที่นั่งมาคู่กับคุณในรถนี่คะ" เธอชี้ไปตรงรถที่เขาจอด
"ยัยบ๊องมีที่ไหนฉันจอดรถดับเครื่องแล้วถ้ามีใครมาด้วยหายใจไม่ออกตาย"
"แต่น้ำมนต์เห็น" เมื่อเธอหันกลับไปมองอีกทีกลับไม่มีใคร
"ไปเถอะ แต่งหน้าแต่งตัวอีก เสียเวลา" เขาสั่งเธอโดยไม่สนใจสิ่งที่เธอพูดมองว่าไร้สาระ
"หรือว่าจะมีอะไรที่ไม่ใช่คนอีกแล้ว" มนต์ชญาแปลกใจกับสิ่งที่เขาบอกมันสวนทางกับที่เธอมองเห็น แต่ก็จำต้องเก็บไว้ในใจแล้วรีบไปทำงานต่อก่อนที่เขาจะโมโหใส่เธออีก
"สาธุ ขอให้เป็ผีทีเถอะ อยากให้ตาขี้ตาถูกบีบคอซะให้เข็ด" มนต์ชญาแอบแกล้งแช่งลับหลังเขา
"ลมจากไหน อากาศอบอ้าวขนาดนี้" เมื่อสินเสียงเธอแกล้งแช่งเขาก็มีสายลมวูบผ่านหน้าเธอไป
.........................
หลังจากเสร็จงานก็มีนักข่าวสายบันเทิงมารุมล้อมขอสัมภาษณ์โดยมีนักข่าวคนหนึ่งเปิดเื่ขึ้น
"นอกจากเื่ผลงานแล้วอยากให้คีตะช่วยแง้มเื่หัวใจหน่อยครับ มีคนคุยบ้างแล้วหรือยัง"
"นั่นน่ะสิคะ หรือว่าซุ่มคบคนนอกวงการไม่ยอมเปิดตัว"
"สบายใจได้เลยครับพี่ๆ ่นี้ผมโสดสนิทยังไม่มีแม้แต่คนคุยครับ มีแต่แฟนคลับทั้งนั้น"
"แล้วใครนั่งมาเป็ตุ๊กตาหน้ารถด้วยคะเมื่อเช้านี้" นักข่าวสาวท่านหนึ่งยังไม่ยอม
"ไม่มีนะครับเมื่อเช้าผมมาคนเดียว ส่วนพี่แพรวกับผู้ช่วยก็มาถึงก่อนหน้านี้แล้ว พวกพี่น่าจะมองผิดคนแล้วล่ะครับ"
"ไม่ผิดนะครับ ตาหลายคู่เลยเมื่อเช้านี้เห็นเหมือนกันหมด" นักข่าวชายช่วยเสริม
"ไม่มีครับ รับรองได้ ยังไงผมขอตัวก่อนนะครับมีงานรออยู่ ขอบคุณทุกคนนะครับ" คีตะปลีกตัวออกจากวงล้อมของนักข่าวทั้งหลายเพราะมีงานต่อจริงๆแต่กลายเป็ทุกคนมองว่าคีตะปกปิดเื่หัวใจและอาจจะแอบคบกับใครบางคนอยู่
"เื่นี้ต้องขยาย"
"ใช่ๆ ระดับคีตะถ้ามีคบใครต้องเป็ข่าวใหญ่แน่ว่าใครคือสาวผู้โชคดีคนนั้น" นักข่าวต่างหันไปคุยกันและพยายามหาคำตอบเื่ส่วนตัวของเขาให้ได้
...........................
"ตายแล้วพ่อซุปตาร์มหาจำเริญของช้านนน ร้อยวันพันปีไม่มีเื่เสียหายจู่ๆมีข่าวเล็ดลอดออกมาว่าซุกหญิงไว้ในรถได้ไงเนี่ย" แพรวพราวทำท่ากุมขมับเมื่อเห็นเพจบันเทิงลงข่าวอักษรย่อที่ถึงแม้จะย่อชื่อแต่รายละเอียดอ่านก็รู้ว่าเป็คีตะ
"ข่าวอะไรหรือคะพี่แพรว" น้ำมนต์ขออ่านบ้าง
"แต่น้ำมนต์ก็เห็นนะคะพี่แพรว เห็นวันที่คุณคีตะขับรถไปสตูดิโอเอง มีผู้หญิงนั่งหน้ารถมาด้วยแต่เขาก็ยืนยันว่าไม่มีแถมรถก็ดับเครื่องอีกต่างหากไม่น่าจะมีใครนั่งอยู่ในรถได้" มนต์ชญาเล่าเหตุการณ์ให้แพรวพราวฟัง
"เธอก็เห็นหรือน้ำมนต์ ไม่ได้การแล้วต้องหาทางแก้ข่าวกำลังจะรับงานกับนางเอกเบอร์หนึ่งขืนมีข่าวเสียหายทางนางเอกคงไม่กล้ารับงานคู่ด้วยแน่ มีหวังชวดพรีเซนเตอร์อื่นๆที่จะตามมา งานคู่เอยโฆษณาเอย" แพรวพราวห่วงทั้งคนห่วงทั้งผลประโยชน์ที่เกรงว่าเขาจะสูญเสียมันไป
ไม่ทันจะได้ถามไถ่กับทางคีตะกลุ่มนักข่าวที่บังเอิญเจอเข้ากับแพรวพราวในงาน งานหนึ่งก็ตรงเข้ามาจ่อไมค์ใส่ผู้จัดการสาวทันที
"พี่แพรวคะ พอจะแอบเฉลยถึงสาวในหัวใจของคีตะหน่อยได้หรือเปล่าคะ"
"สาวไหนจ๊ะคีตะยังโสดอยู่เลย" แพรวพราวเกือบตั้งตัวไม่ติด
"ก็สาวที่เป็ตุ๊กตาหน้ารถของคีตะไงคะมีคนแอบเห็นนะคะ หรือว่างานนี้สาวๆกำลังอกหักทั้งประเทศ"
"โอ้ยไม่หรอกจ้ะ คีตะยังมีแค่แฟนคลับเท่านั้นแหล่ะค่ะ พี่ว่าน่าจะเป็เื่เข้าใจผิดกันมากกว่า"
"เข้าใจผิดยังไงคะ มีคนเห็นกับตานะคะ" นักข่าวไม่ลดลาวาศอกจี้ต่อ
"คงจะเป็น้ำมนต์มากกว่าค่ะที่ทุกคนเห็น เพราะตอนนี้น้ำมนต์เข้ามาเป็ผู้ช่วยพี่คอยดูแลคีตะเขาอีกคน นี่ไงจ๊ะน้ำมนต์" แพรวพราวแก้ไขสถาณการณ์เฉพาะหน้าเมื่อน้ำมนต์เดินตามออกมาก็ถูกดึงเข้าไปในวงสัมภาษณ์แบบงงๆ
"คะ พี่แพรว" มนต์ชญายังไม่เข้าใจเื่ราว
"นี่ค่ะ น้ำมนต์ผู้ช่วยคนใหม่ของพี่ วันนั้นพี่ให้เขานั่งรถมากับคีตะเองค่ะเพราะต้องคอยช่วยทั้งถือของและประสานงาน เป็ผู้ช่วยส่วนตัวเลยค่ะ"
"อ๋อ อย่างนี้นี่เองพวกเราน่าจะเข้าใจผิดกันไปเอง อย่างนั้นสาวๆก็คงหายใจกันทั่วท้องแล้วค่ะงานนี้ว่าอยู่ด้อมนี้ยังไม่อกหัก" นักข่าวหันไปมองสบตากันว่าสาวคนที่มีคนเห็นถูกเฉลยข้อเท็จจริงแล้ว
"เฮ้อออรอดตัวไป อย่าให้รู้นะตาคีย์ว่าซุกสาวเอาไว้จริง" แพรวพราวกอดอกคาดโทษซุปตาร์หนุ่ม
"ขอบใจน้ำมนต์มากนะจ๊ะเดินออกมาทันเวลาพอดี" แพรวพราวหันไปยิ้มให้มนต์ชญา
"สรุปว่าน้ำมนต์ต้องสวมรอยเป็คนที่นักข่าวเห็นหรือคะ"
"วงการบันเทิงก็งี้แหล่ะจ้ะ" แพรวพราวปลอบเธอว่ามันคือเื่ปกติที่วงการนี้จะจริงบ้างไม่จริงบ้างอย่าไปซีเรียส
"คีย์่นี้พาน้ำมนต์ไปไหนมาไหนด้วยเลยแล้วกันนะ จะให้ช่วยดูคิวประสานงานหรือถือของก็สามารถบอกน้ำมนต์ได้เลย พี่อยากให้นั่งรถไปกับคีย์ตลอดเลยจะได้กลบข่าว" แพรวพราวบอกเมื่อเจอหน้าคีตะ
"ข่าวอะไรหรือครับ"
"นี่ยังไม่รู้ตัวอีกหรือ ก็ที่มีคนเห็นมีสาวนั่งรถมากับเธอด้วยน่ะสิ"
"ไม่มีนะครับพี่แพรวสาบานได้" เขายืนยัน
"เอาล่ะๆถ้าแน่ใจว่าไม่มีคือไม่มีแต่พี่ขอแล้วกันนะอย่างที่บอก ถ้ามีใครดันไปเห็นเข้าอีกจะได้ตอบได้ว่าเป็น้ำมนต์ผู้ช่วยคีย์เอง" แพรวพราวตัดบท
"ครับ" เขารับคำทั้งที่ตัวเองก็ยังงงว่าผู้หญิงที่ไหนมานั่งรถเขา
"น้ำมนต์จ๊ะนับจากนี้เป็ต้นไป น้ำมนต์จะต้องไปกับคีย์ตลอดเวลานะจ๊ะ ถ้ามีแอบเอาสาวขึ้นรถก็รายงานพี่ด้วย" แพรวพราวสั่งกับมนต์ชญาทีเล่นทีจริง
มนต์ชญาไม่ตอบแต่หันไปมองหน้าคีตะแทน ที่ดูท่าทางเขาไม่ค่อยจะเต็มใจเสียเท่าไร
......................