โชคดีที่หมอฝีมือดีและจ่ายยาถูกโรคประกอบกับร่างกายเขาแข็งแรงอยู่เป็นทุนเดิม บาดแผลจึงเริ่มสมาน ไม่มีปริแตก
เขาค่อยๆ ปล่อยชายเสื้อลงอย่างโล่งอกเมื่อนึกถึงคำพูดของหมิงเป่าจูในครัว ใบหน้าก็เผยรอยยิ้มอีกครั้ง แต่คราวนี้เปลี่ยนเป็นรอยยิ้มภาคภูมิใจ
เมื่อป้าจงกับลุงกู้มาถึงหมิงเป่าจูก็เริ่มทำอาหาร
หมิงเป่าอวี้พาลุงกู้เข้าไปในห้องรินสุราฮวาเตียวให้ดื่มหนึ่งจอกเล็กๆ ส่วนป้าจงรีบตรงไปที่ห้องครัวทันที ตั้งใจจะช่วยงาน
"แม่หนูทำถึงไหนแล้ว ป้าช่วยเอง"
ป้าจงพับแขนเสื้อขึ้นหยิบมีดทำครัวเตรียมจะหั่นหัวมันที่หมิงเป่าจูปอกเปลือกเตรียมไว้แล้ว
"โอ๊ะ!ท่านป้าวางมีดเถอะเจ้าค่ะ เชิญไปนั่งพักในห้องเถอะ วันนี้ข้าตั้งใจทำอาหารเลี้ยงรับรองท่านทั้งสองรอกินได้เลย ไม่ต้องลงมือเองหรอกเจ้าค่ะ"
หมิงเป่าจูรับมีดในมือป้าจงมาวางไว้ด้านข้างอย่างระมัดระวังแล้วพาคนออกไปข้างนอก
นางส่งสายตาให้เป่าอวี้บอกเป็นนัยว่าให้เขาช่วยรั้งป้าจงไว้ รอจนมั่นใจว่าอีกฝ่ายไม่ออกมาแล้ว จึงกลับเข้าครัวไปทำอาหารต่อ
หมิงเป่าจูเป็นคนมือไม้คล่องแคล่วยิ่งเรื่องทำอาหารยิ่งช่ำชอง
ในยุคปัจจุบัน นางเริ่มอยู่ในหอพักตั้งแต่เข้ามหาวิทยาลัยหลังจบการศึกษาก็เช่าบ้านอยู่ข้างนอก นางไม่ชอบสั่งอาหารจากร้าน จึงทำอาหารกินเอง ยังชวนเพื่อนร่วมชั้นและเพื่อนร่วมงานมากินข้าวด้วยกันที่บ้านเป็นครั้งคราว
นางทำอาหารได้หลากหลายแม้ฝีมือจะไม่ได้ถึงขั้นมืออาชีพ แต่รับรองได้ว่าอร่อยแน่นอน
แขกในห้องดื่มสุรากันไปเพียงไม่กี่จอกอาหารน่ากินกลิ่นหอมฟุ้งแต่ละอย่างก็ถูกยกขึ้นโต๊ะ
หมิงเป่าจูทำแต่อาหารเรียบง่ายที่ชาวบ้านชอบกินกันไม่มีจานไหนที่เน้นเพียงความสวยงามแต่กินไม่ได้
หัวมันตุ๋นถั่วฝักยาวใส่หมูลงไปด้วย มะเขือเทศผัดไข่ หมูเส้นผัดพริกหยวก ผัดกระเจี๊ยบ ยังมีถั่วลิสงคั่วที่เตรียมไว้ให้ท่านลุงกู้กินแกล้มเหล้า
"แม่หนูเป่าจูนี่ช่างมีความสามารถข้าว่าอาหารที่เจ้าทำน่ากินกว่าที่ป้าของเจ้าเสียอีก" ลุงกู้คุยเสียงดังพร้อมกับจิบสุราไปด้วย
"หน็อยตาเฒ่านี่เจ้ากำลังตำหนิว่าอาหารที่ข้าทำไม่อร่อยรึ? เดี๋ยวกลับไปเจ้าก็ทำกินเองทุกมื้อไปเลยแล้วกันเจ้าทำอร่อยแน่!" ป้าจงแค่นเสียงหัวเราะพลางแสร้งด่าเสียดสี
การต่อปากต่อคำของสามีภรรยาสูงวัยคู่นี้เรียกเสียงหัวเราะจากคนในห้องได้เป็นอย่างดี
"ท่านลุงมิได้หมายความเช่นนั้นข้าคิดว่าท่านป้าทำอาหารอร่อยที่สุดแล้ว ข้าชอบกินที่สุด!"
หมิงเป่าอวี้เห็นจอกสุราของลุงกู้ว่างเปล่าก็รีบรินเหล้าเติมให้จนเต็ม พร้อมกับพูดประจบสอพลอ
"เห็นหรือไม่เป่าอวี้ของเรายังเข้าใจพูดมากกว่าเจ้าอีก!"
ป้าจงถูกพะเน้าพะนอจนยิ้มแก้มปริคว้ามือหมิงเป่าอวี้มากุมไว้พลางตบเบาๆ สองสามครั้ง
"ท่านป้าลำเอียงข้าก็คิดว่าอาหารที่ท่านทำอร่อยเหมือนกัน" หลี่ไหวฺอวี้กล่าวพลางยิ้ม
"ฮ่าๆๆดูสิ พ่อหนุ่มไหวฺอวี้ตาร้อนเสียแล้ว! เจ้าก็รู้จักพูด พวกเจ้าสามคนป้ารักหมดทุกคนเลย!โดยเฉพาะเจ้า ผู้มีความชอบยิ่งใหญ่ ก็ต้องบำรุงร่างกายให้มากหน่อย"
ป้าจงพูดพลางคีบไข่และเนื้อหมูชิ้นโตใส่ในชามของหลี่ไหวฺอวี้
ตอนเรื่องอื้อฉาวของหมิงเถี่ยจู้กับจ้าวจินจือถูกเปิดโปงนางก็ได้ยินมาบ้าง แต่คนแก่แล้วไม่ค่อยชอบเรื่องวุ่นวายพรรค์นี้ วันนั้นจึงไม่ได้ไปร่วมขับไล่พวกเขาออกจากหมู่บ้าน
ใครจะรู้ว่าตอนเที่ยงของวันนั้นกลับได้ยินข่าวว่าพ่อหนุ่มไหวฺอวี้ถูกแทงบาดเจ็บ นางรีบร้อนมาที่บ้านของเป่าจูด้วยความเป็นห่วงพอเห็นเขานอนแน่นิ่งอยู่บนเตียง ก็ตกใจแทบตาย
แม่หนูเป่าจูต้องปลอบขวัญอยู่เป็นครึ่งค่อนวันนางถึงได้สติกลับคืนมา ยังด่าทอคนชั่วช้าหมิงเถี่ยจู้อยู่เป็นวัน!
เด็กสามคนนี้ นางรักเหมือนลูกหลานของตนเองเมื่อรู้ว่าพ่อหนุ่มไหวฺอวี้ขวางมีดแทนเป่าจู ตอนนั้นนางโกรธจนแทบอยากตามออกไปแล่เนื้อเถือหนังหมิงเถี่ยจู้กับหวังซื่อให้รู้แล้วรู้รอด
ต่อมาได้ข่าวว่าหมิงเถี่ยจู้ถูกส่งตัวไปทางการจัดการส่วนหวังซื่อก็ไม่รู้ไปไหนแล้ว นางถึงรู้สึกโล่งใจ
เด็กทั้งสามคนล้วนเป็นเด็กดีหากเกิดเรื่องร้ายแรงขึ้นกับพวกเขา... นางไม่กล้าคิดเลยจริงๆ
"ท่านลุงเจ้าคะถ้าอร่อยท่านก็กินเยอะหน่อย ป้าเองก็กินเยอะๆ เช่นกันนะเจ้าคะ" หมิงเป่าจูใช้ตะเกียบคีบเนื้อหมูสองสามชิ้นใส่ในชามของลุงกู้และป้าจง
"พอคิดว่าพรุ่งนี้พวกเจ้าก็จะย้ายไปจากหมู่บ้านแล้วป้าก็ใจหาย..."
ป้าจงมองหมิงเป่าจูที่ทั้งเฉลียวฉลาดและรู้ความมองหมิงเป่าอวี้ที่ว่านอนสอนง่าย และมองหลี่ไหวฺอวี้ที่มักทำให้คนหัวเราะได้เสมอ น้ำตาก็คลอหน่วยยกมือขึ้นปาดอย่างไรก็ไม่แห้งเสียที
"หมู่บ้านชิงหยางอยู่ไม่ไกลจากตัวเมืองหากท่านคิดถึงพวกเราก็ฝากคนส่งข่าวมา ข้าจะเช่ารถม้าไปรับท่านทั้งสองเอง"
ระยะทางจากหมู่บ้านไปถึงตัวเมืองไม่ได้ไกลมากหากเป็นนาง เดินเท้าประมาณหนึ่งชั่วยามก็ถึงแล้ว
แต่ก็นับว่าใกล้ไม่ได้เช่นกันถึงอย่างไรท่านป้ากับท่านลุงก็อายุมากแล้ว คงเดินนานขนาดนั้นไม่ไหว หากมีรถม้าไปรับส่งน่าจะสะดวกสบายกว่า
หมิงเป่าจูปฏิบัติกับป้าจงและลุงกู้เสมือนญาติผู้ใหญ่ของตนเองจะปล่อยให้พวกเขาลำบากได้อย่างไร
สองสามีภรรยาเพียงแค่พยักหน้าแต่ในใจคิดอย่างไร หมิงเป่าจูไม่อาจล่วงรู้ได้ พวกเขาจะปล่อยให้หมิงเป่าจูเสียเงินเสียทองมากมายเช่นนั้นได้อย่างไร
เด็กๆ ออกไปใช้ชีวิตในเมืองไหนเลยจะง่ายดายเหมือนการอยู่ในหมู่บ้านที่มีเรือกสวนไร่นา สามารถปลูกพืชผักผลไม้เลี้ยงชีพตนเองได้ต้องการสิ่งใดก็ไม่ต้องใช้เงิน
เวลานี้ทุกคนในห้องต่างก็รู้สึกใจหายแต่ไม่มีใครรู้ล่วงหน้าว่าอีกไม่กี่วัน พวกเขาก็จะได้กลับมาพบกันอีกครั้ง
"กินอาหารเถอะหากไม่รีบกินเดี๋ยวจะเย็นหมด" หมิงเป่าจูเอ่ยปากเชิญชวนพร้อมกับรินสุราเติมในจอกของตนเอง
หมิงเป่าอวี้ยังเด็กดื่มมากไม่ได้ ส่วนหลี่ไหวฺอวี้ก็มีบาดแผล นางจึงห้ามไม่ให้เขาแตะต้องสุราโดยเด็ดขาด
ในห้องจึงมีเพียงนางเท่านั้นที่สามารถดื่มเป็นเพื่อนสองสามีภรรยาได้จะให้งานกร่อยไม่ได้
ค่ำคืนนี้บ้านเก่าของสกุลหมิงเต็มไปด้วยบรรยากาศครื้นเครงเสียงพูดคุยและเสียงหัวเราะดังอย่างต่อเนื่อง ช่วยบรรเทาความโศกเศร้าจากการลาจากได้ชั่วคราว
สุราฮวาเตียวหนึ่งไหหมดลงอย่างรวดเร็วอาหารก็ถูกกินจนเกือบหมด
ป้าจงและลุงกู้มีอาการมึนเมาอยู่บ้างแต่ก็ยังมีสติสัมปชัญญะอยู่
ทั้งสองกุมมือหลี่ไหวฺอวี้ฝากฝังให้เขาดูแลหมิงเป่าจูให้ดีๆ และปฏิเสธน้ำใจที่เขาอาสาจะไปส่ง จากนั้นก็พยุงกันเดินออกไป
หลี่ไหวฺอวี้ก้มลงมองคนที่นั่งตาปรืออยู่บนโต๊ะอาหารสองคนพลางส่ายหน้าหัวเราะอย่างอดไม่ได้ ลืมตาจะไม่ขึ้นอยู่แล้วก็ยังจะฝืน
หมิงเป่าจูเงยหน้าอย่างงุนงงนางยังพอรู้ตัวว่าตอนนี้มองอะไรก็เห็นเป็นภาพซ้อน แม้แต่คำพูดที่เปล่งออกมายังไม่ตรงกับความคิด
"ท่านป้าท่านดื่มเยอะไปแล้วกระมัง ถึงกับยืนไม่อยู่เลย ฮิๆๆ มา ข้าจะพยุงเอง" พูดจบก็พยายามยันโต๊ะเพื่อพยุงตัวเองลุกขึ้นเดินโซเซไปทางหลี่ไหวฺอวี้
"ท่านป้ากับท่านลุงกลับไปแล้ว"หลี่ไหวฺอวี้เห็นนางเดินไม่มั่นคง จึงยื่นมือออกไปประคองแขนของนางไว้
"เห็นหรือไม่ข้าบอกแล้วว่าท่านดื่มเยอะไป ท่านกับท่านลุงยืนก็ยังยืนอยู่ตรงนี้ดีๆ แล้วผู้กลับไปกันเล่า?หลี่ไหวฺอวี้ไปแล้วหรือ?"
หมิงเป่าจูชี้ไปที่หลี่ไหวฺอวี้จากนั้นก็ชี้ไปที่หมิงเป่าอวี้ที่นอนคว่ำหน้าหลับปุ๋ยอยู่บนโต๊ะอาหาร
จู่ๆ นางก็รู้สึกว่าบ้านของนางกว้างขวางมากจริงๆไม่อย่างนั้นท่านป้าอยู่ตรงหน้าแท้ๆ เหตุใดจึงเดินเข้าไปไม่ถึงเสียที
ไหสุราฮวาเตียวใบหนึ่งที่ล้มอยู่บนพื้นขวางอยู่ที่เท้าของหมิงเป่าจูไหสุราใบเล็กๆ กลับกลายเป็นกำแพงเมืองสูงตระหง่าน ขวางกั้นเส้นทางเบื้องหน้าของนางจนไม่สามารถก้าวพ้นไปได้
หลี่ไหวฺอวี้ได้แต่หลับตาลงด้วยความจนใจเขาต้องใจเย็นๆ ไม่นึกเลยว่าหมิงเป่าจูเมามายแล้วจะเป็นเช่นนี้
ดูไปก็น่ารักดีเหมือนกัน
ยังไม่ทันที่เขาจะลืมตาและเตะไหสุราออกไปทั้งร่างของนางก็โผเข้าหาตัวเขา ร่างกายของนางโค้งเป็นมุมพิลึกพิลั่น ราวกับกำลังค้นหาอะไรบางอย่าง
"ต้องการสิ่งใด?ข้าจะช่วยหยิบให้ ดื่มน้ำหรือไม่?"