หลังจากที่เหตุการณ์ก่อนหน้านี้คลี่คลายไปได้เรียบร้อยแล้วนั้นตอนนี้ก็เป็ขั้นตอนของการเริ่มถ่ายรายการวาไรตี้กันได้สักที โดยก่อนถ่ายทำทีมงานผู้หญิงทีมหลักก็แนะนำให้ลลิตาได้รู้จักกับสมาชิกทั้งเจ็ดคนในวงGATHERBOY อีกครั้ง ซึ่งหญิงสาวก็เริ่มทำความรู้จักและจดจำสมาชิกทุกคนอย่างตั้งใจพร้อมได้รับคำสั่งว่าให้ช่วยงานอะไรเล็กๆน้อยๆ เท่านั้น เนื่องจากลลิตาเองเพิ่งจะเป็ลมล้มพับไปแถมคิวการถ่ายวันนี้ยังค่อนข้างที่จะดึกอีก
การถ่ายทำเริ่มต้นด้วยสมาชิกGATHERBOY ทั้งเจ็ดคนทานอาหารมื้อแรกของวันกันซึ่งรายการอาหารก็ปกติทั่วๆ ไป และการถ่ายทำในส่วนนี้ก็ผ่านพ้นไปด้วยดี สมาชิกทั้งเจ็ดคนเต็มที่กับการทานอาหารมากๆเต็มที่กันจนอาหารหมดเกลี้ยง
หลังจากมื้ออาหารหลักผ่านพ้นไปก็มีการพักเบรกเพื่อรอถ่าย่ทำกิจกรรมต่อไปใน่เย็นๆ โดยสมาชิกทุกคนกลับขึ้นไปพักกันยังห้องกลางบนชั้นสองส่วนทีมงานต่างๆ ก็ออกไปข้างนอกกันบ้าง หรือพักอยู่ที่ชั้นหนึ่งกันบ้าง
@ห้องกลาง
“ปิดประตูไปเลยก็ได้พี่ยูจุนซองมินมันทะลุเข้ามาได้อยู่แล้วพี่ มันเป็ผี ฮ่าๆๆ” เฉินไท่หยางที่เดินเข้าห้องตามหลังพี่ๆสมาชิกคนอื่นๆ เอ่ยขึ้น พลางสบตาคิมซองมินที่กำลังเดินเข้าห้องเป็คนสุดท้ายพร้อมหัวเราะชอบใจที่ได้แซวคิมซองมิน
เพียะ!!!
ฝ่ามือของคิมซองมินลั่นใส่ศีรษะของเฉินไท่หยางเพื่อนรัก
โอ๊ย!!!
“ไอ่ซองมิน!!!ตบทำไมวะ!?!?” เฉินไท่หยางหันไปบ่นใส่คิมซองมินอย่างหัวเสีย
“มึงพูดไม่หยุดเองนะ”คิมซองมินเอ่ยเสียงเรียบ
ไม่ว่าจะ่เวลาไหนถ้าสบโอกาสเฉินไท่หยางจะเอ่ยแซวคิมซองมินตลอด
“สม!!” อาเธอร์เอ่ยเสียงเรียบ
“แม่ง! ผีห่าไรวะมือหนักชิป!!”เฉินไท่หยางเอ่ยพลางยกมือขึ้นมาลูบบริเวณที่คิมซองมินตบ
“ยัง! ยังไม่หยุดอีกนะไท่หยาง!”พัคจุนโฮเอ่ยเพื่อจัดการสงบศึก
“ก็ขอแซวมันหน่อยเถอะพี่จุนโฮ”เฉินไท่หยางเอ่ยด้วยน้ำเสียงยียวน
“เดี๋ยวพอซองมินทุบนายก็โวยอีกทั้งๆ ที่ตัวเองเริ่ม” พัคจุนโฮเอ่ยบ่น
“ผมไม่ได้เริ่ม !!!ยัยน้องคนนั้นต่างหากที่เป็คนเริ่มอะ ฮ่าๆๆ” เฉินไท่หยางเอ่ยต่ออย่างยียวน
“ยังอีกนะ!” พัคจุนโฮเอ่ยต่อ
ส่วนคิมซองมินก็มองเฉินไท่หยางด้วยสีหน้าเรียบๆแต่ในใจอยากลุกขึ้นไปบีบคอ
“แต่มึง ดูๆ ไปน้องเขาก็น่ารักดีนะฟิลแบบน้องน้อยไรงี้เลยอะ” เฉินไท่หยางหันหน้าไปเอ่ยกับคิมซองมิน
“มึงคิดว่ายัยจิ๋วนั่นน่ารักเหรอ!?” คิมซองมินเอ่ย
“แหม่! มึงคิดว่าน้องเขาไม่น่ารักหรือไงครับคุณผีเทพบุตร”เฉินไท่หยางเพื่อนรักเอ่ยต่ออย่างยียวน
“ก็งั้นๆ” คิมซองมินเอ่ยต่อเสียงเรียบ
@ห้องนั่งเล่น
“แพลนต่อไปจะเป็ประมาณนี้นะคะน้องลิลลี่”ทีมงานผู้หญิงทีมหลักเอ่ย
“อ่อ โอเคค่ะแล้วเรามีจำกัดงบอาหารมั้ยคะ?” ลลิตาเอ่ยต่อ
“พี่ว่าจะไม่จำกัดงบนะน่าจะใช้งบของทางเขาได้เลย ส่วนของทีมงานก็คงไปซื้อพร้อมๆ กันแหละแต่ใช้งบของทางเรา”ทีมงานผู้หญิงทีมหลักเอ่ย
“ได้เลยค่ะ” ลลิตาเอ่ยเสียงใส
“อ่อ … แล้วพี่อาจจะให้เราเป็คนคุยกับทีมเมเนเจอร์นะเวลาอธิบายหรือแจ้งรายละเอียดต่างๆ” ทีมงานผู้หญิงทีมหลักเอ่ย
“ได้ค่ะ ลิลลี่ทำได้ค่ะ”ลลิตาเอ่ยตอบอย่างมั่นใจ
“อ่อ … แล้วลิลลี่ติดต่อหาบอสหรือยังจ้ะ”ทีมงานผู้หญิงทีมหลักเอ่ย
“ติดต่อหาบอสเหรอคะ? ติดต่อทำไมคะ?” ลลิตาเอ่ยถามอย่างสงสัย
“คือพี่ไม่แน่ใจว่ามีใครรายงานไปหรือยังเื่ที่เราเป็ลมน่ะแต่พี่ว่าบอกบอสหน่อยก็ดีนะ” ทีมงานผู้หญิงทีมหลักเอ่ย
“อ่อ … ลิลลี่ยังไม่ได้บอกเลยค่ะลิลลี่กลัวโดนดุ” ลลิตาเอ่ยตอบด้วยสีหน้ากังวลและน้ำเสียงที่แ่เบา
“แต่ยังไงก็บอกบอสด้วยนะถือว่าพวกพี่ขอ” ทีมงานผู้หญิงทีมหลักเอ่ย
“ได้ค่ะ” ลลิตาเอ่ยพร้อมพยักหน้าหงึกๆเบาๆ พลางถอนหายใจ
ถึงเวลาในการถ่ายทำต่อ… กิจกรรมใน่เย็นที่สมาชิกทั้งเจ็ดคนได้เลือกไว้คือ การปิ้งย่างบาร์บีคิวดินเนอร์กันริมสระว่ายน้ำซึ่งแค่ถ่ายรายการเกี่ยวกับการใช้ชีวิตธรรมดาแบบนั้นมันก็จะง่ายไปเกินไปหน่อยสำหรับGATHERBOY ทั้งเจ็ดคน
ทางทีมงานจึงจะเพิ่มเกมส์การแข่งขันและกติกาเข้าไปเพิ่มขึ้นโดยการให้สมาชิกทั้งเจ็ดคน ส่งตัวแทนสุ่มหยิบเกมส์ในกล่องปริศนาแล้วแข่งเกมส์กันใครที่แพ้ในเกมส์นั้นจะต้องเป็คนทำความสะอาดและคอยรับใช้สมาชิกคนอื่นๆ เรียกอีกอย่างหนึ่งว่า“ทาส” นั่นเอง และสมาชิกคนอื่นๆ นั้นก็ต้องสุ่มบทบาทหน้าที่ในกล่องปริศนาต่อเพื่อต้องทำภารกิจตามหน้าที่ในนั้นๆ
โดยตำแหน่งหน้าที่อีกหกอันที่เหลือประกอบด้วย “ตำแหน่งพระาา” มีจำนวน 1 ตำแหน่ง ซึ่งเป็ตำแหน่งที่จะสามารถมีสิทธิ์สั่งให้คนอื่นๆทำอะไรก็ได้และคนคนนั้นต้องทำตามที่พระาาสั่งทุกอย่างอย่างโดยดี “ตำแหน่งขุนนาง”มีจำนวน 2 ตำแหน่ง ซึ่งตำแหน่งนี้จะไม่ได้สิทธิ์อะไรพิเศษนอกจากจะได้สิทธิ์ขอร้องหรือออกคำสั่งแค่1 ครั้งเท่านั้น โดยต้องได้รับการพิจารณาจากพระาาก่อนอยู่ดี และตำแหน่งสุดท้าย“ตำแหน่งพ่อครัว” มีจำนวน 3 ตำแหน่ง ซึ่งตำแหน่งนี้มีหน้าที่ทำอาหารและจัดหาวัตถุดิบต่างๆเพื่อการปรุงอาหารในมื้อค่ำของวันนี้
สมาชิกทั้งเจ็ดคนลงมาเตรียมตัวกันเมื่อใกล้ถึงเวลาในการถ่ายทำลลิตาก็ทำหน้าที่ประสานงานกับทางทีมเมเนเจอร์เป็อย่างดี
“ค่ะ ถ้ามีอะไรต้องการเพิ่มเติมก็สามารถแจ้งลิลลี่ได้นะคะเดี๋ยวลิลลี่ประสานงานให้ค่ะ” ลลิตาเอ่ยบอกทีมเมเนเจอร์พร้อมส่งยิ้มหวานให้หลังจากอธิบายถึงสิ่งต่างๆ ตามที่ได้รับมอบหมายมา
“ได้ครับ แต่พวกขอสแกนเกมส์ที่ต้องเล่นกันก่อนนะครับ”ทีมเมเนเจอร์เอ่ยตอบ
“ได้ค่ะ” ลลิตาเอ่ย
จากนั้นทีมเมเนเจอร์ก็นั่งคลี่กระดาษในกล่องปริศนาทุกใบเพื่อทำการตรวจสอบ
ในขณะเดียวกัน …
“แอบมองน้องเขาอยู่เหรอมึง”เฉินไท่หยางเอ่ยกับคิมซองมิน
“เปล่า” คิมซองมินเอ่ยเสียงเรียบ
“กูเห็นครับผม” เฉินไท่หยางเอ่ยต่อ
“คนอื่นกูก็มองปะ!?!” คิมซองมินเอ่ย
“อะเหรออออ” เฉินไท่หยางเอ่ยต่ออย่างยียวนพร้อมเปลี่ยนจุดโฟกัสและก้าวเท้าเดินเข้าไปหาหญิงสาวร่างบางตัวเล็กแทน
“น้องๆ” เฉินไท่หยางเอ่ยพร้อมยกมือสะกิดที่แขน
“คะ?!!? คุณต้องการอะไรเหรอคะ?” ลลิตาเอ่ยพร้อมหันหน้ากลับไปมองบุคคลที่เข้ามาสะกิด
“สรรพนามนี้ไม่ให้ผ่าน”เฉินไท่หยางเอ่ย
“คะ??” ลลิตาเอ่ยถามอย่างสงสัย
“ก็เรียกว่าคุณอะ สรรพนามนี้ไม่ให้ผ่านๆ”เฉินไท่หยางเอ่ยอธิบาย
“อ่อ … แล้วแบบนี้ต้องเรียกยังไงคะคุณแล้วตามด้วยชื่อเหรอคะ? คุณเฉินไท่หยางแบบนั้นมั้ยคะ?” ลลิตาเอ่ยต่อพลางคิดว่าควรจะต้องเรียกอย่างเป็ทางการแน่ๆเลยสินะ
“ก็ไม่” เฉินไท่หยางเอ่ยต่อ
“อ่าว!?!?” ลลิตาอุทานอย่างงุนงง