เมื่อฉันเดินมาที่ประตูเมืองฉันก็พบกับทหารคนที่ฉันเคยเจอเมื่อตอนมาเมืองครั้งเเรก
"สวัสดีครับ วันนี้ก็จะออกไปเเต่เช้าเลยนะครับ"
เขายิ้มเเละทักทายฉันเหมือนกับที่เจอครั้งก่อนๆ ทั้งๆที่รู้ว่าฉันเป็มนุษย์เเมวเเท้ๆเเต่ก็ไม่มีท่าทีดูถูกฉันอยู่เลย ช่างต่างกับทหารคนก่อนหน้านี้จริงๆ
"ค่ะ วันนี้มีธุระนิดหน่อย"
"หรอครับ? ถ้ายังไงขอตรวจสอบบัตรกิลด์เหมือนทุกทีด้วยนะครับ"
ฉันพยัคหน้าเเละหยิบบัตรกิลด์ของฉันออกมาจากกระเป๋าเสื้อ
"...."
เเต่ฉันก็หยุดมือไว้ก่อนที่จะยื่นให้เขา เพราะคิดขึ้นมาได้ว่าทหารคนก่อนหน้านี้ตอนที่ตรวจสอบบัตรฉันเขามีท่าทีไม่อยากจะเชื่อข้อมูลในบัตรอย่างมาก เเละถ้าฉันยื่นมันให้เขาเเล้วเขาเห็นข้อมูลเเรงค์ของฉันเขาจะเเสดงอาการเเบบเดียวกันหรือเปล่า?
ช่างเถอะ ถึงยังไงก็หลีกเลี่ยงการตรวจสอบไม่ได้อยู่เเล้วคงได้เเต่ขอให้เขาไม่ดูข้อมูลเเรงค์ของฉันล่ะนะ
"นี่ค่ะ..."
ฉันยื่นบัตรไปให้เขา เขาก็รับมาเเล้วตรวจสอบดู
"......."
"...อ่ะ เอ นี่ครับ ไปได้เลย"
"...?"
ฉันรับบัตรกิลด์คืนมาอย่างสงสัย...ที่ทหารคนนี้ดูไม่ใอะไรกับข้อมูลในบัตร
"หืม ไม่ใเื่ในบัตรหรอคะ?"
"ใ? อ๋อ จริงๆก็ใอยู่นะครับที่ข้อมูลของเเรงค์ถูกปิดเอาไว้ เเต่มันไม่ใช่เื่ใหญ่อะไรเพราะมันเป็สิทธิของคนที่ถือบัตรกิลด์น่ะครับ"
"......"
อ้าว นี่ฉันไม่ต้องเเสดงข้อมูลเเรงค์ให้ทหารดูก็ได้งั้นหรอ? พึ่งจะรู้เื่นี้นะเนี้ย!
"ยังไงก็ระวังตัวด้วยนะครับ ออกไปคนเดียวมันอันตราย"
"....ค่ะ"
ฉันรับคำเตือนของทหารคนนั้นไว้เเล้วออกไปจากเมือง จะว่าไปเขามีชื่อหรือเปล่านะ? ฉันเหมือนจะเคยได้ยินเเต่ก็เหมือนลืมไปเเล้ว เอาเป็ว่าไว้คราวหลังจะถามล่ะกัน
*
ฉันวิ่งมาที่ลำธารศักดิ์สิทธิ์อีกครั้ง เอาจริงๆที่นี่มันเหมือนเป็เซฟโซนของฉันไปเเล้ว ไม่มีใครโผล่มาที่นี่ มอนเตอร์เองก็โดนฉันจัดการไปก็เยอะมันเลยค่อนข้างปลอดภัยในหลายๆเื่...พวกนักผจญภัยไม่ค่อยมีใครมาที่ป่าเขตนี้มากนักเหมือนพวกเขาจะไปล่าในป่าที่อยู่ใกล้ๆกับเมืองมากกว่า
ทั้งๆที่ป่านี้ออกจะมีมอนเตอร์อยู่เยอะเเท้ๆ ทำไมพวกเขาไม่มาล่ากันที่ป่านี้กันนะ? ป่าที่พวกเขาไปล่ากันจากที่ฉันตรวจสอบดูมันมีมอนเตอร์อยู่ประปรายเอง
....เอาเถอะ สงสัยไปก็เท่านั้น ยังไงมันก็เป็ผลดีต่อฉันอยู่เเล้ว
ฉันเรียกคัมภีร์อัญเชิญสีดำออกมาจากไอเท็มบ๊อกซ์เเละตรวจสอบวิธีใช้ ฟังวิธีใช้จากเฮเลนเเล้วมันก็ไม่ยากเท่าไหร่ เเค่ทำเหมือนกับตอนที่ฉันเรียกร้านค้าเเมวออกมาเท่านั้น
" [อัญเชิญอัศวินดำ] "
ฉันร่ายเเบบนั้นเเล้วในเวลาเดียวกันนั้นคัมภีร์สีดำที่อยู่ในมือของฉันก็ถูกไฟสีม่วงกลืนกิน มันหายไปจากมือฉันเเล้วที่พื้นตรงหน้าฉันก็มีวงเเหวนของเวทยมนตร์สีดำปราฏขึ้นมันเรืองเเสงขึ้นมาเเล้วค่อยๆสว่างจ้า
เเละในระหว่างที่ฉันกำลังรอดูการทำงานของมัน-จู่ๆพื้นที่ตรงกลางของวงเเหวนสีดำก็มีกลุ่มก้อนพลังงานสีดำก่อตัวขึ้นมาสองส่วน ก้อนพลังงานทั้งสองค่อยๆเปลี่ยนรูปร่างกลายเป็เค้าโครงของสาวน้อยสองคนที่สวมชุดเกราะสีดำออกมา
คนหนึ่งมีในตาสีฟ้าผมสีชมพูอ่อนเธอไว้ผมทรงทวินเทลที่ปล่อยยาวทั้งสองด้าน เธอมีส่วนสูงใกล้เคียงกับฉัน เเต่ขนาดหน้าอกของเธอนั้นใหญ่กว่าฉันมาก ไม่รู้ว่าเป็เพราะเื่นั้นหรือเปล่าที่ทำให้เธอไม่มีเกราะอก...เธอคนนี้คือราฟเน่เป็คนน้อง
ส่วนอีกคนมีในตาสีทองมีผมสีฟ้าอ่อนไว้ทรงทวินเทลเหมือนกันเเต่ปล่อยสั้นกว่า เธอคนนี้ตัวสูงน้อยกว่าคนก่อนหน้านี้หน้าตาละอ่อนเหมือนกับเด็กเเต่สีหน้าที่สงบนิ่งนั้นทำให้เธอดูเป็ผู้ใหญ่อย่างมาก เธอคนนี้คือเฟย่าเป็คนพี่...เเละเธอมีเกราะอกสีเงินติดอยู่
เอาจริงๆพอได้มาเห็นพวกเธอตัวเป็ๆเเบบนี้เเล้วทำให้รู้สึกเชื่อยากจริงๆว่าราฟเน่เป็คนน้อง ด้วยอะไรหลายๆอย่างที่ฉันเห็นฉันว่าเธอดูเป็คนพี่มากกว่า...เเต่ก็นั่นเเหละ พวกคาเเรคเตอร์ดีไซน์ของเกมถ้าออกเเบบให้มันธรรมดาๆเเบบนั้นตัวละครทั้งสองคงไม่เป็ที่นิยมเหมือนอย่างตอนนี้
เฟย่าเเละราฟเน่ที่ถูกอัญเชิญมาสำเร็จเเล้วมองดูร่างกายของตัวเอง พวกเธอสะบัดผ้าคลุมที่อยู่ด้านหลังไปมาอย่างสงสัย...อ่ะ รู้สึกว่าผ้าคลุมนั่นจะเป็สัญลักษณ์ของผู้นำกองทัพนี่นะ เนื่องจากฉันเล่นเควสพิเศษผ่านฉันเลยได้ผ้าคลุมเเห่งการนำทัพมาให้พวกเธอใส่ ของราฟเน่จะเป็สีเเดง ส่วนของเฟย่าจะเป็สีม่วง
มันก็เข้ากับพวกเธอดีนะ เเต่ถ้ามันเกะกะก็อาจจะทำให้ลำบากด้วยสิ
"ผ้าคลุมนั่นเกะกะหรือเปล่า? ถ้าคิดว่ามันถ่วงจะถอดออกก็ได้นะ"
พอฉันบอกพวกเธอเเบบนั้นทั้งสองคนก็หันมาจ้องฉันเเล้วส่ายหน้า
/นายท่านคะ พวกเธอบอกว่า "ของชิ้นนี้เป็ของขวัญของมาสเตอร์ ดังนั้นมันไม่ทำให้รู้สึกลำบากอะไรเลย" ค่ะ/
"เอ่อ...เเล้วทำไมเฮเลนถึงพูดเเทนพวกเธอล่ะ?"
/พวกเธอมีปัญหาเื่การสื่อสารนิดหน่อยจึงยังพูดออกมาด้วยเสียงของตัวเองไม่ได้ค่ะ/
พอได้ยินเเบบนั้นฉันก็รู้สึกประหลาดใจที่พวกเธอซึ่งถูกพลังของพระเ้าสร้างมานั้นเกิดมีปัญหาขึ้น มันดูไม่น่าเป็ไปได้ เเต่เฮเลนก็อธิบายว่าการประมวลภาษาของโลกนี้ที่ใส่ให้กับพวกเธอมันยังไม่สมบูรณ์มากนัก จำเป็ต้องให้เวลาพวกเธอในการปรับตัว
"เเล้ว จะเป็เเบบนี้นานไหม?"
เฮเลนบอกว่ามันเป็ปัญหานิดหน่อยดังนั้นมันน่าจะไม่ใช่ถาวร สำหรับฉันมันไม่เป็ปัญหามากนักเพราะมีเฮเลนพูดเเทนให้เเต่ถ้าเวลาพวกเธอไปคุยกับคนอื่นมันจะลำบาก
/ต้องให้พวกเธอสังเกตเเละเรียนรู้การสนทนาของคนในโลกนี้ไปเรื่อยๆก่อนค่ะ คาดเดาจากความเป็ไปได้เเล้วคงไม่น่าจะเกินปีนึง/
ไม่เกินปีสินะ สำหรับฉันมันก็นานอยู่เเต่อาจจะเร็วกว่านั้นก็ได้
"ยังไงก็เเล้วเเต่ ฉันชื่อว่าฟรานนะยินดีที่ได้รู้จัก"
/"ฉันราฟเน่จากนี้ไปขอฝากตัวด้วยนะคะมาสเตอร์"/ /"ฉันเฟย่าค่ะอาจจะยังอ่อนประสบการณ์เเต่หลังจากนี้ขอฝากตัวด้วยค่ะ"/
พวกเธอทั้งสองโค้งให้ฉันโดยมีเฮเลนเป็คนพูดเเนะนำตัวเเทนพวกเธอทั้งสอง
ทำเอาฉันรู้สึกเเปลกๆยังไงก็ไม่รู้...
"เอ่อ จากนี้ช่วยเรียกฉันว่าฟรานทีได้ไหม เวลาถูกเรียกว่ามาสเตอร์เเล้วมันรู้สึกเเปลกๆ"
จะว่าไงดี...ฉันไม่ใช่คนที่ยิ่งใหญ่ขนาดที่จะถูกเรียกว่ามาสเตอร์ได้น่ะ
/"งั้นขอเรียกว่าท่านพี่ได้ไหมคะ?"/ /"ส่วนฉันอยากจะเรียกมาสเตอร์ว่ามาสเตอร์ค่ะ"/
"เอิ่ม...คนที่พูดก่อนนั่น-ราฟเน่ใช่ไหม? จะดีหรอที่จะเรียกฉันว่าพี่น่ะ...ไม่ใช่ว่าเธอก็มีพี่จริงๆอยู่เเล้วงั้นหรอ?-เเล้วก็เฟย่าเธอมาเรียกฉันว่ามาสเตอร์มันไม่ค่อยเหมาะเท่าไหร่นะ"
/"ไม่เป็ไรค่ะท่านพี่ไม่ได้ว่าอะไร เเล้วปกติฉันจะเรียกท่านพี่ว่าท่านพี่เฟย์อยู่เเล้วดังนั้นมันไม่น่าจะซ้ำกับที่เรียกท่านพี่ว่าท่านพี่หรอกค่ะ"/ /"ถ้าเรียกมาสเตอร์เเทนไม่ได้งั้นขอเรียกว่าก็อดมาสเตอร์เเทนได้ไหมคะ?"/
......
เเต่ล่ะคน...ทั้งสองคนนี้มีเเนวคิดที่พิลึกกันดีนะ เพราะถูกออกเเบบเพิ่มหรือว่าเป็เเบบนี้กันอยู่เเล้ว?
เอาเถอะ ตามใจพวกเธอหน่อยก็ได้ล่ะมั้ง ยังไงพวกเธอก็เปรียบเสมือนเหล่าลูกสาวที่ฉันเลี้ยงดูมาในเกมเลยนี่นะ
"เข้าใจเเล้วราฟเน่ เอาตามที่เธอพอใจได้เลย-เเล้วก็เฟย่าเธอกลับไปเรียกฉันว่ามาสเตอร์ก็ได้"
/ ""ขอบคุณมากค่ะ"" /
พวกเธอยิ้มดีใจเเล้วโค้งให้ฉันอีกครั้ง พอเห็นเเบบนั้นฉันก็ต้องรีบให้พวกเธอเงยหน้าขึ้นทันที ฉันไม่ใช่พวกวางอำนาจที่ชอบให้คนก้มหัวให้หรอกนะ ไอ้ตอนก้มครั้งเเรกฉันก็นึกว่าเป็การทักทายทั่วไปของพวกเธอเเต่นี่มันก้มให้นายเหนือหัวหรืออะไรเเบบนั้นชัดๆ...เเล้วไอ้หน้าตาที่บอกว่า"ฉันทำอะไรผิดงั้นหรอคะ"อย่างใสซื่อนั่นมันอะไรกัน พวกเธอคืออัศวินดำที่น่าเกรงขามไม่ใช่เรอะ!?
*
หลังจากอัญเชิญพวกเธอออกมาเเล้วฉันก็พาพวกเธอไปทดสอบพลังต่อสู้ของเเต่ล่ะคนว่าพวกเธอนั้นมีความสามารถระดับไหนเมื่อได้มาอยู่ในโลกนี้ พวกเธออาจจะเก่งสมกับฉายาอัศวินทมิฬหรืออาจจะเเค่มีฝีมือพอตัว เเต่ไม่ว่าอันไหนมันก็ไม่ใช่ปัญหาสำหรับฉันเพราะไม่ว่าพวกเธอจะอ่อนเเอขนาดไหน ฉันก็มั่นใจว่าฉันสามารถดูเเลพวกเธอได้อย่างเเน่นอน
ตู้ม!!!
"....."
เเต่...ดูเหมือนว่าเื่ความอ่อนเเออะไรนั่นจะไม่ใช่ปัญหาเลยเเหะ
ฉันมองดูร่างของเหล่าอ็อคจำนวนนับสิบกระเด็นกระดอนจากเเรงปะทะที่เฟย่าปล่อยออกมา เธอปลดปล่อยพลังสีดำออกมาเป็คลื่นดาบเเละกระเเทรกเข้าใส่เหล่าอ็อค พวกมันยังไม่ทันได้หนีหรือตอบโต้ก็ถูกเฟย่าจัดการลงได้ในทันที ส่วนราฟเน่นั้นเเม้จะไม่มีพลังโจมตีเท่ากับเฟย่าเเต่เธอก็เคลื่อนไหวคล่องเเคล่วเเละฟาดฟันเหล่าหมาป่าได้อย่างสวยงามราวกับเต้นรำ
พวกเธอทั้งสองต่างก็ใช้อาวุธเป็ดาบเเสง มันดูคล้ายกับดาบเลเซอร์ที่ฉันเคยเห็นในหนังของเเนว'Sci-fi'ที่ต่อสู้กันในอวกาศเพียงเเต่รูปร่างของปลายดาบดูเรียวสวยกว่านั้นมาก
พวกเธอใช้ดาบนั้นตัดร่างของมอนเตอร์ให้ขาดง่ายๆโดยไม่สนว่าเป้าหมายจะมีกระดูกเเละกล้ามเนื้อที่หนาเเน่นขนาดไหน อ่ะเเล้วก็นะ เวลาที่พวกเธอใช้สกิลหรือเวทยมนตร์พวกเธอจะร่ายมันออกมาด้วยตัวเอง โดยที่ไม่ร่ายผ่านเฮเลนเเต่เป็ร่ายออกมาจากร่างต้น เฮเลนบอกว่าพวกเธอมีปัญหาเเค่การสื่อสารไม่ใช่การร่ายเวทย์มันจะเเยกๆกันเธอบอกว่าอย่างงั้น
ทักษะของพวกเธอนั้นเหมือนกับในเกม เฟย่าจะมีพลังเวทย์ที่เน้นการทำลายเเละจู่โจมใส่ฝูงของมอนเตอร์ด้วยพลังมหาศาลในคราวเดียว ส่วนราฟเน่นั้นเน้นการสนับสนุนเธอมีเวทย์เสริมพลังทางกายภาพที่ช่วยให้พี่ของเธอมีพลังโจมตีที่เร็วเเละเเรงขึ้นอย่างมากอยู่ จนถึงตอนนี้กระทั่งสมิงดาบที่บังเอิญโผล่ออกมาเจ็ดตัวก็ยังเอาชนะทั้งสองคนที่ร่วมมือกันสู้ไม่ได้
ช่างเป็สองพี่น้องที่สุดยอดจริงๆ กระทั่งมีตัวตนจริงก็ยังไม่ได้ด้อยไปกว่าในเกมเลยสักนิด
ถ้าเป็เเบบนี้ฉันอาจจะมีเงินมากพอทำอะไรหลายๆอย่างได้เลยนะเนี้ย?
/"เรียบร้อยเเล้วค่ะท่านพี่"/ /"เสร็จงานเเล้วค่ะมาสเตอร์"/
"ขอบคุณที่เหนื่อยนะ"
ฉันกล่าวชมพวกเธอเเละลูบหัวเป็การขอบคุณ ดูเหมือนพวกเธอจะชอบให้ฉันลูบหัวทุกครั้งที่พวกเธอจัดการมอนเตอร์ได้ ฉันก็ไม่ได้รังเกียจหรอกนะ เเต่ถ้าให้ทำต่อหน้าคนอื่นมันก็มีเขิลบ้างเหมือนกัน
/"ท่านพี่คะ ทำไมท่านพี่ไม่ลองเสริมพลังด้วยเวทย์ของฉันดูล่ะคะ?"/
ราฟเน่เสนอความคิดขึ้น ฉันเองก็สนใจเื่ประสิทธิภาพของเวทย์เธอเหมือนกันว่ามันจะเพิ่มพลังให้กับฉันได้ขนาดไหน
"น่าสนใจดีนะ ถ้างั้นก็ฝากด้วยล่ะ"
/"ค่ะ"/
ราฟเน่พยัคหน้าเเละเริ่มตั้งมือขึ้นมาร่ายเวทย์
" [วิงวอนเเสงจันทร์] "
เธอร่ายเช่นนั้นเเล้วทันใดนั้นร่ายกายของฉันก็มีเเสงขึ้นมาห่อหุ้มรอบตัว ฉันรู้สึกว่าร่างกายของฉันมันเบาขึ้นมาก ด้วยความสงสัยฉันจึงลองะโอย่างเต็มกำลังดู ถ้าเป็ก่อนหน้านี้ด้วยค่าสเตตัสจากในเกมฉันจะสามารถะโสูงได้ประมาณสิบเมตร เเล้วถ้ามีเวทย์เสริมพลังกายเข้ามาด้วยฉันก็น่าจะะโได้สูงขึ้นอีกสองเมตรล่ะมั้ง
ฟู้ม!!
.....
"เอ๊ะ-!!?"
เมื่อฉันออกเเรงะโร่างกายของฉันที่รู้สึกไร้น้ำหนักก็ลอยสูงขึ้นทะลุกิ่งก้านใบไม้ของต้นไม้ใหญ่จนลอยไปอยู่เหนือป่าด้วยความเร็วที่เเค่กระพริบตาครั้งนึงเท่านั้น ฉันค่อยๆลอยสูงขึ้นจนออกห่างจากป่ามากขึ้น จากระยะนี้ฉันมองเห็นเมืองเเกรนเดอเลียอยู่ไกลๆเเล้วด้วย
"นี่มันยิ่งกว่าเพิ่มขึ้นเท่าตัวเเล้วไม่ใช่หรอ!"
ก็คิดอยู่หรอกว่าราฟเน่ค่อนข้างจะมีจุดอ่อนเพราะมีเเต่เวทย์เพิ่มพลังกายเวลาเธอถูกมอนเตอร์เป็ฝูงโจมตีพร้อมกันเธอจะต้องลำบากมากเเน่...เเต่ถ้ามีเวทย์เสริมพลังกายที่สุดยอดขนาดนี้ล่ะก็เเม้เเต่เธอที่มีจุดอ่อนรอบด้านก็สามารถจัดการเหล่าฝูงมอนเตอร์ได้อย่างไม่มีปัญหาเเน่นอน
เเบบนี้ฉันจะจำเป็สำหรับพวกเธอหรือเปล่านะ หรือมันควรจะถึงเวลาที่ฉันจะต้องปล่อยให้เหล่าลูกๆได้ไปผจญภัยสู่โลกกว้างด้วยตัวเองกันเเล้ว? พอคิดว่าต้องจากตัวละครที่เหมือนกับลูกสาวเเบบนี้ก็ทำเอาฉันคนนี้รู้สึกเหงาเหมือนกัน
*
ฉันลงมาที่พื้นโดยใช้เวทย์น้ำเเข็งสร้างเนินขึ้นมาให้ฉันค่อยๆสไลด์ตัวลง เนื่องจากเคยมีตอนที่ฉันลงผิดท่าจนหัวทิ่มลงพื้นมาก่อนครั้งนี้ฉันเลยระมัดระวังไม่ให้เกิดฉากนั้นขึ้นอีก
เมื่อครู่ฉันน่าจะะโได้สูงถึงสามสิบเมตร...คิดว่านะ
ถ้าราฟเน่มีพลังขนาดนี้เเล้วล่ะก็เวลาอยู่กับเฟย่าเเล้วใช้เวทย์สนับสนุนให้ เฟย่าจะต้องจะต้องเข้ามาช่วยราฟเน่ด้วยพลังกายที่สุดยอดนั่นได้ทันก่อนที่ราฟเน่จะเกิดอันตรายขึ้นเเน่นอน
"...."
/"เป็ยังไงบ้างคะท่านพี่?"/
เฮเลน-ไม่สิ...ราฟเน่เอียงคอมองฉันเเล้วถามความรู้สึก
"มันสุดยอดไปเลยล่ะ"
ฉันกล่าวชมเธอออกไปตรงๆ เธอจึงยิ้มเเละโค้งขอบคุณฉันเล็กน้อยอย่างยินดี
พอเห็นเเบบนั้นฉันก็ยิ่งรู้สึกเจ็บลึกๆอยู่ในอก เเม้จะเป็เื่ยากเเต่ฉันคิดว่าฉันต้องพูดมันออกไป
"เฟย่า ราฟเน่...พวกเธอสองคนมีเื่ที่อยากจะทำหรือเปล่า?"
/"อยู่ด้วยกันกับท่านพี่เฟย์เเล้วก็ท่านพี่ค่ะ"/ /"อยากอยู่ด้วยกันกับมาสเตอร์ค่ะ"/
"ไม่มีอย่างอื่นที่อยากทำเเล้วหรอ? จะอะไรก็ได้นะที่ไม่ต้องมีฉันอยู่"
พอฉันบอกไปเเบบนั้นพวกเธอทั้งสองต่างก็ส่ายหน้าปฏิเสธพร้อมกันเเล้วบอกว่าไม่มีเื่เเบบนั้นอยู่
/"ท่านพี่เป็คนดูเเลพวกเรามาตั้งเเต่เรายังไม่มีร่างเนื้อเเล้วดังนั้นฉันอยากจะอยู่ช่วยท่านพี่ไปจนกว่าชีวิตจะดับสูญค่ะ"/ /"ในฐานะอัศวินดำของมาสเตอร์เเล้วไม่มีสิ่งใดน่ายินดีไปกว่าการได้อยู่เคียงข้างมาสเตอร์เเล้วค่ะ"/
"....."
เเม้ฉันจะพูดไม่ออก เเต่ลึกๆในใจก็รู้สึกได้เลยว่าฉันมีความสุขมากที่ได้ยินพวกเธอว่ากับฉันเเบบนี้ เเม้ว่าก่อนหน้านี้ฉันจะให้ความรักเเละเอ็นดูพวกเธอเหมือนกับตัวละครในเกมตัวนึง เเต่ตอนนี้ฉันคิดว่าฉันควรให้ความสำคัญกับพวกเธอเหมือนกับครอบครัว มันอาจจะฟังดูเเปลกนะเเต่ ฉัน้าให้มันเป็อย่างงั้นจริงๆเเม้ว่าก่อนหน้านี้พวกเธอจะเป็เพียงคาเเรคเตอร์ในเกมก็ตาม
"...ขอบใจนะ ฉันรู้สึกดีใจมากเลย"
ทั้งสองคนยิ้มเเล้วเข้ามากอดฉัน พอมองดีๆพวกเธอก็ดูเหมือนเด็กที่กำลังติดเเม่อยู่เลยนะเนี้ย
ตัดสินใจล่ะ!
หลังจากนี้ฉันจะสร้างครอบครัวของตัวฉันเองขึ้นมา ไม่จำกัดว่าต้องเป็สายเืเดียวกันเเต่ขอเเค่เป็คนที่อยากอยู่ด้วยกันเเบบนี้ก็พอ
ฉันคิดเเบบนั้นเเล้วพาเฟย่าเเละราฟเน่เดินทางไปที่เมือง เเต่ในระหว่างทางที่เรากำลังเดินกันอยู่นั้นจู่ๆทั้งสองคนก็ทำหน้ากังวลเเละมองฉัน
"มีเื่อะไรหรอ?"
พอฉันถามเเบบนั้นทั้งสองคนก็ชี้มาที่ฉัน ไม่สิ ชี้มาที่หางเเละเฮดโฟนของฉัน
/""ทำไมพวกเราสองคนถึงไม่มีเเบบนั้นบ้างล่ะคะ?""/
"......"
พวกเธอว่าเช่นนั้นเเล้วก็รู้สึกหดหู่...
ที่จริงพวกเธอควรดีใจมากกว่านะที่ไม่มีเหมือนฉัน เเต่ดูเหมือนว่าพวกเธอจะรู้สึกไม่ดีที่เเตกต่างจากฉันเเหะ
ช่วยไม่ได้นะ ยังพอมีเวลาอยู่ถ้างั้นไปหาดูที่ร้านเเมวค้าทั่วไปให้พวกเธอล่ะกัน
พอคิดได้เเบบนั้นฉันก็อัญเชิญร้านเเมวค้าทั่วไปออกมาไว้ที่กลางป่า
***