บทที่ 25
สัตว์อสูรที่แปลกประหลาด
บุรุษที่อยู่บริเวณด้านหน้าจนมุมเมื่อมันโดนหมาป่าโลหิตเขาเล่นงานจนร่างกายาเ็
โลหิตหลั่งไหลออกมาจากาแบริเวณแขนข้างซ้ายที่โดนการโจมตีนั้นเข้าไปแต่ว่าแววตาทั้งสองข้างของมันเองก็ยังไม่ได้ยอมแพ้เสียทีเดียว
ในขณะที่มันกำลังตั้งท่าและจะเตรียมเข้าปะทะกับหมาป่าโลหิตอีกครั้งอยู่ๆสัตว์อสูรที่อยู่บริเวณด้านหน้าของวันก็ได้หายไป
หมาป่าโลหิตวิ่งหายเข้าไปภายในป่าด้วยการเคลื่อนไหวที่รวดเร็วพร้อมกับปีศาจเถาวัลย์ที่หายไปด้วยเช่นเดียวกัน
มันกำลังจะเข้าโจมตีแต่เมื่อเห็นว่าสัตว์อสูรตนนั้นหายไปจากบริเวณนี้มันเองก็หยุดนิ่งและไม่คิดจะตามต่อ
เป็เพราะว่ามันนั้นคิดถึงความเสี่ยงที่จะเกิดขึ้นต่อจากนี้ถ้ามันจะตามไปถ้ามันตามไปแน่นอนความเสี่ยงที่เกิดขึ้นมันอาจจะโดนพวกสัตว์อสูรเ่าั้เล่นงาน
ด้วยความที่ไม่มั่นใจนักจึงทำการหยุดนิ่งและหันไปมองด้านหลังมองเห็นว่าเหล่าศิษย์น้องที่ติดตามมาด้วยเองก็หมดสภาพอยู่บริเวณด้านหลังเช่นเดียวกัน
มันไม่มีทั้งพรรคพวกและก็ไม่มีความรู้กับเ้าสัตว์อสูรตนนั้นมาก่อนแถมร่างกายยังได้รับาเ็ข้าตามไปคงจะมีโอกาสโดนเล่นงาน
เพราะแบบนั้นจึงหยุดนิ่งและไม่คิดจะตามไปอีกดวงตาของมันหันกลับไปสนใจกับศิษย์น้องที่อยู่บริเวณด้านหลัง
ชายผู้นี้ได้หันไปจ้องมองร่างกายของศิษย์น้องทั้งหมดที่นอนแน่นิ่งอยู่ที่พื้นไม่สามารถขยับได้จึงทำการพูดขึ้นมา “ พิษของปีศาจเถาวัลย์มีความรุนแรงไม่นักเพียงแค่ทำให้ร่างกายชาในตอนนี้เถาวัลย์เหล่านี้หายไปหมดแล้วอีก ไม่นานร่างกายของพวกเ้าก็จะสามารถขยับได้พวกเราจะเดินทางกลับไปที่สำนักไปรายงานเื่นี้ให้กับท่านเ้าสำนักฟัง”
คนผู้นี้ตั้งใจจะเดินทางกลับไปที่สำนักให้รวดเร็วที่สุดเพื่อที่จะไปรายงานเื่สำคัญที่ตนเองได้พบเจอมาให้กับผู้คนภายในสำนักให้ฟัง
แววตาของมันเต็มไปด้วยความจริงจังกวาดไปมองพื้นที่บริเวณรอบรอบอย่างหวาดระแวงเกรงว่าจะมีหมาป่าลูกศิษย์อย่างเช่นเ้าตัวเมื่อกี้ปรากฎมาอีก
ตอนนี้ทั่วทั้งบริเวณมันเองก็ถูกปกคลุมไปด้วยความมืดการปะทะของศิษย์สำนักไป๋หลงและก็สัตว์อสูรภายในป่ามีคนผู้หนึ่งกำลังยืนมองเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอยู่บริเวณไกลๆ
ร่างของคนผู้นั้นยืนอยู่บริเวณยอดต้นไม้สูง10 เมตรดวงตามองต่ำลงมาพร้อมกับยกยิ้มขึ้นที่บริเวณมุมปากมองเห็นเหตุการณ์ทุกอย่างที่เกิดขึ้น
อาภรณ์สีเข้มปลิวไสวไปมายามรัตติกาลที่มืดมิดคนปริศนาที่กำลังยืนอยู่บริเวณ้ายอดต้นไม้แต่งกายคล้ายคลึงกับบุรุษแต่ด้วยความมืดมิดจนเห็นเพียงแค่เงาอันเลือนลางเท่านั้น
...
จางิหลังจากที่ได้นำพาสัตว์อสูรทั้งสองของตนเองหลุดรอดออกมาจากบริเวณนั้นได้แล้ว
ดวงตาที่มันกำลังพับปิดอยู่นั้นค่อยค่อยเปิดขึ้นมาอย่างช้าๆบนใบหน้าเต็มไปด้วยเม็ดเหงื่อพร้อมกับถอนลมหายใจออกมาอย่างผ่อนคลายหนึ่งเฮือกใหญ่
หลังจากที่ผ่านพ้นสถานการณ์ที่เลวร้ายมาได้เค้าทำการพูดขึ้นกับตนเองอย่างรวดเร็ว “ นี่มันอันใดกันไม่คิดว่าจะพบเจอพวกมันภายในสถานที่แห่งนี้”
“ โดยทั่วไปแล้วคนของสำนักไปหลงไม่น่าจะปรากฏกายออกมาภายในสถานที่แห่งนี้ในยามค่ำคืนนี้”
“ แต่ว่าในตอนนี้มันปรากฏกายออกมาคนผู้นั้นเองก็มีความแข็งแกร่งมากพอสมควรถ้าไม่ใช้ปีศาจเถาวัลย์ในการดึงดูดความสนใจของมันคงยังไม่สามารถทำให้มันาเ็แล้วหนีออกมาได้”
เหตุการณ์การปะทะก่อนหน้านี้จางิไม่ได้ตั้งใจจะสังหารพวกมันอยู่แล้ว
แม้ว่าพวกมันทั้งหมดจะตั้งใจจะสังหารสัตว์อสูรทั้งสองตนของเขาแต่จางิเองก็ไม่ได้มีเจตนาจะสังหารทุกวันเพราะว่าถ้าสังหารพวกมันไปแน่นอนว่าเื่ที่เกิดขึ้นคงจะใหญ่โตมากขึ้นอย่างแน่นอน
แต่การที่จะหนีรอดออกจากบริเวณนั้นคนผู้ที่เป็ผู้ฝึกฝนวรยุทธระดับเจ็ดขั้นกลางมันเองก็มีความแข็งแกร่งเป็อย่างมาก
ลำพังตัวของเขานั้นรู้ดีว่าการที่จะใช้สัตว์อสูรปะทะกับมันแทบจะไม่มีทางชนะเลย
เพราะแบบนั้นจางิเลยเลือกที่จะใช้วิธีในการโจมตีโดนมิให้มันตั้งตัวปีศาจเถาวัลย์มีความสามารถในการจับกุมเพราะแบบนั้นลำพังผู้ที่อยู่บริเวณด้านหลังมองเห็นเป็เพียงผู้ที่เพิ่งเริ่มฝึกฝนวรยุทธ
สามารถจับกุมพวกมันอย่างง่ายดายและดึงดูดความสนใจสุดท้ายเองก็ให้หมาป่าโลหิตเข้าโจมตีแล้วก็หนีออกมาได้ในที่สุด
การอยู่ภายในสถานที่แห่งนี้ไม่ใช่เพียงแค่จำเป็จะต้องระวังสัตว์อสูรเท่านั้นแต่ยังจำเป็จะต้องระวังพวกสำนักที่ปักหลักอยู่ภายในูเาแห่งนี้อีกด้วย
...
ยามวิกาลนั้นผ่านพ้นไปแสงอรุณแรกของวันสาดส่องลงมาบริเวณด้านล่าง
ณสำนักไป๋หลงที่มันเป็สำนักขนาดใหญ่ตั้งอยู่บริเวณยอดูเา
ทัศนียภาพขว้างขวางสุดลูกหูลูกตาภายในตัวสำนักมีอารามขนาดใหญ่นับ10 แห่งตั้งเอาไว้มันกินพื้นที่บริเวณูเาแห่งนี้เอาไว้ทั้งหมดแถมยังเชื่อมโยงไปทีู่เารอบรอบอีกด้วย
ทั่วทั้งบริเวณถูกปกคลุมไปด้วยแสงอรุณแรกของวันที่สาดส่องมาบริเวณด้านล่างในตอนนี้จากที่มองเห็นพวกศิษย์ภายในสำนักกำลังแตกตื่นเมื่อได้ยินว่า
ผู้ที่เป็ถึงศิษย์ขั้นหนึ่งของสำนักพวกมันโดนเล่นงานจากสัตว์อสูรจนาเ็กลับมาภายในสำนักนี้มันถูกแบ่งแยกเป็ศิษย์ออกเป็ทั้งหมดห้าระดับ
ลูกศิษย์ที่อยู่ในระดับที่ห้าถือว่าเป็ลูกศิษย์ที่อยู่ในระดับต่ำที่สุดเพิ่งเริ่มต้นเข้าสำนักส่วนลูกศิษย์ที่อยู่ลำดับที่สี่ก็เป็ลูกศิษย์ที่อยู่ภายในสำนักมานานพอสมควรแล้ว
เรียกง่ายง่ายว่าลำดับศิษย์ที่สูงที่สุดภายในสำนักแห่งนี้มันคือลำดับลูกศิษย์ขั้นที่หนึ่งซึ่งมีจำนวนน้อยคนมากภายในสำนัก
โดยคนที่จะเป็ลูกศิษย์ท่านที่หนึ่งของภายในสำนักแห่งนี้ได้ย่อมถูกคัดเลือกมาจากเหล่าคนที่มีความสามารถและมีโอกาสที่จะพัฒนาความสามารถของตนเองได้ในอนาคต
โดยทั่วไปแล้วพวกเขาเองก็ล้วนแล้วเป็ผู้ที่มีพร์ทั้งสิ้นในตอนนี้เมื่อมีข่าวว่ายามราตรีที่ผ่านมาหนึ่งในศิษย์ขั้นที่หนึ่งที่มีนามว่าหยวนเฉินออกไปภายในป่าหลังจากนั้นก็โดนสัตว์อสูรตนหนึ่งเล่นงานกลับมา
จึงทำให้พวกมันเต็มไปด้วยความตื่นตระหนกใที่ลูกศิษย์ขั้นที่หนึ่งที่มีทั้งความสามารถและพร์โดนสัตว์อสูรเล่นงานจนกลับมา
ห้องโถงอารามขนาดใหญ่กว้างขวางสุดลูกหูลูกตาผู้ที่กำลังนั่งอยู่บริเวณด้านหน้าบนที่นั่งตำแหน่งผู้าุโนั่นคือไห่เยี่ยน
มันเป็ชายชราผู้ที่มีอายุประมาณ60 ถึง 70 ปีมีร่างกายสูงผอมสวมใส่อาภรณ์สีขาวที่ดูมีลวดลายแตกต่างจากลำดับลูกศิษย์ธรรมดาทั่วไปเป็ชุดตำแหน่งของผู้าุโ
คนผู้นี้มีหนวดเคราสีขาวประดับอยู่เรือนผมบนศรีษะเรือนผมของมันนั้นถูกย้อมกลายเป็สีขาวจากกาลเวลามันบนใบหน้าเองก็มีรอยเหี่ยวย่นประดับอยู่เป็จำนวนมากกำลังนั่งอยู่ด้วยท่าทางที่เคร่งขรึมจริงจังมองตรงไปที่หยวนเฉินที่ตอนนี้กลับมาภายในสำนัก
หยวนเฉินนั่นคือชื่อของคนผู้หนีหลังจากที่มันเข้าไปภายในป่าบริเวณเขตของพวกเขาเมื่อคืนปะทะกับหมาป่าโลหิตอันน่าประหลาดยามนี้เดินทางกลับมาที่สำนักาแบริเวณแขนข้างซ้ายของมันถูกพันทับด้วยผ้าสะอาดสีขาว
มันกำลังคุกเข่าอยู่เบื้องหน้าผู้าุโยกมือทั้งสองข้างขึ้นมาแล้วก็พูด” ทุกอย่างเป็อย่างที่ข้าอธิบายไปขอรับ”
ทำการเล่าเื่ทุกอย่างที่เกิดขึ้นเมื่อราตรีที่ผ่านมาให้กับผู้าุโของสำนักได้ฟังแล้ว
ไห่เยี่ยนแสดงไปหน้าสงบนิ่งจากนั้นก็พูดขึ้นมา “ หยวนเฉินเ้าเป็คนที่มีความสามารถแล้วก็มีความสุขมมากที่สุดเื่ที่จะเอาเหล้าออกมาคงจะเป็จริงแต่ถ้าสงสัยว่าเหตุใดหมาป่าโลหิตที่เ้าพูดออกมาถึงมีความสามารถเช่นนั้น”
หลังจากที่มันฟังเื่ของศิษย์น้องนี้ที่เล่าให้กับมันฟังแน่นอนว่ามันเชื่อวันนั้นจากเื่จริงทั้งที่มันจะอยู่เหนือเื่จริงไปบ้างตรงที่ผู้ฝึกฝนลมปราณระดับเจ็ดขั้นกลางจะโดนเล่นงานโดยหมาป่าโลหิต
แต่หยวนเฉินก็มีพยานยืนยันนั่นก็คือศิษย์น้องที่ติดตามไปด้วยภายในสถานที่แห่งนั้น
พวกมันพูดเป็เสียงเดียวกันว่าสัตว์อสูรตนนั้นแตกต่างจากสัตว์อสูรธรรมดาทั่วไปเพราะแบบนั้นข่าวหรือเช่นนี้จึงแพร่กระจายไปทั่วสำนัก
“ ข้าเองก็ไม่ทราบเหมือนกันขอรับ”
“ แบบนี้ส่งศิษย์ออกไปลองสำรวจภายในพื้นที่บริเวณที่จะพบเจอมันดูว่ามีอะไรบ้างแล้วกลับมารายงานข้า”
ตอนนี้เกี่ยวกับเื่สัตว์อสูรที่ปรากฏอาการเป็ที่สนใจกับสำนักแห่งนี้ไปแล้ว
ลูกศิษย์จำนวนหนึ่งของสำนักแห่งนี้ได้ถูกส่งออกไปเพื่อที่จะไปสำรวจตามคำสั่งของท่านมุ้ยโสของสำนักเพื่อที่จะดูว่ามีอะไรเกิดขึ้นจริงหรือไม่
แต่เมื่อพวกมันปูพรมค้นหาบริเวณรอบรอบพวกมันเองก็ไม่พบเจออะไรเลยแม้แต่น้อย
ไม่พบเจอแม้แต่ร่องรอยของสัตว์อสูรตนนั้นจางิเองก็ราวกับว่าเขานั้นรู้ดีว่าพวกมันจะต้องส่งคนมาสำรวจทำให้สัตว์อสูรทั้งสองนั้นล่าพวกสัตว์อสูรบริเวณนั้นสักพักเลยทำให้พบมันไม่ปลุกเจอเบาะแสของเค้าเลยแม้แต่น้อย
ประมาณสามวันผ่านไป
พวกมันเองก็ยังคงไม่ได้ร่องรอยของสัตว์อสูรพวกนั้นสุดท้ายมันเองก็หยุดค้นหาไป
จางิทำการใช้สัตว์อสูรทั้งสองของตนเองออกไปล่าในพื้นที่ที่ห่างออกไปจนตอนนี้ระดับของมันใน่สามวันที่ผ่านมามีระดับเพิ่มขึ้นเป็อย่างมาก
ณ ข้างลำธาร
จบบท