อันที่จริงแล้วผมก็ได้กินข้าวพร้อมหน้าพร้อมตากับพ่อ แม่ และพี่ชาย แบบนี้มาได้ไม่กี่ปีหรอก ั้แ่ผมจำความได้ผมก็อาศัยอยู่กับตาสองคนในบ้านหลังนี้ส่วนพี่ชายก็บวชเณรมาตลอดเพราะพ่อแม่ของเราต้องไปทำงานในเมืองเพื่อหาเงินส่งเสียให้ที่บ้าน จนกระทั่งเริ่มลืมตาอ้าปากได้ อีกทั้งตาก็เริ่มแก่ตัวลงมาก แม่และพ่อจึงตัดสินใจกลับมาหางานทำใกล้ ๆ บ้าน พี่ชายของผมก็สึกออกมาเรียนจนจบมัธยมศึกษาปีที่ 3 และหางานทำพร้อมกับเรียน กศน. ไปด้วยรายนั้นเขาไม่ชอบโรงเรียน แต่ชอบจะลงมือทำมากกว่า จึงช่วยเป็ลูกมือให้พ่อเวลามีคนมาให้ซ่อมข้าวของเครื่องใช้ ต่างจากผมที่ชอบอ่านชอบเขียนเสียมากกว่า
หลังจากช่วยแม่เก็บโต๊ะอาหารเสร็จแล้วผมก็เดินขึ้นบันไดตรงไปที่ห้องทันทีผมนั่งลงบนเตียงแล้วหยิบกล่องเหล็กเก่า ๆ ใบนึงขึ้นมาปัดฝุ่นและเปิดออก ในนั้นมีของเล่นที่ล้วนเกิดจากการรังสรรค์ด้วยฝีมือของผมและตา
ผมหยิบไม้แกะสลักที่ดูคล้าย ๆกับนกตัวน้อย ผมจำได้ว่ามันเกิดขึ้นตอนที่ผมเด็กมาก ๆ ตอนนั้นมีข่าวความไม่สงบในภาคใต้
มีการประกาศให้เด็ก ๆ ในโรงเรียนต่าง ๆรวมถึงประชาชนทั่วประเทศร่วมกันพับนกเพื่อส่งไปเป็กำลังใจให้กับพี่น้องชาวภาคใต้
วันนั้นตาพาผมไปเที่ยวบ้านญาติที่อยู่ในหมู่บ้านเดียวกันและตอนนั้นบรรดาลูกพี่ลูกน้องของผมฮิตพับนกกันมาก ๆ ที่หน้าบ้านหลังนั้นจะมีต้นมะขามต้นใหญ่ และมีแคร่อยู่ด้านล่างพวกเขาเอากระดาษจากไหนไม่รู้มาเป็กอง ๆ บางคนผมก็เห็นว่าเขาดึงมาจากสมุดของโรงเรียน
ทุกคนนั่งบนแคร่ใต้ต้นมะขามพับนกกันอย่างสนุกสนานพวกเขาสอนผมพับด้วยแต่ด้วยความที่ผมคงเด็กไปในตอนนั้นผมพับอย่างไรมันก็ไม่เป็นกเสียที
ผมนั่งงุ่นง่านอยู่กับกระดาษที่พับแล้วพับอีกจนเละแล้วเริ่มที่จะถอดใจส่วนพวกเขาพับนกได้เป็สิบ ๆ ตัวและนำพวกมันมาร้อยด้วยด้าย จากนั้นก็เอาไปแขวนบนกิ่งของต้นมะขามที่พอจะเอื้อมถึง
นกกระดาษปลิวไสวตามสายลมที่พัดไปมาเป็สีขาว ๆ เต็มไปหมดแต่บนนั้นไม่มีนกของผมซักตัว
ผมอยากทำได้บ้างแต่ทำไมผมทำไม่ได้และแล้วผมอาศัยจังหวะที่พวกลูกพี่ลูกน้องของผมหันไปสนใจอย่างอื่นะโคว้าเอานกตัวหนึ่งลงมาจนได้
“ขโมยเหรอ” เสียงเล็กแหลมดังขึ้นจากพี่สาวที่เป็ลูกของน้าทำเอาผมใ
“อะไรกันพวกเอ็ง” เสียงของตาก็ดังขึ้นด้วย
มีเพียงผมที่ยืนก้มหน้าไม่พูดไม่จาเพราะไม่รู้จะพูดแก้ตัวอย่างไรที่ทำลงไปนั้นก็เพราะอยากแกล้งเขาจริง ๆ แล้วก็อยากได้นกกระดาษซักตัวด้วย
“น้องขโมยนกหนูจ่ะตา หนูอยากแขวนไว้ดูให้มันสวย ๆ แต่น้องดึงลงมา”พี่สาวเสียงแหลมชี้มาที่มือของผม
“รุ่งขอโทษพี่เขาแล้วเอานกคืนเขาไปเสีย”
“ขอโทษครับ”ผมพูดแล้วยื่นนกกระดาษคืนให้เธอ
“ไม่เอามันยับหมดแล้ว พี่ให้ไปเลย แต่วันหลังต้องขอพี่ก่อนนะไม่งั้นพี่จะแจ้งตำรวจ”
“ขอบคุณครับ”
ผมขอบคุณเธอสำหรับนกกระดาษที่ผมทำมันยับเองบางทีถ้าผมลองขอเธอดี ๆ ั้แ่แรกผมก็อาจจะได้นกกระดาษที่ดูดีกว่านี้ก็ได้
“หนูจ๋า นกนี่มันพับอย่างไรหรือ สอนตาหน่อยสิ ตาจะได้ไว้ไปสอนน้องต่อที่บ้านได้”
ตาของผมเริ่มสนใจเื่นกกระดาษขึ้นมาจากวีรกรรมแย่ ๆ ของผม
“ได้จ่ะตา ทำตามหนูนะ ง่าย ๆ นิดเดียว”
ตาและผมนั่งลงประกบพี่สาวตัวน้อยที่สวมิญญาผู้เชี่ยวชาญด้านการพับกระดาษอยู่ครู่ใหญ่จนได้นกกระดาษจากฝีมือของตาออกมาหนึ่งตัวส่วนผมก็ยังคงได้นกป่วย ๆ อีกตามเคย
เมื่อฟ้าแดงตะวันจะตกดินตาก็พาผมซ้อนท้ายจักรยานโบราณคันใหญ่กลับบ้าน ระหว่างทางเป็ถนนลูกรังสองข้างทางเป็บ้านคน
ที่ตั้งห่าง ๆ กัน เพราะถูกคั่นด้วยไร่นา ตาจอดรถจักรยานลงตรงข้างๆ กองไม้เก่า ๆ ที่ถูกทิ้งไว้ข้างทางแล้วลงไปเลือกอย่างพิถีพิถันจนได้ไม้มาท่อนหนึ่ง ตาให้ผมนั่งกอดมันมาตลอดทาง โดยที่ไม่บอกผมสักคำว่าจะเอามันมาทำอะไร
“ตาเอาไม้มาทำไม”
“เดี๋ยวตาจะทำอะไรให้ดู”ตาตอบไม่ตรงคำถามของผม แต่คำตอบของตายิ่งกระตุ้นให้ผมอยากรู้เข้าไปอีก
“ไป ๆ อาบน้ำเสียก่อน ค่ำแล้วอากาศมันเย็นจะไม่สบายเอา”
หลังจากผมอาบน้ำเสร็จผมก็เห็นตาง่วนอยู่ที่โต๊ะ ทำการบ้านของผม ผมเห็นตาใช้ดินสอวาดลงไปบนไม้ที่ใช้กระดาษทรายขัดเอาผิวหยาบๆ ออกแล้ว
“ตาจะทำอะไร”
“ของเล่น”
ตาหันมาหาผมพยักหน้าให้พร้อมส่งรอยยิ้มและเสียงหัวเราะอันเป็เอกลักษณ์ที่ผมไม่เคยลืมจากนั้นก็หันไปง่วนกับกองไม้ที่ถูกหั่นและถูกขัดไว้อีกครั้ง ผมเลื่อนเก้าอี้เข้าไปนั่งยงโย่ยงหยกดูด้วยความตื่นเต้นว่าของเล่นที่ตาว่ามันจะออกมาเป็แบบไหน
“ไอ้หนูไปนอนก่อนเถอะ”
“ตาไม่นอนเหรอ”
“เดี๋ยวตาเสร็จแล้วก็จะอาบน้ำนอนแล้วเหมือนกัน”
ถึงผมจะลุ้นกับของที่ตาทำขนาดไหนแต่ด้วยความง่วงผมจึงต้องยอมจำนนเดินดุ่ม ๆ เข้าไปทิ้งตัวลงบนที่นอน
ผมตื่นขึ้นในกองผ้าห่มที่น่าจะเป็ตานี่แหละที่เอามาถมให้ผมทุก ๆ คืนผมบิดี้เีและเด้งตัวออกจากที่นอนทันทีหลังจากนึกได้ว่าเมื่อคืนผมเฝ้าคอยของเล่นจากตาอยู่และมันไม่ผิดหวังจริง ๆ บนโต๊ะมีตุ๊กตาที่แกะจากไม้ตัวขนาดฝ่ามือของผมในวัย5 ขวบ มองดูคล้าย ๆ เป็รูปนก มันน่าเล่นกว่านกกระดาษที่อยากได้เมื่อวานเสียอีก
“ตาาาาาาาาา” ผมหยิบตุ๊กตานั่นติดมือออกไปหน้าบ้านแล้วโผเข้ากอดที่ด้านหลังของตาที่กำลังยืนรดน้ำต้นไม้อยู่อย่างดีใจ
“เป็ไงชอบไหม เดี๋ยววันหลังตาจะสอนให้” ตาหัวเราะชอบใจในความชอบอกชอบใจของผม
ตาเล่าให้ฟังว่าไม้ที่หามาได้ทำได้สี่ตัวตาแบ่งเอาไปให้เณรซึ่งคือพี่ชายของผมสองตัวแล้วเอาไว้ให้ผมสองตัวเดี๋ยววันหลังถ้าหาไม้ได้อีกตาจะทำไปให้ลูกพี่ลูกน้องของผมอีกคนละตัวจะได้ไม่ต้องไปเสียสตางค์ซื้อของเล่นแพง ๆ
นั่นน่าจะเป็วิชาแรกที่ผมได้จากตามา เพราะตอนนี้ผมก็ยังสามารถแกะไม้ให้เป็รูปต่างๆ ได้อยู่บ้าง มันคงติดตัวผมมาั้แ่วันนั้น...