“แล้วนี่คุณธีจะมาอยู่ที่นี่เป็การถาวรเลยหรือเปล่าครับ”
“ตอนนี้ก็ตั้งใจไว้อย่างนั้น แต่ชีวิตของผมก็เอาแน่เอานอนอะไรไม่ค่อยได้ด้วยสิ ดูแต่เื่ในอดีตนั้นเป็ไร”
เขากล่าวเสียงหม่นลงโดยไม่รู้ตัว
“มันผ่านไปแล้วละครับคุณธี อย่าเก็บมาคิดอีกให้ต้องไม่สบายใจอยู่เลย”
ชายหนุ่มยิ้มกับผู้สูงวัยที่เขาเห็นแกเป็เหมือนญาติผู้ใหญ่คนหนึ่ง ก่อนเปลี่ยนเื่พูด
“นี่ผมบอกจ้างคนมาช่วยแบ่งเบาภาระให้ลุงแล้วน่ะ เป็ผู้หญิงสามคนไว้ดูแลความสะอาดในบ้านและเื่อาหาร เป็ผู้ชายอีกหนึ่งคนคอยช่วยลุงดูแลสวน ว่าแต่ ลุงเคยเห็นเ้าของบ้านคนเก่าเขาแวะมาดูบ้านหลังนี้บ้างไหม”
“ ไม่เคยมีใครมาเลยครับ อ๋อ แต่ถ้าจะมีก็คงเป็คุณหนูตัวบางๆที่ชื่ออะไรผมก็จำไม่ได้แล้ว รู้แต่ว่าเป็ลูกสาวคนเล็กของนายพสิษฐ์นะครับ เคยมาเมียงๆมองๆอยู่แถวนอกรั้วสองสามครั้ง”
คำบอกเล่าของลุงชุมทำให้ภาพใบหน้าหม่นหมองอมทุกข์ของเด็กหญิงคนนั้นผุดขึ้นมาในความทรงจำของเขา ป่านนี้เธอจะโตแค่ไหนแล้ว ตอนนั้นเธออายุสิบสอง ผ่านไปสิบปีเธอก็ต้องอายุยี่สิบสอง เป็สาวแล้วสิน่ะ...
ธีรไนยอยู่คุยกับลุงชุมอีกครู่ใหญ่ตามประสาคนที่ไม่ได้พบกันมานาน ก่อนขอตัวขึ้นไปพักผ่อนยังห้องส่วนตัวที่ชั้นบนเอาในเวลาใกล้ค่ำ แล้วก็ไม่ลงมาอีกเลยตลอดจนรุ่งเช้า
+๐+๐+๐+๐+๐+๐+๐+๐
วันนี้ที่บริษัท ที แอนด์ พี จำกัด ซึ่งเป็บริษัทผลิตเฟอร์นิเจอร์และของตกแต่งบ้านเพื่อจำหน่ายในประเทศและการส่งออกดูจะคึกคักเป็พิเศษ เพราะพนักงานทุกคนรู้ว่าเ้าของคนใหม่ของบริษัทที่เข้ามาเทคโอเวอร์ทีแอนด์พีไว้ไม่ให้ล้มละลายจนต้องปิดตัวเองไปเมื่อสองปีก่อน กำลังจะเดินทางมาที่บริษัทเป็ครั้งแรก ซึ่งไม่เคยมีใครรู้มาก่อนเลยว่าเขาเป็ใคร ผู้บริหารระดับสูงนำพนักงานทุกคนไปรวมกับคณะหัวหน้าช่างฝ่ายผลิตของโรงงานจากนนทบุรีที่ห้องประชุมใหญ่เพื่อรอต้อนรับเขา
ครอบครัวของนายพสิษฐ์ซึ่งประกอบด้วยนางจิตตา ผู้เป็ภรรยาและเพชรงามบุตรสาวพากันยืนอยู่แถวหน้า เมื่อได้เวลาศุภชัยก็ก้าวเข้ามาซึ่งผู้บริหารระดับสูงหลายคนรู้ว่าเขาคือมือขวาของนายใหม่แห่งทีแอนด์พี แต่ขณะนี้สายตาของทุกคนต่างจับจ้องไปที่ชายหนุ่มร่างสูงสง่าบุคลิกทรงอำนาจที่ก้าวตามศุภชัยมา และเมื่อศุภชัยประกาศให้ทุกคนรู้ว่าชายหนุ่มผู้นั้นคือเ้าของบริษัทคนใหม่พร้อมทั้งบอกชื่อและนามสกุลของเขาให้ทราบเท่านั้นเอง
ก็ได้เกิดปฏิกิริยาต่างๆกันไปจากพวกพนักงานรุ่นเก่าๆที่อยู่กับบริษัทนี้มานานและพอจะรู้ตื้นลึกหนาบางเกี่ยวกับที่นี่อยู่บ้าง
โดยเฉพาะครอบครัวของนายพสิษฐ์นั้นถึงกับหน้าถอดสีเลยทีเดียว ยกเว้นแต่เพชรงามที่ส่งสายตาแสดงความสนใจไปให้เขาอย่างเปิดเผย ก็ตอนนี้เขาเปลี่ยนจากหนุ่มน้อยหน้าใสที่ไม่ค่อยมีความเป็ตัวของตัวเองมาเป็ชายฉกรรจ์เต็มตัวและมีความมั่นใจในตัวเองสูงแล้วนั้นเองช่างดูดีมีเสน่ห์เหลือเกิน ที่สำคัญฐานะทางการเงินของเขาได้ทำให้เขากลายเป็ผู้ชายที่ดีพร้อมที่สุดสำหรับเธออีกครั้ง
“คุณแม่คะ นั้นพี่ธีจริงๆใช่ไหม”
หญิงสาวสะกิดผู้เป็แม่อย่างระงับความตื่นเต้นเอาไว้ไม่อยู่
“ก็เขาบอกอย่างนั้นนี่ แล้วลูกจำหน้าเขาไม่ได้บ้างเลยหรือไง”
นางจิตตาบอกมาอย่างหงุดหงิดเพราะมีความกังวลบางอย่างเกิดขึ้นมาในใจทันทีั้แ่ได้รู้ว่าเ้าของบริษัทคนใหม่นี้เป็ใคร แต่เพชรงามจะรับรู้อารมณ์ของผู้เป็แม่ก็หาไม่ เธอบอกตัวเองว่าได้หลงรักอดีตผู้ชายที่เธอเคยสลัดทิ้งคนนี้เข้าให้อีกแล้วอย่างจัง และท่ามกลางผู้คนมากมายและสถานการณ์ที่ค่อนข้างเป็พิธีรีตองนี้เธอก็ยังกล้าส่งสายตาหวานเยิ้มให้เขาได้อย่างไม่ละอาย
“หล่อมากจังเลยนะค่ะคุณแม่ ไม่น่าเชื่อว่าจะได้เจอเขาอีกครั้งในสภาพที่ดูดีมากขนาดนี้”
เพชรงามพร่ำเพ้อ ในขณะที่ธีรไนยกล่าวกับพนักงานทุกคนผ่านไมโครโฟนอย่างเป็ทางการ และด้วยระยะห่างแค่ไม่กี่เมตรนี้ก็ทำให้ชายหนุ่มสามารถสังเกตเห็นปฏิกิริยาต่างๆกันของครอบครัวนายพสิษฐ์ได้ไม่ยาก แล้วก็ให้นึกสงสัยว่าสาวน้อยซึ่งเป็สมาชิกอีกคนของครอบครัวนี้ไปยืนอยู่ที่มุมไหนกัน
แม้อยู่ในที่ทำงานหล่อนก็ยังคงถูกกดให้เป็เบี้ยล่างของสองแม่ลูกนี้อยู่เหมือนเดิมสิน่ะ เพราะในขณะที่เพชรงามเป็ถึงผู้จัดการฝ่ายประชาสัมพันธ์ที่สวยงามเฉิดฉาย แต่เธอก็ได้เป็แค่พนักงานการบัญชีชั้นปลายแถวเท่านั้น ทั้งๆที่ก็เป็ลูกสาวของนายพสิษฐ์เหมือนกัน เรียนจบปริญญาตรีเหมือนๆกัน หนำซ้ำยังเรียนจบออกมาด้วยเกรดที่เหนือกว่าผู้เป็พี่อีกด้วย
เสร็จสิ้นพิธีการพนักงานทุกคนแยกย้ายกันไปทำงานประจำตามแผนกของตนแต่ครอบครัวของนายพสิษฐ์ได้มารวมตัวกันอยู่ที่ห้องทำงานส่วนตัวของผู้จัดการใหญ่ที่เขายังดำรงตำแหน่งอยู่ในขณะนี้
“มันกลับเข้ามาในบริษัทนี้ได้ยังไงว่ะ”
ชายวัยใกล้หกสิบกล่าวอย่างหัวเสียเมื่อกระแทกตัวลงนั่งบนเก้าอี้ พร้อมกับตบโต๊ะโครมใหญ่
“อะไรไม่ร้ายเท่าตอนนี้มันกลายเป็เ้าของบริษัทแต่เพียงผู้เดียวนี่สิ”
นางจิตตาเองก็ฉุนเฉียวไม่แพ้สามีเพราะอะไรเป็อะไรก็รู้ๆกันอยู่ ทั้งสองกลัวว่าเขาจะมารื้อฟื้นเอกสารเก่าๆที่ตนได้เคยปลอมแปลงไว้แล้วความจริงจะเปิดเผยนะสิ คงจะมีแต่เพชรงามคนเดียวกระมังที่ยังร่าเริงอยู่ได้
“คุณพ่อกับคุณแม่ก็ทำเป็เอะอะโวยวายไปได้ เขามาอย่างนี้สิยิ่งดี”
สาวสวยทำตาเพ้อฝันจนพ่อกับแม่หันมาถามพร้อมกันอย่างสนใจ
“ลูกหมายความว่าไง”
“คุณพ่อกับคุณแม่จำไม่ได้หรือค่ะ ว่าเมื่อก่อนเขาเคยรักเคยหลงเพชรจนหัวปักหัวปำแค่ไหน”
“แล้วตอนนี้เขาจะมองเราหรือลูก”
นางจิตตากล่าวอย่างไม่แน่ใจ
“เขาจะต้องยิ่งกว่ามองอีกค่ะคุณแม่ เพชรเป็รักครั้งแรกของเขา เขาไม่มีวันตัดเพชรออกจากใจได้หมดจดแน่นอน คอยดูนะ เพชรจะทำให้เขามาเดินตามคอยเอาอกเอาใจเพชรต้อยๆอย่างเดิมให้ได้”
เพชรงามกล่าวอย่างมั่นใจในเสน่ห์ความงามอันล้นเหลือของตน ซึ่งนายพสิษฐ์ก็เห็นด้วยลูกสาวของเขาคนนี้ทั้งสวยทั้งเซ็กซี่ แม้จะเคยผ่านการแต่งงานและหย่าร้างมาแล้วแต่ทุกวันนี้ก็ยังมีหนุ่มน้อยหนุ่มใหญ่แวะเวียนมาจีบอยู่ไม่ได้ขาด ผู้ชายส่วนใหญ่ที่ไหนก็ตายที่ความสวยของผู้หญิงกันทั้งนั้น และเขาก็ไม่คิดว่าธีรไนยจะเป็ข้อยกเว้น