เจมส์ลุกขึ้นดึงสายน้ำเกลือออก ก่อนจะพยายามเดินไปยังตู้เก็บเสื้อผ้าของตน
“หัวหน้าแน่ใจเหรอคะ จะกลับไปรายงานตอนนี้” ฮานะพยายามเกลี้ยกล่อมแล้วแต่ไม่เป็ผล เธอรู้ดีว่า เจมส์นั้นดื้อดึงแค่ไหน ขนาดจะเข้าไปช่วยพยุงตัว เขายังไม่ให้เธอทำเลย
เพิ่งผ่านมาแค่สองวัน สภาของเจมส์ยังไม่ได้กลับมาเป็ปรกติ แต่เขายังคิดจะกลับไปรายงานภารกิจกับเบื้องบนโดยด่วน
“ถ้าไม่ไปรายงานตอนนี้ เธอจะโดนไปด้วยนะ ฮานะ”
องค์กรเนเมซิส แม้จะคุ้มครองอาชญากร แต่ก็มีวิธีการรับมือกับพวกอาชญากรที่หักหลังและทำภารกิจล้มเหลวอยู่หลากหลาย ซึ่งเหตุการณ์ดังกล่าวที่ว่ามันเกิดขึ้นบ่อยครั้ง ส่วนสำคัญจะโดนคนเดียวหรือทั้งกลุ่มนั้นก็ไม่มีใครรู้ได้
“ให้พวกมันมาสิ ฉันจะฆ่าพวกมันเองหัวหน้า” เธอไม่ได้เกรงกลัวองค์กรเลยแม้แต่น้อย
“อย่าแม้แต่จะคิดฮานะ แค่เราสองคนต่อสู้กับองค์กรนี้ไม่ไหวหรอก”
ด้วยความที่องค์กรนั้นทำงานให้หลายคน จึงทำให้มีเส้นสายอยู่แทบทุกส่วนของประเทศ อีกทั้งภายในยังมีขุมกำลังหลักอยู่ด้วย แม้แต่หน่วยงานที่เก่งกาจยังไม่อยากแตะต้องเลยแม้แต่น้อย เคยมีประเทศหนึ่งคิดหาญกล้าต่อกรองค์กรนี้ ต่อมาก็ถูกากลางเมืองก่อกวนและถูกลบประเทศออกภายหลังไม่นานเลยทีเดียว
แต่มีข่าวลือหนาหูว่า เื้ัของพวกเขานั้นค่อนข้างใหญ่และมีอิทธิพลต่อโลก
โดยส่วนตัวเขาไม่ได้้าเข้าองค์กรนี้ั้แ่แรก แต่ด้วยเหตุจำเป็ส่วนตัวจึงไม่มีทางเลือกมากนัก เขาต้องใช้เงินเป็จำนวนมาก โชคดีหรือโชคร้ายไม่รู้ที่องค์กรเห็นฝีมือของเจมส์ ซึ่งเข้าตาเลยทาบทามเขาเข้าองค์กร จนกลายเป็หัวหน้าหน่วยของตัวเองได้ในที่สุด
“ยังไงวันนี้ฉันก็ต้องไปรายงานภารกิจก่อน จะเกิดอะไรขึ้นค่อยว่ากัน” เขาต้องรับผิดชอบผลที่ตามมา เพราะมีอีกหลายชีวิตที่คอยพึ่งพาเขาอยู่
“เข้าใจแล้วค่ะ แต่ฉันขอไปด้วยกับหัวหน้า” แม้จะปฏิเสธไปหลายครั้ง สุดท้ายเจมส์ไม่อาจทนทานคำเซ้าซี้ของฮานะได้
.
.
.
ศูนย์บัญชาการ ณ องค์กรเนเมซิส
ปัง! โครมมม!
“แกว่าไงนะเจมส์ พลาดอีกแล้วงั้นเหรอ! แล้วแกยังกล้ามารายงานข้าเนี้ยนะ!” ความเกรี้ยวกราดแฝงไปด้วยพลังอำนาจแสดงออกมาอย่างไม่พอใจ
ส่งโต๊ะเคราะห์ร้ายตรงหน้าพังพินาศในฝ่ามือเดียว
“ไม่มีขอแก้ตัวครับ แต่ว่าเด็กคนนั้นแข็งแกร่งมาก ขนาดผมใช้ยาก้าวข้ามขีดจำกัดแล้วยังทำอะไรเขาไม่ได้เลย” เจมส์ก้มหน้าขอโทษสำหรับการล้มเหลว
“แกว่าไงนะ! นี่แกใช้ยานั่นแล้วเหรอ แล้วทำไมถึงรอดอกลับมาได้” ความแปลกใจฉายชัดผ่านดวงตาของชายผู้นั้น เื่ความล้มเหลวก็ส่วนหนึ่ง เื่ยาก็อีกส่วนหนึ่ง
ว่าก็ว่า ไม่เคยมีใครรอดกลับมาได้เลยหลังจากการใช้ยาตัวนั้น เพราะผลภายหลังที่เกิดจากการเร่งส่วนต่างๆ ของร่างกายนั้น มันรุนแรงจนทำให้หลายชีวิตต้องสังเวยลงไป
“ผมใช้ยานั่นไปแล้ว ส่วนรอดมาได้ยังไงนั้น ผมก็ไม่ทราบเหมือนกัน” เจมส์ยังคงก้มหน้า
“หากเป็อย่างที่แกพูดจริง สงสัยคราวนี้ไม่ใช่เื่เล่นๆ แล้ว ส่งงานนี้ไปยังเสาหลักขององค์กร” ชายตรงหน้ากล่าวด้วยสีหน้าเคร่งเครียด จึงให้งานนี้เดินไปสู่มือเบื้องบนให้พวกนั้นดำเนินการเอง
“ท่านจะให้เสาหลักทำงานนี้เองเหรอครับ” เขาใจนเงยหน้าขึ้น
หากงานนี้ถึงมือพวกเสาหลัก มันอาจจะกระทบเป็วงกว้าง เหมือนจุดชนวนของาขนาดย่อมให้ปะทุขึ้นภายในเมืองได้ ในเื่ของความแข็งแกร่งไม่ต้องพูดถึง พวกเขาได้ก้าวข้ามตัวตนของมนุษย์ไปแล้ว อีกทั้งเสาหลักนั้นยังเป็กองกำลังที่ทำให้องค์กรเนเมซิสนี้มีความเป็อยู่ที่ดีจนถึงตอนนี้
“จัดการตามที่สั่งไปซะ! ขนาดแกที่ถือว่าเก่งกาจในระดับหนึ่งยังแพ้หมดรูปแบบนี้ หากปล่อยไปคงเกิดเื่ไม่ดีกับพวกเรา ออกไปได้แล้ว!”
ชายตรงหน้าเจมส์พูดอย่างหวาดหวั่น แต่เขาคงปล่อยเื่นี้ไว้เฉยๆ ไม่ได้ หากความผิดพลาดของหน่วยตัวเองได้ยินไปถึงหูเหล่าเสาหลักคงเกิดเื่ใหญ่ มีแต่ต้องยื่นเื่ขึ้นไปเท่านั้น พูดเสร็จเขาก็ทิ้งตัวนั่งอย่างเหนื่อยอ่อนออกมา
“รับทราบแล้วครับ ผมจะดำเนินการให้ทันทีครับ” เจมส์โค้งตัวเคารพก่อนเดินออกไป
ความหนักอึ้งแทบจะเพิ่มขึ้นทุกก้าวที่เขาเดินออกจากห้องนั้นมา ความกดดันก่อเกิดความเครียดผ่านใบหน้า
“เป็ยังไงบ้างคะ หัวหน้า” ฮานะรีบถามไถ่
“ส่งเื่ไปให้เสาหลักรับงานนี้แทน” เจมส์ยื่นเอกสารในมือให้ฮานะ
“ว่าไงนะคะ! สะ เสาหลักเลยเหรอ” ฮานะเก็บอาการไม่อยู่ เธอรู้ถึงความร้ายกาจของบุคคลเ่าั้ดี
“ใช่ ด่วนเลย” เจมส์พยักหน้ายืนยัน
“ค่ะๆ รับทราบแล้วค่ะ” ฮานะพยักหน้าอย่างรวดเร็วแล้วรีบเดินไปอีกทาง เพื่อติดต่อกับเสาหลักให้ดำเนินการทันที
“สงสัยคงไม่ใช่แค่คนคนเดียวต้องตายแล้วล่ะ งานนี้”
.
.
.
“นายมันกินแรงเพื่อน!” เทนตะะโเสียงดังน้ำลายกระเด็นใส่หน้าจิน
พวกเขากำลังนั่งทานข้าวกันอยู่ในโรงอาหารของโรงเรียน่เวลาพักเที่ยง บริเวณโดยรอบต่างมีเด็กๆ หลายๆ ชั้นเรียนนั่งกินกันอย่างมีความสุข และสนุกในการพูดคุยกัน ก็มีบ้างบางส่วนที่มองมาทางพวกจินอย่างบ่อยครั้ง เนื่องด้วยความหน้าตาดี เป็จุดเด่นและเสียงดัง
“กินแรงยังไง ฉันอุตส่าห์คิดจนหัวแทบะเิเลยนะ นายน่าจะขอบคุณฉันมากกว่า เพื่อน” จินพูดแย้งใส่เทนตะในมือยังตักข้าวในจานเข้าปากเคี้ยวอย่างเอร็ดอร่อย
“ไม่ต้องมาแถ เืออกสีข้างหมดแล้วแกน่ะ” เทนตะยังไม่หยุดต่อว่าจิน
“ไหน ไม่เห็นมี” จินยกชายเสื้อออกโชว์ให้เทนตะเห็นว่าไม่มีเือย่างที่ว่า
อู้ว! กรี๊ด! พี่จิน!
หลายเสียงกรีดกราดประสานกันเมื่อเห็นซิกแพ็คขาวๆ ของจิน แม้จะเห็นไม่ค่อยชัดก็ตาม ทั้งหมดต่างหน้าแดงก่ำ บางคนถึงกับควันออกจมูก หูด้วยความร้อน และบางคนถึงกับกุมจมูก ใช้ผ้าเช็ดเืกำเดาตัวเองที่กำลังไหลขึ้น
อากิโนะที่นั่งอยู่ข้างๆ จินยิ่งไม่ต่างกับเหล่าเด็กสาวเ่าั้เท่าไหร่ เธอสติหลุดออกไปแล้ว เพราะอยู่ใกล้ทำให้เห็นรายละเอียดเยอะกว่า
“อะไรวะนะ เฮ้ยๆ อากิโนะ” เขาสะดุ้งใกับเสียง ทั้งยังเห็นพวกสาวๆ มองมาด้วยอารมณ์แปลกๆ รู้สึกเสียวสันหลังขึ้นมา อีกทั้งยังพยายามเรียกสติอากิโนะที่นิ่งค้างด้วยท่ากำลังเอาช้อนที่ตักข้าวกำลังเข้าปาก
“ปล่อยะเิไปแล้วไง เฮ้อ...” เทนตะเหนื่อยใจเช่นเดียวกับมาโคโตะที่ถอนหายใจอยู่ข้างๆ
“เกิดไรขึ้น?” ส่วนเ้าตัวยังคงไม่รู้สึกรู้สาใดๆ
“ช่างมันเถอะจิน กินข้าวของนายไปเถอะ พูดแล้วอยากจะร้องไห้ อยากให้มีคนกรี๊ดฉันบ้างจัง เนอะ มาโคโตะ ” จากร่าเริงกลายมาเป็บทชีวิตเฉย
“...” มาโคโตะพยักหน้า
“อะไรของพวกมันวะเนี้ย!” สุดท้ายเขาก็เลิกสนใจแล้วหันมาตักข้าวที่อยู่ตรงหน้าเข้าปากต่อไปเรื่อยๆ
โดยไม่รู้เลยว่าผู้หญิงที่เห็นเหตุการณ์เมื่อสักครู่ ต่างเก็บไปฝันกันหวานกันทุกคนเลยคืนนี้
.
.
.
ณ คฤหาสน์แก๊งเสือหมอบ ภายในห้องของหัวหน้าแก๊ง ชายร่างหมีในชุดสูทตัวใหญ่สีดำหรูหราหมาเห่าคนหนึ่งนั่งบริเวณโต๊ะราคาแพง กับเด็กชาย ม.ปลาย ที่อยู่ในชุดนักเรียนนั่งจิบชาตรงแถวโซฟาด้านหน้า
“แก๊งหมีใหญ่งั้นเหรอ” แล้วเหตุการณ์ทุกอย่างก็ประจวบกันเหมือนจิ๊กซอว์ตัวหนึ่งที่ต่อเติมเื่ราวทั้งหมด
“ถ้าว่าตามแหล่งข่าวบอกมา”
“ข้าไม่แปลกใจเลย คราวก่อนก็มาขอซื้อธุรกิจท่าเรือของข้า ดีที่ไม่ขายให้” เทโชหวนคิดไปถึงตอนพวกนั้นมาขอซื้อธุรกิจจากเขา แต่เขาปฏิเสธเสียงแข็งออกไป
“แล้วเอายังไงต่อครับ” จินพูดโดยไม่หันไปมองเทโช
“อยากจะเปิดาด้วยแหละนะ จำนวนพวกมันไม่ค่อยเยอะเท่าไหร่ แต่คิดว่าให้คนของแก๊งขาแทรกซึมเข้าไปก่อนดีกว่า เื้ัอาจไม่ได้เป็อย่างที่คิดก็ได้” เทโชคิดวางแผนอย่างรอบคอบก่อนพูดออกมา
“รู้เขารู้เรา ถ้า้าความช่วยเหลือบอกผมได้เสมอ แน่นอนเงินมางานเดิน แล้วลุงพอรู้เกี่ยวกับองค์กรเนเมซิสบ้างไหม” เขาโยนหินถามทางดู
“รู้จักสิ พวกใต้ดินหรือคนที่ทำงานอย่างพวกข้ารู้จักกันทั้งนั้น แต่เงินต้องหนาหน่อยนะถึงจะจ้างได้” เเทโชตอบทันที
“งั้นใครก็สามารถว่าจ้างได้งั้นสิ”
“จะว่างั้นก็ได้ แต่งานทุกชิ้นของพวกนั้นราคาสูงมากและไม่เคยพลาดเลยสักงานเดียว”
เทโชพูดออกมาตามความจริงที่เขาเคยได้ยิน แต่เทโชก็ยังไม่เคยใช้บริการ เพราะเขาไม่ได้มีศัตรูเจาะจงอะไรมากนัก มีแค่เพียงการทะเลาะวิวาทระหว่างแก๊งและนั้นคือการต่อสู้ของลูกผู้ชายอย่างแท้จริง ส่วนการว่าจ้างนั้น มันผิดวิสัยของตัวเขาเกินรับไหวจริงๆ
“งั้นคงมีงานหนึ่งที่พวกนั้นพลาดแล้วแหละ” จินเดาะลิ้นหนึ่งทีด้วยรอยยิ้มเ้าเล่ห์
“หมายความว่าไง?” เทโชไม่เข้าใจสิ่งที่จินพูด
“ผมถูกองค์กรนั้นหมายหัวอยู่ เพิ่งสู้กับเจมส์ คริมสันมา”
“ว่าไงนะ! แกโดนพวกมันหมายหัวเหรอ ออกจากบ้านข้าไปเลย! ไป!” เทโชเอ่ยปากไล่จินทันด่วนทันควันเลย
“ทำไมไล่กันแบบนี้ละลุง” จินทำหน้าตาเศร้าลงไปทันที แต่ในมือยังถือชาขึ้นมาจิบอยู่
“องค์กรแบบนั้นไม่ได้ล้มเลิกอะไรง่ายๆ หรอก อีกไม่นานพวกมันคงส่งใครที่เก่งกว่ามาฆ่าแกแน่นอน” เทโชกล่าวอย่างตะลึงๆ ในความไม่ทุกข์ร้อนใดๆ
“งั้นเหรอ ให้พวกมันมาสิ ผมก็รออยู่ว่าจะเก่งแค่ไหน” เทโชอยากจะเดินเข้าไปตบกระบาลของเ้าเสียงท้าทายนั่น
“ถ้าข้าเป็แก มีกี่ชีวิตก็เคงไม่พอ” สุดท้ายได้แต่ถอนหายใจแล้วส่ายหน้า
“อย่าเป็ผมเลยลุง คิดตัวเองมีหน้าอย่างลุงผมก็กลัวแล้ว” จินหัวเราะ
“เออ! ไอ้คนหล่อ ไอ้คนเก่ง ข้าจะนอนรอดูแกร้องโอดครวญเข้าโรงพยาบาล อาสาเป็เ้าภาพงานศพให้แกเองก็ได้ ไม่ต้องห่วง” เทโชแช่ง
“เอาน่าลุง ยังไม่แก่ถึงขั้นนั้น บ่นจังเลย”
“จะพูดแบบนี้ได้แค่ไหนเชียวแกนะ” เทโชก้มลงหยิบของจากลิ้นชักออกมา
“เอ้านี่! รับไปสิ” เทโชยื่นใบสีขาวๆ ให้จิน
“อะไรของลุง”
“โอ้โห!” จินเดินเข้าไปที่โต๊ะตัวนั้นแล้วเปิดซองกระดาษตราเสือหมอบ
“สิบล้านเยน!” นับเป็เงินก้อนโตก้อนแรกของเขาในชีวิตเลยก็ว่าได้
“ดีใจละสิ เคารพในความใจดีของข้าเสียไอ้หนู นี่ถือเป็ค่าตอบแทนหลายๆ อย่างที่แกทำให้ข้า” ชายร่างหมีวางท่าใหญ่โตจนคอชูชัน
“มาหอมแก้มหน่อยลุง” จินไม่พูดเปล่า เดินเข้าไปหาเทโช
“ออกไป ไอ้จิน! ออกไปโว้ย!”