ตอน 5 โลกอีกใบที่ไม่คุ้นชิน
"หืม... ตาลุงนี่... คงเป็พ่อของแม่นางเ้าของร่างสินะ ในฝันที่ท่านทูตนิมิตให้เห็น ข้าจำหน้าได้ดี แก!! ตาลุงโง่!! เป็ต้นเหตุที่นางต้องฆ่าตัวตายยังไม่รู้ตัวอีก!!" หลินอียืนมองหน้าหยางเหอต้วน กอดอกจ้องหน้า ตาไม่กะพริบ ท่าทางจอมแก่นของฮั่วหลินอีแตกต่างจากหยางหลินอีผู้มากมารยาทลิบลับ
"ใครก็ได้... ไปเรียกแม่หมอมา!!!" หยางเหอต้วนก้าวเท้าถอยหลังทีละก้าว... ทีละก้าว... ะโสั่งบ่าวในเรือนให้เร่งจัดการตามคำสั่ง
"ไอ๊หย๊า!! ท่านลุง ท่านป้า ใจเย็นลงก่อนเถอะ ไม่จำเป็ต้องเรียกแม่หมออะไรนั่นให้เสียเวลาหรอก ไม่เชื่อก็จับดูสิ ข้าไม่ใช่ผี" หลินอีเดินเข้าหาทั้งสอง จับมือของพวกเขาอังแก้มของตัวเองคนละข้าง หวังให้ััเนื้อตัวอุ่นๆและมองเห็นเส้นเืฝาด
"ฮูหยิน... จริงด้วย... นี่มันคนเป็ชัดๆ" หยางเหอต้วนหันไปกระซิบข้างหูภรรยา
"ฟังข้าให้ดี ข้าคือฮั่วหลินอี อายุ 25 ปี มาจากโลกคู่ขนานอีกใบ โลกของข้าเจริญกว่าที่นี่น่าจะประมาณ 500 เท่า ข้าน่ะ... ไม่ได้สนใจเื่ยศเื่อำนาจอะไรเหมือนคนสมัยนี้หรอก เพราะความฝันของข้าคือได้เป็นักเขียน... แต่เพราะโชคชะตานำพาข้ามาที่นี่ ข้าเลยต้องยอมรับและพยายามเก็บเกี่ยวบรรยากาศที่เมืองโบราณแห่งนี้ให้ได้มากที่สุด หวังว่าพวกท่านจะเข้าใจนะ " ฮั่วหลินอีพูดแต่ละเหตุการณ์เป็ฉากๆ ด้วยเสียงเจื้อยแจ้วชวนคล้อยตาม แต่ทว่าสิ่งที่นางพูดมาทั้งหมดนั้น กลับไม่ทำให้พวกเขาเข้าใจแม้แต่นิดเดียว
หยางเหอต้วนและฮูหยินใหญ่อ้าปากฟังนางจนจบ มองหน้ากันไปมา ไม่ได้เกิดแคลงใจหรือตั้งข้อสงสัยแม้แต่นิดเดียว
ฮูหยินรู้สึกโล่งใจ ดึงฮั่วหลินอีที่กำลังพูดพล่ามเข้ามากอด ระหว่างนั้นฮูหยินก็บ่นพึมพำให้หยางเหอต้วนเข้าใจ
"ท่านพี่... ที่แท้์ยังเห็นใจ ส่งลูกกลับคืนอกเรา แต่ข้าพอเข้าใจได้ว่านางตกจากที่สูงขนาดนั้น สมองคงผิดแปลกไปได้บ้าง..."
"อืม... เช่นนั้นก็ดี ข้าจะได้ไม่ต้องเป็เดือดเป็ร้อน หาสตรีอื่นมาชดเชย ยังไงซะการแต่งงานก็ต้องเป็ไปตามราชโองการ" เหอต้วนเบาใจลง...หันกลับไปยกมือลูบหัวหลินอีเบาๆด้วยความเอ็นดู
"อร๊าก... น่าเบื่อชะมัด เล่าให้ฟังจนปากแฉะ ดันไม่เข้าใจอะไรสักอย่าง!! แต่เอาเถอะ อยากให้เป็หยางหลินอี ก็จะเป็หยางหลินอี เพราะไม่นานเดี๋ยวก็คงได้กลับโลกเดิมแล้ว"ฮั่วหลินอีทำหน้าเบื่อโลก ถอนหายใจฮึดฮัด กลอกตาไปมา เปล่งเสียงเบาๆจากลำคอพยายามที่จะสื่อถึงความอ่อนเพลีย
**********
รุ่งเช้าวันต่อมา
ฮั่วหลินอีนั่งใช้มือสองข้างเกยใต้คาง ถอนหายใจครั้งแล้วครั้งเล่า
"เห้อ... "
"ห๊าาา เห่อ... เหอ... เห๊อ!!!"
"ทำไมเป็หยางหลินอีมันยากขนาดนี้นะ "
"ทำนั่นก็ไม่ดี ทำนี่ก็ไม่ได้ คนยุคโบราณน่าสงสารจริงๆ "
"ขืนปล่อยให้อยู่ในสภาพนี้ต่อไปต้องแย่แน่ มันน่าเบื่อซะยิ่งกว่าตอนที่คิดบทเค้าโครงเื่ไม่ออกซะอีก " หลินอีวาดนิ้วเขี่ยไปมาบนโต๊ะน้ำชา จู่ๆก็วาดเป็อักษรที่อ่านว่าเว่ยกวง...
"บ้าน่า... เว่ยกวงงั้นเหรอ... อักษรตัวนี้ดูไม่เลวเหมือนกันนะ ว่าแต่ทำไมมือของข้าต้องเขียนอักษรนี้ด้วยล่ะ!!" หลินอีพึมพำกับตัวเอง พลางรีบใช้มือปัดเพื่อลบอักษรพวกนั้น
"คุณหนูเ้าคะ ได้เวลาอาหารเช้าแล้วเ้าค่ะ " สาวใช้คนสนิทเดินเข้ามาวอแวเรียกให้ผู้เป็นายทานอาหารจานโปรด
"อ๊าก!! ถุ้ยยย แค่กๆๆ "
"นี่มันอาหารบ้าอะไร รสชาติยอดแย่เลย กินมันเข้าไปได้ยังไง!! " แค่ชิมคำแรก ก็ทำอ้วกแทบพุ่ง
"คุณหนูเ้าคะ แต่นี่เป็สิ่งที่คุณหนูชอบมากที่สุด ได้กินทีไรคุณหนูมักจะหัวเราะออกมา "สาวใช้กลัวโดนตำหนิ รีบก้มหน้าพูด
"จะบ้ากะละมัง... ใครชอบอาหารแบบนี้ก็บ้าละ จำไว้อย่าทำอาหารจานนี้มาให้ข้าอีก" หลินอีแกล้งอารมณ์ไม่ดี ไล่ตะเพิดสาวใช้คนสนิทให้ออกห่าง
"อะฮิๆๆๆ คิดออกแล้วล่ะ ไปหาอะไรสนุกๆทำดีกว่า" อยู่ดีๆหลินอีก็หลุดขำออกมา คิกคักๆ รีบวิ่งเข้าเรือน หยิบผ้าคลุมปิดหน้า หนีออกจากจวนหยาง ด้วยการปีนป่ายกำแพงสูงโดยไร้ท่าทีสงวนกริยา
"กฎจวนบ้า กฎบออะไร ใครจะไปทนได้ ได้เป็ฮั่วหลินอียังพอทน แต่นี่บังคับให้ข้าเป็หยางหลินอี เห๊อะ!! ฝันไปเถอะ " หลินอีสุดจะทน ทำหน้าหงิกงอ บ่นมุบมิบขณะที่อยู่บนกำแพงสูง
"คุณหนู!! คุณหนูเ้าคะ ระวังด้วย... หากคุณหนูตกจากที่สูงอีกครานี้ คงไม่ได้โชคดีอย่างครั้งที่แล้วแน่" สาวใช้คนสนิทเข้ามาเห็นพอดี แหกปากโวยวาย ส่งเสียงดังลั่นจวน
"ตายแล้ว... จะรอดไหมเนี่ยกรู" หลินอีลุกลี้ลุกลนไม่เป็ตัวเองเพราะกลัวจะไม่ได้หนีเที่ยว รีบตั้งท่าจะะโลงจากกำแพงสูง แต่ดันพลาดท่าตกลงมาก่อนที่จะได้ตั้งตัว
"อะ อ๊ะ อ๊าก!!"
"ใครก็ได้ช่วยด้วย!!" หลินอีหลับตาปี๋ ไม่กล้าแม้กระทั่งจะคิดสภาพว่าถ้าดิ่งลงพื้นแล้วจะเจ็บตัวขนาดไหน
"อุ่ก! "เสียงหน้าอกแน่นๆโอบรับแรงกระแทกจากร่างของนางไว้ในอ้อมกอด
"แม่นาง... เป็อะไรหรือไม่" บุรุษผู้มีโฉมหน้าดุดัน ผ่านทางมาพร้อมม้าดำทมิฬ... เร่งควบฝีเท้าม้าเข้ารับร่างของสตรีปริศนาที่ร่วงหล่นจากกำแพงสูง ผิดแต่เพียงว่า... น้ำเสียงที่เขาไถ่ถามช่างเ็านัก แม้แต่หางตายังไม่อยากจ้องมอง
"ขะ ขะ ข้าไม่เป็อะไร" ฮั่วหลินอีมัวแต่ตกตะลึงในความหล่อเหลาของชายหนุ่ม... นางตอบรับอย่างตะกุกตะกัก
"เช่นนั้นข้าขอตัวก่อน!" เสียงหนักๆห้วนๆที่ไม่ชวนฝัน ดับความคิดในหัวสตรีได้ด้วยประโยคเดียว
เขาวางร่างเล็กๆของนางลงจากอ้อมกอดแบบไม่อ่อนโยนแม้แต่น้อย... บุรุษผู้นี้ควบม้าจากไป ไม่แม้แต่จะเปิดโอกาสให้นางได้ถามไถ่ชื่อเสียงเรียงนาม
"โถ่โว้ย!! หล่อจัง หล่อแต่ไร้มารยาทชิบเป๋ง!!"
"แต่ไม่เป็ไร ข้าให้อภัย!!" หลินอียืนบิดเขินทำปากบ่นพึมพำมุบมิบ
"คุณหนู!! คุณหนูเ้าค่า รอบ่าวด้วย"สาวใช้คนสนิทวิ่งออกจากหน้าจวนตามมาติดๆ
"จะอยู่รออะไรล่ะ เผ่นก่อนล่ะงานนี้... ดีนะที่ข้าสวมผ้าปิดหน้าไว้ตลอด ไม่งั้นคนอื่นเห็นเข้าคงไปฟ้องอิตาแก่เหอต้วนนั่นให้มาลากตัวข้ากลับจวน วุ่นวายกันไปหมด!" หลินอีรีบวิ่งหาที่ซ่อนก่อนที่สาวใช้จะตามตัวเจอ
ในที่สุดหลินอีจอมแก่นก็หลุดออกจากจวนหยางได้สำเร็จ... นางเดินเที่ยวเล่นไปตามท้องตลาด บรรยากาศคึกคักแก้เบื่อได้ดีทีเดียว แต่หลินอีกลับต้องสะดุดตาเข้ากับเตียนอี๋(หอนางโลมในสมัยนั้น)
"เตียนอี๋ หอเตียนอี๋งั้นเหรอ... ? "
"ภายนอกประดับตกแต่งด้วยโคมไฟสีแดงระยิบระยับตา ข้างในคงงดงามกว่านี้แน่" หลินอีผู้ไร้เดียงสาไม่รู้ด้วยซ้ำว่านี่คือสถานที่ขายบริการของสาวงาม... นางก้าวสองเท้าเข้าหอเตียนอี๋ด้วยความไม่รู้
"โอ้ว โว้ว นี่มันผับชัดๆ!! แม่เ้าโว้ย ยั่วยวนใช้ได้นี่" หลินอียืนกอดอกมองพลาง... หลุดปากชื่นชมสาวงามที่ร่ายรำบนเวทีกลางหอเตียนอี๋
ชายหนุ่มมากมายต่างรายล้อมพร้อมจ่ายเงินซื้อนางเป็จำนวนมาก เสียงโห่ร้องดังระงมจากชายหลาย่อายุทุกครั้งหลังจากการแสดงจบลง
"ท่านหญิงผู้นี้... ไม่ทราบว่า... มาจากที่ใดกัน ไม่รู้หรือไรว่าสถานที่แห่งนี้เป็สถานที่เช่นไร" ชายแปลกหน้าเข้าหาหลินอี หวังเล้าโลมเนื้อตัวให้เสียเกียรติ เพราะเขาเข้าใจว่านางเป็หนึ่งในคณิกาของหอเตียนอี๋
"ปล่อยนะ!!" หลินอีขัดขืนไม่ไว้หน้า ลุกขึ้นพรวดยัดหมัดกระแทกหน้าชายผู้นั้นจนผ้าคลุมหน้าผืนเล็กที่ปักด้วยลวดลายดอกโบตั๋นแดงหลุดลอย เผยให้เห็นโฉมหน้าอันแสนงดงามของสตรีชั้นสูงอย่างคุณหนูใหญ่จวนหยาง
"สตรีผู้นี้เป็ใครกัน..." นายหญิงเ้าของหอเตียนอี๋นั่งจิบสุราบนแท่นสูง เบนสายตามองไปยังเบื้องล่าง เห็นกับตาตัวเองแน่แท้ว่าผู้เจิดจรัสที่สุดในหมู่คน คือนางผู้นั้น จึงได้เอ่ยถามผู้ที่อยู่ใกล้เคียง แต่ได้ไร้ซึ่งคำตอบถึงตัวตนที่แท้จริงของนาง
"ไร้ประโยชน์... ต้องให้ถึงมือข้าเชียวหรือ!!" นายหญิงแห่งหอคณิกาเตียนอี๋ยกกาเหล้าย่างลงเท้าเดินจากแท่นสูง เบียดเสียดคน เข้าหาฮั่วหลินอีจากด้านหลัง