ตอนที่7 : ภาคีผู้สื่อิญญา
นิโคลัสมองดูประตูที่อยู่เบื้องหน้ารอบๆตัวเขาวังเวงไร้ผู้คน บรรยากาศเหมือนออฟฟิสเก่าๆ่เวลากลางคืน โรเมโร่นำเขาลึกลงมาที่ชั้นใต้ดินอาคารขนาดใหญ่ของภาคีจากนั้นก็ทิ้งเขาไว้ที่นี่แล้วบอกว่าผู้บังคับบัญชาของตนรอเขาอยู่ข้างใน นิโคลัสช่างใจอยู่พักหนึ่งก่อนจะสูดลมหายใจเข้าลึกๆมือขวาเอื้อมไปเปิดประตูที่อยู่ตรงหน้าก้าวเดินเข้าไปช้าๆ
ภายในห้องเต็มไปด้วยตู้หนังสือจำนวนมากราวกับเป็ห้องสมุด้าเพดานคือกระจกที่ถูกตัดเป็จิตรกรรมภาพสลับซับซ้อน แสงสะท้อนจากกระจกส่องเป็สายไปบริเวณที่ว่างที่อยู่กลางห้องตรงนั้นคือโต๊ะทำงานไม้ขนาดใหญ่ ซึ่งมีร่างของชายวัยกลางในชุดคลุมสีขาวเขากำลังนั่งอ่านหนังสืออยู่ด้วยใบหน้าสุขุมให้ความรู้สึกสงบ
นิโคลัสเดินมาหยุดอยู่ห่างจากโต๊ะไปประมาณ 2 – 3เมตร เนื่องจากชายตรงหน้ากำลังง่วนอยู่กับการอ่านเขาจึงไม่ได้เอ่ยปากทักหรือแสดงตัวว่ามาถึง เพียงแต่ใช้ระยะเวลาสั้น ๆ นั้นสังเกตสิ่งที่อยู่รอบตัว
บรรยากาศโดยรอบเขาเงียบสงบจนน่าแปลกประหลาดมันทำให้เขานึกถึงบรรยากาศตอนที่ตนถูกไล่ล่าโดยิญญาอาฆาตของเดวิด แม้ตอนนี้เขาจะไม่รู้สึกถึงอันตรายแต่มีบางอย่างบอกเขาว่าทุกอย่างไม่ได้เป็ไปอย่างที่ตาเห็น
ความสนใจของเขากลับมาที่ชายชุดขาวเบื้องหน้าซึ่งดูเป็มิตรและไม่มีพิษภัยนิโคลัสมองเห็นอารมณ์ที่สงบนิ่งเหมือนกระแสน้ำไหลแต่ในขณะที่เขากำลังจะคลายความวิตกลง เขาก็รู้สึกว่าบางสิ่งกำลังจับจ้องมาที่ตัวเขานิโคลัสขนลุกไปทั้งกาย เปรียบดังลมเย็นเยียบกระทบผิวกายอย่างแ่เบามันวนเวียนอยู่รอบกายเขาก่อนค่อยๆเคลื่อนตัวไปหยุดอยู่เื้ัชายชุดขาวทว่าเมื่อเขาเพ่งมองบริเวณนั้นกลับเห็นแต่เพียงความว่างเปล่า
เป็เวลานี้เองที่ชายในชุดขาวรู้สึกได้ถึงการมีอยู่ของนิโคลัส
“ยินดีที่ได้พบคุณพาร์เลย์”
เขาวางหนังสือในมือลง สายตาพินิจมองนิโคลัสก่อนจะเอ่ยต่อว่า
“เราเริ่มจากการแนะนำตัวกันก่อนผมมีชื่อว่า เอ็ดวิน คุณเรียกผมว่า “มิสเตอร์เอ็ดวิน” ก็ได้ผมเป็ผู้ดูแลภาคีผู้สื่อิญญาสาขาเมืองยอร์คแห่งนี้”
น้ำเสียงของเขาใหญ่แต่นุ่มนวลให้ความรู้สึกเหมือนญาติผู้ใหญ่กล่าวกับคนในบ้าน นิโคลัสขมวดคิ้วเล็กน้อย ในใจครุ่นคิดว่าเหตุใดชายตรงหน้าจึงเจาะจงใช้สรรพนามนำหน้าเรียกตัวเองว่า‘มิสเตอร์เอ็ดวิน’
แม้ฝ่ายตรงข้ามจะรู้จักเขาอยู่แล้วแต่เพื่อไม่ให้เป็การเสียมารยาท นิโคลัสจึงแนะนำตัวอีกครั้ง
“มิสเตอร์คงจะทราบเกี่ยวกับผมดีอยู่แล้วผมนิโคลัส พาร์เลย์” เขาใช้มือขวาทาบที่อกซ้ายพร้อมค่อมศีรษะเล็กน้อย
“ผมทราบเื่ราวเบื้องต้นจากโรเมโร่แล้วที่ผมขอให้โรเมโร่พาคุณมาที่นี่ก็เพียงเพื่อจะสอบถามบางอย่างเพิ่มเติมรวมถึงปรับความเข้าใจกับคุณสักเล็กน้อย เพราะฉะนั้นคุณไม่จำเป็ต้องกังวลไป”
มิสเตอร์เอ็ดวินกล่าวปลอบก่อนจะเอ่ยต่อไปว่า
“ถ้าไม่เป็การรบกวนเกินไปผมอยากให้คุณเล่ารายละเอียดเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 12 ให้ผมฟังอีกครั้งถ้าผมมีข้อสงสัยอาจจะต้องให้คุณช่วยไขความกระจ่างให้กับผมด้วย”
นิโคลัสครุ่นคิดเล็กน้อยก่อนพยักหน้าแล้วเริ่มเล่าเื่ที่เกิดขึ้นแน่นอนว่าเขายังคงละเว้นรายละเอียดบางอย่างไว้เหมือนกับตอนที่เขาเคยเล่าให้โรเมโร่ฟัง
มิสเตอร์เอ็ดวินนังฟังอย่างเงียบๆและเอ่ยถามนิโคลัสอยู่หลายครั้งซึ่งคำถามส่วนใหญ่จะเกี่ยวข้องกับลักษณะของสัตว์ประหลาดที่นิโคลัสพบหลังนิโคลัสเล่าจบ มิสเตอร์เอ็ดวินขยับตัวเล็กน้อยนิโคลัสคิดว่าท่าทางของเขาคล้ายกับกำลังเอี้ยวหูรับฟังบางอย่าง ทั้งที่ภายในห้องมีเพียงพวกเขาสองคนเท่านั้น
“ดูเหมือนโชคจะเป็สิ่งเดียวที่อธิบายได้ว่าทำไมคุณถึงรอดชีวิตมาได้”
มิสเตอร์เอ็ดวินกล่าวด้วยร้อยยิ้มแต่ไม่รู้เพราะเหตุใดนิโคลัสกลับเหงื่อตก
“ผมก็คิดเช่นนั้น”
ดวงตาของทั้งคู่จับจ้องกันอยู่พักหนึ่งก่อนที่นิโคลัสจะรีบเปลี่ยนหัวข้อสนทนาด้วยการเอ่ยถามขึ้น
“กระผมขอเรียนถามมิสเตอร์เอ็ดวินไม่ทราบว่าคุณสามารถอธิบายเกี่ยวกับอสูรกายที่ผมเจอตัวนั้นได้หรือไม่”
แม้ไม่ทราบว่าจะเป็การก้าวก่ายบุคคลตรงหน้ามั้ยแต่นิโคลัสคิดว่าตนมีสิทธิที่จะรู้เื่นี้ มิสเตอร์เอ็ดวินเอนตัวพิงเบาะเก้าอี้แลวกล่าวว่า
“ในเมื่อคุณได้พบเจอเหตุการณ์เหล่านี้กับตัวเองแล้วผมก็คงจะไม่ปกปิดคุณ อสูรกายตัวนั้นเป็ิญญาอาฆาตชนิดหนึ่งถ้าจะให้เข้าใจได้ง่ายๆผมคงต้องอธิบายเกี่ยวกับที่มาและประเภทของิญญาเหล่านี้ซะก่อน”เขาหยุดเล็กน้อยก่อนกล่าวต่อว่า
“เมืุ่์จากโลกนี้ไปกายหยาบจะถูกทิ้งไว้แต่ิญญานั้นจะสูญสลายไป อย่างไรก็ตาม ยังมีกรณีที่ิญญาของมนุษย์ไม่สูญสลายไปตามที่ควรจะเป็ซึ่งเหตุผลที่เป็เช่นนั้นก็มีอยู่หลายประการด้วยกัน เช่นกรณีที่ิญญาดวงนั้นยังมีห่วงหรือมีเื่ที่ไม่สามารถปล่อยวางได้ หรือในกรณีที่ิญญานั้นมีความอาฆาตแค้นที่รุนแรงจนไม่สามารถไปผุดไปเกิดซึ่งเหตุเหล่านี้จะนำไปสู่ประเภทที่แตกต่างกันของิญญา โดยเราผู้สื่อิญญาได้จำแนกออกเป็4 ประเภทด้วยกัน ผู้สื่อิญญาอย่างเราสามารถแยกแยะประเภทของิญญาได้จากสีของมัน”
มิสเตอร์เอ็ดวินยกนิ้วขึ้นชี้เบื้องหน้าตนที่ปลายนิ้วปรากฏพลังงานบางอย่างที่ก่อนตัวคลายเปลวเพลิงซึ่งมีสีโปร่งใสจนสามารถมองเห็นเื้ัได้
“ประเภทแรกคือ ิญญาอาวรณ์ิญญาประเภทนี้คือิญญาที่ยังมีห่วงและยังคงล่องลอยอยู่ในภพภูมิมนุษย์ ิญญาจำพวกนี้มีมากที่สุดซึ่งโดยปกติแล้วไม่เป็อันตราย เว้นแต่ในบางกรณีที่ถูกกระตุ้นจากหลายปัจจัย”
ต่อมามิสเตอร์เอ็ดวินก็เปลี่ยนไปชูสองนิ้วคราวนี้เปลวไปที่ปรากฏค่อยๆแปรเปลี่ยนเป็สีเทา
“ประเภทที่สองคือ ิญญาอาฆาติญญาประเภทนี้เป็ิญญาที่เกิดขึ้นจากความอาฆาตแค้นของร่างทรง จึงเป็อันตรายอย่างมากโดยเฉพาะอย่างยิ่งต่อคนธรรมดาแม้แต่ผู้สื่อิญญาก็ยังต้องใช้ความระมัดระวังในการชำระล้างิญญาจำพวกนี้ โดยความแค้นที่มีสั่งสมนั้นมักจะมีเป้าหมายอยู่ที่บุคคลซึ่งก่อให้เกิดความเคียดแค้นนั้นเหยื่อส่วนใหญ่จึงมักเป็ผู้ที่เกี่ยวข้องกับร่างทรงของิญญาอาฆาตขณะที่ยังมีชีวิตอยู่”
มิสเตอร์เอ็ดวินมองมาที่นิโคลัสอย่างลึกซึ้งเหมือนกับแฝงความนัยบางอย่าง
‘ฮัลโหลนั่นไม่ใช่ความผิดของตูสักหน่อย’
นิโคลัสอดไม่ได้ที่จะทักท้วงขึ้นในใจคนที่มีความเกี่ยวข้องซับซ้อนกับดวงิญญานั้นคือ ‘นิโคลัส’คนก่อนต่างหาก
“ิญญาอาฆาตที่คุณพบหรือนายเดวิดและครอบครัวนั้นอยู่ในประเภทนี้แต่จากที่ฟังคุณเล่าโดยละเอียดแล้วการที่ิญญาหลายดวงรวมตัวกันจนพลังิญญาแข็งแกร่งขนาดสร้างกายหยาบที่สามารถส่งผลกระทบต่อความเป็จริงได้ดูเหมือนิญญาอาฆาตตนนั้นจะอยู่ในระดับที่เกือบวิวัฒนาการเป็ิญญาขั้นต่อไปแล้ว”
พอกล่าวถึงตรงนี้มิสเตอร์เอ็ดวินก็โชว์นิ้วที่สามเปลวไฟค่อยๆมืดลงจนกลายเป็สีดำ
“ประเภทที่สามเราเรียกมันว่า สเปกเตอร์ ิญญาประเภทนี้เป็อันตรายอย่างร้ายแรงในวงกว้างและไม่เจาะจงตัวบุคคลในกฎข้อหนึ่งของภาคีผู้สื่อิญญาระบุว่า หากผู้สื่อิญญาคนใดพบเจอิญญาประเภทนี้จะต้องล่าถอยและแจ้งให้ผู้บังคับบัญชาทราบเพื่อดำเนินการตั้งทีมผู้สื่อิญญาระดับเปนเด่ (pénte)[1]อย่างน้อย 1 หมู่ หรือผู้สื่อิญญาระดับเอ็กซิ (éxi)[2] ขึ้นไปเข้ามารับ่ในการชำระล้างิญญาประเภทนี้”
อาจเพราะสังเกตเห็นสีหน้าที่งงงวยของนิโคลัสมิสเตอร์เอ็ดวินกระแอ่มเล็กน้อยก่อนเอ่ยต่อว่า
“ข้อมูลนี้อาจจะเกินตัวคุณในเวลานี้เกินไปเอาเป็ว่าถ้าคุณบังเอิญเจอิญญาประเภทนี้ ผมแนะนำว่าให้รับหนีโดยเร็วที่สุด”
ชายชุดขาวเอ่ยเตือนเปลวไฟที่นิ้วมือมอดดับไป คราวนี้เขาตั้งกำมือขึ้นเมื่อแบออกก็ปรากฏเปลวไปสีแดงฉาน
“ประเภทสุดท้ายเราเรียกมันว่า เทวศบริสุทธิ์ (Pure Hatred)ิญญาร้ายขั้นสูงสุดที่หากปรากฏตัวอาจหมายความถึงการล่มสลายของเมืองหรืออารยธรรมผมคงไม่ต้องบอกว่าถ้าคุณพบกับิญญาประเภทนี้จะเกิดอะไรขึ้น แต่วางใจได้ครั้งสุดท้ายที่มันปรากฏตัวก็ผ่านมาเกือบศตวรรษนึงแล้ว”
มิสเตอร์เอ็ดวินยิ้มกล่าวแต่นั่นก็ไม่ได้ทำให้นิโคลัสรู้สึกสบายใจขึ้นเลย การได้รู้ว่าตัวเองอยู่ในโลกที่เต็มไปด้วยอันตรายเช่นนี้ย่อมไม่ใช่เื่น่าพิสมัยอยู่แล้ว
“ขอบคุณมิสเตอร์เอ็ดวินที่ช่วยไขความกระจ่างให้กระผม”
นิโคลัสก้มหัวขอบคุณซึ่งมิสเตอร์เอ็ดวินก็พยักหน้ารับ
“ถ้าคุณยังมีเื่ที่สงสัยอีกก็ถามมาได้ผมยินดีตอบข้อสงสัยเท่าที่จะตอบได้”
นิโคลัสครุ่นคิดเล็กน้อยกล่าวจะกล่าวถามเพิ่มเติมว่า
“กระผมอยากทราบเกี่ยวกับผู้สื่อิญญาและภาคีนี้”
นี่เป็เื่ที่เขาอยากรู้ที่สุดในตอนนี้องค์กรปริศนานี้ได้เข้ามาเกี่ยวข้องพัวพันกับตัวเขาอย่างใกล้ชิดแต่เขากลับยังไม่รู้อะไรเกี่ยวกับมันเลย
“พวกเราผู้สื่อิญญาคือผู้มีพลังวิเศษที่สามารถเชื่อมต่อโลกมนุษย์และโลกิญญาพวกเราส่วนใหญ่สามารถมองเห็นและสื่อสารกับิญญาได้และเพราะเรามีพลังวิเศษนี้เราจึงมีหน้าที่ในการควบคุมดูแลเกี่ยวกับเหตุเหนือธรรมชาติที่เกี่ยวข้องกับโลกิญญาแน่นอนว่างานของเราไม่เป็สาธารณะคนธรรมดาไม่รู้ถึงการมีอยู่ของโลกิญญาและผู้มีพลังวิเศษ....” มิสเตอร์เอ็ดวินกล่าวและอธิบายต่อว่า
“ภาคีผู้สื่อิญญาเป็องค์กรลับที่อยู่ภายใต้โบสถ์ของเทพแห่งความตายและการเกิดใหม่ในสาขาเมืองยอร์คแห่งนี้ พวกเรารับผิดชอบในการจัดการและควบคุมเหตุเหนือธรรมชาติในพื้นที่ตะวันออกและทิศเหนือของเมืองส่วนทิศใต้อยู่ในความดูแลของโบสถ์ของเทพีแห่งความรักและการไถ่บาปอย่างที่คุณน่าจะเดาได้ ทั้งสองโบสถ์มีความสัมพันธ์แบบเกื้อกูลกันโดยที่ต่างฝ่ายต่างจะไม่ก้าวก่ายเื่ภายในของอีกฝ่าย”
มิสเตอร์เอ็ดวินกล่าวถึงตรงนี้ใบหน้าเขาก็ปรากฏรอยยิ้มเยาะขึ้นราวกับสิ่งที่ตัวเองพูดเป็เพียงเื่ตลกเื่หนึ่ง
นิโคลัสมองเห็นความเปลี่ยนแปลงในอารมณ์ของมิสเตอร์เอ็ดวินหากแต่ข้อมูลที่เขาได้รับนั้นมีมากเกินกว่าที่เขาจะให้ความสนใจกับเื่อื่น
โบสถ์เทพแห่งความตายและการเกิดใหม่...โบสถ์เทพีแห่งความรักและการไถ่บาป... การแบ่งอำนาจดูแล...หมายความว่านอกเหนือจากภาคีผู้สื่อิญญาแล้วยังอาจมีองค์กรอื่นที่คอยควบคุมดูแลเื่เร้นลับเหล่านี้อยู่เื้ั
ผู้มีพลังวิเศษ...อสูรกาย... องค์กรลับ... โบสถ์เทพ...ยิ่งคิดนิโคลัสก็ยังรู้สึกว่าโลกใบนี้อันตรายมากยิ่งขึ้นไปเรื่อย ๆเขานึกย้อนไปถึงแท่นพิธีกรรเปื้อนเืในท่อระบายน้ำเขาสงสัยว่าผู้บงการอยู่เื้ัเป็ลัทธิปริศนาหรือองค์กรลี้ลับแบบไหน
“คุณพาร์เลย์...”เสียงของมิสเตอร์เอ็ดวินเรียกสติของเขากลับมาสู่สถานการณืเบื้องหน้า
“ถ้าผมบอกว่ามีวิธีที่คุณจะสามารถเป็ผู้สื่อิญญาได้...”เขาจ้องมองนิโคลัสราวกับกำลังอ่านความคิดของชายหนุ่ม
“คุณจะคว้าโอกาสนี้ไว้มั้ย?”
14.10.550
Nicolas Parlay
Judicial representative
[1] ภาษากรีกแปลว่าห้า
[2] ภาษากรีกแปลว่าหก