บุปผาราชัน

    เล่มพิเศษ : บนเส้นขนานของความรัก - 6 -


    บนเส้นขนานของความรัก #6
    ช่วงเที่ยงวัน ณ คฤหาสน์เฟรนด์สเกล
    “จีโอ้!”
    ท่านหญิงชายาภริยาของแม่ทัพหลวงวิ่งเข้ามาสวมกอดลูกสาวอย่างโล่งอก ก่อนที่จีโอเรียจะแนะนำวารีให้กับมารดาได้รู้จักและเล่าเรื่องราวต่างๆ ที่เกิดขึ้น
    ชีวิตของเด็กสาวผิวสีน้ำผึ้งผู้นี้ช่างน่ารันทด นางเป็นลูกครึ่งระหว่างชาวจีโอเนสและโมธ่า ผลผลิตของสองอาณาจักรในพื้นที่ปิดแคบซึ่งยังฝังใจกับเรื่องราวต่างๆ นานาที่กระทบกระทั่งกันในอดีต ยังมีเด็กสาวอีกมากมายที่มีชะตาชีวิตไม่ต่างจากวารีนัก หากไม่ใช่ชนชั้นกลางที่พอมีอันจะกินขึ้นไป เกราะป้องกันทางสังคมของพวกนางก็แทบจะหายไปโดยสิ้นเชิง
    พ่อของวารีหายสาบสูญไปหลังเข้าไปทำงานรับจ้างในป่า ไม่นานนักมารดาก็เริ่มป่วยเรื้อรังเพราะต้องทำงานหนักเพื่อเลี้ยงดูนาง เมื่อแม่จากไปอีกคนเพราะไร้สิ้นเงินทองที่จะรักษา วารีถูกส่งไปอยู่กับญาติทางฝั่งบิดาที่อยู่ชายแดนของโมธ่าเป็นอันดับแรก แต่ก็ถูกรังแกรังเกียจหาว่าเป็นพวกจีโอเนส เมื่อนางอยู่ไม่ได้จนต้องถูกส่งกลับมาหาญาติทางแม่ที่จีโอเนส นางก็ถูกรังเกียจเช่นเคยว่าเป็นพวกโมธ่า จนท้ายลุงผู้ไม่มีวี่แววว่าจะใยดีก็ขายนางให้กับคนกลุ่มหนึ่งเพื่อใช้หนี้ไป
    ในวัยสิบสามย่างสิบสี่ วารีก็ถูกส่งไปอยู่กับบุตรคนรองของคนกลุ่มนี้ เพราะเขาได้ขึ้นชื่อว่ามีรสนิยมทางเพศกับเด็กที่กำลังจะเริ่มโตเป็นสาวอย่างนางนั่นเอง แม้ชีวิตจะสบายขึ้นไม่ต้องอดอยากหรือทำงานหนักมาก แต่การเอาตัวรอดไปวันๆ อีกรูปแบบของวารีก็ได้เริ่มขึ้น
    นางต้องทำทุกวิถีทางให้นายท่านชื่นชอบนางตลอดเวลา เพื่อป้องกันการถูกเขี่ยทิ้ง จนกระทั่งแผนการบ้าบอนั่นก็ทำให้วารีได้พบกับแสงสว่างของชีวิตในที่สุด
    ช่วงบ่ายหลังเสร็จสิ้นมื้อกลางวัน มีคนส่งข่าวมาจากท่านแม่ทัพหลวงที่เข้าวังไปถวายรายงานว่า ฝ่าบาทเรียกตัวจีโอเรียและเด็กสาวที่ชื่อวารีให้เข้าพบ
    “ตื่นเต้นจังเลยค่ะท่านหญิง ข้าพูดราชาศัพท์ไม่เป็น ถ้าพูดผิดข้าจะโดนประหารมั้ย”
    จีโอเรียหัวเราะเมื่อได้ฟัง ท่าทีของวารีดูตื่นตระหนกวุ่นวายใจจนทำอะไรไม่ถูกแล้วจริงๆ
    “ฝ่าบาทของเราไม่เอาชีวิตใครง่ายๆ ด้วยเรื่องแค่นั้นหรอก พูดไปตามปกตินี่แหละ แค่แทนตัวเองว่าหม่อมฉัน กับลงหางเสียงว่าเพคะไปก่อนก็พอ”
    “งั้นเหรอคะ อ๊ะ...แล้วจริงหรือเปล่าที่เขาเล่าลือว่าพระองค์หล่อมากๆ”
    หนนี้ผู้เป็นท่านหญิงได้แต่กำกำปั้นเขกหัวเด็กสาวเบาๆ
    “ทีเรื่องอย่างนี้ล่ะรู้ดีจริงนะ ไปได้ยินมาจากไหนกัน”
    “โธ่ ใครๆ ก็พูดแบบนี้เล่าลือกันอย่างนี้ทั้งนั้น ว่าแต่มันจริงอย่างนั้นรึเปล่าคะ”
    “แน่ล่ะ ถ้าพระองค์ไม่หล่อมากๆ พระองค์คงไม่ได้เป็นรักแรกของข้าหรอก บอกไว้เลยนะ ข้าน่ะมาตรฐานสูงมาก”
    “โธ่ อย่าทำมาเป็นพูดเลย สุดท้ายท่านหญิงก็บอกจะไม่แต่งงานอยู่แล้วนี่ ชีวิตท่านคงจบแค่รักแรกนั่นแหละ ไม่มีรักที่สอง ที่สามหรอกค่ะ”
    “ยัยเด็กแก่แดด คิดว่าตัวเองรู้ดีแล้วหรือสาวน้อย ในบรรดาพวกเชื้อพระวงศ์หรือยิ่งเป็นเจ้าหญิงเจ้าชายขึ้นไปน่ะ เรื่องแต่งงานมันไม่เกี่ยวกับเรื่องความรักเลยล่ะจะบอกให้”
    “ผู้หญิงชาวบ้านทั่วไปก็ไม่ได้เลือกนักหรอกเจ้าค่ะ! สาบานได้ว่าผู้หญิงทุกคนคงอยากสาปแช่งท่านแน่ๆ ถ้ารู้ว่ามีผู้ชายเป็นกองทัพให้ท่านเลือกได้ แต่ท่านก็ไม่เอาสักคน”
    วารีค้อนใส่จีโอเรียอย่างหมั่นไส้ หญิงสาวนิ่งไปเล็กน้อยก่อนจะหัวเราะออกมาอีกครั้ง ดูท่านางจะได้เจอคู่กัดที่สมน้ำสมเนื้อกันแล้วแน่ๆ
    “ว่าแต่... ข้าจะได้เจอพี่ชามีมั้ยคะ คนที่มาช่วยท่านตอนอยู่บ้านใต้ดินน่ะ ท่านเคยบอกว่าเขาเป็นทหารองครักษ์ของฝ่าบาทนี่นา”
    รอยยิ้มบนใบหน้าของจีโอเรียหายไปเมื่อได้ยินชื่อนั้น ภาพ เสียง กลิ่นของเขาก็ผุดขึ้นมาเต็มหัวของหญิงสาวในทันที
    “ก็... คงจะเจอล่ะมั้ง ไม่รู้สิ วันนี้อาจจะตรงกับวันหยุดของเขาก็ได้ เจ้าถามถึงเขาทำไมหรือ”
    “ข้าชอบเขาน่ะสิ คนอะไรเก่งยังกับไม่ใช่คน ถ้าไม่เห็นเองกับตา บวกกับได้ยินที่ท่านหญิงกับทหารอีกคนเล่ามาข้าคงไม่เชื่อเด็ดขาดว่าจะมีใครล้มคนตั้งสามสิบได้ด้วยตัวคนเดียว เท่เป็นบ้าเลยว่ามั้ยคะ”
    ยิ่งได้ฟังจีโอเรียก็ยิ่งร้อนหน้าขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก เมื่อเห็นนายหญิงคนใหม่นิ่งไป วารีก็จับสังเกตอาการแปลกไปนั้นได้ไม่ยากเลย
    “โธ่เอ้ย ท่านหญิงเองก็ชอบเขาใช่มั้ยล่ะคะ ข้าได้ยินพี่ทหารที่บาดเจ็บคุยกับพี่ทหารอีกคนนะ ท่านกระโดดกอดเขาตอนเขาไปช่วยท่านในบ้านใต้ดิน...โอ้ย! เจ็บนะ ไหนบอกจะดีกับข้า ไม่ให้ใครทำร้ายข้า แล้วท่านมาหยิกข้าเองทำไมเจ้าคะ!”
    “พอเลย ข้าจะไปชอบเขาทำไมกัน ผู้ชายอะไรปากร้ายสุดๆ พูดด้วยก็ไม่พูดสักคำแถมเดินหนีข้าตลอด”
    “ไม่เห็นเป็นอย่างนั้นเลย เขายิ้มแย้มคุยกับข้าดีจะตาย เขามาถามอะไรนิดหน่อยจากข้า ตอนที่เขาจะล่วงหน้ากลับมาเมืองหลวงก่อนน่ะค่ะ”
    “ก็เพราะอย่างนั้นแหละ เขาดีกับทุกคนยกเว้นกับข้า กวนประสาทจริงๆ”
    “อ๋อ...ข้ารู้แล้ว ปกติท่านหญิงเคยชินกับการมีผู้ชายมาสนใจท่านก็เลยรำคาญพวกนั้น พอเจอคนที่เขาไม่สนใจท่าน ท่านก็เลยสนใจเขาขึ้นมาซะเอง...โอ้ย! ถ้าหยิกข้าอีกที ข้าจะหนีออกจากบ้านท่านแล้วนะ”
    “ข้าไม่ยอมให้เจ้าหนีไปหรอก จนกว่าเจ้าจะดูแลตัวเองได้และมีชีวิตที่ดีขึ้น อยากแต่งงานไปเป็นแม่บ้านของใครก็แต่งไป หรือถ้าไม่อยากแต่งก็ต้องเรียนรู้อะไรสักอย่างให้ทำงานหาเงินพึ่งพาตัวเองได้เสียก่อน”
    เด็กสาวนิ่งมองจีโอเรียอย่างซาบซึ้งใจ ก่อนจะเอี้ยวตัวไปกอดเอวของนายหญิงไว้อย่างออดอ้อน “โอ๋ๆ อย่าโกรธข้าเลยนะคะ ข้าพูดเล่น จะไม่พูดแบบนี้อีกแล้ว ท่านหญิงดีกับข้าที่สุดแบบนี้ข้าจะหนีไปที่อื่นทำไม”
    “ทียังงี้ล่ะ เอาตัวรอดเก่งนักนะ”
    “เอาล่ะๆ ข้าจะไม่ล้อท่านหญิงอีกแล้ว และเป็นการตอบแทนที่ท่านดีต่อข้า ข้าก็จะตัดชื่อของพี่ชามีออกจากรายชื่อว่าที่สามีในอนาคตของข้าก็แล้วกัน...โอ้ย!”
    เสียงพูดคุยหัวเราะอย่างสนุกสนานยังคงดังขึ้นในรถม้าจนกระทั่งถึงหน้าวัง จีโอเรียกำชับให้วารีสำรวมมารยาทขณะเริ่มเดินผ่านตัวพระราชวังเข้าไป แต่ถึงไม่ต้องจู้จี้บอกไว้ เด็กสาวก็ดูจะตื่นเต้นจนเงียบกริบไปเลยเช่นกัน
    ทั้งสองถูกนำพาเข้ามายังสวนหน้าน้ำตกภายในเขตพระราชฐานฝ่ายตะวันออก องค์ราชาประทับรออยู่ที่นั่นเรียบร้อยแล้วพร้อมกับคณะติดตาม และนั่นก็รวมถึงบุคคลที่จีโอเรียเริ่มจะทำหน้าไม่ถูกอีกแล้วเมื่อได้พบกัน หลังถวายพระพรทำความเคารพเสร็จสรรพ องค์แดริสก็เสด็จเข้ามาลูบหัวจีโอเรียอย่างห่วงใย
    “ดีใจที่ได้ยินว่าเจ้าปลอดภัย จีโอเรีย”
    “ขอบพระทัยเพคะ ว่าแต่องค์ราชินีไม่ได้เสด็จมาหรือเพคะ หม่อมฉันมีเรื่องอยากจะทูลปรึกษาพระนางเยอะเลย”
    “โธ่เอ้ย สนใจข้ากันบ้างสิ เดี๋ยวนี้ทำไมใครๆ ก็ชอบเรียกหาแต่นางมากกว่าข้าแล้วนะ”
    “ใครจะไปอยากพบพระองค์เพคะ เจอที่ไหนทีไรมีแต่งานน่าเบื่อทั้งนั้น”
    วารีได้แต่มองตาปริบๆ เมื่อเห็นนายหญิงของตัวเองจิกกัดพระราชาได้อย่างสนิทสนม มิหนำซ้ำพระองค์ยังหัวเราะชอบใจอีกต่างหาก ท่าทางคนเมืองหลวงจะเล่นมุกตลกด้วยการจิกกัดแบบนี้สินะ
    “ข้าได้ฟังเรื่องราวทั้งหมดจากท่านอาแล้ว ขอบคุณเจ้ามากที่ช่วยน้องสาวของข้าเอาไว้ ชื่อวารีใช่ไหม” หลังรับสั่งกับท่านหญิงแห่งเฟรนด์สเกลจบ วารีก็สะดุ้งสุดตัวเมื่อพระองค์หันมารับสั่งกับนางอย่างไม่ทันคาดคิด
    “พะ... เพคะ” เด็กสาวตอบได้เพียงแค่นั้น อาการเกร็งจนความปากเก่งหดหายไปหมดนั้นทำเอาจีโอเรียอมยิ้มออกมา
    “เรื่องที่เจ้าเล่ามาเป็นเรื่องสำคัญมากจริงๆ ไม่ต้องห่วงเรื่องความปลอดภัย ข้ากำชับท่านแม่ทัพหลวงแล้วว่าให้ดูแลเจ้าให้ดี ต่อจากนี้อาจมีอะไรสำคัญที่จะต้องให้เจ้าช่วยระบุตัวบุคคลอีก ยังไงก็คงต้องรบกวนเจ้าด้วย เพื่อเป็นการตอบแทนกับสิ่งนั้น มีอะไรที่เจ้าอยากได้หรือเปล่า ข้าอยากตอบแทนที่เจ้าช่วยน้องสาวของข้าไว้จริงๆ”
    สาวน้อยถลึงตาขึ้นอย่างตื่นตระหนก เกิดมาไม่เคยคิดเลยว่าจะมีโอกาสได้ขออะไรจากพระราชาแบบนี้ ของที่นางอยากได้งั้นหรือ จะเอาอะไรดีล่ะ ในโลกนี้มีอะไรมากมายไปหมดที่นางอยากได้เหลือเกิน แต่เมื่อหันไปมองท่านหญิงจีโอเรียราวกับอยากจะปรึกษา ท่านหญิงก็ส่งยิ้มพยักหน้ามาให้นางราวกับจะบอกใบ้ว่าพูดเลยอย่าได้กลัวไป ตอนนั้นเอง...วารีก็ได้รับรู้แล้วว่าอะไรคือสิ่งที่นางต้องการที่สุดอย่างแท้จริง และท่านหญิงก็ได้มอบให้กับนางเรียบร้อยแล้ว...
    “สิ่งที่ข้า...เอ่อ...หม่อมฉันต้องการก็คือ หม่อมฉันอยากเรียนศิลปะการป้องกันตัวขั้นพื้นฐานเพคะ ท่าน...” วารียกมือตบปากตัวเองหนึ่งหนเมื่อพูดผิดด้วยความเคยชิน “ฝ่าบาทจะช่วยให้ยืมครูฝึกที่หม่อมฉันต้องการได้มั้ยเพคะ”
    เด็กสาวเหลือบแหงนมององค์ราชา โล่งใจเมื่อไม่มีทีท่าว่าพระองค์จะโกรธหรือรำคาญที่นางพูดผิดๆ ถูกๆ
    “คนที่บ้านข้าสอนเจ้าได้ตั้งเยอะแยะ แน่ใจนะว่าจะไม่ขออย่างอื่น โอกาสแบบนี้อาจไม่มีอีกแล้วนะ”
    จีโอเรียก้มลงเล็กน้อยกระซิบบอกกับวารีอย่างแปลกใจ ผิดกับองค์ราชาที่รู้สึกสนอกสนใจกับคำขอนั่นเลยทีเดียว
    “ครูฝึกงั้นหรือ... เจ้าอยากจะยืมตัวใครไปล่ะ”
    “ท่านชามีเพคะ” ทั้งเจ้าของชื่อ ทั้งนายหญิงของเด็กสาวสะดุ้งโหยงขึ้นมาอย่างพร้อมเพรียง น้ำเสียงของวารีเต็มไปด้วยความหนักแน่น พร้อมกับชี้มือไปยังชามีที่ยืนอยู่ด้านหลังกับคนที่ใส่เครื่องแบบเดียวกันอีกสองคน
    องค์แดริสเหลียวมองไปตามมือนั้น ก่อนจะหันกลับมามองเด็กสาวผิวสีน้ำผึ้งอย่างสงสัย
    “ชามีงั้นหรือ...บอกหน่อยได้ไหมว่าทำไมต้องเป็นเขา”
    “ก็เขาเก่งที่สุดเลยนี่นาเพคะ เกิดมาข้า...อ่า หม่อมฉันไม่เคยพบเจอใครเก่งกาจเท่าเขามาก่อนเลย หากได้เขามาเป็นครูฝึก หม่อมฉันจะต้องเก่งขึ้นแน่ๆ อย่างน้อยก็น่าจะพอป้องกันตัวเองได้”
    อยู่ๆ...พระราชาก็หัวเราะออกมาอีกครั้งจนทำเอาวารีสะดุ้งตกใจ ก่อนที่พระองค์จะหันกลับไปหาท่านชามี
    “โอย...นี่ข้าตกข่าวอะไรไปหรือเปล่านะ ทำไมวันนี้มีคนมาขอตัวยืมตัวเจ้ากันเยอะจริงเชียว แย่แล้วล่ะชามี... ข้าคงต้องเสียเจ้าไปอยู่กับพวกเขาสักพักแล้ว เมื่อกลางวันท่านแม่ทัพหลวงก็เพิ่งจะมาขอยืมตัวเจ้าไปช่วยงาน ดีเลย...จะได้ทำสองอย่างพร้อมกันทีเดียว”
    วารีอมยิ้มกว้างอย่างดีใจเมื่อคำขอสัมฤทธิ์ ผิดกับจีโอเรียและว่าที่ครูฝึกที่หน้าซีดเผือดจนพูดอะไรไม่ออกอีกแล้ว...

    ---------------------------สวัสดีปีใหม่ทุกท่านค่า ^^


    คล้ายกับเรื่องบุปผาราชัน ที่คุณอ่าน

    ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชนบทตัวน้อยๆ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชนบทตัวน้อยๆ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    862K 774
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    เกิดใหม่ชาตินี้ ขอเป็นเศรษฐีนีในยุค 80 [แปลจบแล้ว]

    เกิดใหม่ชาตินี้ ขอเป็นเศรษฐีนีในยุค 80 [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    2.27M 2359
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    ทะลุมิติไปเป็นฮองเฮา พร้อมระบบเชฟเทพนักปรุง [จบ]

    ทะลุมิติไปเป็นฮองเฮา พร้อมระบบเชฟเทพนักปรุง [จบ]

    นิยาย รัก
    615K 1801
    ราชาสิบสองนักษัตร ศึกรวมสุโขทัย

    ราชาสิบสองนักษัตร ศึกรวมสุโขทัย

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    207K 185
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    หลินเว่ยเว่ยสาวน้อยจอมพลัง (นิยายแปล)***จบแล้ว***

    หลินเว่ยเว่ยสาวน้อยจอมพลัง (นิยายแปล)***จบแล้ว***

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    355K 668
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    ชายาคนงามของท่านอ๋องจอมโหด [แปลจบแล้ว]

    ชายาคนงามของท่านอ๋องจอมโหด [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    2.36M 891